เพื่อเป็การกระตุ้นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่สาม ผลการทดสอบรายเดือนของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของเมืองสตาร์ซิตี้จะถูกโพสต์ที่กระดานข่าวของโรงเรียนซึ่งระบุคะแนนห้าร้อยอันดับแรกของผลการทดสอบรายเดือนในขณะที่โรงเรียนยังให้รางวัลอย่างใจกว้า เป็เงินสดสำหรับผู้ทำคะแนนสูงสุดหนึ่งร้อยคนแรก รางวัลสำหรับผู้ทำคะแนนสูงสุดคือหนึ่งหมื่นหยวนในขณะที่อันดับสองและสามจะได้รับหกพันหยวน อันดับสี่ถึงหกเป็สามพันหยวน อันดับเจ็ดถึงสิบเป็หนึ่งพันหยวนอันดับสิบเอ็ดถึงห้าสิบเป็ห้าร้อยหยวน และอันดับห้าสิบเอ็ดถึงหนึ่งร้อยจะได้หนึ่งร้อยหยวน
หลังจากได้ยินเสียงระฆังเลิกเรียนดัง นักเรียนทุกคนไม่รีบวิ่งไปที่โรงอาหารแต่กลับมารวมตัวกันที่หน้ากระดานข่าวของโรงเรียน นักเรียนที่รวมตัวกันอยู่หน้ากระดานข่าวของโรงเรียนไม่ได้มีเฉพาะนักเรียนชั้นปีที่สามเท่านั้นแต่ยังเป็นักเรียนปีที่สองที่้าเห็นคะแนนของรุ่นพี่ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะสามารถทำความคุ้นเคยกับชื่อที่สดใสและแพรวพราวเ่าั้แต่ความสำเร็จเ่าั้ก็กลายเป็เป้าหมายและแรงจูงใจสำหรับพวกเขา
"ว้าว นี่เป็คะแนนสูงสุดของการทดสอบรายเดือนจริงๆ มีคะแนนถึงเจ็ดร้อยสิบสองคะแนน ดวงตาของฉันไม่ได้ฝาดใช่ไหมเนี่ย"
"ผลการสอบของหยานเจียงดีขึ้นจริงๆ เขาเป็คนที่สมควรค่าแก่การเป็นักเรียนชั้นนำของโรงเรียน ถ้าเขาสามารถมีคะแนนระดับนี้ในการสอบเข้าวิทยาลัย เขาอาจได้รับอนุญาตให้เลือกมหาวิทยาลัยชิงฮวาหรือมหาวิทยาลัยจูมู่ใช่หรือไม่"
"ไม่ใช่! แต่ว่าคะแนน้าไม่ใช่หยานเจียงแต่เป็ชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นเคย พูดถึงเื่นี้... ใครรู้บ้างว่า ถังซิ่ว คือใคร เขาเป็ใครเหรอ ฉันไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเขา แต่คะแนนของเขาสูงกว่าของหยานเจียงถึงเจ็ดสิบเก้าคะแนน!"
...
คะแนนที่ดีที่สุดในรายชื่อนั้นเป็ที่สะดุดตามากที่สุดและเป็จุดที่ทุกคนกังวลมากที่สุด เมื่อนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนพบว่าผลการทดสอบรายเดือนของหยานเจียง ซึ่งเป็ผู้ทำคะแนนสูงสุดมาเป็เวลานานได้ถูกแทนที่โดยคนอื่นอย่างกะทันหัน ทุกคนก็คิดว่าตาของพวกเขาต้องมีปัญหาแน่ๆ การที่คะแนนดีดตัวขึ้นนั้นเป็ไปได้ แต่สำหรับการดีดตัวของคะแนนของคนที่ไม่เคยแม้แต่จะมีชื่ออยู่ในสิบอันดับแรกมาก่อนนี้ สร้างความประหลาดใจและความสงสัยให้คนจำนวนมาก
"ฉันรู้จักถังซิ่ว เขามาจากห้องห้าของเรา เขาเป็ผู้ที่ทำคะแนนสูงสุดในการสอบเข้าโรงเรียนของเราและเก่งในการสอบต่างๆและการแข่งขันอย่างยอดเยี่ยม เขานั้นเป็ที่หนึ่งในทุกวิชา"
"เฮ้! ถังซิ่วนั้นเห็นได้ชัดเจนว่ามาจากห้องสิบ นายไม่เห็นหรือว่าข้อความนี้เขียนว่าห้องสิบน่ะ เขาจะเกี่ยวข้องกับห้องห้าได้อย่างไร"
"สมองของถังซิ่วไม่ได้รับความเสียหายหรือ เขาจู่ๆจะโผล่ออกมาทันทีทันใดนี้ได้อย่างไร อาจเป็ไปได้ไหมที่ข่าวลือดังกล่าวไม่ถูกต้องและถังซิ่วทำตัวเป็เหมือนหมูที่จะกินเสือใน่สองปีที่ผ่านมาและตั้งใจเปิดตัวในการทดสอบนี้"
นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้เื่สถานการณ์ของถังซิ่ว แต่บางส่วนของพวกเขานั้นรู้ดีเป็อย่างมากโดยเฉพาะห้องห้าและห้องสิบเป็คนที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับถังซิ่วดีเป็อย่างยิ่ง เมื่อนักเรียนจากทั้งสองชั้นเห็นว่าคะแนนของถังซิ่วนั้นมีคะแนนถึงเจ็ดร้อยสิบสองคะแนนจริงๆ นอกเหนือจากความประหลาดใจ พวกเขารู้สึกชื่นชมและรักเขา
"ไม่เป็ไปไม่ได้! ถังซิ่วไม่สามารถมีคะแนนสูงในการทดสอบได้ คะแนนของเขาเป็เท็จอย่างสิ้นเชิง!"
ดวงตาของหยานเจียงเปลี่ยนเป็สีแดงในขณะที่เขาจ้องที่ชื่อถังซิ่วและคะแนนของเขาพร้อมก็ะโอย่างฉับพลัน
"เฮ้ หยานเจียง ยอมรับชะตากรรมของนายได้แล้วมั้ง ถ้าลูกพี่โกงการทดสอบรายเดือนจริง เ้าฮู่นั้นต้องะโออกมาเป็คนแรกแล้ว แต่ฉันอยากจะบอกนายสิ่งหนึ่ง เมื่อเช้านี้ลูกพี่ถูกเรียกไปยังห้องประชุมเพื่อทดสอบใหม่ หลังจากการสอบครั้งนั้นผลลัพธ์ของเขาได้รับการยอมรับจากอาจารย์ใหญ่และครูทั้งหมดดังนั้นคะแนนของเขาจึงเป็ความจริงและถูกต้อง"
เมื่อคำพูดของหยานเจียงเพิ่งจบลง เสียงหัวเราะก็ใกล้เข้ามา มันคือหยวนชูหลิงที่ยืนอยู่ข้างหลังหยานเจียง
ถังซิ่วไม่ปิดบังเื่ที่เขาถูกเรียกตัวไปที่ห้องประชุมเพื่อสอบใหม่ เขาบอกกับหยวนชูหลิงและเฉิงเยี่ยนหนาน ถึงแม้ว่าในขณะนั้นหยวนชูหลิงและเฉิงเยี่ยนหนานไม่เชื่อสิ่งที่ถังซิ่วพูดเอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้นคือเื่ที่เขาจะได้คะแนนสูงถึงเจ็ดร้อยสิบสองคะแนนแต่แล้วพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับความเป็จริงนี้อย่างช้าๆ
ครูเกือบทุกคนที่สอนห้องสี่ให้การสรรเสริญถังซิ่วเป็อย่างมาก ครูบางคนได้เชิญให้เขายืนบนแท่นโพเดียมเพื่ออธิบายคำถามการสอบวัดระดับรายเดือนในแต่ละข้อ แม้ว่าผลการเรียนของนักเรียนห้องจะแย่กว่าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็เพราะพวกเขาไม่ให้ความสำคัญหรือไม่ใส่ใจมากนักในการศึกษาของพวกเขาแต่ก็เกิดจากปัญหาด้านไอคิวเท่านั้น
ถ้ามีครูเพียงคนเดียวที่แสดงความปรารถนาดีต่อถังซิ่ว ก็อาจจะถือได้ว่าเป็อุบัติเหตุเท่านั้น หากมีครูสองคนที่แสดงความปรารถนาดีต่อถังซิ่วแล้วก็สามารถเข้าใจได้ว่าเป็เพียงเื่บังเอิญเท่านั้น แต่เมื่อครูทุกคนดีต่อถังซิ่ว นั่นมีเพียงความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียว ผลงานทางด้านวิชาการของถังซิ่วทำให้ครูเหล่านี้รู้สึกประทับใจจนทำให้พวกเขายอมรับถังซิ่วอย่างแท้จริงจากใจของพวกเขา
"หลังจากที่ความสามารถที่สูงเสียดฟ้าของลูกพี่ได้ลดลง นายคิดจริงๆ หรือว่าความสามารถที่แท้จริงของเขาได้ลดลง นายรู้อะไรไหม เขาแค่รู้สึกเบื่อกับการสอบและการแข่งขันทั้งหมดและเลิกไป! เขาจงใจซ่อนความสามารถที่แท้จริงของเขาด้วยการนิ่งเฉยต่อการสอบ แต่เขาไม่ได้คาดหวังว่า แม้ว่าเขาจะให้ตำแหน่งที่หนึ่งกับแกแต่แกมันไม่รู้จักคำว่าขอบคุณ แกเอาแต่ดูถูกเขามากเกินไป ดีจริงๆ ฉันเองก็อยากจะเห็นลูกพี่เริ่มแสดงความสามารถเช่นเดียวกับตอนนี้เหมือนกัน แกจะเอาอะไรมาเปรียบเทียบกับลูกพี่ของฉัน แกมันไม่มีอะไรดีด้วยซ้ำ!"
"ทั้งแกหรือว่าเ้าฮูนั้นมันโง่จริงๆ ลูกพี่ตั้งใจจะแสดงความสามารถที่แท้จริงของเขาในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย สุดท้ายแล้วพวกแกทั้งสองเป็คนเริ่มที่จะก้าวร้าว ไม่เพียงแต่แก้าที่จะไล่ลูกพี่ออกจากห้องห้าแต่ยัง้าที่จะไล่เขาออกจากโรงเรียน ดังนั้นลูกพี่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการแสดงความแข็งแกร่งของเขาจริงๆ ปล่อยให้สุนัขอย่างแกได้แหกตาและเรียนรู้ที่จะระมัดระวังในภายหลังว่าแกจะต้องไม่มองคนอื่นด้วยจิตใจแคบๆ!"
...
เมื่อเห็นการแสดงออกที่โง่งมของหยานเจียง หัวใจของหยวนชูหลิงรู้สึกยินดีอย่างมาก เขาไม่ได้รอหยานเจียงตอบและพ่นคำด่าออกมาดั่งปืนกล เขาระบายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเก็บฝังไว้ในใจเป็เวลานานออกมาทั้งหมด หันหน้าไปทางคำหยาบคายจากหยวนชูหลิง หยานเจียงอยากตอบโต้เขาสักสองสามคำหรือแม้แต่้าที่จะชกหน้าของอีกฝ่ายแต่หยานเจียงได้รับการรู้มานานแล้วและรู้ว่าเขาไม่สามารถเอาชนะคำพูดของหยวนชูหลิงได้ด้วยผลลัพธ์ของการสอบได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
หากว่าพูดถึงเื่การชกต่อย ตัวเขาเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่มีค่าพอจะเป็เล็บขบของหยวนชูหลิงเสียด้วยซ้ำ
"คนที่ได้อันดับที่หนึ่งคือถังซิ่ว ไม่ใช่แก แกคิดว่าแกเป็ใครถึงได้มาทำอวดเก่ง ห๊ะ"
หลังจากที่ได้กวาดตามองไปรอบๆ และพบว่าถังซิ่วไม่ได้อยู่ใกล้กระดานประกาศคะแนน เขารีบหันหลังกลับมาะโใส่หยวนชูหลิง
"ฉัน... ถังซิ่วนั้นเป็ลูกพี่ของฉัน ทำไมฉันจะไม่สามารถมีความสุขในนามของเขาได้ล่ะ!"
ประโยคของหยานเจียงได้ทำให้หยวนชูหลิงสะอึกและไม่สามารถที่จะตอบได้ ในขณะที่หลังของหยานเจียงกำลังหายไปในฝูงชนแล้วเขาก็สามารถที่จะเสียงคำรามเสียงฝ่าฝูงชนไป
ซูเชียงเฟย์ผู้ซึ่งอยู่ในฝูงชนสามารถได้ยินเสียงโต้ตอบระหว่างหยวนชูหลิงกับหยานเจียงได้อย่างชัดเจนพร้อมใบหน้าของเขาที่เปลี่ยนไปอย่างไม่น่าดู
เมื่อเช้านี้ เมื่อประกาศผลรายชื่อยังไม่ได้เริ่ม ซูเชียงเฟย์ได้รู้แต่แรกแล้วว่าถังซิ่วนั้นได้รับคะแนนสูงสุดในการทดสอบรายเดือนนี้ เช้านี้สำหรับเขานั้นเป็เพียงแค่การทรมานเขาเท่านั้นเพราะคนที่เคยอยู่ข้างกายของเขากำลังตีตัวออกห่างเขาและไปรวมกันอยู่กับถังซิ่วและหยวนชูหลิง
ครูที่เดิมทีมักที่จะเอ็นดูเขากลับดูเหมือนลืมการมีตัวตนของเขาไปแล้วพร้อมให้ความสนใจไปที่ถังซิ่ว ถึงแม้ว่าถังซิ่วและเขาหยวนชูหลิงจะไม่เคยเยาะเย้ยหรือล้อเลียนเขาแต่ว่าสายตาของนักเรียนคนอื่นนั้นทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายและไม่สบายใจ เขาไม่เคยรู้สึกว่าการนั่งในชั้นเรียนเป็เื่ที่น่าสังเวชเช่นนี้มาก่อน
วันนี้จะเป็วันที่ถังซิ่วเปล่งแสง วันนี้เป็วันเดียวกันกับที่นักเรียนของโรงเรียนสตาร์ซิตี้จำนวนมากไม่สามารถลืมได้
"ฮ่าๆ เป็อย่างที่ฉันเคยพูดไว้ว่าลูกพี่ของฉันไม่ได้เป็คนธรรมดา ลองดูสิ นายลองดูสิ ลูกน้องที่เป็คนรวบรวมข้อมูลของนายด้อยกว่าของฉัน"
ภายในรีสอร์ตริมสระน้ำทางตะวันตก หลงเซ้งหลินกำลังหัวเราะเสียงดังหลังจากได้รับข้อความแล้วส่งโทรศัพท์มือถือไปให้ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆเขา
"เจ็ดร้อยสิบสองคะแนนและอันดับสูงสุดสำหรับการทดสอบรายเดือนที่โรงเรียนสตาร์ซิตี้... แต่สิ่งนี้จะอธิบายอะไรได้ อย่างมากก็สามารถอธิบายได้ว่าผลงานทางวิชาการของเขาโดดเด่น นายคิดว่าเด็กเรียนเหมือนเขาจะสามารถช่วยให้เราสามารถหยุดไอ้ลูกคนรวยเ่าั้ที่้าคว้าหมู่บ้านหินล้อมนั้นได้หรือไม่"
หลงเซ้งหยูอ่านข้อความบนโทรศัพท์มือถือและพูดด้วยความไม่พอใจ
"พี่ พี่จะเชื่อผมสักครั้งได้ไหม ความสามารถในการสังเกตการณ์และการใช้เครื่องจักรของถังซิ่วนั้นมีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง อย่าพูดถึงไอพวกลูกคนรวยที่สามารถตรวจพบหมู่บ้านหินล้อมนั้นได้ด้วยโชคพวกนั้นได้เลย พี่สามารถหานักพนันจากคาสิโนอื่นๆในเมืองสตาร์ซิตี้เพื่อช่วยพี่ได้ไหมล่ะ"
เมื่อเห็นว่าพี่ชายคนโตของเขาไม่สามารถชักชวนใครได้ หลงเซ้งหลินก็กังวลอย่างมาก
หลังจากที่ได้ยินว่าน้องชายพูดเช่นนั้นก็ทำให้หลงเซ้งหยูได้แต่เงียบไปเท่านั้น
ตระกูลหลงเริ่มต้นธุรกิจในการทำอาหารและเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้รับความสนใจในธุรกิจนี้เป็เวลาห้าสิบปี ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของตระกูลหลงได้ทั้งจังหวัดฉวนชิง อย่างไรก็ตามใน่สองปีที่ผ่านมาเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีซึ่งส่งผลต่อการลดผลกำไรของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ตระกูลหลงจึงเริ่มปฏิรูปตลาดแล้วจึงมุ่งขยายธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มไปสู่การท่องเที่ยว หลังจากสำรวจตลาดเสร็จสิ้นและการวิจัยและการศึกษาภาคสนาม ตระกูลหลงได้กำหนดเป้าหมายสถานที่ห่างจากเมืองหลักห้าสิบกิโลเมตรที่เรียกว่าหมู่บ้านหินล้อม
อย่างไรก็ตาม ตระกูลหลงไม่มีเวลามากพอที่จะเริ่มดำเนินการตามแผนของพวกเขาที่หมู่บ้านหินล้อม ในขณะที่ข่าวก็มาถึงว่าจังหวัดฉวนชิงจะรวมพื้นที่ชนบทและเมืองโดยรอบและยังรวมถึงหมู่บ้านหินล้อมด้วย ซึ่งมีวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นกว่าหกร้อยปี และแนวธรรมชาติของจุดชมวิวที่มีชื่อเสียง หลังจากข้อมูลนี้แพร่กระจายไปแล้วไอ้พวกลูกคนรวยในจังหวัดฉวนชิงผู้ซึ่งได้รับข่าว พวกเขาตอบรับการร่วมมือนี้อย่างรวดเร็วและรีบมุ่งไปที่หมู่บ้านหินล้อมเพราะ้ามีส่วนแบ่งในที่นี้
พวกลูกคนรวยเหล่านี้ไม่มีความมั่นใจในการพัฒนาหมู่บ้านหินล้อม อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พวกเขารู้ว่าตระกูลหลงได้จับจ้องพื้นที่นี้ ทำให้ความมั่นใจของพวกเขาเต็มเปี่ยมเนื่องจากตระกูลหลงได้ลงทุนในโครงการสร้างรายได้นี้ใน่สองสามปีที่ผ่านมา ตระกูลหลงจึงรู้สึกว่าไม่ได้คาดการณ์ผิดไปถึงขนาดที่ว่าพื้นที่พัฒนาการลงทุนนั้นเป็ของตระกูลหลงด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอิทธิพลที่ตระกูลหลงมีในจังหวัดฉวนชิงและตระกูลหลงเองก็เป็คนเพ่งเล็งหมู่บ้านหินล้อมนี้คนแรกจึงทำให้เ้าพวกลูกคนรวยพวกนั้นไม่กล้าที่จะแย่งชิงหมู่บ้านหินล้อมไปจากตระกูลหลงโดยใช้กำลังแต่กลับร่วมมือกันกดดันและจบลงที่การพนัน ใครก็ตามที่ชนะการพนันก็จะได้สิทธิ์ในการและจัดการเกี่ยวกับหมู่บ้านหินล้อม
เกี่ยวกับการแข่งขันแย่งหมู่บ้านหินล้อมนี้ ได้ถูกนำมาใช้เป็การทดสอบเพื่อส่งเสริมผู้สืบทอดจากรุ่นเยาว์ ดังนั้นผู้าุโหลายคนไม่ได้เข้าไปยุ่งและปล่อยให้คนรุ่นที่สองเหล่านี้ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง หลงเซ้งหยูนั้นเป็คนก้าวร้าวและมีความทะเยอทะยาน นี่เป็ครั้งแรกที่เขาต้องรับผิดชอบการพัฒนาโครงการซึ่งเป็เหตุผลที่เขาไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเขาจะจัดการกับคนอื่นๆที่จะร่วมมือกันแย่งโครงการนี้ไปจากเขาอย่างไร เมื่อเผชิญหน้ากับหลุมพรางที่ถูกจัดวางอย่างรอบคอบโดยคนเ่าั้ก็ทำให้เขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะถูกไล่ต้อนเข้าสู่ทางตันเช่นนี้ เมื่ออยู่ภายใต้ความสิ้นหวังและไม่มีทางเลือกใดๆเขาจึงหันไปหาน้องชายตัวแสบของเขาเพื่อขอความช่วยเหลือ
่เวลาในอดีตที่ผ่านมาที่ได้อยู่ใกล้กับน้องชายตัวแสบของเขาก็ทำให้เขารู้ว่าน้องชายของเขาขาดความชัดเจนและตอนนี้ยังกล้าแนะนำเด็กนักเรียนธรรมดาๆให้กับเขาอีก นี่ทำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจเกี่ยวกับสิทธิ์ในการหมู่บ้านหินล้อมเสียยิ่งกว่าเก่า