เถาหนิงลี่รบเร้าเซียงฉิงอีให้ออกไปตลาดกับนางแต่เซียงฉิงอีผู้หลบหลีกพี่ชายทั้งสองมักจะอ้างว่า ตนเองอยากดูชุดใหม่จึงไม่ยอมผ่านไปทางร้านข้าวสารเซียง ระยะหลังนางรับรายได้ค่าคุ้มกันของซ่งเหวินฉีเมื่อเห็นเงินดีเช่นนั้น เซียงฉิงอีจึงคิดจะไปติดต่อสำนักคุ้มภัยเพื่อรับงานรับส่งของหรือคุ้มกันคนนางสามารถเข้านอกออกในจวนใต้เท้าเถาไม่ยากนัก เพราะการคุ้มกันไม่ค่อยเข้มงวด
วันนี้เซียงฉิงอีออกมาจากจวนพร้อมคุณหนูเถา เถาหนิงลี่ทำทีไปดูข้าวสารพันธุ์ใหม่ที่ร้านเซียงส่วนเซียงฉิงอีออกไปสำนักคุ้มภัยั ที่อยู่ชานเมืองหลวงจินนางกับซ่งฮุ่ยจูแสดงฝีมือเล็กๆ น้อยๆ
“พวกท่านล้วนฝีมือดีข้าจะมอบงานส่งของให้ก็แล้วกัน ส่วนค่าจ้างก็ตกลงกันรายครั้ง”
“ข้าจอมยุทธ์เซียงขอบคุณท่านมากที่ไว้วางใจ”เซียงฉิงอีแต่งกายทะมัดทะแมงตั้งตนเป็จอมยุทธ์ร่อนเร่ในทันที
“ข้าจะให้พิราบสื่อสารส่งมอบงานให้ท่านเมื่อทำสำเร็จเข้ามารับเงินที่นี่ได้เลย”
เซียงฉิงอีร่าเริงเพราะพวกนางทั้งสามคนสามารถเสาะหาช่องทางสร้างรายได้ได้สำเร็จ“เห็นหรือไม่ฮุ่ยจู วิทยายุทธของพวกเราใช้สร้างเงินได้”
ซ่งฮุ่ยจูยิ้มน้อยๆนางไม่อยากขัดคอคุณหนูว่า คุณหนูใช้ได้ดีแค่วิชาแมวสามขากระโจนข้ามกำแพงหากเจอผู้มีวิชาดาบสูงกว่าจะทำเช่นใด
“ดีเ้าค่ะคราวนี้เราจะได้ไม่ต้องห่วงเื่เงินกันอีก”
เมื่อกลับถึงจวนใต้เท้าเถานกพิราบของสำนักคุ้มภัยก็ส่งข่าวมาทันที ‘ให้ไปรับของที่ข้างค่ายทหารใหญ่แล้วนำไปส่งที่ชายป่าสนหลังภัตตาคารมู่กง’
จอมยุทธ์เซียงรีบแต่งกายในชุดดำทะมัดทะแมงปิดหน้าเรียบร้อยก็พา จอมยุทธ์ซ่งออกทางด้านหลังจวนตรงไปรอที่ต้นไม้ใหญ่ข้างค่ายทหาร
คืนนี้ฟ้าไม่มืดนักรออยู่พักใหญ่เสียงกระบี่ฟาดฟันกันก็เลื่อนลั่นเข้ามาใกล้
“เราดูสถานการณ์กันไปก่อน”จอมยุทธ์เซียงทำทีสุขุมสุ่มดูการต่อสู้อยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่ใบบังร่างนางสองคนมิดชิด
เคร้ง! คร้าง!เคร้ง!
เสียงกระบี่ที่ทรงพลังทั้งสองฝ่ายฟาดฟันสะท้อนกันวูบวาบร่างในชุดดำบ้างรุกบ้างถอยหนีในมือมีห่อผ้าสีดำห่อใหญ่ส่วนชายร่างใหญ่ในชุดนายทหารถือกระบี่ขนาดใหญ่ไม่มีท่าทีจะผ่อนปรน
“เ้าวางของลงเดี๋ยวนี้แล้วข้าจะให้เ้าไปได้” แรงโถมนายทหารผู้นั้น ดุดันมิใช่น้อย
“อย่าหวังไปเลยเดิมทีของชิ้นนี้ก็ควรอยู่ในมือข้า”
นายทหารร่างสูงทะมึนพลิกตัวออกจากคมกระบี่ของอีกฝ่ายแล้วดีดตัวขึ้นสูง
“คุณหนูดูสิเขาจะใช้ท่าพิฆาตแล้ว” ซ่งฮุ่ยจูกล่าวอย่างตื่นเต้นฝีมือนายทหารผู้นี้นับว่าล้ำเลิศอย่างแท้จริง
“เ้าว่าของที่โจรผู้นั้นถืออยู่ คือหน้าที่ของเราใช่หรือไม่?” เซียงฉิงอีไม่ได้สนใจวิชาอันเก่งกาจของทั้งสองหากแต่ใจจดจ่ออยู่กับภารกิจของตน นางนึกถึงเงินค่าจ้างที่เขียนไว้ในจดหมายเล็กๆที่ขานกพิราบต่างหาก ตั้งยี่สิบตำลึง
บึ้ม!
ชั่วพริบตาร่างของชายชุดดำก็หายไป ร่างที่ลอยละลิ่วสูงเงื้อกระบี่ขึ้นมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความมึนงงกระบี่นั้นฟันลงไปในอากาศ เท้าสองข้างของแม่ทัพจินแตะพื้นเสียงฝีเท้าของหยางิกับเหยียนเหลยสองรองแม่ทัพคู่ใจตามหลังมา
“แม่ทัพจินโจรเล่า?”
“ใช้กลลวงพรางตาไปเสียแล้ว”
“แย่แล้วของชิ้นนั้นสำคัญเสียด้วย” หยางิเอ่ยอย่างคุมแค้นเขามองเห็นด้านหลังโจรผู้นั้นแล้ว หากแต่โดนล่อให้ตามผิดทาง
“ช่างเถิดคนกับของก็หายไปแล้ว เราค่อยส่งคนสืบหา เหยียนเหลยเ้าไปแจ้งองค์หญิงจินเฟิ่งเดี๋ยวนี้”
เซียงฉิงอีกับซ่งฮุ่ยจูหันมามองหน้ากัน‘เื่นี้เกี่ยวพันกับองค์หญิงฮุ่ยจูด้วย’ เช่นนั้นของชิ้นนี้ก็ควรจะมีค่าส่งมากกว่ายี่สิบตำลึงเซียงฉิงอีตั้งใจจะกลับไปต่อรองราคาให้สูงกว่าเดิมสักเท่าหนึ่ง
นางแสร้งทำเสียงเลียนแบบหมาป่าหอนโหยหวนไม่ดังมากนัก
“กลับเถิดท่านแม่ทัพแถวนี้เป็ป่าทึบ พวกหมาป่าอาจจะพลัดหลงมา ข้า ี้เีจะฆ่าพวกมันในยามนี้”เหยียนเหลยผู้คุยใหญ่โตอยู่เสมอ หันไปแจ้งเ้านาย
จินหลี่ิพยักหน้าทั้งสามจึงทะยานจากไป เซียงฉิงอียังไม่ทันพูดสิ่งใดร่างที่พรางตัวไปเมื่อสักครู่ก็ปรากฏกายช้าๆ
“เอ๋!” ซ่งฮุ่ยจูที่มองเห็นก่อนส่งเสียงขึ้น
“เขาาเ็เร็วเข้า” เซียงฉิงอีกระโจนลงจากต้นไม้อย่างว่องไว “ท่านาเ็หรือ?”
ชายชุดดำหันมามองร่างในชุดดำทั้งสองเมื่อเห็นป้ายสัญลักษณ์ที่ซ่งฮุ่ยจูยกให้ดูจึงรู้ว่าเป็คนที่ถูกส่งให้มารับของ“เ้าเอาของไป ไม่ต้องสนใจข้า ข้าจะไปแล้ว”
วางของไว้ให้แล้วร่างนั้นก็วิ่งหายลับไปในราวป่า
เซียงฉิงอีอยากรู้นักว่าของในห่อนี้คืออะไร?นางรีบพาฮุ่ยจูออกจากบริเวณนั้น มุ่งไปยังป่าสนที่นัดหมายงานครั้งนี้ผู้ว่าจ้างแจ้งว่าจะจ่ายเงินให้พร้อมกับการรับของที่ป่าสน
ศาลาหลีกลี้ที่อยู่ริมบึงใหญ่นามมู่กงอยู่ห่างคนละฟากบึงกับภัตตาคาร ในศาลามืดมิด ปรากฏร่างหนึ่งรออยู่ก่อนแล้ว “พวกเ้าทำงานสำเร็จเร็วดี”
“ข้าว่าค่าจ้างของข้าคงไม่คุ้มเสียแล้วล่ะ”
ชายชุดดำหัวเราะหึๆ“ข้าเพิ่มให้อีกยี่สิบตำลึง รับไป” เขาโยนถุงเงินให้ จอมยุทธ์เซียงรับอย่างว่องไวยื่นมือลงไปนับคร่าวๆ นางยิ้มน้อย
“ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าของในห่อนี้คือสิ่งใด”
“เป็ของสำคัญของชนเผ่าหนึ่งที่แคว้นจินฉกชิงมา สมควรจะกลับคืนเ้าของ”
“หากมิใช่การฉกฉวยของผู้อื่นเช่นนั้นข้าก็สบายใจ” บอกอย่างนี้ เซียงฉิงอียิ่งอยากรู้มากกว่าเดิมเสียดายนางน่าจะแอบดูระหว่างทาง
“เ้าเปิดมันไม่ได้หรอกเพราะผู้ที่เปิดดูได้ ต้องเป็ผู้ที่ถูกเลือก ดีแล้วที่เ้าไม่แอบดูมัน” คล้ายคนผู้นั้นจะรู้ว่านางคิดสิ่งใด
เซียงฉิงอีหยิบห่อนั้นแล้วโยนไปให้นายจ้าง“เอาของของท่านไป ข้าหมดหน้าที่แล้ว ขอลา” นางคิดในใจว่าคำตอบที่อยากรู้คงมีแต่องค์หญิงจินเฟิ่ง กับนายทหารพวกนั้นที่ตอบนางได้
‘ถ้าข้ายังไม่รู้คงนอนหลับไม่สบายไปหลายวัน’
----------------------------------------------