กลางค่ำคืนฉู่หลิงเอ๋อร์กำลังค้นหาไปทั่วทั้งผืนป่าอสูรอันรกชัฏแต่ไม่ปรากฏร่องรอยของเย่เฉินเลยแม้แต่น้อย
“อย่าให้ข้าจับเ้าได้นะ”ฉู่หลิงเอ๋อร์กล่าวอย่างเคียดแค้นฉากอันหอมหวานเมื่อไม่นานมานี้ก็ปรากฏชัดขึ้นมาในใจอีกครั้งพร้อมกับแก้มที่แดงระเรื่อขึ้น นางผู้ที่ทุกคนเรียกว่าดรุณีหยกมาโดยตลอดไม่คิดเลยว่าตนเองจะมาถูกพูดถึงเื่น่าบัดสีเช่นนั้น
“อ๊ะ…! ช่างน่าละอายใจเหลือเกิน” ฉู่หลิงเอ๋อร์ที่กำลังอับอายกระทืบเท้าไปมาและอดไม่ได้ที่จะป้องแก้มร้อนผ่าวของตนเอง
“หลิงเอ๋อร์?” มีเสียงดังมาจากด้านหลัง เป็เพราะฉู่ซวนเอ๋อร์เป็ห่วงฉู่หลิงเอ๋อร์จึงแอบตามมาอย่างเงียบๆ เมื่อเดินมาใกล้ก็พบว่าใบหน้าของฉู่หลิงเอ๋อร์นั้นกลับแดงก่ำ จึงอดประหลาดใจไม่ได้ “เ้าเป็อะไรไปหรือ”
“เปล่า…ไม่มีอะไร” ฉู่หลิงเอ๋อร์ลังเล แก้มก็ยิ่งร้อนระอุขึ้นนางจะบอกพี่สาวของตนได้อย่างไรว่าน้องสาวของนางนั้นเพิ่งจะร่วมเตียงกับบุรุษผู้หนึ่ง?ซึ่งเขาผู้นั้นยังเป็แค่ผู้ฝึกตนเล็กๆที่ยังอยู่ในขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่งเท่านั้น คิดแล้ว ก็ไม่สามารถเอ่ยออกมา
“สรุปเ้ากำลังหาอะไรอยู่กันแน่”เมื่อชำเลืองมองไปที่ฉู่หลิงเอ๋อร์ ฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ไม่ลืมที่จะกวาดสายตามองไปรอบๆ“หรือว่า เ้าจะมีคนรักอยู่ที่นี่?”
“เปล่าคนรักที่ไหนกันล่ะ ข้าแค่มาเดินเล่นเรื่อยเปื่อยนะ”
“เ้ากำลังโกหก!”
“ไปเถอะไปเถอะกลับดีกว่า พวกศิษย์พี่คงคอยพวกเราอยู่” ด้วยความว้าวุ่นใจฉู่หลิงเอ๋อร์จึงรีบผลักฉู่ซวนเอ๋อร์ออกไปจากตรงนี้ แต่ขณะที่จากไปก็ไม่ลืมที่จะเหลียวมองไปยังทิศทางของถ้ำแห่งนั้น
ทั้งสองยืนเคียงข้างกันโผทะยานขึ้นสู่ท้องนภา ไม่นานก็หายลับไป
ค่ำคืนอันมืดมิดผืนป่าอสูรก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าเป็เวลาใดในมุมหนึ่งที่ไม่รู้จักชื่อของผืนป่าแห่งนี้ซากศพของสัตว์อสูรตัวหนึ่งเกิดการขยับเขยื้อนขึ้น
จากนั้นฝ่ามือที่เปื้อนเืข้างหนึ่งก็โผล่ออกมา
นี่เป็ภาพที่น่าใยิ่งนักคนที่ถูกสัตว์อสูรกลืนเข้าไปแล้ว ยังสามารถจะมีชีวิตคลานออกมาได้หรือ?
เมื่อมองอย่างละเอียดก็พบว่ามีช่องขนาดใหญ่เปิดอยู่ตรงส่วนช่องท้องล่างของสัตว์อสูรมนุษย์ที่โชกไปด้วยเืผู้หนึ่ง คลานออกมาจากด้านใน
คนผู้นี้ไม่ต้องเอ่ยก็รู้ว่าเป็เย่เฉิน
เอาล่ะ! เพื่อหลีกเลี่ยงจากการไล่ตามของฉู่หลิงเอ๋อร์ไม่นึกเลยว่าชายคนนี้จะซ่อนตัวอยู่ในท้องของซากศพสัตว์อสูรหากฉู่หลิงเอ๋อร์รู้เื่นี้เข้า ไม่รู้ว่านางจะชื่นชมในความสามารถของเขาหรือไม่
เฮ้อ!
เย่เฉินถอนหายใจออกมาพร้อมกับตบหน้าอกอย่างรุนแรง“เกือบจะต้องตายไปเสียแล้วเรา”
แต่เมื่อนึกถึงภาพฉากอันหอมหวานเย่เฉินก็กระแอมขึ้นพลางลูบปลายจมูก แม้ว่าเรือนร่างของเขาจะเปื้อนไปด้วยเืแต่ก็ไม่อาจจะปิดกั้นกลิ่นอันหอมหวนของฉู่หลิงเอ๋อร์ที่อยู่บนร่างของเขาได้กลิ่นหอมนั้น ช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก
“ข้าได้ช่วยชีวิตนางไว้ไม่ใช่หรือ?” เย่เฉินกระแอมขึ้น และพยายามหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเอง
แต่เมื่อนึกถึงเื่ราวเ่าั้เขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรู้สึกผิดไปได้ ถึงแม้ว่านางจะเป็ผู้สำเร็จขั้นสมานญาณคนหนึ่งอีกทั้งยังมีความงดงามยิ่งนัก แต่นางถูกกระทำอีกทั้งยังถูกพรากพรหมจรรย์ไปอีกด้วยไม่ว่าจะเป็ผู้ใดก็ยากที่จะยอมรับได้
หากต้องพบเื่แบบนี้อีกครั้งก็คงไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้อีกแล้ว
หลังจากพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่งเย่เฉินก็มองไปยังท้องฟ้า ค่ำคืนผันเปลี่ยน ท้องฟ้าก็ใกล้จะย่ำรุ่งแล้ว
ด้วยความกลัวว่าฉู่หลิงเอ๋อร์จะกลับมาตามฆ่าอีกครั้งดังนั้นเขาจึงไม่รีรอเลยแม้แต่น้อย พลิกกายะโขึ้นมาจากนั้นเย่เฉินก็หนีพรวดหายเข้าไปในป่า ก่อนที่เขาจะจากไปก็ไม่ลืมที่จะลากซากศพของสัตว์อสูรที่อยู่ด้านข้างออกไปด้วยเพราะมันคือสิ่งที่จะช่วยเสริมพละกำลังได้เป็อย่างดี
ในตอนนี้ที่สวนแห่งิญญาเชิงเขาของสำนักเหิงเยว่ เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ครวญคราง
“ร้องสิร้องอีกสิ” เสียงดุดันอย่างผีห่าซาตานดังขึ้น จางเทาหยิบผ้าสีดำผืนหนึ่งออกมาจากอ้อมแขนม้วนเป็ทรงกลม ยัดมันเข้าไปในปากของหู่หวา เมื่อเสร็จแล้วก็ไม่ลืมที่จะถีบหู่หวาและสบถขึ้น “ร้องสิ ทำไมไม่ร้องล่ะ”
หู่หวาช่างน่าอนาถเสียจริงั้แ่เมื่อวานนี้ที่จางเทาได้พาคนเข้ามา เขาก็ถูกแขวนเอาไว้ตลอดทั้งวัน ทั่วทั้งร่างเต็มไปได้รอยเท้า
“จางเทาเ้ามีเื่อะไรก็มาลงที่ข้าสิ” น้ำเสียงของชายชรานั้นโรยแรงจางเฟิงเหนียนก็ถูกแขวนไว้อย่างน่าเวทนาเช่นกัน
ทั่วทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยรอยเืที่เกิดจากแส้บนใบหน้าที่แก่ชราก็มีรอยแดงของฝ่ามือประทับเอาไว้ เขามีอายุมากแล้วดวงตาก็พร่ามัว แม้แต่แววตาก็มืดมนไปไม่น้อย
“ลงที่เ้าหรือ? ได้!” จางเทาแสยะยิ้ม หยิบแส้ออกมาจากเอวอีกครั้งก่อนจะสะบัดแส้ออกไปอย่างดุดัน
เพียะ! เพียะ!
ทุกครั้งที่แส้ถูกฟาดลงไปบนร่างของจางเฟิงเหนียนก็จะมีรอยเืเพิ่มขึ้น
“เอาคาถาิญญา์มาให้ข้าข้าบอกเ้าว่าให้เอาคาถาิญญา์มาให้ข้า” ทุกครั้งที่ฟาดแส้ลงไปจางเทาจะต้องขู่คำรามอย่างดุเดือด ราวกับคนบ้าที่กำลังคลั่งจนแทบจะถลกิัของจางเฟิงเหนียนออกมา
อู้อู้! อู้อู้!
เมื่อเห็นจางเฟิงเหนียนถูกทุบตีหู่หวาที่ถูกอุดปากเอาไว้ ก็ได้แต่ส่งเสียงร้องอู้อี้ พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า
กว้าก! กว้าก!
แม้แต่สัตว์ิญญาอย่างนกอินทรีก็ยังส่งเสียงร้องกว้ากกว้ากส่วนตัวมันนั้นก็ถูกแขวนเอาไว้เช่นกัน มันถูกแขวนด้วยการเกี่ยวตะขอไว้กับปีกทำให้เืไหลโชกไปทั่ว
ในสวนแห่งิญญานอกจากจางเทาแล้ว ยังมีศิษย์เหิงเยว่อีกสองคน แม้ว่าจะอยู่ในขั้นรวมพลังชั้นที่สองแต่ลมปราณยังไม่แข็งแกร่งอย่างจางเทา ดูจากท่าทางแล้วจึงรู้ว่าเพิ่งจะบรรลุขั้นขึ้นมาได้ไม่นาน
เมื่อเห็นว่าจางเทากำลังจะลงมือฆ่าศิษย์เหิงเยว่ทั้งสองจึงออกไปห้ามปรามไว้ “ศิษย์พี่ โปรดยั้งมือก่อน! อย่าเพิ่งฆ่าให้ตายเลย ถ้าหากว่าเบื้องบนกล่าวโทษลงมาพวกเราก็ไม่อาจที่จะรับผิดชอบได้”
“ก็แค่ของไร้ค่าใครจะมาสนใจ” จางเทาถ่มน้ำลายเหลือบมองจางเฟิงเหนียนอย่างเกลียดชังแต่ก็หยุดฟาดแส้ลง
แม้ว่าเขาจะหยุดฟาดแส้ลงแล้วแต่ในใจของจางเทาก็ยังรู้สึกโกรธ ที่ไม่สามารถจะทุบตีจางเฟิงเหนียนได้อีกเขาจึงมองไปยังนกอินทรีั์และตะคอกออกไป “พวกเ้าปฏิบัติต่อมันเสมือนญาติพี่น้องวันนี้ข้าก็จะต้มมันต่อหน้าพวกเ้า พวกเ้าสองคน จัดการสับไอ้นกตัวนี่ให้ข้า”
ได้!
จากนั้นศิษย์เหิงเยว่ทั้งสองคนก็ถลกแขนเสื้อขึ้นหยิบมืดสั้นที่เงาวับออกมา มุ่งตรงไปยังนกั์ “ต้องเปลืองแรงมาทั้งคืนข้าก็เริ่มชักจะหิวขึ้นมาแล้ว”
“เ้า…” จางเฟิงเหนียนค่อยๆ หรี่ตาลงประกายอันเยือกเย็นก็เปล่งออกมาเพียงแต่พูดออกมาเพียงหนึ่งคำ เขาก็ถึงกับกระอักเื
อู้อู้! อู้อู้!
หู่หวาก็ดิ้นรนอย่างแรงพร้อมกับน้ำตาที่นองไปทั่วใบหน้า
แม้ว่านกอินทรีนั่นจะเป็สัตว์ิญญาระดับต่ำแต่พวกเขาก็มักจะอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน และถือว่ามันเป็เสมือนญาติ ตอนนี้จะต้องมาเห็นญาติถูกฆ่าแกงด้วยตาตนเองหัวใจของเขาก็เหมือนถูกมีดอันแหลมคมกรีด
ขณะที่ศิษย์เหิงเยว่ทั้งสองคนกำลังจะลงมือประตูของสวนแห่งิญญาก็ถูกผลักออก เย่เฉินที่ตัวเปื้อนไปด้วยเืเดินเข้ามา
“ท่านผู้าุโข้ากลัว…” เย่เฉินยังไม่ทันพูดจบก็ต้องชะงักลงมองทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าอย่างมึนงง
ภาพเืที่โชกอยู่ตรงหน้าจางเฟิงเหนียนที่ถูกแขวนเอาไว้และเต็มไปด้วยเืหู่หวาที่มีาแทั่วทั้งร่างและถูกแขวนไว้เช่นกันแม้แต่สัตว์ิญญาอย่างเ้านกอินทรีก็ยังถูกตะขอเกี่ยวปีกเอาไว้
“โอ้โห! เ้ายังกล้ากลับมาอีกหรือ” เมื่อเห็นเย่เฉินจางเทาก็ะโขึ้นมาทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง และรอยยิ้มอันแสนดุร้าย
“จางเทา”เสียงอันเยือกเย็นหลุดออกจากปากของเย่เฉินม่านตาที่ดำสนิทเปลี่ยนเป็สีแดงในพริบตา เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่สามารถควบคุมความรู้สึกที่อยากจะฆ่าคนได้สีหน้าของเขานั้นดุร้ายและน่ากลัวยิ่งกว่าจางเทาในตอนนี้เสียอีก
“วันนี้ใครหน้าไหนก็ช่วยเ้าไม่ได้”