หลังรับประทานอาหารมื้อเย็นวันนั้นขากลับชยณัฐขับรถมาส่งเธอที่บ้านส่วนกวิตาไปส่งบิวเพราะอยู่โซนประชานิเวศน์เหมือนกัน
“หมอโกรธพี่เหรอ”
กับเธอ...ชยณัฐนิ่งมากถามคำตอบคำั้แ่อยู่ที่ร้านส้มตำแล้วแต่ถ้าเป็กวิตาหรือบิวคุยด้วยเขาก็สนทนาเป็ปกติยิ้มหัวเราะจนคนอื่นไม่รู้ว่าเขากำลังโกรธ
ใช่สิเขาโกรธเธอคนเดียวนี่นา ไม่ใช่เพื่อนร่วมโต๊ะสองคนนั้นสักหน่อย
“น่าโกรธมั้ยล่ะ”
“หายโกรธเถอะนะพี่ขอโทษ”
“ทำไมพี่ไม่ระวังตัวเลยรู้มั้ยกินปลาร้ามันส่งผลยังไงอาจจะทำให้แผลอักเสบและติดเชื้อ”
“ปลาร้าต้มสุกนะ”
“ต้มสุกก็ไม่ได้ถ้าอยากกินส้มตำก็สั่งตำไทยไม่ใส่ปลาร้า”
“มันอร่อยตรงไหน”คนไข้แย้งอุบอิบในลำคอ
“งดกินส้มตำอย่างน้อยหนึ่งเดือน”
โห...ขาดใจตายกันพอดี!
“หรืออยากงดนานกว่านี้”
ม่ายยย!
“อืมจะพยายาม”คนที่ชอบโซ้ยส้มตำปูปลาร้าเป็ชีวิตจิตใจรับคำเสียงแ่เบา
ถ้านานกว่านี้ก็เอามีดมาแทงกันให้ตายเลยเถอะ!
“ต้องทำให้ได้ไม่งั้นแผลจะไม่หาย”
“เข้าใจแล้ว”
“ตอนนี้ยังปวดอยู่หรือเปล่า”พอเธอทำท่าสำนึกผิดหมอหนุ่มก็ถามคนไข้เสียงอ่อน
“ไม่แล้ว”
“แปรงฟันให้สะอาดแล้วอมน้ำผสมเกลือกลั้วคอไม่ต้องใช้น้ำยาบ้วนปาก”
“ค่ะทราบแล้วค่ะ”
“อย่าลืมใช้ไหมขัดฟันด้วย”
“ค่า” อัปสราลากเสียงยาว“มีอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ยค่ะคุณหมอ”
“ดูแลตัวเองดีๆนะคนไข้ รู้มั้ยหมอเป็ห่วง” เขากระซิบบอกก่อนที่เธอจะลงจากรถ
“!”
“นอนหลับฝันดีครับ”
หมอพูดอย่างนี้กับคนไข้เป็เื่ปกติมั้ยอ่ะ!?
“แล้วอย่าลืมฝันถึงผมด้วยล่ะ”
อื้อ...หยอดเก่งเป็พ่อค้าขายขนมครกเลยนะคุณหมอ!
ตึก!ตึก!
ฮื้อ! ทำไมใจเต้นแรงอย่างนี้
โอย...ไม่ไหวหัวใจทำไมสั่นไหวกับแค่คำพูดง่ายๆเพียงแค่นี้
อ่อนว่ะ!
อย่านะนังแอฟ! อย่าคิดอะไรเข้าข้างตัวเองเชียว! เขาก็แค่หว่านเสน่ห์เล่นๆ ตามประสาหนุ่มขี้เหงาเท่านั้นเอง
สติกเกอร์รูปเด็กน้อยบอกราตรีสวัสดิ์ที่หมอหนุ่มส่งมายังค้างอยู่หน้าจอแอปพลิเคชันไลน์อัปสรามองมันนิ่งอยู่หลายนาทีแล้วก็ยังคิดไม่ตก
จะตอบกลับดีมั้ยนะ? แล้วถ้าจะตอบๆว่าอะไร?
แล้วถ้าไม่ตอบล่ะ เขาจะหาว่าหยิ่งเื่มากหรือเปล่า?
ฝ่ายคนส่งเองก็นั่งมองดูข้อความในมือถือที่ส่งถึงหญิงสาวเช่นกันข้อความที่ส่งไปขึ้นสถานะว่าอ่านแล้ว ผ่านไปหลายนาทีก็ยังไม่มีสัญญาณตอบกลับมา
ทำไมเงียบไปเลย เขารุกเร็วเกินไปหรือเปล่า?
หรือเธอซื่อบื่อจนไม่รับรู้สารที่เขาส่งไป
ตอบมาสักนิดก็ยังดี คนจีบจะได้มีกำลังใจจีบต่อ
ห้านาทีก็แล้ว สิบนาทีก็แล้ว
เฮ้อ!
นี่เขากำลังรออะไรอยู่นะชยณัฐล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างโยนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างตัว
ผู้หญิงอะไรไม่มีความน่ารักเลยสักนิดอ่านแล้วก็ช่วยตอบกลับมาให้เขาชื่นใจหน่อยจะเป็ไรไป!
******************************
‘แวะมาที่ห้องฟัน ตอน 11 โมง’
ข้อความจากทันตแพทย์ชยณัฐที่ส่งมาั้แ่เช้าทำให้อัปสราต้องเดินมาที่แผนกทันตกรรมซึ่งอยู่อีกฟากของตึกอำนวยการในตอนสายของวันนี้
“สวัสดีค่ะพี่แอฟมาจองคิวทำฟันเหรอ”ผู้ช่วยทันตแพทย์ที่พอจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเอ่ยทัก
“หมอนัดน่ะ”
“มีใบนัดมาด้วยมั้ยพี่”
“เปล่า หมอชยณัฐไลน์บอกให้มาตอน 11 โมง”
“อ้อหนูขอเช็กตารางลงตรวจของหมอก่อนนะพี่นั่งรอก่อน” วดีเปิดสมุดนัดเล่มหนาของหมอหนุ่ม“คิวหมอว่าง ไม่มีคนไข้นี่นา”
ไม่รู้อ่ะ หมอบอกให้มาก็มา
“ให้พี่แอฟเข้ามาได้เลย”ชยณัฐโผล่หน้าออกมาบอกคนไข้วีไอพี จากห้องทำฟัน
“งานอะไรหมอหนูจะได้เตรียมเครื่องมือ” ถึงแม้จะสงสัยที่หมอนัดคนไข้นอกตารางแต่ผู้ช่วยที่ดีอย่างวดีก็พร้อมที่จะสแตนบายรอช่วยข้างเก้าอี้
“ตัดไหม”
“อ้อ” วดีพยักหน้ารับทราบ“พี่แอฟทางนี้ค่ะ”
อัปสรามีอาการเกร็งนิดหน่อยเมื่อต้องเอนตัวนอนบนยูนิตและยิ่งตัวสั่นเข้าไปอีกเมื่อหมอหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“ไม่ต้องกลัวพี่แอฟ ไม่เจ็บๆ”วดีปลอบคนไข้สาวที่มีอาการสั่นน้อยๆ
เธอไม่รู้หรอกว่าที่สั่นเกิดจากกลัวหมอฟันหรือสั่นเพราะกลัวการใกล้ชิดกับชายหนุ่มกันแน่
“วดีไปหาชาร์ตคุณเวทิศให้ทีไม่รู้ว่าเผลอวางไว้ที่เวชระเบียนหรือเปล่า”
“อ้าปากครับคนไข้”พอวดีลุกจากเก้าอี้ไป ทันตแพทย์ชยณัฐก็ก้มลงมาทำหัตถการต่อ
“กลัวหมอฟันเหรอ” หมอหนุ่มตัดสินใจวางเครื่องมือแล้วชวนคนไข้คุยเพื่อลดความเครียด
“เปล่า”
“ปากแข็ง ตัวสั่นออกขนาดนี้”
“หมอทำเบาๆ นะ”
สนิทกับหมอฟัน แต่ก็กลัวการทำฟันอยู่ดี
“ครับผมจะทำเบาๆ ไม่ต้องกลัว”
“ถ้าทำเจ็บจะโกรธจริงๆ ด้วย”
“ผมเคยทำพี่เจ็บเหรอ”
อัปสราหน้าแดงหากมีคนที่เดินผ่านไปมาอยู่ด้านนอกได้ยินประโยคที่ทั้งคู่คุยกันคงมีการเข้าใจผิดกันบ้างล่ะ
“ไม่เจ็บแน่นอนถ้าเจ็บให้หยิกผมได้เลย”
เธอเพิ่งสังเกตว่าเมื่ออยู่กันตามลำพังเขาจะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า ‘ผม’ แต่พอมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยเขาก็จะแทนตัวเองว่า ‘หมอ’ เสมอ
“แค่หยิกเหรอ”คนไข้เริ่มผ่อนคลายมีอารมณ์หยอกกลับ
“จะทุบเลยก็ได้”คุณหมอยิ้มแล้วเตรียมหยิบเครื่องมือ
“อ้าปากแป๊บเดียวเสร็จรับรองไม่เจ็บ เชื่อผม”
อื้อ...เสียงนุ่มละมุนใจมากหมอ
การตัดไหมใช้เวลาสั้นๆเพียงชั่วอึดใจและก็ไม่เจ็บอย่างที่เขาบอกจริงๆ
เธอเพิ่งรู้ว่าการทำฟันก็ไม่ได้น่ากลัวสักนิดไม่จำเป็ต้องสนิทกับหมอฟันก็ได้
“เที่ยงพี่จะไปกินข้าวที่ไหน”
“ก็โรงอาหาร”
“ผมเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยเปิดใหม่หลังกระทรวงไปกินเป็เพื่อนหน่อยสิ”
“อืม ก็ได้ พี่เลี้ยงเอง” พอรับการรักษาเสร็จอัปสราก็อารมณ์ดีขึ้นมาเป็กองถึงขั้นออกปากเลี้ยงอาหารกลางวันคุณหมอเ้าของไข้
“สงสัยฝนจะตก พี่แอฟจะเลี้ยงข้าวผมไปกันเลยมั้ยจะได้กลับมาทันเข้างานบ่ายโมง” ทันตแพทย์ชยณัฐถอดเสื้อกาวน์พาดไว้ที่แขนเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาว
งื้อ หล่อทัชใจเหลือเกินพ่อ!
หุ่นแบบนี้ หน้าตาแบบนี้น่าจะไปเป็ดาราหรือนายแบบ
พอเห็นชายหนุ่มอยู่ชุด all black ั้แ่หัวจรดเท้าก็ทำให้เธอนึกถึงวันกีฬาสีของตึกทันตกรรมเมื่อสองปีก่อนจำได้ว่าวันนั้นเขาแต่งหน้าและเสยผมขึ้นเผยใบหน้าหล่อเหลาทำเอาเธอมองจนตาพร่า ถึงวันนี้จะไม่ได้แต่งหน้าแต่ชายหนุ่มก็เซตผมเหมือนตอนนั้นไม่มีผิดหล่อใสสไตล์เกาหลีได้ใจอิแอฟฝุดๆ
เสียดายอ่ะทำไมไม่เกิดเร็วกว่านี้อีกสักสามปีนะรับรองเธอจะจีบเขาแน่นอน
“มองขนาดนี้จะกินผมแทนข้าวหรือไงครับ” ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองตอบกลับมาอย่างหยอกเย้า
“มองนิดมองหน่อยทำเป็หวง”
“เปล่าไม่ได้หวงถ้าอยากมองก็มองไปแต่มันไม่อิ่มเหมือนกินข้าวนะ”
“งั้นเราไปกันเถอะก่อนที่พี่จะจับหมอกลืนลงท้อง”
ห๊ะ! หมอหนุ่มทำหน้าเหวอเบิกตากว้าง
พี่พูดอะไรออกมา! ช่วยนึกถึงใจคนฟังด้วยนะครับว่าจะคิดลึกไปไกลแค่ไหน
คนพูดคิดไม่คิดอะไรแต่ใจคนฟังคิดไปไกลแล้วหลายโยชน์!