วันที่ต้องจากแม่มาถึงเร็วอย่างไม่น่าเชื่อพระพายน้ำตาคลอระหว่างนั่งเครื่องบินไปกับพ่อก่อนจากมาเขากับดอกเข็มกอดลากันกว่าสิบนาที จนศานต์เสียใจที่ตนมาพรากลูกไปจากแม่
“ั้แ่เด็กไม่เคยห่างแม่เลยใช่ไหม” ผู้เป็พ่อชวนลูกที่เหม่อมองก้อนเมฆนอกหน้าต่างเครื่องบินคุยตอนแรกนึกว่าเขาจะตื่นเต้นที่ได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกแต่กลับเศร้าจนน่าห่วง
“ครับ”
“ไว้ถึงกรุงเทพฯพ่อจะพาไปซื้อโทรศัพท์พายจะได้โทรคุยกับแม่ได้ตอนปิดเทอมถ้าอยากกลับมาเยี่ยมแม่ก็ค่อยไป”บอกพลางตบไหล่ลูกพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นมอบให้เขา
“ไปถึงบ้านแล้วแม่เขาจะพูดยังไงก็ปล่อยเขาไปเถอะนะขอแค่พายรู้ว่าพ่อรักพายไม่ต่างจากน้องก็พอ พายเกิดจากความรักของพ่อกับแม่นะลูก”
“พายเข้าใจครับแม่บอกให้พายอดทน ให้ความเคารพคุณนิลตา”
“ลูกเป็เด็กดีจริงๆ ตอนนี้เป็หนุ่มแล้วมีแฟนหรือยัง”
“ยังไม่มีครับ”
“ไม่มีก็ไม่เป็ไรจะได้อยู่กับพ่อนานๆ” บอกพลางจับไหล่ให้ความอบอุ่นแล้วถามเื่ราวต่าง ๆจากเขาไม่ให้รู้สึกเหงา
เมื่อถึงบ้านพ่อพระพายตัวลีบเข้าบ้านหลังใหญ่ที่ต่อไปตนต้องใช้ชีวิตที่นี่เขาถือกระเป๋าตามพ่อเข้าไปด้านใน นิลตากับชินวุฒิกำลังชมของที่พึ่งไปชอปปิ้งกลับมา
“พ่อกลับมาแล้ว”ชินวุฒิเงยหน้าด้วยความดีใจแต่พอเห็นอีกคนที่มากับพ่อความดีใจที่มีก็หายหมดเขากอดอกหันหน้าหนี
“อะไรกันน่ะไม่เจอหลายวันพ่อคิดถึงนะมาให้กอดหน่อย” ลูกคนเล็กไม่ทำตาม ศานต์ส่ายหน้าจูงมือลูกคนโตเข้าไปทักทายนิลตา
“ผมพาลูกมาอยู่ด้วยพระพายนี่คุณแม่นิลตาภรรยาของพ่อ แม่ของเ้าชิน”เขาแนะนำตัวให้แล้วนิลตาก็ยังเฉยจึงต้องกระแอมอีกครั้ง
“คุณจะให้พายเรียกคุณว่ายังไงดี” ถามเสียงดังกว่าเดิมนิลตาจึงเงยหน้าขึ้น
“แค่คำเรียกงั้นก็เรียกฉันว่าคุณแม่สิแต่อย่าคิดว่าฉันจะเป็แม่ให้ลูกคุณนะ ฉันแค่ไม่อยากให้ใครถามมาก วุ่นวาย”
ศานต์โล่งใจที่นิลตาว่าอย่างนั้นจึงหันไปพยักหน้าให้ลูก
“สวัสดีครับคุณแม่” นิลตาไม่รับไหว้เบือนหน้าหนีไม่มองเด็กที่ตัวเองเคยคิดจะฆ่าพระพายทำให้นางนึกถึงความเ็ปสมัยก่อน
“แม่ว่าชินใส่ชุดนี้ไปวันเกิดเพื่อนก็ดีนะลูก” นิลตาเลิกสนใจพ่อลูกปล่อยให้ยืนหน้าจ๋อยนำเสื้อตัวใหม่ทาบไว้กับตัวลูกชาย
พระพายทำตัวไม่ถูกมองพ่อขอความเห็น“พ่อจะพาไปดูห้องพักผ่อนแล้วจะได้มาทานข้าวกัน”
“ทานข้าวเหรอฉันกับชินจองร้านอาหารไว้ที่บ้านไม่ได้เตรียมกับข้าวไว้”
“แล้วคุณจองเผื่อผมกับพายหรือเปล่า”
“ฉันจะไปกับลูกฉันสองคน”
ศานต์ถอนหายใจไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของภรรยา“ไปเถอะลูกเดี๋ยวพ่อพาไปกินข้าวข้างนอกเอง”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะบอสทำไมคิ้วขมวดแต่เช้าเลยล่ะ ไหนว่าไปรับลูกชายมาอยู่ด้วยทำไมดูไม่มีความสุขเลย” พรรณาทักเ้านายในตอนเช้า
ศานต์ถอนใจหลายทีจึงเล่าเื่“จะมีความสุขได้ไงตาเล่นทำเหมือนพายเป็ส่วนเกินเ้าชินก็เอาอย่างแม่ ส่วนพายเก็บตัวอยู่แต่ในห้องอย่างกับฉันเอาลูกมาทรมานอย่างนั้นแหละ”
“ถ้าอย่างนั้นบอสต้องพักร้อนพาน้องพายไปเที่ยว”
ศานต์ถอนใจอีกสิ่งที่พรรณาเสนอมานั้นเป็ไปไม่เลย งานในบริษัทยุ่งมากถ้าเขาหายไปคงแย่ไหนจะลูกชายคนเล็กเห็นพ่อเอาใจใส่พี่มากเกินไปจะน้อยใจเข้าไปใหญ่
“เอ้อจริงสิน้องญาปิดเทอมแล้วใช่ไหม”
“ค่ะปิดแล้วเมื่อคืนเล่นเกมส์กับพ่อเขาจนดึกณาต้องไล่ไปนอนทั้งพ่อทั้งลูกทำไมเหรอคะจะให้น้องญาพาพระพายไปเที่ยวเหรอ”
“ขอแรงหน่อยแล้วกันฉันไม่ค่อยสะดวกพวกเขาอายุไล่เลี่ยกันน่าจะคุยกันเข้าใจพายจะได้ไม่เกร็ง”
“พระพายไม่เกร็งแต่จะปวดหัวแทนน่ะสิคะ” คนเป็พ่อและแม่หัวเราะเมื่อพูดถึงลูก ๆ “ก็ได้ค่ะเดี๋ยวณาจะบอกลูกให้”
“ช่วยหน่อยนะ”
“หา! นอกจากไอ้ชินคุณลุงยังมีลูกอีกเหรอคะคุณแม่”สกุณาร้องใเมื่อผู้เป็แม่มาถ่ายทอดคำขอร้องของศานต์ให้ฟัง
“ใช่แล้วละอายุมากกว่าญาน่าจะแปดเดือนมั้ง เขาพึ่งมาอยู่กรุงเทพฯ ห่างจากแม่ ไม่มีเพื่อนคุณลุงก็ไม่ว่างอยู่ด้วยตลอด ส่วนน้องชินกับคุณป้าตาก็ไม่ยอมรับเลยเหงา ๆ อยู่น่ะคุณลุงอยากให้ญาช่วยไปอยู่เป็เพื่อนพระพายหน่อยพาเขาออกไปเที่ยวเล่นเขาจะได้รู้จักที่ต่าง ๆ”
“เขาน่าสงสารจังเลยค่ะน้องญาช่วยก็ได้”
พรรณนาได้ยินลูกสาวตอบแบบนั้นก็โล่งใจแต่ยังเอ่ยเตือนเธอออกไปอีก “อย่าพาเขาไปเล่นอะไรโลดโผนนักละ”
“วางใจได้ค่ะ”
“พายมานี่สิลูกพ่อจะแนะนำให้รู้จักเพื่อนใหม่” วันต่อมาคุณพ่อของสกุณาขับรถพาเธอมาบ้านศานต์แต่เช้าณัฐชัยมาส่งลูกสาวและทำความรู้จักลูกชายเพื่อน
พระพายเดินไปหาพ่อขณะเดินผ่านนิลตาก็ก้มหน้าเจียมตัวจนณัฐชัยส่ายหัว
“นี่อาณัฐนะลูกเพื่อนสนิทพ่อส่วนนี่น้องญาลูกสาวของอาณัฐ น้องญาอายุน่าจะน้อยกว่าพายไม่ถึงปีกำลังจะขึ้นม. หกส่วนพายกำลังจะเข้ามหา’ลัยถือว่าห่างกันปีนึงก็ได้ ่นี้ปิดเทอมพ่อจะให้น้องญามาอยู่เป็เพื่อนพายนะ”
“สวัสดีครับคุณอาสวัสดีครับน้องญา”
สกุณาย่นจมูกไม่ชอบใจที่คนอายุมากกว่าไม่ถึงปีมาเรียกตนว่าน้อง
“สวัสดีลูกน้องญาทำไมกอดอกแบบนั้นล่ะไม่ตอบพี่เขา”
“คุณลุงให้น้องญามาเป็เพื่อนพระพายไม่ได้ให้มาเป็น้อง” ผู้ใหญ่ในห้องหัวเราะ
พระพายทำหน้าไม่ถูกเอ่ยขอโทษเธอ“ขอโทษครับ”
“พระพายไม่รู้นี่นาว่าหนูไม่อยากให้เรียกน้องค่อยบอกเขาก็ได้ อย่างอนนักเลยไม่งั้นจะเป็เพื่อนกันยังไง”
“ต่อไปเรียกญาเฉยๆ แล้วก็เป็เพื่อนกันแล้วนะพาย”
คนหนุ่มอึ้งกับการขอเป็เพื่อนของคนที่ไม่ยอมให้เขาเรียกน้อง
ชินวุฒยิ้มเยาะที่สกุณาทำให้พระพายหน้าเจื่อนแต่กลับถูกหญิงสาวจ้องหน้าตอบจึงต้องรีบหลบสายตาเพราะเขาสู้ยัยพี่ญาไม่ได้
สกุณากับชินวุฒิเล่นด้วยกันมาแต่เด็กเป็ไม่เบื่อเมากันเสมอเพราะชอบคิดอะไรขัดแย้งกันแต่ส่วนมากเป็เื่เด็กเล่นจึงไม่มีใครถือเป็จริงเป็จัง
“เอาละอยู่กันดีๆ นะลุงต้องไปทำงานแล้ว พายไปขึ้นรถกับคุณอานะลูก น้องญาบอกว่าจะพาไปเที่ยวห้างไปดูหน่อยว่าเด็กเมืองกรุงเขาทำอะไรกันตอนปิดเทอม”
“ครับ” ตอบผู้เป็พ่อแล้วมองไปทางน้องชายพระพายอยากสนิทกับชินวุฒิจะได้คุยเล่นกันเหมือนพี่น้องทั่วไป
“จะไปกับพี่เขาไหมล่ะชิน” ศานต์ถามลูกชายคนเล็กแทนพี่ชายของเขาแต่ฝ่ายลูกรักปฏิเสธ่นี้ชินวุฒิได้เกมส์ใหม่มาเขาอยู่แต่ในห้องหลบหน้าพระพายกับพ่อ
“ชินไม่ไปเดินห้างมันน่าเบื่อ” พูดแล้วก็ทำลอยหน้าลอยตาใส่พระพายแต่คนพี่ไม่ถือสา
“เอ้านี่อยากได้อะไรเอาบัตรพ่อไปจ่าย อย่าลืมเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำน้องญาด้วยละ”
“ครับ”
“ลุงฝากด้วยนะน้องญา”
“ได้เลยค่ะไปกันเถอะพาย” สกุณารับปากอย่างดีอารมณ์เปลี่ยนจากเมื่อครู่จนพระพายตามไม่ทัน ได้แต่วิ่งตามแรงลากของเธอไป
“คุณอายังไม่ออกมาเลยทำไมต้องรีบขนาดนี้”
“เห็นอยู่ตรงนั้นอึดอัดเลยพาออกมา”
พระพายยิ้มเมื่อรู้เหตุผลที่แท้จริงของเธอ“เมื่อกี้ขอโทษนะที่ทำให้โกรธ”
“โกรธอะไรเล่าเื่แค่นี้เองช่างมันเถอะดูนายนี่ก็นะรู้แล้วทำไมคุณลุงถึงได้ห่วงนัก”
“ก็ทุกอย่างมันแปลกไปหมดนี่นา” พอผ่อนคลายแล้วก็เริ่มพูดมากขึ้น พ่อช่างหาคนมาได้ถูกจริง ๆสกุณาร่าเริงซะจนเขาไม่มีเวลาเศร้าไม่งั้นจะตามเธอไม่ทันว่ากำลังพูดเื่อะไร
“ขอบคุณนะคะคุณพ่อ” สกุณาโบกมือลาบิดามาเมื่อท่านส่งถึงหน้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อีกมือหนึ่งจับมือพระพายไว้ กรุงเทพฯ รถเยอะแล้วเขาก็เด๋อ ๆ ด๋า ๆเด็กสาวจึงต้องจูงมือข้ามถนน
“ไม่คิดเลยว่าจะใหญ่ขนาดนี้มิน่าคนเยอะของขายก็เยอะ” เขามองรอบ ๆอย่างตื่นตาตื่นใจขณะเดินตามสกุณา
“แล้วอยากทำอะไรล่ะเดี๋ยวจะพาไป”
ใบหน้าซื่อกลับมามองสาวน้อย “ไม่รู้ว่ามีอะไรให้ทำบ้างไหนญาบอกจะพาเที่ยวญานำสิ”
“งั้นไปดูหนังไหมได้ยินเพื่อนคุยกันว่าหนังใหม่สนุกมาก”
“ดูหนังในโรงเหรอ” พระพายตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก เขาเคยเข้าโรงหนังครั้งเดียวตอนอายุสิบสองตอนนั้นเข้าเมืองไปกับมัสยาและมินาคุณน้าพาไปดูการ์ตูนราคาตั๋วแพงก็ไม่เท่าไหร่เพราะไม่ได้ไปบ่อย แต่พวกเขาอยู่ในไร่นาน ๆถึงได้เข้าตัวจังหวัดไม่ค่อยมีโอกาสไปดู ถึงมัสยาจะพาไปซื้อของบ่อย ๆ แต่ก็แค่ในตัวอำเภอซึ่งยังไม่มีโรงภาพยนตร์
“อื้อที่นี่ฮิตกันมากหลังเลิกเรียนญามากับเพื่อนบ่อย”
“น่าอิจฉาจัง”
“เดี๋ยวต่อไปพายก็มาดูได้บ่อยๆ ชวนไอ้ชินมา”
พูดถึงน้องชายพระพายถอนหายใจอยากให้เขามาด้วยอยู่แล้วแต่ไม่รู้อีกฝ่ายจะยอมหรือเปล่า “ถ้าเป็อย่างนั้นคงดี”
“อีกไม่นานหรอกเราไปซื้อตั๋วกันเถอะ” รู้ว่าเขาเสียใจเมื่อพูดถึงครอบครัวสกุณารีบเปลี่ยนบรรยากาศจับมือวิ่งไปทางโรงภาพยนตร์ พอไปถึงพระพายที่กำลังเหนื่อยๆ ถูกคนอายุน้อยกว่าไม่กี่เดือนผลักให้ไปหลบหลังร้านเสื้อผ้า
“มีอะไรเหรอ”
“เพื่อนในห้องน่ะยัยนี่ขี้เม้าส์มากเดี๋ยวเห็นญามากับผู้ชายจะเอาไปลือว่ามากับแฟน เงียบไว้ก่อนนะ” เธอยกนิ้วชี้ขึ้นชิดปากบอกเขาเงียบไว้ส่วนตัวเองแอบมองกลุ่มเพื่อนว่าผ่านไปหรือยัง
พระพายใจเต้นแรงเมื่อหลังติดกำแพงด้านหน้าติดเอ่อหน้าอกเธอเขากลั้นหายใจแถมยังหลับตาเพราะไม่อยากฉวยโอกาสกับเพื่อนเพื่อนคนเดียวที่มีในตอนนี้ด้วย ถ้าสกุณาเกลียดเขาขึ้นมาคงไม่เหลือใครแล้ว
“โชคดีมากเลยยัยพวกนั้นดูหนังจบแล้วกำลังไปที่อื่นเราไปกันเถอะ” สกุณาถอยออกห่างจากพระพายไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อกี้ใกล้ชิดเขามากเกินไป เธอมัวแต่กลัวเพื่อนมาเห็น
“อ้อไปสิ”
พระพายได้ดูหนังตามใจปรารถนาแถมเื่ที่ดูสนุกมากจนพูดกับสกุณาไม่หยุดเด็กสาวปลื้มที่ตัวเองทำหน้าที่ได้ดีคิดจะพาพระพายไปหาอะไรเล่นอีก
“ได้ยินว่าเล่นบาสด้วยดีเลยญาอยากเอาชนะตู้นั่นได้เล่นฟรีสักที พายต้องโยนให้ลงหลุมทุกลูกเลยนะ”
“ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอกว่าแต่มันเป็เกมส์แบบไหนเหรอ”
“ไปดูเองเดี๋ยวก็รู้” แต่ว่าวันนั้นทั้งวันพระพายก็ยังไม่รู้ เพราะอะไรน่ะเหรอ
“อุ้ยร้านนี้เซลล์รีบมาเร็วพายสองวันก่อนมาดูยังไม่ลดโชคดีจริง ๆ”สกุณาจูงมือเขาวิ่งเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแฟชั่นที่ติดป้ายตัวใหญ่ว่าซื้อสองตัวลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์
“พายมานี่เร็วซื้ออะไรไหมมันสองตัวลดห้าสิบเปอร์เซ็นน่ะ เราจ่ายรวมกันแล้วมาหารส่วนลด”
“แต่ว่าพายไม่อยากได้เสื้อผ้านี่นาหลายวันก่อนพ่อพึ่งพาไปซื้อยังใส่ไม่หมดทุกตัวเลย”
สกุณาทำหน้าเสียดายอย่างแรง“งั้นญาต้องซื้อสองตัวเหรอเนี่ย อยากได้แค่ตัวเดียวไม่เอาไปเพิ่มเหรอ” กะพริบตาอ้อนปริบ ๆชายหนุ่มเกาศีรษะเดินไปดูเป็เพื่อนเธอ
“งั้นเอาเสื้อกันหนาวตัวนี้แล้วกันพอเจอแม่จะได้เอาไปฝากที่เชียงใหม่อากาศหนาว”
“เป็ลูกกตัญญูดีจังแต่ว่าไม่ต้องรอเจอกันก็ส่งไปให้คุณแม่ก่อนได้นะ เผื่ออากาศหนาวเร็วจะได้ใช้เลย”
“จริงด้วยงั้นซื้อแล้วส่งไปให้แม่เลย”
“จะส่งของไปเซอร์ไพรส์ทั้งทีน่าจะเขียนจดหมายด้วยเลยคุณแม่จะได้ดีใจ มาอยู่ไกลแบบนี้ท่านคงคิดถึงพายมาก เขียนจดหมายแล้วก็ต้องมีรูปถ่ายแนบไปด้วย”
“รูปถ่ายเหรอ”
“อื้อไม่ต้องห่วงเดี๋ยววันนี้ไกด์ญานำทางเอง”
ออกจากร้านเสื้อผ้าสกุณาพาพระพายไปร้านถ่ายรูปเห็นเขายืนนิ่งเหมือนถ่ายบัตรประชาชนก็หงุดหงิด
“เดี๋ยวนะคะพี่ช่างภาพ” เธอทนไม่ไหวเข้าไปในเฟรม
“อะไรเหรอ”
“ทำหน้าอะไรของนายจะส่งรูปกลับไปให้แม่หายคิดถึงหรือจะให้ท่านเครียดกว่าเดิม ยิ้มหน่อย ยิ้มกว้าง ๆ แบบนี้เนี่ยทำเป็ไหม” พระพายมองคนที่จับริมฝีปากตัวเองฉีกยิ้มแล้วอมยิ้มนิดหน่อยเธอทำขนาดนี้แล้วเขาคงต้องทำตาม
“แบบนี้ค่อยน่าดูหน่อย” หญิงสาวชมขณะดูภาพที่ช่างเปิดจากกล้องให้ดู “อีกนานแค่ไหนถึงมารับภาพได้คะพี่”
“สักสองชั่วโมงน่าจะเสร็จนะ”
“โอเคค่ะเดี๋ยวพวกเรามาเอานะคะ” เสร็จแล้วก็จับมือเขาออกไปร้านเครื่องเขียน ช่วยเลือกโปสการ์ดสวย ๆให้เขียนจดหมาย
“โอเคได้ของครบแล้วไปนั่งกินข้าวเขียนจดหมายกันเถอะ”
“เป็ไงบ้างลูกไปเที่ยวกับน้องญามาสนุกไหม” ศานต์ถามลูกชายตอนเขาเดินยิ้มเข้ามาในบ้าน
พระพายพยักหน้ายิ้มกว้างขึ้นอีก “สนุกครับแต่เหนื่อยนิดหน่อย นี่คืนให้พ่อครับ” เขาบอกแล้วไปนั่งตรงข้ามยื่นบัตรเครดิตคืนให้บิดา
“พายใช้ไปประมาณสองพันครับเข้าร้านเสื้อผ้าเห็นโปรโมชั่นส์ดีเลยซื้อคนละตัวกับญาส่งไปให้แม่ แล้วก็มีค่าตั๋วหนังค่าอาหารกลางวัน ค่าถ่ายรูปกับซื้อการ์ดในร้านเครื่องเขียน”
ศานต์ไม่สนใจหรอกว่าพระพายใช้เงินไปกับอะไรบ้างมันไม่ได้มากผิดปกติแต่เขาก็นั่งฟังลูกเล่าด้วยรอยยิ้ม
“ดีแล้วแม่เขาจะได้ดีใจส่วนบัตรนี่พายใช้ไปก่อนเดี๋ยวจันทร์หน้าพ่อว่างจะพาไปเปิดบัญชีต่อไปพ่อจะโอนเงินเข้าบัญชีพายทุกเดือน ทีนี้พายจะใช้อะไรก็จัดการเองโตเป็ผู้ใหญ่แล้วต้องจัดการเื่การเงินของตัวเองให้เป็”
“ครับ”
“แล้วเื่สอบตัดสินใจได้หรือยังว่าอยากเรียนอะไร”
“พายคิดไว้สองอย่างคือกฎหมายกับภาษาครับแม่บอกว่าเรียนภาษาต่อยอดได้หลายทาง ส่วนกฎหมายมีอาชีพรองรับ”
“แล้วการบริหารล่ะเศรษฐศาสตร์ก็ได้ ชอบเื่การเงินไหม”
“ไม่รู้ครับพ่อช่วยแนะนำได้ไหมครับ”
“ถ้าให้พ่อแนะนำพ่ออยากให้พายเข้าบริษัทของเราอยู่แล้วแต่งานบริษัทใช้ความสามารถหลายด้าน บริหารจัดการ วิศวกร นักกฎหมาย นักบัญชีติดต่อระหว่างประเทศ ฝ่ายการตลาดได้หมดใจพ่ออยากให้เรียนด้านการบริหารแต่ก็แล้วแต่พาย”
“พายไม่ได้หวังอยากได้ตำแหน่งอะไรในบริษัทของพ่อครับแค่พ่อส่งพายเรียนต่อพายก็พอใจแล้ว”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิลูกถ้าพายไม่หวังสิ่งที่พ่อทำไปจะเพื่อใครล่ะ พ่อทำเพื่ออนาคตของพายกับชินทั้งนั้นนะแต่ก็ตามใจพายอยากเรียนอะไรก็ได้ที่พายชอบพ่อไม่ห้ามหรอก”
“ขอบคุณครับ”
“เอาละอย่าทำหน้าเครียดพรุ่งนี้มีนัดกับน้องญาหรือเปล่า”
“ครับ”
“่นี้ไปเที่ยวให้ผ่อนคลายก่อนถ้าอยากได้หนังสือก็บอกน้องญาพาไปซื้อ น้องญาอยู่ม.ห้าคงจะเตรียมตัวแล้วเหมือนกันถ้าพายเลือกได้ว่าจะสอบเข้าคณะไหนค่อยมาบอกพ่อเดี๋ยวพ่อจะหาติวเตอร์ให้”
“กลัวแต่ก้อนกรวดขัดยังไงก็เป็เพชรไม่ได้”นิลตาที่เข้ามาั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ยืนกอดอกอยู่ที่ประตูว่าขึ้นเสียงดัง