แสงแดดอ่อนๆ สีทองระเรื่อยามเช้าตรู่สาดส่องลอดผ่านแนวรอยแยกของผ้าม่านเนื้อหนาสีเทาเข้ม ปลุกให้เมลค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากความง่วงงุนอันแสนเหนื่อยล้า อาการไข้ที่เคยรุมเร้าจนเนื้อตัวร้อนผ่าวราวกับโดนเปลวไฟแผดเผาเมื่อคืนก่อนนั้นได้เจือจางลงไปมากแล้ว
หลงเหลือเพียงความอุ่นรัญจวนจางๆ ที่สถิตอยู่ทั่วสรรพางค์กาย ทว่าสิ่งที่แจ่มชัดและเข้ามาแทนที่กลับเป็ความปวดเมื่อยขบตึงสะโพกและเอวอย่างหนักหน่วงจนแทบจะกระดิกตัวไม่ได้เลย
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมเรี่ยวแรง ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ ทว่าเพียงแค่เอี้ยวเอวบางเพียงเล็กน้อย ความเจ็บแปลบแล่นปลาบก็พุ่งเข้าจู่โจมจากสะโพกมนและ่ล่างในทันที มันเป็ความปวดร้าวหนึบหน่วงที่เกาะกินอยู่ตรงร่องรักเพศหญิงที่เพิ่งจะกลายพันธุ์เพิ่มเข้ามา...
ช่องทางรักที่เมื่อค่ำคืนก่อนโดนคีทเคี่ยวกรำ กระแทกกระทั้น และทะลวงลึกด้วยท่อนลำร้อนผ่าวอย่างป่าเถื่อนปนทะนุถนอมไปหลายต่อหลายครั้ง ร่องรักอุ่นร้อนยังคงรู้สึกถึงความบวมช้ำ คับแน่น และระบมหนึบจนผมต้องเผลอขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บสยิวที่แล่นริ้วขึ้นมาประดับเรือนกาย
ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ เตียงกว้างอันแสนนุ่มสบาย ทว่ากลับไร้เงาของร่างสูงใหญ่ที่เป็คนรวบหัวรวบหางผมไว้เมื่อคืน ที่นอนข้างกายยังคงมีรอยยุบตัวและมีกลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของคีทที่ติดทนนานอบอวลอยู่ ผมทอดถอนหายใจยาว ความคิดในสมองปั่นป่วนวุ่นวายยามนึกถึงสายโทรศัพท์จากครอบครัวเมื่อวานนี้ที่ผมแอบได้ยิน
แม่ยอมตกลงเื่งานหมั้นง่ายขนาดนี้ได้ยังไงกัน...หรือว่าคีทมันวางแผนทุกอย่างไว้จริงๆ?
คำถามมากมายยังคงไร้คำตอบในหัวสมองอันมึนเบลอ แต่ในตอนนั้น ความเหนียวเหนอะหนะรอบๆ ตัวและความรู้สึกอึดอัดทำให้ผมตัดสินใจที่จะดื้อรั้นลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยตัวเอง
ผมไม่อยากนอนเป็ผักอ่อนแอรอคอยให้คีทเข้ามาคอยพยุงเช็ดเนื้อเช็ดตัวหรือปรนนิบัติราวกับผมเป็คนไข้ติดเตียงอีกแล้ว ผมเป็ผู้ชายนะ! (ถึงแม้ตอนนี้ร่างกายท่อนล่างจะมีอวัยวะพิเศษเพศหญิงเพิ่มเข้ามาก็เถอะ)
ผมค่อยๆก้าวขาขวาลงจากเตียงอย่างช้าๆ พยายามควบคุมความรู้สึกปวดเสียวหน่วงที่ใจกลางความเป็หญิงอันอ่อนไหว จากนั้นจึงก้าวขาอีกข้างตามลงมา ทว่าทันทีที่ปลายเท้าทั้งสองข้างััลงบนพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบและเตรียมจะทิ้งน้ำหนักตัวลงไปเพื่อยืนหยัดขึ้น ขาทั้งสองข้างพลันสั่นระริกอย่างไร้เรี่ยวแรงสะท้าน สะโพกมนปวดแปลบและเบลออ่อนแรงไปหมด ร่างกายท่อนล่างไม่มีความรู้สึกมั่นคงแม้แต่น้อย มันสั่นพับทรุดฮวบลงไปในทันที!
“เฮ้ย...!”
ร่างของผมเอนล้มคว่ำหน้าลงไปทางพื้นห้องอย่างรวดเร็วโดยไม่อาจควบคุมได้ วินาทีนั้นผมเบิกตากว้างด้วยความใ คิดว่าหัวตัวเองคงจะต้องกระแทกพื้นห้องจนแตกเป็แน่แท้
พรึบ!
ทว่าก่อนที่ร่างของผมจะฟาดเข้ากับพื้นห้องเพียงเสี้ยววินาที วงแขนแกร่งและทรงพลังที่คุ้นเคยเป็อย่างดีก็พุ่งเข้ามาช้อนรวบเอวคอดกิ่วของผมเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที
กลิ่นสบู่หอมละมุนปนกลิ่นกายเฉพาะตัวของมันลอยเข้ามากระทบจมูก ก่อนที่แผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออุ่นๆ จะรองรับร่างที่เกือบจะฟาดพื้นของผมให้ลอยกลับขึ้นมา คีทกระชับกอดผมแน่นจนแผ่นหลังและสะโพกกลมกลึงแนบชิดกับหน้าท้องล่ำสันของมัน
“เมลครับ! ลุกขึ้นมาทำไมเนี่ย? ทำไมไม่นอนพักดีๆ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคีทเอ่ยดุเบาๆ ด้วยความห่วงใย แฝงกระแสความใปนอาทรอย่างล้นเหลือ
คีทไม่รอช้า มันจัดการช้อนอุ้มตัวผมลอยขึ้นมาแนบอกอย่างง่ายดายราวกับผมไม่มีน้ำหนักตัว ผมที่ตัวเล็กกว่ามันเกือบยี่สิบเิเได้แต่ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างและลำคอแกร่งด้วยความประหม่าอายขัดเขินอย่างรุนแรง ใบหน้าของผมร้อนฉ่าจนแดงก่ำไปถึงใบหู
“คีท... เมลลุกขึ้นมาเองได้น่ะ ปล่อยเมลลงเถอะ”
ผมพยายามแย้งเบาๆ แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแหบพร่าและเบาหวิวไร้น้ำหนักชิ้นดี มือบางของผมขยุ้มเข้าที่สาบเสื้อยืดสีขาวของคีทแน่นเพราะกลัวตกลงไป
“ไม่ได้ครับ ขาสั่นระริกจนล้มพับขนาดนี้ยังจะดื้ออีกนะเมล”
คีทก้มลงมากระซิบชิดข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มของผมจนผมสะท้านสั่นในอก “เชื่อคีทนะ... เดี๋ยวคีทอุ้มไปห้องน้ำเองครับ”
---
คีทอุ้มพาผมเดินตรงไปยังห้องน้ำในห้องนอนอย่างประณีตและทะนุถนอม ทุกย่างก้าวของมันมั่นคงราวกับกำลังอุ้มประคองสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต ทันทีที่เข้ามาในห้องน้ำ คีทวางผมลงบนฝาชักโครกที่รองด้วยผ้านุ่มอย่างเบามือ ผมเอ่ยปากบอกมันด้วยความเหนียมอายว่าอยากทำความสะอาดร่างกายและแต่งตัวด้วยตัวเอง
“คีทออกไปก่อนก็ได้นะ... เมลจัดการตัวเองได้”
ทว่าคีทกลับส่งสายตาอบอุ่นทว่าเด็ดขาดมาให้ แววตาคมกริบของมันจ้องมองผมคล้ายจะบอกว่าคำปฏิเสธของผมไม่มีผลใดๆ
“ไม่ได้ครับ เมลยังระบมสะโพกขนาดนี้จะเช็ดตัวล้างตัวยังไงไหว? ให้คีทช่วยนะ... คีทอยากดูแลเมลจริงๆ”
น้ำเสียงที่แสนละมุนและััอุ่นจากปลายนิ้วที่เช็ดคราบเหนียวเหนอะหนะและล้างคราบรอยรักตามช่องทางพิเศษอย่างเบามือทำเอาผมตัวสั่นระริก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวจนแทบไหม้
คีทใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นค่อยๆ ซับน้ำตามผิวพรรณเนียนละเอียดอย่างใส่ใจ เช็ดถูสะโพกอวบและลูบไล้่ล่างที่ระบมช้ำเบาๆ อย่างแสนรัก จากนั้นมันก็นำชุดนอนตัวยาวเนื้อผ้านุ่มลื่นสีครีมตัวหลวมโคร่งมาสวมใส่ให้ผมอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ปิดบังร่องรอยสวาทสีแดงก่ำประดับทั่วผิวขาวผ่องเอาไว้มิดชิด
เมื่อแต่งตัวเสร็จ คีทก็อุ้มผมขึ้นแนบอกอีกครั้งแล้วพาเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น ทันทีที่กวาดสายตามองไปรอบๆ คอนโดแชร์ห้องที่เคยมีแต่ข้าวของธรรมดาๆ ของเด็กมหาวิทยาลัยทั่วไป ผมก็ต้องแปลกใจ
คอนโดนี้... เปลี่ยนไปขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?
ดูเหมือนว่าที่นี่กำลังแปรสภาพกลายเป็ "รังรัก" สำหรับเราสองคนอย่างสมบูรณ์แบบ ข้าวของเครื่องใช้ที่คีทจัดวางใหม่ล้วนถูกปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับร่างกายที่อ่อนแอและระบมของผม บนเก้าอี้และโซฟาทุกตัวมีเบาะรองนั่งเนื้อกำมะหยี่หนานุ่มสีอุ่นเตรียมเอาไว้
บนโต๊ะกลางมีเหยือกน้ำอุ่นและกระติกน้ำร้อนวางสแตนด์บาย ครีมนวดสมุนไพรและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ถูกจัดวางไว้ใกล้ตัวในระดับที่ผมสามารถหยิบฉวยได้ง่ายโดยไม่ต้องออกแรงเดิน ทุกอณูของห้องนั่งเล่นให้ความรู้สึกเหมือนรังของสัตว์ป่าที่นักล่าพยายามสร้างขึ้นเพื่อกักขังและปกป้องคู่ของมันให้อยู่ในอาณาเขตอันแสนปลอดภัยและสุขสบายจนไม่อยากหลบหนีไปไหน
คีทวางผมลงบนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นอย่างแ่เบา มันรีบนำหมอนอิงนุ่มๆ หลายใบมารองหนุนหลัง เอว และใต้ข้อพับเข่าของผมอย่างเชี่ยวชาญเพื่อลดอาการตึงเกร็งและปวดร้าวที่สะโพก
“นอนพักตรงนี้นะเมล คีทเอาหมอนรองสะโพกไว้ให้จะได้ไม่กดทับตรงที่เจ็บครับ” คีทเอ่ยพร้อมส่งรอยยิ้มแสนอบอุ่นหัวใจมาให้
“อืม... ขอบใจนะคีท” ผมซุกตัวเข้าหาหมอนนุ่ม รู้สึกอบอุ่นสบายจนแทบไม่อยากขยับเขยื้อนไปไหนอีกจริงๆ
---
หลังจากจัดแจงให้ผมเสร็จสรรพ คีทก็เดินเข้าครัวไปจัดเตรียมอาหารเช้าอย่างอารมณ์ดี กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มกุ้งต้มยำน้ำข้นเบาๆ หรือซุปฟักทองอุ่นร้อนลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องแชร์โชยมาแตะจมูก ปลุกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของผมให้ร้องประท้วงขึ้นมาเบาๆ
ผมเอนกายนอนมองแผ่นหลังกว้างสวมผ้ากันเปื้อนสีเทาเข้มของคีทที่กำลังจับทัพพีคนซุปและตระเตรียมชามอาหารอย่างคล่องแคล่ว แผ่นหลังกว้างของเพื่อนสนิทที่คิดไม่ซื่อดูอบอุ่นและมั่นคงเสียจนหัวใจของผมกระตุกไหว
โดยที่ไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวและลางสังหรณ์แปลกๆ เกี่ยวกับแผนการเื้ัและการคุยโทรศัพท์ของผู้ใหญ่เริ่มจางหายไปทีละน้อยในห้วงความคิด ความห่วงใยประคบประหงมทุกฝีก้าวของมันช่างเปรียบเสมือนน้ำอุ่นที่ค่อยๆ ละลายก้อนน้ำแข็งแห่งความระแวงในใจของผมออกไปจนแทบเกลี้ยงเกลา
ไม่นานนัก คีทก็เดินถือชามข้าวต้มส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอมาวางไว้ที่โต๊ะข้างโซฟา มันนั่งลงข้างขอบโซฟาแล้วตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าลมเบาๆ จนอุ่นได้ที่ ก่อนจะยื่นช้อนมาจ่อที่ปากของผม
“มาครับเมล คีทป้อนนะ ข้าวต้มกำลังร้อนๆ เลย”
ผมเบิกตาโตแก้มป่อง เอ่ยแย้งเสียงอ้อมแอ้มด้วยความเขินอาย “คีท... เมลตักกินเองได้ มือเมลไม่ได้เจ็บสักหน่อย”
คีทไม่ยอมลดช้อนลง แววตาคมกริบจ้องสบตาผมด้วยความอบอุ่นกึ่งบังคับละมุนละไม
“ให้คีทดูแลเมลเถอะครับ นะครับเมล... อ้าปากเร็วคนดี”
สายตาอ้อนวอนแฝงอำนาจบงการที่ชวนให้หัวใจเหลวเป็น้ำทำให้ผมต้องยอมอ้าปากเคี้ยวและกลืนข้าวต้มอุ่นรสชาติกลมกล่อมที่มันป้อนให้อย่างว่าง่าย
ความอบอุ่นละมุนละไมแล่นริ้วลงไปถึงกระเพาะและกระจายตัวทั่วร่างกาย รสชาติอาหารอร่อยและการเอาใจใส่อย่างประคับประคองทุกฝีก้าวทำให้ผมเกิดความรู้สึกปลอดภัย ปลอบประโลมจิตใจที่เคยสับสนและวุ่นวาย ความคิดในสมองของผมเริ่มอ่อนยวบลงอย่างไม่รู้ตัว
จริงๆ... การมีคีทคอยดูแลเคียงข้างแบบนี้มันก็ดีมากเลยไม่ใช่เหรอ?
ไม่ว่าเื่หมั้นหมายหรือเื่ร่างกายกลายพันธุ์จะซับซ้อนแค่ไหน แค่มีคีทอยู่ตรงนี้ คอยห่วงใยและโอบอุ้มผมไว้... ผมก็รู้สึกปลอดภัยและไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว
ความพยายามดื้อรั้นที่จะต่อต้านละลายหายไปทีละน้อย ผมอ้าปากรับข้าวต้มคำต่อคำจากมือคีทด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า ยอมศิโรราบต่อการดูแลบงการอย่างแสนดีนี้แต่โดยดี
---
คีทเฝ้ามองร่างบางของเมลที่กำลังเคี้ยวข้าวต้มจนแก้มตุ่ยด้วยความรู้สึกพึงพอใจอย่างที่สุดภายในอก หัวใจของคีทเต็มตื้นไปด้วยความรักที่เอ่อล้นยามเห็นเมลยอมอ้าปากรับอาหารที่คีทตั้งใจปรุงให้ด้วยความทะนุถนอม
ความต่อต้านและความระแวงสงสัยที่เคยปรากฏในแววตาคู่สวยของเมลยามได้ยินสายโทรศัพท์เมื่อวันวานมลายหายไปจนหมด เหลือเพียงแววตาอ่อนยวบ เชื่อฟัง และโอนอ่อนตามััของคีทอย่างสมบูรณ์แบบ
นี่คือสิ่งที่คีทวางแผนเอาไว้... หล่อหลอมให้เมลเชื่องและคุ้นชินกับการมีคีทอยู่ในทุก่เวลาของชีวิต จนเมลไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากคีทอีกต่อไป
หลังจากที่ป้อนอาหารเช้าจนหมดชามและเมลดื่มน้ำอุ่นตามจนเรียบร้อย คีทสังเกตเห็นว่าร่างเล็กบนโซฟาขยับกายยุกยิกไปมาอย่างไม่สบายตัว ใบหน้าหวานขมวดคิ้วมุ่นสะท้อนความอึดอัดระบมช้ำที่ยังคงสะสมอยู่ตรงสะโพกมนและช่องทางพิเศษเพศหญิง
คีทรู้ดีว่าเนื้อเยื่อที่บอบบางและเพิ่งจะเริ่มเติบโตขึ้นจากการติดเชื้อไวรัสแปลงเพศนั้นไวต่อััและปวดระบมได้ง่ายมาก ยิ่งโดนคีทกดกระแทกและทะลวงลึกด้วยท่อนเนื้อร้อนเมื่อค่ำคืนก่อน ร่างกายของเมลย่อมเมื่อยล้าและอักเสบภายในเป็ธรรมดา
“เมลเจ็บหน่วงสะโพกกับตรงนั้นอยู่ใช่ไหมครับ?”
คีทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มละมุนละไมพลางลูบแก้มใสของเมลเบาๆ
เมลหน้าแดงระเรื่อก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ อย่างเหนียมอาย
“อืม... มันหน่วงๆ เมื่อยเอวไปหมดเลยคีท...”
“เดี๋ยวคีทประคบกระเป๋าน้ำร้อนแล้วนวดให้นะครับ จะได้สบายตัวขึ้น”
คีทเดินไปหยิบกระเป๋าน้ำร้อนยางสีชมพูอ่อนที่ใส่น้ำอุ่นจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า นำมาห่อด้วยผ้าขนหนูเนื้อนุ่มหนาเพื่อไม่ให้ความร้อนจัดลวกผิวบางของเมล คีทก้าวกลับมาที่โซฟา ค่อยๆ ประคองร่างบางให้เอนนอนราบลงมาหนุนบนหน้าตักแกร่งของคีท
เมลส่งเสียงประท้วงเบาๆ ในลำคอแต่ก็ยินยอมขยับหัวนอนซบตักคีทอย่างว่าง่าย เส้นผมนุ่มสลวยของเมลคลอเคลียอยู่กับหน้าขาของคีท คีทเกลี่ยเส้นผมออกให้พ้นดวงตาคู่สวยอย่างแสนรัก
คีทค่อยๆ เลิกชายเสื้อนอนผ้าลื่นสีครีมของเมลขึ้นไปกองไว้เหนือสะโพก เผยให้เห็นผิวหน้าท้องแบนราบขาวผ่องและ่เอวบางที่คอดกิ่วสวยงาม ผิวเนื้อขาวละเอียดของเมลตัดกับผ้านวมและโซฟาอย่างงดงามเสียจนคีทลอบกลืนน้ำลายด้วยความกระสันอยากที่พลุ่งพล่าน
ทว่าคีทต้องสะกดกลั้นอารมณ์ใคร่เอาไว้ คีทจัดวางประคบกระเป๋าน้ำร้อนลงไปตรงหน้าท้องน้อยและลากต่ำลงไปััตรงเนินเนื้อบอบบางและบริเวณสะโพกมนที่รองรับน้ำหนักและรับแรงกระแทกกระทั้น
“อ๊ะ... คีท...” เมลอุทานเบาๆ ร่างกายสะดุ้งวาบเมื่อัักับความร้อนอุ่นผ่อนคลายที่ค่อยๆ แผ่ซ่านซึมลึกผ่านกล้ามเนื้อ
“อุ่นกำลังดีไหมครับเมล? ถ้าเจ็บตรงไหนบอกคีทนะ”
คีทพูดพลางกดประคบน้ำร้อนอย่างแ่เบา สลับกับใช้นิ้วมือเรียวยาวอุ่นจัดของตนเองสอดเข้าไปใต้ผ้าขนหนู ค่อยๆ นวดคลึงไล่ั้แ่เอวบางคอดกิ่ว กดเน้นย้ำน้ำหนักอย่างนุ่มนวลบริเวณกล้ามเนื้อสะโพกมนและรอบร่องรักเพศหญิงที่ปวดตึงระบมหนึบ
ััการนวดที่ละมุนละไมทว่าสอดแทรกความแนบชิดทำเอาเมลส่งเสียงครางเครือแ่เบาในลำคอด้วยความสยิวซ่านปนผ่อนคลาย ร่างเล็กขยับบิดเกร็งสะโพกมนเข้าหามือหนาของคีทโดยสัญชาตญาณ ช่องทางรักอุ่นร้อนใต้ร่มผ้าขมิบตอดรัดเบาๆ ส่งสัญญาณความสั่นสะท้านเร่าร้อนที่แฝงเร้นอยู่ภายใน
คีทมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาลุ่มหลง คลั่งรัก และลึกซึ้งในอก คีทหลงใหลเรือนร่างแสนหวานนี้จนแทบคลั่ง ยิ่งยามที่เมลครางแ่และหนุนนอนซบตักคีทอย่างไว้ใจและไร้ความเดียดฉันท์ ความรู้สึกมีชัยชนะและพึงพอใจอย่างที่สุดก็เอ่อท้นทวีคูณ
คอนโดมิเนียมหรูหราแห่งนี้คือรังรักที่คีทใช้เวลาสร้างสรรค์และล่อลวงเมลเข้ามาขังไว้ด้วยเสน่หาและการประคบประหงมดูแลอย่างดีเลิศ คีทจะนวดประโลมร่างกายนี้ ปรนเปรอความสุขสบาย และกักขังเมลไว้ในบ่วงความรักอันหนาแน่นจนเมลไม่มีความรู้สึกอยากก้าวเท้าออกไปนอกรังแห่งนี้อีกชั่วชีวิต เมลจะยอมรับคีทในฐานะคนรัก คู่หมั้น และเ้าของชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบในไม่ช้า
---
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งค่ำคืนยามวิกาลมาเยือน คอนโดมิเนียมหรูหราใจกลางเมืองเปิดไฟสีส้มสลัวนวลตา บรรยากาศภายในเงียบสงบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายอุ่นของอาหารมื้อเย็นและน้ำมันหอมระเหยกลิ่นวานิลลาที่คีทตั้งใจเปิดเพื่อช่วยให้เมลผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
คีทยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวกว้าง ล้างถ้วยชามและแก้วน้ำหลังจากมื้อค่ำแสนเรียบง่ายทว่าเต็มไปด้วยความอบอุ่นผ่านไปอย่างไม่รีบร้อน เสียงสายน้ำอุ่นไหลเบาๆ กระทบจานกระเบื้องชวนให้รู้สึกสงบในหัวใจ คีทรู้สึกได้ถึงกระแสสายตาคู่หนึ่งที่ทอดมองตรงมาจากโซฟายาวกลางห้องนั่งเล่น
เมื่อล้างจานเสร็จ คีทใช้ผ้าขนหนูเช็ดมือจนแห้งสะเด็ด ก่อนจะค่อยๆ หันหลังกลับไปมองยังจุดที่ร่างบางนอนพักผ่อนอยู่
ตรงโซฟาตัวยาว...
เมลในเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีขาวตัวโคร่งของคีทนอนตะแคงข้าง กอดหมอนอิงสีเทาไว้แนบอก ดวงตาคู่กลมโตสีน้ำตาลอ่อนทอดมองแผ่นหลังกว้างของคีทที่ยืนทำงานในครัวด้วยสายตาที่เปิดเปลือยไร้สิ่งบดบัง มันเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น อ่อนไหว หวั่นไหวรุนแรง และลึกซึ้งอย่างเห็นได้ชัด
เมลจ้องมองการขยับตัวและแผ่นหลังที่มั่นคงของคีทด้วยรอยยิ้มจางๆ และแก้มใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ หัวใจของเมลเปิดกว้างและยอมรับคีทเข้ามาเป็คนรักอย่างไม่รู้ตัวแล้ว
สายตานั้นสะท้อนความผูกพันลึกซึ้งและการพึ่งพิงอย่างยอมจำนนต่อความปลอดภัยที่คีทมอบให้
คีทสบสายตาคู่สวยนั้นอย่างอ่อนโยน คีทคลี่ยิ้มแสนดี ยิ้มละมุนละไมประหนึ่งเพื่อนสนิทแสนอบอุ่นคนเดิมที่คอยปกป้องเมลมาโดยตลอด
“นอนมองคีทแบบนี้... มีอะไรหรือเปล่าครับเมล? หิวหรือเจ็บตรงไหนอีกไหม?”
คีทเอ่ยถามเสียงนุ่มละมุนห่วงใยชวนเคลิ้ม
“เปล่าหรอก... เมลแค่... อยากมองคีทเฉยๆ”
เมลรีบซุกหน้าลงครึ่งหนึ่งกับหมอนอิงด้วยความเหนียมอายเฉไฉ หลบสายตาน่ารักจนใจของคีทสั่นไหวด้วยความรักล้นอก
คีทยิ้มรับคำพูดแสนอ้อนนั้น ทว่าในส่วนลึกของจิตใจและแววตาคมกริบที่แฝงความดำมืดเอาไว้ คีทกลับยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะอย่างเงียบเชียบและลึกล้ำ
ในที่สุด... เมลก็เปิดหัวใจรับคีทอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
แผนการรวบหัวรวบหาง ร่างกายกลายพันธุ์ที่ไม่มีวันกลับมาเป็เหมือนเดิม งานหมั้นสายฟ้าแลบที่ผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านเห็นพ้องต้องกัน และการประคบประหงมทุกฝีก้าวในรังรักแห่งนี้... ทุกอย่างประสานกันจนกลายเป็กรงขังแสนอุ่นที่หลอมละลายปีกของนกตัวน้อยไม่ให้โบยบินหนีไปไหนได้อีกตลอดชีวิต
เมลหนีไปจากคีทไม่ได้อีกแล้วครับคนดี... และคีทก็ไม่มีวันปล่อยเมลไปจากอ้อมแขนนี้ตลอดกาล