Chapter 1
การกลับมาเจอกันอีกครั้ง
1 ปีผ่านไป..
“เปอร์ เดี๋ยวมึงยกถาดขนมนี่ไปใส่ตู้นะ..ส่วนติ๋มดูความสะอาดพวกโต๊ะเก้าอี้ให้ดีล่ะอีก 10 นาทีร้านจะเปิดแล้ว” ผมไล่บอกน้อง ๆ พนักงานในร้านเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยทั้งหมดอีกครั้งก่อนที่จะถึงเวลาเปิดให้บริการ
ร้าน Plaisir des gourmands คาเฟ่ที่มีพร้อมทั้งเครื่องดื่มอาหารคาวหวานตามสไตล์ฝรั่งเศส ผมมีความหวังเป็อย่างยิ่งว่าคุณลูกค้าทุกคนที่เข้ามาใช้บริการจะได้รับความสุขจากร้านของเรา ได้ลิ้มรสความอร่อยกับอาหาร เครื่องดื่ม และขนมที่ทำสดใหม่ทุกขั้นตอน ดื่มด่ำไปกลับบรรยากาศสไตล์ฝรั่งเศสที่ผมทุ่มทุนด้วยเงินเก็บทั้งชีวิตของตัวเองตกแต่งร้านนี้ขึ้นมา เพื่อให้คุณลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาได้รู้สึกประทับใจ
และนอกจากนี้พนักงานของผมจะต้องสุภาพ ยิ้มแย้มเป็กันเองมีใจรักในการบริการ อีกทั้งยังต้องรู้จักเมนูทั้งหมดของร้านเป็อย่างดี
“ได้เวลาเปิดร้านแล้วครับพี่ตาม”
‘เปอร์’ หนึ่งในพนักงาน และยังเป็นักเรียนของผมเอ่ยขึ้นพลางเดินไปที่ประตูแล้วจับพลิกป้าย Ouvrir/Éteindre ให้แทบที่มีคำว่า Ouvriหันออกไปที่ด้านหน้าของร้าน เพื่อบอกว่าตอนนี้ร้านเราได้เปิดให้บริการ
ผมมองสำรวจไปภายในร้านอีกครั้งเพื่อเช็กดูให้แน่ใจว่าทุกอย่าง Perfect ตามที่วางแผนไว้หรือไม่ ก่อนที่ไม่นานนักรถ Mercedes-Benz C-Class Estate สีดำสุดหรูขับมาจอดที่ร้าน ทั้งผมและทุกคนในร้านพากันมองไปยังรถคันดังกล่าวด้วยความตื่นเต้นเป็ที่สุด
“Bonjour client รับอะไรดีครับ/ค่ะคุณลูกค้า” เสียงพนักงานทุกคนกล่าวทักทายคุณลูกค้าพร้อมกัน ก่อนจะโค้งคำนับให้กับผ้าเยื่อนอีกเล็กน้อย เนื่องจากนี่เป็ความตั้งใจของผมที่อยากจะสร้างการทักทายนี้ให้เป็ Signature ของร้านเรา
“รับอะไรดีครับคุณลูกค้า? อ้าว..พี่ชินมาซื้อกาแฟเหรอพี่?” หลังจากที่พวกเรากล่าวทักทายลูกค้าพลางเงยหน้าขึ้นผมก็เป็อันต้องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อหนึ่งในลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านคือ ‘พี่ชิน’ ลูกพี่ลูกน้องของผมนั่นเอง
“พี่พาเ้านายมาซื้อกาแฟน่ะ คุณวาโยไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนเถอะครับ..เดี๋ยวผมสั่งให้” พี่ชินตอบกลับ แล้วจึงหันไปคุยกับใครอีกคนที่น่าจะเป็เ้านายของเขาผมจึงมองตามคนพี่พร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็มิตร แต่เมื่อมองให้ชัดผมกลับรู้สึกคลับคล้ายคลับคลากับชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าผมเคยเขาที่ไหนมาก่อน แต่ทว่าผมกลับนึกไม่ออกจึงได้แต่มองอีกคนพยักหน้ารับคำตามที่พี่ชินว่าแล้วดินไปนั่งลงยังโต๊ะซึ่งตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับประตูทางออกของร้าน
“เอาอเมริกาโน่ร้อนกลับบ้าน 1 ที่นะ ส่วนของพี่เอาเหมือนเดิม” พี่ชินเริ่มสั่งเมนูร้อนซึ่งน่าจะเป็ของเ้านายเขาและของตัวเองอย่างละหนึ่งแก้วแล้วจึงเดินกลับไปยังโต๊ะที่เ้านายของเขานั่งอยู่ ผมจึงสั่งให้ลูกน้องที่ประจำตำแหน่งบาริสต้าจัดการทำเครื่องดื่มตามที่ได้รับออเดอร์ก่อนที่ตัวผมจะเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อนำขนมที่อบเสร็จออกมาจัดเรียงยังตู้โชว์หน้าร้าน
*****
“เช้านี้แกมีประชุมผู้ถือหุ่นนะ ่บ่ายคุณพัฒนิศจะเข้ามาคุยเื่ตกแต่งภายในส่วนที่เหลือของโครงการย่านทองหล่อ ส่วน่ค่ำแกมีนัดทานข้าวกับท่านประธานและคุณสุนิตาที่บ้าน” ระหว่างที่นั่งฟังเลขาฯคนสนิทแจงรายละเอียดเกี่ยวกับตารางนัดหมายของวันนี้อยู่นั้น พลันสายตาผมก็หันมองยังเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานคนหนึ่งที่น่าจะเป็เชฟของร้านนี้ยืนอยู่เมื่อครู่อย่างไม่วางตา
“รู้จักคนที่ร้านนี้ด้วยเหรอ?”
“ใช่..พอดีร้านนี้เป็ของลูกพี่ลูกน้องน่ะ” เตชินตอบพร้อมกับพยักหน้าไปด้วย โดยที่สายตาก็ยังคงลอบมองไปทางคนคนนั้นอยู่ตลอด ผมรู้สึกคุ้นหน้าเขามากเหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน ยิ่งพอได้กลิ่นของขนมที่ติดอยู่ตามตัวของเข้านั่นแล้วมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์นั่น ตรงที่คุณเชฟใบหน้าสวยยืนอยู่เพราะแค่อยากเห็นหน้าเขาใกล้ ๆ แล้วผมก็นึกออกจนได้เพราะทั้งใบหน้า ท่าทาง และความหอมละมุนที่ผมได้กลิ่นจากตัวเขา
เขาคือชายคนที่ผมเคย...กับเขาที่ฝรั่งเศส แต่ดูเหมือนว่าเขาจะจำผมไม่ได้ซะงั้น..
“ครับ?” เขาเงยหน้าขึ้นมองผมพร้อมถามด้วยสีหน้าเชิงสงสัย
“อ๋อ..เปล่าครับ ทั้งหมดเท่าไร?” พอได้สติจากน้ำเสียงของเ้าตัว ผมจึงทำทีเป็ถามเื่ราคาเครื่องดื่มแก้เก้อ
“อเมริกาโน่ร้อนกับลาเต้เย็น..ทั้งหมด 320 บาทครับคุณลูกค้า” คนตรงหน้าเอ่ยสรุปยอดเงินที่ผมต้องชำระด้วยรอยยิ้มที่แสนจะเป็มิตร ผิดกับคนที่ผมเคยเจอเมื่อ 1 ปีก่อนเสียจริง ๆ
ย้อนเหตุการณ์กลับไปเมื่อ 1 ปีก่อน..
“วาโยครับ..คุณ?”
“แค่วันไนท์ ไม่จำเป็ต้องรู้ชื่อกันก็ได้มั้งครับ” ในคืนนั้นเท่าที่ผมจำได้คุณเชฟคนนี้ดูมีท่าทีไม่ค่อยอยากจะเสวนากับผมสักเท่าไรไม่รู้ว่าทำไมวันนั้นเขาถึงตอบรับคำชวนวันไนท์ของผมก็ไม่รู้
“แต่ว่า..ไหน ๆ คืนนี้เราก็ต้องอยู่ด้วยกันทั้งคืนนี่ ไม่ลองทำความรู้จักกันหน่อยเหรอ?” ผมยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะชวนอีกคนคุยต่อแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบงัน
‘นี่กูไม่ได้บังคับเขามาใช่ไหมเนี่ย!?’
“เอ่อ แล้วคุณมาที่นี่...มาเรียนต่อหรือเที่ยวเหรอครับ?”
“...” เฮ้อออ˜ ใจคอจะไม่พูดอะไรสักคำเลยใช่ไหมวะ
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่แม้แต่จะเปิดปากคุยด้วย งั้นผมก็คงได้แต่ปล่อยให้บรรยากาศมันเงียบไปทั้งอย่างนั้น เพราะมันก็สุดปัญญาแล้วจริง ๆ เราทั้งคู่นั่งแท็กซี่มาลงที่โรงแรมแห่งหนึ่งภายในห้องสีครีมที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องนอนแบบเรียบง่ายแต่ก็ไม่ดูไร้รสนิยมจนเกินไป แสงไฟที่เปิดรอไว้สลัวรางจุดกลิ่นเทียนอโรม่าเพื่อช่วยบิ้วให้ผู้มาเยือนมีอารมณ์ร่วมยิ่งขึ้น
“จะอาบน้ำก่อนมั้ยครับ หรือว่า..” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคร่างบางก็ไม่รีรอรีบเดินเข้ามาดึงคอเสื้อผมให้เข้าไปหา ริมฝีปากประกบจูบแลกลิ้นหนักหน่วงและดูใจร้อนแบบสุด ๆ ในเมื่ออีกฝ่ายเปิดมาซะขนาดนี้มีเหรอครับที่คนอย่างผมจะยอมอ่อนข้อให้ง่าย ๆ ผมรวบเอวบางเข้าหาตัวค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังก่อนจะเลิกชายเสื้อของอีกคนขึ้นเพื่อถอดมันออกแล้วโยนทิ้งไปข้าง ๆ เตียง
ตุบ!
คนตรงหน้าใช้ฝ่ามือเล็ก ๆ นั่นผลักผมให้ล้มไปกับที่นอนสีขาวตรงเบื้องหน้า สีหน้าและแววตาของเ้าตัวจากตอนแรกที่เรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย บัดนี้กลับช่างดูยั่วยวนเว้าวอนเสียจนผมอยากจะะโตะครุบเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป เสื้อผ้าของพวกเราถูกถอดออกไปจนเหลือเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวจิ๋ว ร่างบางค่อย ๆ ย่อตัวลงมานั่งคร่อมที่หน้าขาพลางเอื้อมมือมาจับที่ไหล่ผม แล้วโน้มคอลงมาเพื่อหมายจะมอบจุมพิตที่แสนร้อนแรงนั้นอีกครั้ง ผมใช้มือจับไปที่สะโพกกลมเล็ก ๆ นั่นก่อนจะลูบไล้เข้าไปที่ด้านในกางเกงตัวน้อยนั่น ซึ่งอีกคนก็ดูไม่ขัดขืนกลับแอ่นสะโพกรับให้ผมลูบคลำส่วนนั้นของเขาอย่างง่ายดาย
“กลิ่นหอมดีนะครับ..ทำผมมีอารมณ์สุด ๆ ไปเลย” ผมว่าพลางส่งสายตาชื่นชมอีกฝ่ายด้วยความสัตย์จริงฝ่ามือนวดคลึงสะโพกกลมแล้วค่อย ๆ เคลื่อนไปััเ้าแก้มก้อนด้านหลังทั้งสองอันแล้วบีบเคล้นเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว
คนสวยเอาแต่ก้มหน้าซุกไซ้ไปตามซอกคอ บ้างจูบผม บ้างแลบลิ้นเลียไปตามแผงอก อย่างไม่พูดอะไรทำเอาผมอดรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยเพราะส่วนใหญ่คนที่ผมเคยร่วมหลับนอนด้วยมักจะมีท่าทีขวยเขินเมื่อถูกผมชมแทบทุกคน
หลังจากขยำแก้มก้นของอีกคนอยู่พักใหญ่ผมก็เริ่มคืบคลานรุกล้ำล้วงเกินเข้าไปด้านในอีกนิด ปลายนิ้วแทรกตัวผ่านช่องทางคับแน่นที่ก่อนหน้านั้นยังคงปิดสนิท และเมื่อถูกบุกรุกเ้าของช่องทางนั้นก็เริ่มมีอาการกระตุกเกร็งพร้อมกับซู้ดปากครางออกมาเบา ๆ
“อึก ซี๊ดด อือออ” เ้าตัวบีบไหล่ผมแน่นขึ้น ขณะนั้นก็ฝังหน้าลงมาซบไหล่อีกข้างแล้วส่งเสียงครางมาที่ข้างหู ยิ่งปลุกเร้าให้รู้สึกได้ใจเข้าอีกผมดึงบ็อกเซอร์ของเขาออกเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้ร่มผ้าซึ่งกำลังแข็งขืนและมีน้ำเหนียว ๆ ไหลเยิ้มออกมาจากส่วนปลาย ผมบอกให้เขาล้มลงนอนคว่ำกับที่นอนแล้วยกสะโพกกลมขึ้นเล็กน้อยเพื่อหมายจะสอดใส่นิ้วของผมเข้าไปในช่องทางของเขาเป็การเตรียมความพร้อมให้
“อือ...อ๊ะ..อาา” คนตัวเล็กกระตุกเกร็งตามแรงขยับนิ้วของผมเป็จังหวะ ที่ช่องทางสีสวยเริ่มมีน้ำหล่อลื่นหลั่งออกมาทำให้สามารถขยับเข้าออกได้คล่องมือ ไม่นานรูสีสวยก็เริ่มอ่อนนุ่มทำให้เริ่มแน่ใจว่าอีกคนพร้อมออกศึกจึงถอนนิ้วออกพลางงัดแกนกายของตัวเอง ซึ่งตอนนี้กำลังปวดตุบ ๆ ออกมาเตรียมสอดใส่
ตุบ! ตุบ!
ผมฟาดเอ็นอุ่นลงบนปากทางเข้าเบา ๆ ทีสองทีเพื่อบอกเ้าตัวว่าต่อจากนี้จะไม่ใช่การสอดใส่ด้วยนิ้วเล็ก ๆ แบบที่ทำเมื่อสักครู่หากแต่เป็ของที่ใหญ่กว่านิ้วมือสามนิ้วแบบลิบลับ
สวบ!
“อือออ ซี๊ดดด” คนตรงหน้าสะดุ้งเล็กน้อยซู้ดปากครางออกมาเบา ๆ หลังถูกเ้าลูกชายสุดที่รักแทรกตัวเข้าไปลืมตาดูโลกในตัวเขา
“เจ็บไหม..ถ้าเจ็บบอกได้นะ?” ผมถามอีกคนเพื่ออยากให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้รับาเ็ แต่ก็กลับไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากเขาเลยมีเพียงเสียงครางเท่านั้นที่ผมได้ยิน
15 นาทีผ่านไป..
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
สวบ! สวบ! สวบ!
ผ่านไปไม่ถึง 15 นาที แต่เหมือนมีอะไรสักอย่างทำให้ผมและคนสวยของผมเชื่อมต่อกันได้อย่างรวดเร็ว ร่างกายของเราทั้งคู่เข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด
“อืออ อาา ดีมากครับคนเก่ง” ผมถึงกับเอ่ยชมแม่คนสวยที่ตอนนี้กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวพลางโยกย้ายลูกรักของผมอย่างสะใจ ก่อนที่ผมจะใช้แขนทั้งสองข้างช้อนเข้าที่โคนขาของคนตัวเล็กให้ลอยค้างกลางอากาศ แล้วออกแรงกระแทกแทงสวนสะโพกเข้าไปรัว ๆ
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
“อือออ บ..เบา อึก ม..มันเจ็บ”
“เจ็บเหรอ? โทษที” คุณคนสวยร้องออกมาเมื่อถูกกระแทกแรง ๆ ผมจึงรีบหยุดมือแล้วรีบสอบถามอาการของเ้าตัวด้วยความใ
“บอกให้เบา ไม่ใช่ให้หยุดสักหน่อย แฮ่ก..แฮ่ก” น้ำเสียงเขาแลดูหงุดหงิดไม่พอใจเขาใช้ฝ่ามือตีลงมาที่หน้าขาผมเบา ๆ เพื่อบอกให้ทำต่อ
เช้าวันต่อมา..
รู้ตัวอีกทีก็เช้าเสียแล้วครับ ผมตื่นขึ้นมาบนเตียงที่ไร้ซึ่งคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แว๊บแรกผมเด้งตัวขึ้นมาเพื่อเช็กกระเป๋าสตางค์ และมือถือของตัวเองก่อนเลยเพราะหวั่นใจกลัวจะโดนรูดทรัพย์ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรหายไปสักชิ้นทำให้ผมโล่งใจและทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง
ผมหันไปมองหมอนใบสีขาวที่ถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งเดิมกับเมื่อคืนที่มีคุณคนสวยนอนอยู่ข้างกาย แล้วจึงเอื้อมมือไปคว้าเข้ามากอดโดยฝังหน้าลงไปบนหมอนนั่นแล้วสูดดมกลิ่นหอม ๆ ที่มาจากเ้าตัวตอนที่ทำรักด้วยกันถึงแม้จะเป็แค่่เวลาสั้น ๆ แต่มันกลับทำให้ผมหลงใหลในกลิ่นนี้เสียเหลือเกินจนทำให้อยากเจอเขาอีกครั้ง
“ว้าา..ลืมขอ Contact ไว้แฮะ”
เมื่อชำระเงินเสร็จเรียบร้อยขณะที่ผมมัวแต่คิดถึงเื่ที่เคยเจอกับคุณเชฟเมื่อ 1 ปีก่อน
ปั๊ก!
“เฮ้ย!”
“ข..ขอโทษครับคุณลูกค้า!” อาจจะเป็เพราะผมไม่ได้ระวังจึงหันไปชนเข้ากับพนักงานอีกคนทำให้กาแฟที่ถืออยู่ในมือหกใส่เสื้อผมเองแต่ก็โชคยังดีที่กาแฟแก้วนั้นไม่ใช่กาแฟร้อน
“คุณวาโยเป็อะไรไหม?” เตชินรีบเข้ามาดูทันทีอย่างเป็ห่วงพร้อมกับเช็กดูว่าผมได้รับาเ็ตรงไหนหรือไม่
“ไม่เป็ไร แค่กาแฟเย็นน่ะ”
“เอ่อ..ต้องขอโทษแทนพนักงานด้วยนะครับ ถ้ายังไงเดี๋ยวผมพาไปล้างตัวที่ห้องน้ำหลังร้านนะครับ..เปอร์ทำลาเต้เย็นแก้วใหม่ให้คุณลูกค้าด้วยนะ” คุณคนสวยกล่าวขอโทษและเสนอตัวพาผมไปทำความสะอาดทันที แล้วจึงหันไปสั่งพนักงานคนดังกล่าวให้ทำกาแฟแก้วใหม่ด้วยน้ำเสียงดุ ๆ
พอถึงยังห้องน้ำคุณคนสวยก็จัดแจงดึงแขนผมไปล้างน้ำทำความสะอาดให้ ตามมาด้วยใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดแล้วนำมาเช็ดที่เสื้ออีกที
“ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ..ที่พนักงานของเราซุ่มซ่าม” คุณคนสวยกล่าวขอโทษอีกครั้งขณะทำความสะอาดเสื้อให้ผมอย่างขะมักเขม้น ยิ่งได้ดูใกล้ ๆ ก็ยิ่งทำให้ผมมั้นใจว่าคุณเชฟคนนี้คือคนเดียวกับคนที่ผมเจอเมื่อ 1 ปีก่อนทั้งหน้าตาและกลิ่นเฉพาะตัวที่ผมจำได้ไม่รู้ลืม
“ชื่ออะไรเหรอครับ?”
“ค..ครับ?” รู้ตัวอีกทีผมก็เผลอตัวถามชื่อเขาไปเสียแล้ว ก็แหมครั้งที่แล้วเ้าตัวไม่ได้บอกชื่อผมไว้นี่นา งั้นคราวนี้ถือซะว่าเป็การทำความรู้จักกันใหม่ก็แล้วกัน
“ต้องตามครับ หรือจะเรียกว่าตามก็ได้” คนตรงหน้าดูมีท่าทีงุนงงแต่ก็ยอมบอกชื่อมากับผมอย่างว่าง่าย
“ครับ..ผมชื่อโย ยินดีที่ได้รู้จักนะ” คราวนี้เป็ผมบ้างที่แนะนำตัว โดยไม่ลืมเข้าไปกระซิบที่ข้างหูคุณตามเบา ๆ เพื่อกะให้เขาแปลกใจเล่น
“ไว้จะแวะมาที่นี่อีกบ่อย ๆ” ว่าจบผมก็เดินออกมาจากห้องน้ำนั้นมาทันที ปล่อยให้อีกคนยืนทำหน้างงกับการกระทำของผมเมื่อสักครู่
พอออกมาจากร้านนั่นผมก็เอาแต่นั่งจิบอเมริกาโน่ร้อนพลางมองแก้วที่มีชื่อร้านว่า Plaisir des gourmands แล้วนึกถึงหน้าคุณคนสวย ไม่สิ! เราได้ชื่อเขามาแล้วนี่ ‘ต้องตาม’ พลันปากเ้ากรรมมันก็เผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว “หึ..ชื่อน่ารักดีนะ”
โปรดติดตามตอนต่อไป..
______________________________
* Plaisir des gourmands แปลว่า ความสุขของนักชิม
*Ouvrir แปลว่า เปิด
*Éteindre แปลว่า ปิด
* Bonjour client แปลว่า สวัสดีคุณลูกค้า