อาฉาไม่เคยนั่งห้องน้ำนานขนาดนี้มาก่อน
เข้าไปประมาณตีสี่ครึ่ง แต่นั่งจนเกือบหกโมงเช้า ก้นแทบฉีกแล้ว มันก็ยังคาอยู่อย่างนั้น ข้างในมีอะไรอยู่แท้ๆ แต่ดันติดแหง็กไม่ยอมออกมา
ท้องไส้ปั่นป่วนส่งเสียงโครกครากดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางออกเหมือนถูกอุดไว้ ต่อให้กองทหารม้าเรือนหมื่นข้างในควบตะบึงฮึกเหิมแค่ไหน แม้แต่ตดก็ยังเล็ดลอดออกมาไม่ได้ สุดท้ายอาฉาเลยยอมแพ้ เลิกพยายามต่อ ดึงกระดาษเช็ดก้นลวกๆ แล้วใส่กางเกงเดินออกจากห้องสุขา
หกโมงเช้า นักเรียนหอกว่าครึ่งยังนอนกันอยู่ อาฉาออกมาเดินเตร็ดเตร่ข้างนอกอย่างเบื่อๆ ด้านนอกหอพักเป็ป่าละเมาะกินเนื้อที่กว้างขวาง ปลูกต้นไม้ไว้หร็อมแหร็มแค่พออาศัยบังแดดได้
มองออกไปจากป่าจะเห็นสนามกีฬาของโรงเรียน ถัดออกไปคืออาคารเรียน มิน่าล่ะ จนสายป่านนี้แล้วยังไม่มีนักเรียนลุกขึ้นมาซะที่ ที่แท้เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องเรียนแล้ว อยู่หอนี่สะดวกสบายจริงๆ
เดินเล่นข้างนอกอยู่ร่วมชั่วโมง พอเจ็ดโมงเช้า เสียงนาฬิกาปลุกในหอพักก็ดังรับกันเป็ทอดๆ อย่างต่อเนื่อง อาฉาโต๋เต๋ต่ออีกสักพักก็เดินกลับเมื่อเห็นว่าถึงเวลาอันควร
นับั้แ่ก้าวเข้ามาในหอ เขารับรู้ได้ว่าสายตามากมายมองมาที่ตนเป็จุดเดียว
เป็เพราะใส่ชุดนอนเด่นเกินไปหรือเปล่า อาฉาเดินไปเรื่อยๆ เห็นได้จากทางหางตาว่าบางคนเอียงหัวไปซุบซิบอะไรกันก็ไม่รู้
ทันใดนั้นเขาก็เซหัวทิ่มเพราะสะดุดโดนอะไรเข้า เลยล้มคะมำไปข้างหน้าทั้งตัว แล้วกระแทกพื้นดัง ‘โครม’ สนั่นหวั่นไหวจนอาคารไม้เก่าแก่ะเื
ตรงด้านข้างของเขา เท้าข้างหนึ่งถูกชักกลับไป จากนั้นคนที่อาฉาไม่รู้จักด้วยซ้ำก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เสียงปิดปากแอบหัวเราะคิกคักดังขึ้นรอบตัว จากนั้นกลุ่มคนมุงก็แยกย้ายไปบ้าง
อาฉาสูดหายใจลึกๆ เพื่อสะกดโทสะ เขาอยู่มาจนอายุปูนนี้แล้ว ไม่ใช่เื่เลยที่จะไปทะเลาะกับเด็ก เอาคืนไม่ได้ก็เอาคืนไม่ได้ไปสิ ถึงอย่างไรก็ไม่บุบสลายตรงไหน เพราะฉะนั้นก็ช่างหัวมันเถอะ
เขายันตัวขึ้นจากพื้นไม้ขรุขระ แล้วลองเอาเท้าย่ำทีหนึ่ง ััได้ว่าเนื้อไม้ข้างในถูกปลวกกินจนพรุนเต็มทีแล้ว อันตรายเอาการทีเดียว ลองมองไปตามความยาวของระเบียงก็พบว่ามีอยู่สองสามจุดที่ดูผุๆ ชนิดแค่ย่ำแรงๆ ทีเดียวอาจร่วงตกลงไปข้างล่างเลยก็ได้
ตอนที่กลับเข้ามาในห้องไห่เยวียน เ้าของห้องทั้งสองยังนอนไม่ตื่น
อาฉาเดินออกไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วกลับเข้ามาอีกรอบ หยิบเครื่องแบบนักเรียนของเจ๋อฟางมาทาบตัวส่องกระจกว่าควรต้องใส่อย่างไร กว่าจะสวมเสื้อกับกางเกงเสร็จก็เหงื่อแตกเต็มหน้าผาก
เขาถือเนกไทสีน้ำเงินเข้มเดินไปเขย่าตัวไห่เยวียนที่กำลังหลับสนิทให้ตื่น
“อะไรของนาย” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วขณะถูกฉุดให้ลุกขึ้นนั่ง
“ไอ้นี่ต้องทำยังไง” อาฉาส่งเนกไทไปให้
“ก็แบบนี้ไง” ไห่เยวียนอารมณ์บูดสนิท เพราะดันถูกปลุกตอนกำลังหลับสบาย เขาดึงเนกไทมาพันรอบคออาฉา แล้วจับชายไขว้กันรั้งรัดจนแน่น
“โอ๊ยยยย...” อาฉาตบหัวฝ่ายตรงข้ามโดยแรง
ไห่เยวียนเบี่ยงหัวหลบ เนกไทพลอยคลายออกไปด้วย
“เหยด ถ้าฉันขาดใจตายขึ้นมาจะทำไงนิ!” อาฉาหอบหายใจ
เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนหลับต่ออย่างไม่แยแส
ปรากฏว่าไห่เยวียนนอนจนคนทั้งหอไปเรียนกันหมด และธงชาติก็ถูกชักขึ้นเสาเรียบร้อยแล้ว อีกแค่ห้านาทีจะถึงเวลาเข้าเรียน เ้าตัวถึงค่อยลุกจากเตียงอย่างอ้อยอิ่ง
เด็กหนุ่มสะพายกระเป๋าหนังสือ ผูกเนกไทให้อาฉา จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปที่ตึกเรียนด้วยกันช้าๆ
++++
คาบแรก วิชาภาษาจีน
จนอาจารย์มาถึงแล้ว ทั้งสองถึงเพิ่งจะเข้าห้องเรียน
อาฉาแบกความกระวนกระวายด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามไม่หยุด เขามองโต๊ะเก้าอี้ในห้อง ไม่รู้ว่าตัวเองควรนั่งตรงไหน
“เสี่ยวเยวียน ที่นั่งฉันอยู่ไหนนิ” เขาถาม
ไห่เยวียนชี้ไปยังโต๊ะแถวสุดท้ายใกล้ถังขยะ
อาฉาเดินไปที่โต๊ะตัวนั้นอย่างหวาดๆ วางกระเป๋าหนังสือ แล้วทักทายเพื่อนนักเรียนรอบด้าน จากนั้นก็หยิบหนังสือเรียนทั้งหมดออกจากกระเป๋า
เขาไม่รู้ว่าคาบนี้เรียนวิชาอะไร ดังนั้นเพิ่งจะหย่อนก้นลงนั่ง ก็ต้องทะลึ่งตัวลุกขึ้นมาดูว่าหนังสือบนโต๊ะเพื่อนที่นั่งข้างหน้าปกสีอะไร ความเคลื่อนไหวพรวดพราดทำให้เพื่อนนักเรียนข้างๆ ถึงกับสะดุ้ง
เมื่อดูจนแน่ใจแล้ว อาฉาก็หยิบหนังสือเรียนออกมาเปิดอย่างเบิกบาน
เขามองไปทางไห่เยวียนที่นั่งแถวแรกติดประตูหลังห้อง แล้วพบว่าฝ่ายนั้นฟุบลงไปนอนครอกฟี้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
“ทีนี้เปิดไปที่หน้าเจ็ดสิบแปด...” อาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียนเริ่มการสอน ไม้เรียววางอยู่บนโต๊ะ เหลือบมองไห่เยวียนแค่แวบเดียวก็เบนสายตากลับไปหาหนังสือเรียนใหม่
“นักเรียนที่นั่งเลขที่สามสิบแปด ลุกขึ้นมาอ่านย่อหน้านี้ซิ” อาจารย์เรียกพลางเคาะไม้เรียว
“เซี่ยเจ๋อฟาง อาจารย์เรียกนายแน่ะ!” คนข้างๆ ถีบโต๊ะเขาทีหนึ่ง
จากที่กำลังดื่มด่ำอิ่มใจกับการมีหนังสือเรียน ถึงขั้นเป็ปลื้มจนแทบหน้ามืด อาฉาได้สติกลับมาทันควัน รีบลุกพรวดขึ้นยืน มองหนังสือเรียนที่อ่านไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว จากนั้นก็มองอาจารย์อย่างกลัดกลุ้ม แล้วมองหนังสือเรียนอีกครั้ง
“อ้าว เธอหรอกหรือ เซี่ยเจ๋อฟาง” อาจารย์ทำท่าใเมื่อพบว่านักเรียนที่เรียกคือเขา
อาฉาพยักหน้า
“งั้นนั่งลงก่อนเถอะ!” อาจารย์ภาษาจีนแสดงสีหน้าห่วงใย “ร่างกายดีขึ้นบ้างหรือยัง ถ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนละก็ ให้รีบบอกอาจารย์ทันทีเลยนะ อาจารย์จะได้ให้เธอไปห้องพยาบาล”
อาฉาพยักหน้าอีกครั้ง อันที่จริงเขาไม่รู้เลยสักนิดว่าอาจารย์คนนี้กำลังพูดอะไรอยู่
“นักเรียนทุกคน เร็วๆ นี้ทางบ้านของเซี่ยเจ๋อฟางเกิดเื่ขึ้นนิดหน่อย ตัวเขาเองก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ทุกคนต้องใส่ใจเขาให้มากๆ นะ”
คำพูดของอาจารย์เรียกเสียงฮือฮาให้ดังขึ้นในห้อง
“นี่ ครึ่งเดือนที่ผ่านมานายนอนโรง’บาลหรอกหรือ เกิดอะไรขึ้น” เพื่อนนักเรียนขี้สงสัยที่นั่งข้างหน้าหันมาถาม
“ฉันร่วงตกจากตึกชั้นห้า เกือบตายไปแล้ว แต่พอดีฟื้นขึ้นมาได้ใหม่” อาฉาตอบตามจริงไปส่งๆ
“พระเ้า!” นักเรียนในห้องกระจายข่าวเป็ทอดๆ กว่าจะหมดคาบ เกือบทั้งห้องก็รู้กันหมดแล้วว่าที่เซี่ยเจ๋อฟางขาดเรียนไปเป็เวลานาน เป็เพราะาเ็จนต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว
“พวกเรายังนึกว่านายโดดเรียนไปกับเยี่ยไห่เยวียนซะอีก” เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งพูดกับเขาอย่างนั้น
หลังจากหมดคาบเรียนวิชานี้ ไห่เยวียนก็เดินเข้ามาหา
“แหม ตื่นแล้วเรอะ!” อาฉาส่ายหน้า “นักเรียนที่ไหนเขาหลับแบบนายมั่ง”
“อยากให้ฉันรัดคอนายให้ตายใช่ไหม” เด็กหนุ่มเอื้อมมือมาคว้าเนกไทเขา
อาฉาเห็นอย่างนั้นก็รีบดึงเนกไทออกจากมืออีกฝ่าย
“มาหาฉันทำไม” เขาถาม
“ย้ายบ้าน” ไห่เยวียนยกโต๊ะของเขาขึ้นมาด้วยสองมือ เอาขาข้างหนึ่งเกี่ยวเก้าอี้ ลากถูลู่ถูกังไปยังด้านหลังของแถวที่สอง หรือก็คือข้างโต๊ะตัวเอง
จากนั้นนักเรียนที่แต่เดิมนั่งตรงนั้นก็รีบย้ายโต๊ะเก้าอี้ไปตั้งใกล้ถังขยะตรงแถวสุดท้ายอย่างเร็วจี๋
นักเรียนคนนั้นทำหน้าโล่งอก ดีใจจนน้ำตาแทบไหล ในที่สุดก็ได้อยู่ไกลจากจอมปีศาจเยี่ยไห่เยวียนซะที มีความสุขเหลือเกินจริงๆ
ในคาบเรียนหลังจากนั้น อาฉาเปิดหนังสือเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้จะฟังไม่รู้เื่ แต่เวลาอาจารย์เล่าเื่ตลกเพื่อให้นักเรียนในห้องสนใจเนื้อหา เขามักจะเป็คนแรกที่ให้เกียรติอาจารย์ด้วยการหัวเราะออกมาเสมอ
แม้แต่คาบแรกและคาบที่สอง่บ่าย นักเรียนทั้งห้องตาปรือแทบโงกหลับกันหมด อาฉาก็ยังนั่งตัวตรงแน่ว สายตามองแต่อาจารย์สลับกับหนังสือเรียนไปมา