ช่างภาพหนุ่มพาหญิงสาวออกเดินไปเรื่อย ๆ เพราะจำได้ว่าที่พักของเธออยู่ห่างออกไปจากป้ายรถประจำทางนี้ไม่มากนัก
“ดื่มอะไรหน่อยมั้ย” อ็อตโต้เอ่ยปากถามขึ้นเมื่อเดินผ่านตู้กดน้ำอัตโนมัติ หญิงสาวเม้มปากเป็เส้นตรงแต่พยักหน้าเบา ๆเขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงหาเศษเหรียญหยอดและกดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีกรีเบา ๆ ออกมา2 กระป๋อง ยื่นให้เธอกระป๋องหนึ่ง ก่อนจะเปิดดื่มเองอีกกระป๋องหนึ่ง
ทั้งสองเดินจิบเบียร์มาเรื่อย ๆ จนมาถึงอะพาร์ตเม้นต์ของเธอหญิงสาวทรุดตัวลงนั่งตรงบันไดทางขึ้น ดึกแล้วอากาศเริ่มเย็นลง แต่เครื่องดื่มที่ผสม แอลกอฮอล์ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น ชายหนุ่มเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ เธอ
“ทำไมเขาทำกับฉันอย่างนี้” หญิงสาวเอ่ยปากตัดพ้อ ก่อนจะซบลงบนไหล่แข็งแรงของชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ แม้เครื่องดื่มจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เบาๆ แต่ก็สามารถทำให้คนที่ไม่เคยดื่มเมาได้เช่นกัน อ็อตโต้หันมองศีรษะได้รูปที่วางอยู่บนไหล่ของตัวเองกลิ่นหอมของแชมพูสระผมเขย่าหัวใจชะมัด
หญิงสาวสูดหายใจลึก ๆ รั้งน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา“เพื่อนฉันบอกว่าความรักเกิดขึ้นจากสมอง แต่ทำไมตอนนี้ฉันเจ็บที่ใจ”
“บางทีสิ่งที่คุณเจอ อาจจะไม่ใช่ความรักก็ได้” อ็อตโต้ออกความเห็นบ้าง
ทั้งสองนั่งอยู่ในความเงียบต่างตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง
อากาศที่เย็นลง ทำให้หิมะเริ่มโปรยปราย
“หิมะ” แล้วศีรษะได้รูปก็กระเด้งขึ้นจากไหล่กว้าง เมื่อเห็นเกล็ดหิมะปลิวมาตามลม ทำให้เ้าของไหล่กว้างสะดุ้งตามมองร่างบางที่วิ่งไปไล่จับเกล็ดหิมะอย่างงง งง
“ทำอย่างกับไม่เคยเห็น”ชายหนุ่มพึมพำ นี่เธอเป็ไบโพลาร์หรือเปล่านะ เดี๋ยวก็เศร้า เดี๋ยวก็ร่าเริงตามไม่ทันนะเว้ย
“ก็ไม่เคยเห็นนะซิ ฉันเป็คนไทยนะ แล้วก็มาอยู่ที่นี่ได้แค่ 4เดือนเท่านั้นเอง” หญิงสาวดูตื่นเต้นกับหิมะที่กำลังตกอยู่เอามือรองเกล็ดหิมะก่อนจะหยิบขึ้นมาดูใกล้ ๆ แล้วหยิบขึ้นมาชิม
“เฮ้ย !” ชายหนุ่มที่นั่งมองอยู่อุทานขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวที่วิ่งอยู่กลางหิมะทำพฤติกรรมแปลก ๆ
เธอหันมายิ้มให้เขา “เย็น ๆ เหมือนตอนขูดน้ำแข็งจากช่องฟรีซในตู้เย็นมากินเลย”
ชายหนุ่มหัวเราะกับความตื่นเต้นเกินเบอร์ของสาวชาวไทย ก่อนจะหยุดขำคิ้วเข้มขมวดหากัน เมื่อเห็นร่างบางยืนสงบนิ่งหลับตาลงท่ามกลางหิมะโปรยปรายมือทั้งสองข้างประสานกันอยู่ใต้คาง
“ทำอะไรของเขา”
สักพักร่างบางก็ลืมตาขึ้นหันมายิ้มให้เขา“อธิษฐานขอพรกับหิมะแรกไง” เธอบอกก่อนกลับมานั่งที่เดิม“คนเกาหลีมีความเชื่อว่าถ้าอธิษฐานขอพรจากหิมะแรกของฤดูแล้วจะสมหวัง”
ชายหนุ่มยิ้มขำคนไทยชัดๆ
“นายไม่เชื่อเหรอ”
“ไม่เชื่อ” เขาส่ายหัว ก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ในมือขึ้นดื่ม
“อย่าเพิ่มตัดสินซิว่ามันงมงาย ต้องลอง” หญิงสาวเขย่าหัวไหล่เขา
“ฉันอธิษฐานแล้ว ลองดูซิว่าจะเป็อย่างที่พูดหรือเปล่าฉัน...อยากพบรักแท้ก่อนอายุ 30”
“หือ” เขาหันมามองเธออย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูด นี้เธอจะสามสิบแล้วเหรอหน้าเด็กมาก
“ผู้หญิงพอเลย 30 ไปแล้ว ก็จะหาแฟนยากแล้ว ฉันนี่ก็ใกล้เต็มทีแล้วพลาดจากไอ้ไมค์เฮงซวยนั้นก็ไม่รู้จะมีใครเข้ามาในชีวิตอีก นายไม่ลองหน่อยเหรอ” ชายหนุ่มพยักหน้าไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเชื่อตามเธออาจเป็เพราะแววตาพราวราวกับพรายน้ำและรอยยิ้มสดใสนั้นมั้ง ที่ทำให้เขายอมเชื่อและทำตามเธอ
“อธิษฐานว่าอะไร” เพ้นท์หันมองเขาตาแป๋ว เมื่อเห็นชายหนุ่มค่อย ๆลืมตาขึ้นมาจากการอธิษฐาน
“ไม่บอก” เขาส่ายหน้า
“เชอะ ไม่อยากรู้หรอก” เธอผลักไหล่เขาเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้
“แต่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ดีเหมือนกันฉันจะได้ไม่กังวลถ้าฉันกับไมค์คบกันคงลำบากในการเจอกัน เพราะจะว่าไปแล้วเราสองคนอยู่กันคนละซีกโลกเลย”หญิงสาวบอกพลางยกเบียร์ขึ้นดื่มบ้าง
“ถ้ารักกัน ไกลแค่ไหนก็ต้องมาเจอกัน” เขาบอกตามความรู้สึกถ้าเขารักใครสักคนเขาก็ต้องตามไปอยู่ใกล้ ๆ เธอบอกเลยว่าระยะทางไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
“แต่มันเ็ปนะเพราะคนที่ไมค์มีอะไรด้วยคือเพื่อนร่วมห้องของฉัน ยายแคธรีนรู้มาตลอดว่าไมค์จีบฉันอยู่แต่นางก็ยังหักหลังฉัน”
“แต่คุณอย่าลืมว่าคุณกับไมค์ยังไม่ได้ตอบตกลงเป็อะไรกันเลยนะแล้วคุณก็นัดกับไมค์ว่าจะให้คำตอบในวันคริสต์มาส แต่คุณไปก่อนวันคริสต์มาส”
“นี่” เพ้นท์แหวเสียงสูง“ต่อให้ยังไม่เป็อะไรกัน แต่เมื่อกำลังจะขอฉันเป็แฟนก็ต้องซื่อสัตย์ต่อฉันสิต่อให้ยังไม่ถึงเวลาก็เถอะ เชอะ...นายเป็ผู้ชายเหมือนกัน นายก็พูดได้ซิ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นคุณต้องเข้าใจ ว่าไมค์เป็อเมริกันเขาไม่ถือเื่พวกนี้กันหรอก” เขาพยามจะอธิบาย
“แต่ฉันถือ”หญิงสาวชี้นิ้วมาที่ตัวเอง “ในเมื่อมีความคิดต่างกันขนาดนี้ก็อย่าคบกันเลยอยู่ไปก็เ็ปเปล่า ๆ”คราวนี้หญิงสาวกรอกเบียร์เข้าปากจนหมดกระป๋อง “นายก็ไปได้แล้ว ไม่อยากคุยด้วย เชอะผู้ชายยังไงก็เข้าข้างกันอยู่ดี” พลางผลักร่างสูงให้ออกห่างก่อนจะลุกเดินกระแทกเท้าขึ้นบันไดไป ช่างภาพหนุ่มมองตามอ้าปากค้างไม่ทันที่จะทักท้วงอะไร
ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเก็บกระป๋องเบียร์ของเธอและของเขาเดินไปทิ้งถังขยะซึ่งอยู่ข้างอะพาร์ตเมนต์ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นสูบอัดควันเข้าปอดลึก ๆ แล้วปล่อยควันขาวออกมายาว ๆล้อเล่นกับละอองหิมะที่ค่อย ๆ ตกหนักขึ้น
สักครู่เดียวเขาก็ได้ยินเสียงคนกำลังเดินวิ่งลงบันไดมาอย่างรีบเร่ง เมื่อหันไปตามเสียงพบหญิงสาวที่พึ่งไล่เขากลับบ้านวิ่งลงมาจากบันไดอะพาร์ตเมนต์พร้อมกับเสื้อโค้ตตัวใหญ่สีดำ
“หิมะมันตกนายไม่มีเสื้อโค้ตฉันเลยเอามาให้นายใส่”
ชายหนุ่มยังยืนงงก้มลงมองแจ็กเก็ตของตัวเองนึกในใจว่า ผู้หญิงตรงหน้าต้องเป็ไบโพลาร์แน่ ๆ
“นายน่าจะใส่ได้”เธอหยิบเสื้อโค้ตผ้าวูลมากางออกก่อนจะช่วยเขาสวม
“.....”
“ขอบคุณที่ช่วยกันทุกเื่เลย ต่อไปเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วเสื้อนี้นายเอาไว้เลยก็ได้นะมันใหญ่กว่าฉันไซซ์หนึ่ง เออ... มันเป็โค้ตมือสองนะ แต่สภาพมันยังดีอยู่แล้วก็อีกไม่กี่วันฉันก็จะกลับเมืองไทยแล้ว ที่นั่นฉันคงไม่ได้ใช้มันอีกแล้วแล้วก็ถือเป็การขอบคุณที่นายช่วยฉันไว้หลายอย่างเลย” เธอพูดไปพร้อมกับจัดปกเสื้อให้เขาไปด้วย ‘...อบอุ่นจัง ’
“ถ้าหากมีอะไรคุณก็ติดต่อฉันทางอีเมลได้นะ” เธอถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งก่อนจะสบตาเข้มที่จ้องมองเธออยู่อย่างไม่วางตา
“ลาก่อน”เธอโบกมือเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไป
เขายืนมองหญิงสาวเดินขึ้นบันไดไปก่อนจะขยับเสื้อโค้ตที่เธอเพิ่งสวมให้แม้มันจะเป็เสื้อโค้ตตัวใหญ่สำหรับเธอแต่ก็เป็เสื้อสำหรับผู้หญิงไม่ใช่เสื้อโค้ตสำหรับผู้ชายตัวสูงอย่างเขาไหล่ที่ล้ำขึ้นมานิดหนึ่ง กับแขนเสื้อที่ลอยเหนือข้อมือและความยาวเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย แต่ด้วยความหนานุ่มของเนื้อผ้าอย่างน้อยก็ทำให้เขากลับบ้านได้แบบไม่แข็งตายไปเสียก่อน และที่สำคัญกลิ่นหอม ๆ ที่เ้าของทิ้งไว้ยังติดอยู่ในเนื้อผ้าชวนให้อุ่นขึ้นเยอะเลย
นี่คงเป็การลาครั้งสุดท้ายแล้วสินะ เขาหันไปมองห้องที่คาดว่าน่าจะเป็ห้องของเธอเพราะยังเปิดไฟไว้
นับจากนี้ไปเขาและเธอ คงจะไม่ได้เจอกันอีก
นั่นก็หมายความว่าคำอธิษฐานต่อหน้าหิมะแรก...ไม่เป็ความจริงนะซิ
แต่หากว่า...สิ่งที่ขอไว้เป็จริงเขาคงต้องเดินทางไปกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกาหลีอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
ชายหนุ่มกดยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะเดินห่างออกไป
‘แล้วคุณล่ะ...เชื่อเื่ปาฏิหาริย์ไหม...’