การผจญภัยของสามแสบ2
“เราลงตรงนั้นกันเถอะเจ้าค่ะ” ซิวเสี่ยวฮวาร้องบอกเมื่อใกล้ถึงเขตป่าที่ใกล้กับแคว้นโจ
ทั้งสามพากันลงจากเรือก่อนที่ซิวเสี่ยวซือจะเก็บเรือเหาะเอาไว้ในช่องมิติ ก่อนจะพากันเดินเข้าไปให้ป่าด้วยท่าทีสบายๆ
“คนไม่ค่อยเยอะเท่าไร” ซิวเสี่ยวซือเอ่ยขึ้นเมื่อมองไปรอบๆ แล้วมีคนไม่มากนักที่มาล่าสัตว์อสูร
“แถวนี้มีแต่ระดับนภาทั้งนั้นเราคงต้องเดินลึกเข้ามาอีก” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยขึ้นเมื่อมองไปทางไหนก็เห็นแต่สัตว์ระดับนภาทั้งนั้น
“ท่านพี่ว่าเราจะได้สัตว์อสูรมาทำพันธสัญญาเหมือนกับท่านแม่หรือไม่เจ้าคะ” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยขึ้นเพราะนางหวังเอาไว้ว่าอยากได้สัตว์อสูรมาทำพันธสัญญาบ้าง
“ได้แน่นอนอยู่แล้วน้องรัก” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยบอกพลางพากันเดินไปก็หาสมุนไพรไปฝากท่านแม่ไปด้วย
“ทางนั้นๆ ท่านพี่” ซิวเสี่ยวฮวาร้องบอกพี่ชายทั้งสองของตัวเองเมื่อเห็นอะไรบ้างอย่าง
“นั้นต้นท้อให้หรือไม่” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยพลางขมวดคิ้วไปด้วย
“ใช่แล้วเราไปเก็บมันกันเถอะ” ซิวเสี่ยวซือเอ่ยตอบพลางบอกน้องๆ ของตัวเองไปด้วย เขาจะเก็บไปฝากท่านแม่ไปด้วย
ทั้งสามพุ่งตรงไปที่ต้นท้อต้นใหญ่พลางพากันกระโดดขึ้นไปเก็บมันทันที แต่มันไม่ง่ายแบบนั้นเมื่อต้นท้อมันขยับกิ่งก้านไปมาราวกับมีชีวิต
“มันคือต้นท้อวิเศษแน่ๆ เราต้องเอากลับไปให้ท่านแม่” ซิวเสี่ยวซือร้องบอกน้องๆ ของตัวเองพลางหลบการโจมตีไปด้วย
“มันเคลื่อนไหวเร็วมากเลยเจ้าค่ะท่านพี่” ซิวเสี่ยวฮวาร้องบอกพลางหมุนตัวกลางอากาศ
“มีวิธีจัดการมันหรือไม่ท่านพี่” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยถามพลางเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบการโจมตีของต้นท้อวิเศษ
“ขอคิดก่อน” ซิวเสี่ยวฮวาร้องบอกพลางลอยตัวขึ้นสูงมองไปดูรอบเพื่อจะเจออะไรที่สามารถจัดการกับต้นท้อวิเศษนี่ได้
“ดนตรีนิทรา” ซิวเสี่ยวซือกล่าวขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้ พลางเอาผีผาออกมาจากช่องมิติ ก่อนจะร้องบอกน้องของตัวเองไปด้วย
“อุดหูเอาไว้”
ทั้งสองเมื่อได้ยินเสียงร้องบอกของพี่ชายตัวเองก็ถอยออกมาห่างจากต้นท้อวิเศษ ก่อนจะกางอาณาเขตปิดกั้นทันที
ซิวเสี่ยวซือเมื่อว่าทั้งสองทำตามแล้วเขาก็จัดการเล่นดนตรีทันที และเมื่อปลายนิ้วมือของเขสสัมผัสกับสายผีผาเสียงดนตรีบทหนึ่งก็ดังขึ้นมาทันที
ติ้ง!
ทั่วบริเวณนั้นหากใครที่ได้ยินดนตรีบทนี้ก็จะพากันหลับใหลทันที แม้แต่สัตว์อสูรก็ตาม
ติ้ง!
ยิ่งซิวเสี่ยวซือบรรเลงเพลงเร็วขึ้นลมกรรโชกก็ยิ่งรุนแรงขึ้น จากนั้นไม่นานซิวเสี่ยวซือลดความเร็วลงอย่างช้าๆ สายลมที่พัดก่อนหน้านี้อย่างรุนแรงก็เบาลงตามเสียงดนตรีของซิวเสี่ยวซือไปด้วย
ติ้ง!!
ซิวเสี่ยวซือบรรเลงเบาลงเรื่อยๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ สายลมก็กลับมารุนแรงอีกครั้ง ซิวเสี่ยวซือมองไปที่ต้นท้อที่เริ่มนิ่งแล้วเขาก็เบาจังหวะในการบรรเลงดนตรีลงไปเรื่อยๆ จนจบบทของมัน
ติ้ง!!
เมื่อจบการบรรเลงซิวเสี่ยวเก็บผีผาเข้าไปในช่องมิติคืน ก่อนจะลอยตัวลงมาด้านล่างพลางเดินรอบๆ ต้นท้อที่มีลูกดก
“ได้ผลดีกว่าที่คิด” ซิวเสี่ยวซือเอ่ยก่อนจะเก็บลูกท้อไปบ้างส่วนเท่านั้น พลางคิดว่าจะขุดมันเอาไปใส่ในช่องมิติเสียก่อน
“ท่านพี่สุดมากเลยเจ้าคะ” ซิวเสี่ยวฮวาร้องบอกพลางรับลูกท้อที่พี่ชายยื่นมาให้พลางกัดมันทันที ก่อนจะทำหน้าอย่างมีความสุข
“ท่านแม่ต้องชอบมากแน่เจ้าค่ะ” ซิวเสี่ยวฮวาบอก
“พี่จะมันใส่ในช่องมิติไปก่อนพวกเจ้าก็เก็บเอาไว้ในช่องมิติเจ้าเพื่อเอาไว้ด้วย” ซิวเสี่ยวซือกล่าวบอกแก่น้องๆ ของตัวเอง
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทั้งสองรับคำก่อนจะพากันเก็บลูกท้อจนพอใจก็ถ่อยห่างออกมาเพื่อให้ท่านพี่ของพวกเขาจัดการกับต้นท้อ
ซิวเสี่ยวซือโบกมือไปมาต้นท้อก็ถูกยกขึ้นสูงจากนั้นเขาก็เก็บมันเข้ามิติทันที
“ไปกันเถอะ” ซิวเสี่ยวซือเอ่ยบอก
“ท่านพี่ๆ ข้าว่าข้ากำลังจะทวงระดับเทพได้แล้วเจ้าค่ะ” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยบอกเมื่อรับรู้ถึงระดับลมปราณมากมายกำลังทะลักออกมาจนนางต้องรีบนั่งลงเพื่อที่จะกำหนดจิตเพื่อทำสมาธิและควบคุมลมปราณให้อยู่นิ่ง
ซิวเสี่ยวฮวากัดฟันแน่นเมื่อรู้ว่าภายในร่างกายมันร้อนระอุเจียนจะระเบิดออกมาอยู่แล้วยิ่งใกล้จะทะล้วงระดับเทพได้มากเท่าไร ร่างกายของนางก็เหมือนกับว่าจะระเบิดออกมาเท่านั้น
ตู้ม!
เสียงดังขึ้นมาในหัวของนางพร้อมกับอาการเย็นสบายและตัวของนางเบาขึ้นความรู้สึกสดชื่นทำให้ซิวเสี่ยวฮวามีความสุขเป็นอย่างมาก นางลืมตาก็พบว่าพี่ชายทั้งสองของนางก็กำลังจะทะลวงระดับเทพเหมือนกันยังดีที่พี่ชายของนางฉลาดกางม่านอาณาเขตเอาไว้ด้วย
“อ่า งั้นข้าก็เล่นที่ป่านี้ได้โดยไม่ต้องเพิ่มระดับสิ” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยขึ้นเมื่อตอนนี้นางอยู่ในระดับเทพขั้นหนึ่งแล้ว
“ไม่คิดว่าเราจะได้ของดีเช่นนี้” ซิวเสี่ยวซานที่ตื่นขึ้นมาก็เอ่ยขึ้นมาทันทีพลางยิ้มอย่างดีใจเพียงเท่านี้ก็ผ่านระดับเทพให้อย่างสบายๆ แล้ว
“เป็นเพราะฮวาถ้านางไม่เห็นเราคงไม่ได้ต้นท้อวิเศษเป็นแน่” ซิวเสี่ยวซือที่ตื่นขึ้นมาก็เอ่ยขึ้น
“ท่านพี่ซือน้องหิวแล้วเจ้าค่ะ” นางเอ่ยบอกพลางวิ่งไปกอดแขนผู้เป็นพี่ชายทันที นางรู้ดีว่าพี่ชายของนางทำอาหารอร่อยมาก เพราะท่านพี่ลงทุนไปเรียนทำอาหารกับท่านพ่อเองเลย
“อืม เดี๋ยวไปหาสัตว์อสูรแถวนี้มาทำอาหารกันเถอะ” ซิวเสี่ยวซือพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันไปบอกทั้งสอง
“งั้นเราไปกันเถอะขอรับ จริงสิท่านพี่จะไม่บรรเลงดนตรีเพื่อคลายสะกดหน่อยหรือขอรับ” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยบอกเพราะถ้าเป็นเช่นนั้นคนที่ได้ยินดนตรีเมื่อครู่ก็คงหลับไม่ตื่นแล้ว
“ลืม” ซิวเสี่ยวซือตอบสั้นๆ พลางผิวปาวเป็นเสียงดนตรีเบาๆ ก่อนจะใช้ธาตุลมให้กระจายเสียงผิวปากของเขาไปทั่วทั้งป่า
“ต้องอย่างนี้สิขอรับพวกเราจะได้ล่าสัตว์อสูรสนุกๆ หน่อย” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยบอกพลางยิ้มออกมา จากนั้นทั้งสามก็ออกไปสาสัตว์อสูรทันที