บรรยากาศภายในสำนักเมฆาเขียวในเช้าวันใหม่เต็มไปด้วยความคึกคักที่แฝงความตึงเครียด ลานประลองหินแกรนิตขนาดมหึมาถูกจัดเตรียมไว้สำหรับ "งานประลองคัดเลือกศิษย์สายใน" ซึ่งปีนี้ถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนเพื่อเฟ้นหายอดฝีมือมาทดแทนความสูญเสียจากาชายแดนสำนัก
เยี่ยฉินเดินปะปนไปกับกลุ่มศิษย์รับใช้ ชุดสีเทาป่านที่เขาหมองมัวและรอยยิ้มจางๆ ที่ดู "ซื่อบื้อ" ยังคงเป็หน้ากากที่แเี ทว่าภายในจุดตันเถียนของเขา ปราณระดับ แก่นแท้มนุษย์ กำลังไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งดุจัที่ซ่อนตัวในหนองน้ำ
‘ห้าร้อยปีก่อน ในงานประลองนี้ ข้าถูกซ้อมจนปางตายและกลายเป็ตัวตลกของสำนัก... ชาตินี้ ข้าจะใช้เวทีนี้เป็แท่นบูชาเืเพื่อประกาศการเริ่มต้นที่แท้จริง’
กฎแห่งป่าในลานประลอง
ผู้าุโมู่เฉิงยืนตระหง่านอยู่บนอัฒจันทร์ไม้แกะสลัก ใบหน้าของเขาดูซูบผอมลงจากาแที่ยังไม่หายดี เขาประกาศกรงเล็บแห่งกฎระเบียบด้วยน้ำเสียงกังวาน
"ศิษย์สายนอกทุกคนฟังให้ดี! การประลองครั้งนี้ไม่มีคำว่าพี่น้องหรือสหาย ผู้ชนะ 10 คนสุดท้ายจะได้เลื่อนขั้นเป็ศิษย์สายใน และได้รับ 'เม็ดยาชำระภูต' เพื่อยกระดับความบริสุทธิ์ของปราณ! เริ่มการจับฉลากได้!"
เยี่ยฟานเดินเข้ามาหาเยี่ยฉินด้วยความเป็ห่วง "ท่านพี่... ท่านถอนตัวตอนนี้ยังทันนะ ข้าเกรงว่าศิษย์คนอื่นๆ จะจงใจทำร้ายท่านเพื่อระบายโทสะที่เห็นข้าก้าวหน้าเกินไป"
เยี่ยฉินตบหลังน้องชายเบาๆ "ไม่ต้องกังวลไปเยี่ยฟาน... ข้าแค่้าทดสอบตัวเองนิดหน่อย หากสู้ไม่ได้ข้าจะรีบยอมแพ้ทันที"
เยี่ยฟานถอนหายใจยาว เขาเชื่อสนิทใจว่าพี่ชายยังคงอ่อนแอและ้าการปกป้อง โดยหารู้ไม่ว่า "พยัคฆ์" ที่เขาสงสารนั้น กำลังมองหาเหยื่อที่อ้วนพีที่สุดในลานประลองนี้
โชคชะตาช่างเล่นตลก (หรืออาจะเป็เพราะเยี่ยฉินจงใจจัดฉากผ่านสายสัมพันธ์ลับที่เหลืออยู่) คู่ประลองคนแรกของเยี่ยฉินคือ "หวังเหม่ง" ศิษย์รุ่นพี่ร่างั์ผู้เป็สหายสนิทของจางหู่ที่หายสาบสูญไป
หวังเหม่งเดินขึ้นมาบนเวทีพลางหักนิ้วเสียงดังกรอบแกรบ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้น "เยี่ยฉิน... จางหู่หายไปหลังจากไปหาเ้าที่หุบเขาไร้เสียง แม้ข้าจะไม่มีหลักฐาน แต่ข้ารู้ว่าเ้ามีส่วนเกี่ยวข้อง วันนี้ข้าจะหักแขนหักขาเ้าให้เหมือนกับที่เ้าทำกับเพื่อนข้า!"
เยี่ยฉินทำท่าทางหวาดกลัวจนตัวสั่น "พี่หวัง... ข้าไม่รู้เื่จริงๆ ท่านโปรดเมตตาด้วย!"
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากอัฒจันทร์รอบทิศ
"ดูสิ อัจฉริยะเยี่ยฟานมีพี่ชายเป็ขยะขี้ขลาดจริงๆ"
"หวังเหม่งอยู่ระดับััปราณ ขั้นที่ 3 ขั้นสูงสุดเชียวนะ เยี่ยฉินไม่รอดแน่!"
วินาทีต่อมา
"เริ่มประลอง!"
หวังเหม่งคำรามลั่น เรียก "ภูตหมีศิลา" ออกมา ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้น ิักลายเป็สีน้ำตาลหนาทึบดุจหินผา เขาทิ้งตัวพุ่งเข้าใส่เยี่ยฉินด้วยท่า "ภูผาถล่ม" หมายจะบดขยี้เด็กหนุ่มให้จมดินในกระบวนท่าเดียว
เยี่ยฉินยังคงยืนนิ่ง ท่าทางดูเหมือนคนใจนขยับไม่ได้ ทว่าในจังหวะที่หมัดั์ห่างจากหน้าผากเพียงหนึ่งนิ้ว... เวลาของโลกภายนอกดูเหมือนจะหยุดนิ่งลง
เยี่ยฉินใช้พลังจาก ภูตแกนกลางกาลเวลา กระตุ้นประสาทััให้ไวขึ้นสิบเท่า เขาเบี่ยงตัวหลบเพียงเล็กน้อยอย่างแเีจนดูเหมือนหวังเหม่งต่อยพลาดไปเอง พร้อมกับสะบัดปลายนิ้วที่อาบด้วยปราณ ภูตพิรุณเยือกแข็ง เข้าไปที่จุดชีพจรใต้รักแร้ของหวังเหม่งอย่างแม่นยำ
ฉึก!
ไอเย็นบริสุทธิ์ระดับแก่นแท้มนุษย์พุ่งทะลวงเข้าสู่เส้นประสาทของหวังเหม่งในเสี้ยววินาที มันไม่ได้ทำให้เกิดแผลภายนอก แต่มันแช่แข็งการไหลเวียนของเืที่ไปเลี้ยงหัวใจ
"อึก..." หวังเหม่งตาค้าง ร่างกายที่ดูแข็งแกร่งดุจหินผากลับทรุดฮวบลงกับพื้นและชักกระตุกอย่างรุนแรง น้ำลายฟูมปากพร้อมกับไอเย็นที่ระเหยออกมาจากิั
ทั้งลานประลองเงียบกริบ ไม่มีใครมองทันว่าเยี่ยฉินทำอะไร ทุกคนเห็นเพียงหวังเหม่งพุ่งเข้าไปแล้วจู่ๆ ก็ล้มลงชักตายไปเอง
เยี่ยฉินแสร้งทำเป็ล้มก้นจ้ำเบ้าด้วยความใ "พี่หวัง! ท่านเป็อะไรไป? ท่าน... ท่านหัวใจวายหรือ?"
ผู้าุโมู่เฉิงรีบะโลงมาตรวจสอบร่างกายของหวังเหม่ง เขาขมวดคิ้วแน่น "พลังปราณในร่างปั่นป่วนจนธาตุไฟแตกซ่าน... อาจเป็เพราะเขาเร่งเร้าพลังของภูตหมีศิลาเกินขีดจำกัดเพื่อสังหารเยี่ยฉิน จนร่างกายรับไม่ไหวเอง"
มู่เฉิงหันมามองเยี่ยฉินด้วยสายตาที่ซับซ้อน "เยี่ยฉิน... เ้าชนะโดยบังเอิญ แต่ข้าขอเตือนไว้ อย่าให้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก"
"ขอบพระคุณผู้าุโ! ข้าโชคดีจริงๆ!" เยี่ยฉินรีบกราบกรานแล้วเดินลงจากเวที
ทว่าในมุมหนึ่งของสนาม หลิงเซี่ย จากวังวารีศักดิ์สิทธิ์ที่ลอบดูอยู่ กลับหรี่ตาลงอย่างเ็า ‘บังเอิญรึ? ไม่ใช่... เด็กคนนั้นเคลื่อนไหวได้ประหลาดนัก เหมือนเขารู้ล่วงหน้าว่าหมัดจะมาทางไหน และไอเย็นที่แผ่ออกมาเพียงวูบเดียวนั่น... มันไม่ใช่ระดับััปราณแน่นอน’
การประลองรอบต่อๆ มา เยี่ยฉินยังคงใช้วิธีเดิม คือการ "ชนะอย่างทุลักทุเล" เขาแสร้งทำเป็ถูกซ้อมจนสะบักสะบอม แต่ทุกครั้งคู่ต่อสู้ของเขาจะเกิดอุบัติเหตุประหลาด ไม่ว่าจะเป็ตะคริวกินกะทันหัน หรือภูตคลุ้มคลั่งจนทำร้ายตัวเอง
จนกระทั่งถึงรอบ 10 คนสุดท้าย เยี่ยฉินยืนอยู่บนเวทีในสภาพที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เื (ปลอม) กบปาก แต่แววตาของเขากลับจับจ้องไปที่ "บันทึกร้อยภูตเร้นลับ" ที่วางเด่นอยู่บนแท่นรางวัล
เยี่ยฟานเองก็ผ่านเข้ารอบมาได้อย่างง่ายดาย เขาเดินเข้ามากอดพี่ชาย "ท่านพี่! ท่านทำได้! ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะอึดถึงเพียงนี้!"
เยี่ยฉินยิ้มตอบ "เพราะข้ามีเ้าเป็แรงบันดาลใจไงเล่าเยี่ยฟาน... อีกเพียงก้าวเดียว ข้าก็จะได้สิ่งที่ข้า้าแล้ว"
เงาดำที่คืบคลานเข้าสู่หัวใจสำนัก
ในคืนนั้น ก่อนการประลองรอบชิงชนะเลิศจะเริ่มขึ้นในวันถัดไป เยี่ยฉินไม่ได้นอนพัก เขาเร้นกายเข้าไปในป่าไผ่หลังสำนัก ที่นั่นเขานัดพบกับ "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ"
"ออกมาเถอะแม่นางหลิงเซี่ย การตามสะกดรอยข้ามันน่าเบื่อออกนะ" เยี่ยฉินกล่าวเสียงเรียบ โดยไม่หันกลับไปมอง
หลิงเซี่ยร่อนลงจากยอดไผ่ดุจขนนก "เ้าเป็ใครกันแน่เยี่ยฉิน? ศิษย์ขยะระดับน้ำไม่มีทางฆ่าคนได้แเีเช่นนั้น เ้า้าอะไรจากสำนักเล็กๆ แห่งนี้?"
เยี่ยฉินหันกลับมา แววตาที่เคยใสซื่อหายไปสิ้น เหลือเพียงเนตรสีทองและน้ำเงินที่วาววับในความมืด "ข้า้าในสิ่งที่เ้า้านั่นแหละ... ภูตแกนกลางชีวิต"
หลิงเซี่ยเบิกตากว้างและชักกระบี่วารีออกมาทันที "เ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร! หรือว่าเ้าคือสายลับจากสำนักมาร?"
"สำนักมาร?" เยี่ยฉินหัวเราะเยาะ "ข้าคือจอมมารที่เหนือกว่าจอมมารทั้งปวงที่เ้าเคยรู้จัก หลิงเซี่ย... เ้ามีสองทางเลือก หนึ่งคือร่วมมือกับข้าเพื่อเปิดผนึกแท่นบูชา หรือสอง... กลายเป็น้ำแข็งอยู่ที่นี่และไม่ได้เห็นวันพรุ่งนี้"
แรงกดดันระดับ แก่นแท้มนุษย์ ที่เข้มข้นจนแทบจะกลายเป็ของเหลวแผ่ออกมาจากร่างเยี่ยฉิน ทำเอาหลิงเซี่ยถึงกับต้องก้าวถอยหลังด้วยความใ
"เ้า... เ้าซ่อนพลังไว้ถึงระดับนี้เชียวหรือ!"
เยี่ยฉินก้าวเข้าไปหาหลิงเซี่ยช้าๆ "ข้า้าเือัจฉริยะของเยี่ยฟานเพื่อเปิดผนึก ส่วนเ้า้าแก่นแท้วารีเพื่อเลื่อนระดับิญญา์ เราสามารถแบ่งปันกันได้... แต่เ้าต้องช่วยข้ากำจัดผู้าุโมู่เฉิงในวันพรุ่งนี้"
หลิงเซี่ยนิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะค่อยๆ เก็บกระบี่ "ตกลง... ข้าจะรอดูว่าจอมมารอย่างเ้าจะแสดงงิ้วฉากใหญ่ได้แเีแค่ไหนในวันพรุ่งนี้"
เยี่ยฉินมองตามร่างของนางที่หายไปในเงาไม้ เขาลูบคลำภูตแกนกลางกาลเวลาในอก
‘เืของเยี่ยฟาน... เืของน้องชายข้า... มันจะหอมหวานเพียงใดเมื่อมันถูกรินรดลงบนแท่นบูชาแห่งความตาย’
พันธมิตรที่อันตรายที่สุดคือผู้ที่มีเป้าหมายเดียวกัน และศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือผู้ที่ยืนยิ้มอยู่ข้างกายเ้า รุ่งอรุณของการประลองวันสุดท้ายกำลังจะเริ่มขึ้
น และมันจะเป็วันสุดท้ายของสำนักเมฆาเขียวเช่นกัน