เรือนร่างอรชรของดรุณน้อยนางหนึ่งนางกำลังปลูกแปลงผักกาดอย่างขยันหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน สายตาของนางมองแปลงผักแล้วค่อยๆหยอดเมล็ดผักลงหลุมไป
“เจียงซูซู เ้าทำงานเสร็จรึยัง”น้ำเสียงนี้เป็ของ อวี้จื่อบุตรสาวของหัวหน้าหมู่บ้าน เจียงซูซูพลันเงยหน้ามองสตรีเรือนร่างบางอย่างอวี้จื่อที่สวมชุดผ้าต่วนอย่างงดงามทั้งที่เป็แค่บุตรสาวของหัวหน้าหมู่บ้าน แต่ดันขโมยชุดของเจียงซูซูไปใส่
“ยัง” เจียงซูซูตอบสั้นๆ
อวี้จื่อพลันเบะปากนางหมั่นไส้คุณหนูตกอับอย่างเจียงซูซูเต็มที มาอยู่หมู่บ้านบนหุบเขาตั้งสามปีแล้วเจียงซูซูยังทำอะไรก็เชื่องช้าราวกับเต่าคลาน
“ถ้าทำไม่เสร็จ วันนี้งดข้าว” กล่าวจบอวี้จื่อสะบัดแขนเสื้อสาวเท้าออกไป
“คุณหนูดูนางสิเ้าคะกล้าทำเยี่ยงนี้กับท่านได้อย่างไร”อาเจียสาวใช้ที่นั่งหยอดเมล็ดพันธุ์ผักลงหลุมเอ่ยขึ้นอย่างหมั่นไส้
“เ้ายังไม่ชินอีกรึ สามปีมานี้ข้าชินเสียแล้ว” น้ำเสียงเศร้าเอ่ยขึ้น อาเจียได้แต่มองหน้าแล้วสงสารคุณหนูของตัวเอง
เื่ราวมีอยู่ว่าเมื่อสามปีก่อนมารดาของนางเป็ฮูหยินใหญ่แห่งจวนสกุลเจียง บิดาของนางเป็อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายนามว่าเจียงชิง มารดาของนางถึงแม้จะเป็ฮูหยินใหญ่แต่ทว่าก็ไม่เป็ที่รักของสามีเพราะบิดาของนางเทใจไปทางฮูหยินรองเสียมากกว่า มารดาของนางป่วยหนักฮูหยินรองกล่าวว่าร้ายเป็เพราะปานบนใบหน้าด้านซ้ายของนาง นำพาซึ่งหายนะสู่จวนตระกูลเจียงนับแต่นั้นมาเจียงซูซูก็ถูกส่งตัวมาที่หมู่บ้านในหุบเขาพร้อมสาวใช้อย่างอาเจีย
เจียงซูซูนับว่าเป็คุณหนูใหญ่สกุลเจียงสามปีมานี้ นางมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ นับว่ามีความลำบากเป็อย่างมากทั้งยังต้องปลูกผัก เก็บฟืน สองมือที่เคยงดงามบัดนี้มีแต่ความด้านชาเป็อย่างมากนางยังหวังว่าวันหนึ่ง บิดาจะมารับตัวนางกลับไปที่จวนสกุลเจียงอีกครั้ง
“คุณหนูกลับเรือนกับเถอะเ้าค่ะ”อาเจียเอ่ยขึ้นในที่สุดนางก็หว่านเมล็ดพันธุ์เสร็จเสียทีสองนายบ่าวเร่งเดินกลับเรือน
เรือนพำนักของพวกนางเป็เรือนไม้เก่าๆ จะพังเเหล่ไม่พังเเหล่ เจียงซูซูเคยขอให้หัวหน้าหมู่บ้านอย่างอวี้หัวมาเปลี่ยนหลังคาให้นางแต่ทว่าเขากลับบอกว่าไม่มีเงินทั้งที่หมู่บ้านแห่งนี้บิดาของนางอัครเสนาบดีเจียงเป็คนตั้งขึ้นพวกเขากลั่นแกล้งนางเกินไปแล้ว
เมื่อฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมาสองนายบ่าวได้แต่เพียงหากะลามังนับสิบใบวางไว้ตามจุดที่น้ำจะรั่วลงมา
“คุณหนู ทำไมพวกเขาถึงได้ใจร้ายกับพวกเราเพียงนี้”อาเจียเอ่ยอย่างทรมานใจ นับั้แ่มาอยู่นี้ ข้าวก็กินไม่อิ่ม นอนก็ไม่หลับ
ด้านเจียงซูซูเองก็พลันเหนื่อยล้าหากชาติหน้ามีจริง นางก็ให้ได้เกิดมางดงาม อย่าได้อัปลักษณ์เหมือนอย่างชาตินี้
“อาเจีย พวกเราหนีไปดีหรือไม่ ข้าไม่อยากจะทนอีกต่อไปแล้วสามปีมานี้ข้าทรมานเหลือเกิน ข้าโดนพวกเขารังแก ข้าจะกลับไปหาท่านตาที่แคว้นฉี”
“คุณหนู”อาเจียดวงตาทอประกายแห่งความดีใจขึ้นมา เจียงซูซูเพิ่งนึกได้ว่าญาติฝั่งสกุลมารดาของนาง คือสกุลเซี่ย เป็สกุลใหญ่ในแคว้นฉี เมืองหลวงหนานอันท่านแม่เคยเล่าให้นางฟังว่าท่านตาได้ทำการค้าพาณิชย์ที่ใหญ่คือการขายเกลือทั่วแว่นแคว้นมารดาของนางมีแซ่ว่า เซี่ยหนิง เป็บุตรสาวคนที่สามของสกุลเซี่ยนางพบรักกับเจียงชิงจากนั้นเจียงชิงก็สู่ขอนางจากสกุลเซี่ยท่านผู้เฒ่าเซี่ยไม่ค่อยชอบบุตรเขยต่างแคว้นนัก แต่ทว่าก็ต้องจำใจเมื่อบุตรสาวอันเป็ที่รักหลงใหลในตัวบุรุษแซ่เจียงผู้นี้เมื่อสามปีก่อนนายท่านเซี่ยได้ทราบว่าบุตรสาวอันเป็ที่รักเป็บ้าเสียสติไปจึงมาที่สกุลเจียงเพื่อขอตัวเซี่ยหนิงไปรักษา แต่ทว่าอัครเสนาบดีเจียงไม่ยอมจึงทำให้นายท่านเซี่ยโกรธมาก ที่เขากลับไปมือเปล่าไม่ได้บุตรสาวกลับไปด้วยนับแต่นั้นมาเจียงชิงก็บอกว่าจะไม่ต้อนรับคนสกุลเซี่ย
“ข้าตัดสินใจแล้ว ในเวลานี้คงมีแต่ท่านตาที่จะช่วยข้าได้” เจียงซูซูพลันตรองดีแล้วนางอยากจะมีชีวิตใหม่ขืนรอบิดามารับออกไปจากที่แห่งนี้ คงจะเป็ชาติหน้าเป็แน่แท้
“ว่าแต่คุณหนูจะไปตอนไหนเ้าคะ”
“คืนปีใหม่ทุกคนในหมู่บ้านต้องฉลองกัน ในตอนนั้นเ้าว่า คนในหมู่บ้านจะสนในพวกเรารึ”ถึงตอนนั้นพวกเขาคงเมามิได้สติ จะมาสนอะไรกับคุณหนูผู้ตกยากอย่างนางกันเล่าเจียงซูซูพลันยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
สายลมพัดมายามเย็นวันนี้คือวันขึ้นปีใหม่คนในหมู่บ้านต่างจัดงงานอย่างครื้นเครงอวี้ฮูหยินได้จ้างโรงงิ้วในเมืองไห่ชิงแคว้นแคว้นตงมาแสดงให้คนในหมู่บ้านได้ดูกัน
ทางด้านสองนายบ่าวอย่างเจียงซูซูกับอาเจียกำลังเตรียมสัมภาระที่จะหนีออกไปจากหมู่บ้านในคืนนี้ พวกนางทั้งสองค่อยๆย่องออกไปทางด้านหลังแต่ทว่า ต้องถูกจับได้เสียก่อน เพราะเสี่ยวจิ้งบ่าวรับใช้ของหัวหน้าหมู่บ้านกำลังตรวจตราอยู่นั้นบังเอิญเจอพวกนางทั้งสองกำลังลอดโพรงหญ้าออกไปจากหมู่บ้านกระนั้นสองนายบ่าวถูกจับตัวมาที่ลานหมู่บ้าน
ทุกคนในหมู่บ้านต่างสงสารชะตากรรมของคุณหนูใหญ่สกุลเจียงหัวหน้าหมู่บ้านปรายตามองพวกนางทั้งสองคนที่นั่งอยู่ลานเรือน
“เหตุใดเ้าจึงคิดหนีคุณหนูใหญ่”หัวหน้าหมู่บ้านพลันเอ่ยขึ้น
เจียงซูซูพลันจ้องตาหัวหน้าหมู่บ้านอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
“ข้าไม่้าอยู่ที่แห่งนี้”
“คุณหนูใหญ่ เ้าคิดหนีเป็ความคิดที่โง่เขลาโดยแท้ อีกไม่กี่วันเ้าก็จะได้เป็เ้าสาวแล้ว”คำพูดประโยคนี้ อวี้ฮูหยินเป็คนเอ่ยขึ้น
เจียงซูซูกับอาเจียพลันสบตากัน
“หมายความว่าอย่างไร”
“หมายความว่าฮูหยินรองส่งจดหมายมาให้เ้าออกเรือนไปได้ไงเล่า” อวี้จื่อเอ่ยขึ้นอย่างสาแก่ใจเมื่อสามวันก่อนคนสกุลอวี้ได้รับจดหมายจากฮูหยินรองสกุลเจียงให้เจียงซูซูพลันแต่งออกเรือนไปได้
“ข้าไม่แต่ง”
“หญิงอัปลักษณ์อย่างเ้า สามารถปฏิเสธได้ด้วยรึ”อวี้จื่อเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยี่หระ อับปลักษณ์ปานหน้าดำครึ่งซีกซ้ายดีแค่ไหนแล้วยังอุตส่าห์มีคนแต่งงานด้วย แต่ละคนต่างมองเจียงซูซูอย่างสงสาร
เจียงซูซูไม่คิดเลยว่าแค่ใบหน้าด้านซ้ายของนางมีปานใหญ่จะทำให้นางเป็ตัวตลกขบขัน ทำไม์ถึงได้ให้นางเกิดเป็สตรีมีใบหน้าเยี่ยงนี้
“เ้ากล้าว่าคุณหนูของข้า อย่างนั้นรึดีร้ายอย่างไร นางก็เป็เ้านายของพวกเ้านะ”อาเจียเอ่ยขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราดในฐานะบ่าวนางไม่ยอมให้คนพวกนี้ดูถูกคุณหนูของนางเป็อันขาด
กระนั้นเมื่ออาเจียเอ่ยกล่าวจบเสียงขบขันก็ดังขึ้น ราวกับพวกเขาดูละครงิ้วฉากเด็ดกันอยู่หัวหน้าหมู่บ้านอยากจะขำให้ฟันร่วง
เ้านายอย่างนั้นรึเ้านายอะไรจะตกอับถึงเพียงนี้
“เอาตัวไปขังในห้องเก็บฟืนเมื่อถึงวันแต่งค่อยนำตัวนางออกมา” สิ้นเสียงหัวหน้าหมู่บ้านสองนายบ่าวถูกลากตัวไปห้องเก็บฟืนทันที
ห้องเก็บฟื้นที่อับชื้นกลิ่นเหม็นราวกับหนูตายนับสิบตัวอยู่ในนั้นทำให้พวกนางทั้งสองแทบอ้วกพุ่งเจียงซูซูในตอนนี้สมองขบคิดแต่เื่ออกเรือน นี้ฮูหยินรองจะใจร้ายเกินไปแล้วนะให้นางแต่งออกเรือนเื่นี้ไม่รู้ว่าบิดาของนางเห็นดีเห็นงามด้วยหรือไม่
“คุณหนู บ่าวกลัวเ้าค่ะ หนูๆ” อาเจียเอ่ยขึ้นอย่างหวาดกลัวสาวใช้นั่งเขย่าแขนเจียงซูซู
“อาเจีย อยู่เงียบๆข้ากำลังใช้ความคิดอยู่”เจียงซูซูขบคิดนางจะออกไปจากโชคชะตาอันโหดร้ายเยี่ยงนี้ไปได้อย่างไรคืนนั้นทั้งคืนสองนายบ่าวนอนไม่หลับเพราะเสียงหนูร้องดังอี๊ดๆ