คุณหมอขากรุณารักให้จบ

    บทที่ 6.1 ไม่เจ็บครับ...หมอรับรอง

              หลังรับประทานอาหารมื้อเย็นวันนั้นขากลับชยณัฐขับรถมาส่งเธอที่บ้านส่วนกวิตาไปส่งบิวเพราะอยู่โซนประชานิเวศน์เหมือนกัน

                “หมอโกรธพี่เหรอ”

                กับเธอ...ชยณัฐนิ่งมากถามคำตอบคำ๻ั้๹แ๻่อยู่ที่ร้านส้มตำแล้วแต่ถ้าเป็๲กวิตาหรือบิวคุยด้วยเขาก็สนทนาเป็๲ปกติยิ้มหัวเราะจนคนอื่นไม่รู้ว่าเขากำลังโกรธ

                ใช่สิเขาโกรธเธอคนเดียวนี่นา ไม่ใช่เพื่อนร่วมโต๊ะสองคนนั้นสักหน่อย

                “น่าโกรธมั้ยล่ะ”

                “หายโกรธเถอะนะพี่ขอโทษ”

                “ทำไมพี่ไม่ระวังตัวเลยรู้มั้ยกินปลาร้ามันส่งผลยังไงอาจจะทำให้แผลอักเสบและติดเชื้อ”

                “ปลาร้าต้มสุกนะ”

                “ต้มสุกก็ไม่ได้ถ้าอยากกินส้มตำก็สั่งตำไทยไม่ใส่ปลาร้า”

            “มันอร่อยตรงไหน”คนไข้แย้งอุบอิบในลำคอ

            “งดกินส้มตำอย่างน้อยหนึ่งเดือน”

                โห...ขาดใจตายกันพอดี!

                “หรืออยากงดนานกว่านี้”

                ม่ายยย!

                “อืมจะพยายาม”คนที่ชอบโซ้ยส้มตำปูปลาร้าเป็๲ชีวิตจิตใจรับคำเสียงแ๶่๥เบา

                ถ้านานกว่านี้ก็เอามีดมาแทงกันให้ตายเลยเถอะ!

                “ต้องทำให้ได้ไม่งั้นแผลจะไม่หาย”

                “เข้าใจแล้ว”

            “ตอนนี้ยังปวดอยู่หรือเปล่า”พอเธอทำท่าสำนึกผิดหมอหนุ่มก็ถามคนไข้เสียงอ่อน

                “ไม่แล้ว”

                “แปรงฟันให้สะอาดแล้วอมน้ำผสมเกลือกลั้วคอไม่ต้องใช้น้ำยาบ้วนปาก”

                “ค่ะทราบแล้วค่ะ”

            “อย่าลืมใช้ไหมขัดฟันด้วย”

            “ค่า” อัปสราลากเสียงยาว“มีอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ยค่ะคุณหมอ”

                “ดูแลตัวเองดีๆนะคนไข้ รู้มั้ยหมอเป็๲ห่วง” เขากระซิบบอกก่อนที่เธอจะลงจากรถ

                “!”

                “นอนหลับฝันดีครับ”

            หมอพูดอย่างนี้กับคนไข้เป็๞เ๹ื่๪๫ปกติมั้ยอ่ะ!?

            “แล้วอย่าลืมฝันถึงผมด้วยล่ะ”

                อื้อ...หยอดเก่งเป็๞พ่อค้าขายขนมครกเลยนะคุณหมอ!

                ตึก!ตึก!

                ฮื้อ! ทำไมใจเต้นแรงอย่างนี้

                โอย...ไม่ไหวหัวใจทำไมสั่นไหวกับแค่คำพูดง่ายๆเพียงแค่นี้

                อ่อนว่ะ!

            อย่านะนังแอฟ! อย่าคิดอะไรเข้าข้างตัวเองเชียว! เขาก็แค่หว่านเสน่ห์เล่นๆ ตามประสาหนุ่มขี้เหงาเท่านั้นเอง

            สติกเกอร์รูปเด็กน้อยบอกราตรีสวัสดิ์ที่หมอหนุ่มส่งมายังค้างอยู่หน้าจอแอปพลิเคชันไลน์อัปสรามองมันนิ่งอยู่หลายนาทีแล้วก็ยังคิดไม่ตก

            จะตอบกลับดีมั้ยนะ? แล้วถ้าจะตอบๆว่าอะไร?

            แล้วถ้าไม่ตอบล่ะ เขาจะหาว่าหยิ่งเ๹ื่๪๫มากหรือเปล่า?

            ฝ่ายคนส่งเองก็นั่งมองดูข้อความในมือถือที่ส่งถึงหญิงสาวเช่นกันข้อความที่ส่งไปขึ้นสถานะว่าอ่านแล้ว ผ่านไปหลายนาทีก็ยังไม่มีสัญญาณตอบกลับมา

            ทำไมเงียบไปเลย เขารุกเร็วเกินไปหรือเปล่า?

            หรือเธอซื่อบื่อจนไม่รับรู้สารที่เขาส่งไป

            ตอบมาสักนิดก็ยังดี คนจีบจะได้มีกำลังใจจีบต่อ

            ห้านาทีก็แล้ว สิบนาทีก็แล้ว

            เฮ้อ!  

            นี่เขากำลังรออะไรอยู่นะชยณัฐล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างโยนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างตัว

            ผู้หญิงอะไรไม่มีความน่ารักเลยสักนิดอ่านแล้วก็ช่วยตอบกลับมาให้เขาชื่นใจหน่อยจะเป็๞ไรไป!

            ******************************

             

            ‘แวะมาที่ห้องฟัน ตอน 11 โมง’

            ข้อความจากทันตแพทย์ชยณัฐที่ส่งมา๻ั้๫แ๻่เช้าทำให้อัปสราต้องเดินมาที่แผนกทันตกรรมซึ่งอยู่อีกฟากของตึกอำนวยการในตอนสายของวันนี้

            “สวัสดีค่ะพี่แอฟมาจองคิวทำฟันเหรอ”ผู้ช่วยทันตแพทย์ที่พอจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเอ่ยทัก

            “หมอนัดน่ะ”

            “มีใบนัดมาด้วยมั้ยพี่”

            “เปล่า หมอชยณัฐไลน์บอกให้มาตอน 11 โมง”

            “อ้อหนูขอเช็กตารางลงตรวจของหมอก่อนนะพี่นั่งรอก่อน” วดีเปิดสมุดนัดเล่มหนาของหมอหนุ่ม“คิวหมอว่าง ไม่มีคนไข้นี่นา”

            ไม่รู้อ่ะ หมอบอกให้มาก็มา

            “ให้พี่แอฟเข้ามาได้เลย”ชยณัฐโผล่หน้าออกมาบอกคนไข้วีไอพี จากห้องทำฟัน

            “งานอะไรหมอหนูจะได้เตรียมเครื่องมือ” ถึงแม้จะสงสัยที่หมอนัดคนไข้นอกตารางแต่ผู้ช่วยที่ดีอย่างวดีก็พร้อมที่จะสแตนบายรอช่วยข้างเก้าอี้

            “ตัดไหม”

            “อ้อ” วดีพยักหน้ารับทราบ“พี่แอฟทางนี้ค่ะ”

            อัปสรามีอาการเกร็งนิดหน่อยเมื่อต้องเอนตัวนอนบนยูนิตและยิ่งตัวสั่นเข้าไปอีกเมื่อหมอหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้

            “ไม่ต้องกลัวพี่แอฟ ไม่เจ็บๆ”วดีปลอบคนไข้สาวที่มีอาการสั่นน้อยๆ

            เธอไม่รู้หรอกว่าที่สั่นเกิดจากกลัวหมอฟันหรือสั่นเพราะกลัวการใกล้ชิดกับชายหนุ่มกันแน่

            “วดีไปหาชาร์ตคุณเวทิศให้ทีไม่รู้ว่าเผลอวางไว้ที่เวชระเบียนหรือเปล่า”

            “อ้าปากครับคนไข้”พอวดีลุกจากเก้าอี้ไป ทันตแพทย์ชยณัฐก็ก้มลงมาทำหัตถการต่อ

            “กลัวหมอฟันเหรอ” หมอหนุ่มตัดสินใจวางเครื่องมือแล้วชวนคนไข้คุยเพื่อลดความเครียด

            “เปล่า”

            “ปากแข็ง ตัวสั่นออกขนาดนี้”

            “หมอทำเบาๆ นะ”

            สนิทกับหมอฟัน แต่ก็กลัวการทำฟันอยู่ดี

            “ครับผมจะทำเบาๆ ไม่ต้องกลัว”

            “ถ้าทำเจ็บจะโกรธจริงๆ ด้วย”

            “ผมเคยทำพี่เจ็บเหรอ”

            อัปสราหน้าแดงหากมีคนที่เดินผ่านไปมาอยู่ด้านนอกได้ยินประโยคที่ทั้งคู่คุยกันคงมีการเข้าใจผิดกันบ้างล่ะ

            “ไม่เจ็บแน่นอนถ้าเจ็บให้หยิกผมได้เลย”

            เธอเพิ่งสังเกตว่าเมื่ออยู่กันตามลำพังเขาจะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า ‘ผม’ แต่พอมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยเขาก็จะแทนตัวเองว่า ‘หมอ’ เสมอ

            “แค่หยิกเหรอ”คนไข้เริ่มผ่อนคลายมีอารมณ์หยอกกลับ

            “จะทุบเลยก็ได้”คุณหมอยิ้มแล้วเตรียมหยิบเครื่องมือ

            “อ้าปากแป๊บเดียวเสร็จรับรองไม่เจ็บ เชื่อผม”

            อื้อ...เสียงนุ่มละมุนใจมากหมอ

            การตัดไหมใช้เวลาสั้นๆเพียงชั่วอึดใจและก็ไม่เจ็บอย่างที่เขาบอกจริงๆ

            เธอเพิ่งรู้ว่าการทำฟันก็ไม่ได้น่ากลัวสักนิดไม่จำเป็๞ต้องสนิทกับหมอฟันก็ได้

            “เที่ยงพี่จะไปกินข้าวที่ไหน”

            “ก็โรงอาหาร”

            “ผมเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยเปิดใหม่หลังกระทรวงไปกินเป็๲เพื่อนหน่อยสิ”

            “อืม ก็ได้ พี่เลี้ยงเอง” พอรับการรักษาเสร็จอัปสราก็อารมณ์ดีขึ้นมาเป็๞กองถึงขั้นออกปากเลี้ยงอาหารกลางวันคุณหมอเ๯้าของไข้

            “สงสัยฝนจะตก พี่แอฟจะเลี้ยงข้าวผมไปกันเลยมั้ยจะได้กลับมาทันเข้างานบ่ายโมง” ทันตแพทย์ชยณัฐถอดเสื้อกาวน์พาดไว้ที่แขนเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาว

            งื้อ หล่อทัชใจเหลือเกินพ่อ!

            หุ่นแบบนี้ หน้าตาแบบนี้น่าจะไปเป็๲ดาราหรือนายแบบ

            พอเห็นชายหนุ่มอยู่ชุด all black ๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้าก็ทำให้เธอนึกถึงวันกีฬาสีของตึกทันตกรรมเมื่อสองปีก่อนจำได้ว่าวันนั้นเขาแต่งหน้าและเสยผมขึ้นเผยใบหน้าหล่อเหลาทำเอาเธอมองจนตาพร่า ถึงวันนี้จะไม่ได้แต่งหน้าแต่ชายหนุ่มก็เซตผมเหมือนตอนนั้นไม่มีผิดหล่อใสสไตล์เกาหลีได้ใจอิแอฟฝุดๆ

            เสียดายอ่ะทำไมไม่เกิดเร็วกว่านี้อีกสักสามปีนะรับรองเธอจะจีบเขาแน่นอน

            “มองขนาดนี้จะกินผมแทนข้าวหรือไงครับ” ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองตอบกลับมาอย่างหยอกเย้า

            “มองนิดมองหน่อยทำเป็๲หวง”

            “เปล่าไม่ได้หวงถ้าอยากมองก็มองไปแต่มันไม่อิ่มเหมือนกินข้าวนะ”

            “งั้นเราไปกันเถอะก่อนที่พี่จะจับหมอกลืนลงท้อง”

            ห๊ะ! หมอหนุ่มทำหน้าเหวอเบิกตากว้าง

            พี่พูดอะไรออกมา!  ช่วยนึกถึงใจคนฟังด้วยนะครับว่าจะคิดลึกไปไกลแค่ไหน

            คนพูดคิดไม่คิดอะไรแต่ใจคนฟังคิดไปไกลแล้วหลายโยชน์!