ปัง ปัง..!
เจสซี่สะดุ้งตื่นด้วยเสียงปืนสองนัดเธอค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง คิ้วขมวดเข้าด้วยกัน
เมื่อตอนกลางวันเธอโดนหัวหน้าโครงการดุแถมยังขู่ว่าจะส่งเธอไปปรนนิบัติโดมาเรียน เธอรู้สึกหดหู่มากเพราะได้ข่าวว่าโดมาเรียนเป็ชายอ้วนพุงพลุ้ยอายุห้าสิบกว่า
ให้เธอไปมีสัมพันธ์กับคนอายุคราวพ่อไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือ..?
พอกำลังจะนอนก็โดนตรวจเต็นท์เห็นว่ามีคนแอบลักลอบเข้ามาในศูนย์วิจัย และยังส่งเสียงเอะอะกัน กว่าจะได้นอนไม่รู้ตั้งกี่ทุ่มกี่ยาม
แล้วขณะกำลังนอนหลับฝันดีก็สะดุ้งตื่นกลางคันเพราะเสียงปืน เธอจึงหงุดหงิดมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เธอเป็เพียงนักวิจัยที่ต้องทำตามคำสั่ง แต่ก็แลกมาด้วยความปลอดภัยและน้ำอาหารสำหรับเธอ ที่นี่เปรียบดั่ง์
แต่่หลังมานี้เธอชักรู้สึกไม่แน่ใจ เพราะแม้แต่เทเรซ่าที่ได้ชื่อว่าเป็นักวิจัยที่เก่งที่สุดก็ยังถูกส่งให้โดมาเรียน ไม่รู้ว่าเมื่อไรเธอจะกลายเป็รายต่อไป
บางทีเธอคิดอยากจะหนีแต่ก็ไม่รู้ว่าหนีแล้วจะทำอย่างไร อาจจะหิวตายอยู่ข้างถนนก็ได้
จนถึงตอนนี้เสียงปืนก็ยังไม่หยุดดวงตาของเธอเริ่มชินกับความมืดแล้ว เธอกำลังจะล้มตัวลงนอนอีกครั้งแต่แล้วหางตาก็เหลือบไปเห็นเงาดำร่างหนึ่งค่อย ๆ คลานออกมาจากใต้เตียง
เธอขนลุกวาบไปทั้งตัวทั้งร่างสั่นเทิ้ม มือพยายามควานหาแว่นกลมหนาที่อยู่หัวเตียง
เงานั้นค่อย ๆลุกขึ้นมา ทั้งตัวสีดำสนิท ส่งเสียงดังกรอบแกรบ มันค่อย ๆ หันมาอย่างเชื่องช้าเจสซี่เบิกตาโพลง กำลังจะกรีดร้องออกมา
......
ณัฐธัญเผลอหลับไปแต่ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเท่าใด จู่ ๆ ก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงปืน
ตอนแรกเขาตัดสินใจรอใต้เตียงจนกว่าพวกโรล์ฟจะไปแต่เพราะอาการอ่อนเพลียที่สะสมมาั้แ่่บ่าย ทำให้ความง่วงรุมถาโถมเข้ามาแม้ว่าเขาจะพยายามถ่างตาเพื่อไม่ให้หลับ แต่สุดท้ายก็ฝืนร่างกายไม่ไหว
ณัฐธัญรีบมองไปรอบๆ ด้วยความลนลาน พบว่ามือข้างหนึ่งยังคงจับเอกสารในเสื้อกันฝนไว้แน่นเขาพยายามตั้งสติเงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงโวยวายจากข้างนอกตามด้วยเสียงปืนดังเป็่ ๆ
เขาพยายามคลานออกจากใต้เตียงค่อย ๆ ลุกขึ้นมา เมื่อหันไปมองด้านหลังพบว่ามีผู้หญิงสวมแว่นกลมหนาใส่ชุดกาวน์นั่งสั่นอยู่บนเตียงแผ่นหลังแทบจะชิดกับเต็นท์ เธอมองมาที่เขา อ้าปากพะงาบ ๆ
พอเห็นว่าเธอกำลังจะร้องณัฐธัญรีบเอื้อมมือไปปิดปากอีกฝ่ายทันที เสียงดังอู้อี้ดังขึ้นจากลำคอของเธอเขากลัวว่าคนข้างนอกจะได้ยิน วางเอกสารไว้บนเตียง แล้วชักปืนออกมาจ่อหน้าผากของเธอ
“เงียบอย่าส่งเสียง ถ้าไม่อยากตาย” ณัฐธัญพูดขู่ อันที่จริงเขาเพียงแค่กระทำหลอกเท่านั้นไม่คิดจะยิงจริง เพราะถ้าเธอฝืนร้องออกมาจริง เขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน
เจสซี่พยักหน้าตัวสั่นเทิ้มอย่างกับลูกนกแรกเกิด น้ำตาคลอเบ้าราวกับจะร้องไห้
ณัฐธัญรอดูให้แน่ใจสักพักก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือโดยที่ยังไม่ลดความระแวง พอเห็นว่าเธอไม่ร้องกรี๊ดออกมาเขาค่อยโล่งใจ ก่อนจะเดินไปชะโงกศีรษะออกจากเต็นท์ ดูลาดเลาสถานการณ์
เพราะเขาใส่แว่นมองกลางคืนจึงมองเห็นภาพชัดเจน บริเวณทางเข้าศูนย์วิจัยมีร่างสี่ร่างนอนจมกองเืคาดว่าเสียชีวิตแล้ว
เขาไม่รู้ว่าฝ่ายไหนมาก่อเื่ราวแต่มาได้จังหวะพอดี
ระยะทางจากเต็นท์ที่เขาอยู่ห่างจากทางเข้าศูนย์วิจัยเกือบห้าสิบเมตร เขาเห็นว่ามีคนสี่คนกำลังหลบหลังกำแพงและโรล์ฟก็เป็หนึ่งในนั้น จึงยกปืนพกสั้นที่บรรจุะุ .50 แอ็กชั่นเอ็กซ์เพรส บรรจงเล็งไปที่โรล์ฟก่อนจะลั่นไก หมายสร้างความปั่นป่วน
ปัง ปัง ปัง ปัง...!
ถ้าเป็ลีโอนีสี่นัดนั้นคงเข้าเป้าศีรษะทั้งสี่คนไปแล้ว แต่สำหรับณัฐธัญไม่ใช่ไม่มีะุนัดไหนของเขาเข้าเป้าเลย
“มันมีพวกอยู่ในเต็นท์นักวิจัยต้องเป็ไอ้เวรนั่นที่แอบเข้ามาแน่ ระวัง..!”โรล์ฟะโพลางยิงสวนไป
ณัฐธัญรีบหลบเข้ามาในเต็นท์สบถในใจด้วยความเสียดาย
เมื่ออีกฝ่ายหยุดยิงเขาก็ออกไปยิงใหม่ เป็อย่างนี้อยู่สองสามรอบจนกระทั่งเมื่อเขากำลังจะออกไปยิงอีกครั้ง ก็ได้ยินเสียงร้องขาดใจสองคำ พอชะโงกหน้าไปดูพบว่าจากสี่ร่างบนพื้นกลายเป็หกร่างแล้ว..!
คราวนี้เหลือโรล์ฟและลูกน้องสองคนทั้งคู่ถอยเข้าไปในเต็นท์ใหญ่ที่เป็ห้องแล็บ
ณัฐธัญเห็นโอกาสรีบเข้าเต็นท์มาหยิบเอกสาร ก่อนจะหันมาพูดกับเจสซี่ว่า “ฉันไปล่ะเมื่อกี้ขอโทษด้วย”
เจสซี่มองดูณัฐธัญวิ่งออกไปเธอยังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเป็ใคร ทำไมถึงยิงกับพวกที่มาตรวจค้นเต็นท์ หรือว่าเป็คนร้ายที่พวกนั้น้าตัว..?!
เสียงปืนเมื่อครู่ทำให้เธอใจเต้นรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็ความตื่นเต้น เหตุการณ์นี้ทำให้เธอตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตไหน ๆ โลกก็เป็แบบนี้แล้ว ใช้ชีวิตโลดโผนหน่อยจะเป็ไรไป เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะหนีแล้วไปเข้าร่วมกับกลุ่มอินทรีสายฟ้าหรือไม่ก็แมงป่องดำ
ณัฐธัญไม่รู้ว่าตนเองเป็แรงบันดาลใจให้หญิงสาวนางหนึ่งเลือกเส้นทางที่ยากที่สุดในชีวิตตอนนี้เขาสนเพียง้าออกจากที่นี่
เขาเดินเลาะกำแพงจ้องมองม่านกั้นพลาสติกของเต็นท์ใหญ่อย่างไม่ละสายตา กลัวว่าพวกโรล์ฟสองคนจะออกมากลางคัน
พอเดินพ้นกำแพงที่เป็ทางเข้าก็มีวัตถุปริศนาัักับขมับของเขา พร้อมกับเสียงแ่เบา
“หยุดอย่าขยับ”
ณัฐธัญค่อยๆ ยกมือขึ้น กล่าวว่า “เดี๋ยวก่อนครับ ผมไม่ใช่พวกเดียวกับพวกนั้น”
“หืมแล้วมาทำอะไรล่ะ” เสียงนั้นถามออกมา
“ผมมาหยิบของที่ลืมไว้แต่เผลอหลับไป แล้วสะดุ้งตื่นเพราะเสียงปืน เลยจะฉวยโอกาสนี้หนีออกมา” ณัฐธัญรีบอธิบาย
“งั้นพูดว่าผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ผมมันขี้โกหก ผมมันหื่นกาม สามครั้ง” เสียงปริศนานั้นออกคำสั่ง
ณัฐธัญรู้สึกว่าคำสั่งมันแปลกๆ พิกล แถมน้ำเสียงก็คุ้น ๆ อีก
“เร็วทำไมยังไม่พูด” เสียงปริศนานั้นเร่งเร้า
“ผมขอโทษผมผิดไปแล้ว ผมมันหล่อเกินไป…”
ณัฐธัญยังพูดไม่ทันจบเสียงปืนลั่นเข้าสีข้างของเขา แม้ว่าเขาจะใส่ชุดต่อสู้ที่กันะุ แต่พอเห็นอีกฝ่ายกล้ายิงจริงๆ ก็โมโหขึ้นมา
“นี่..!เธอทำอะไรน่ะ” ณัฐธัญหันขวับมา แสดงสีหน้าไม่พอใจเพราะเขารู้แล้วว่าเ้าของเสียงนั้นเป็ใคร
เ้าของเสียงปริศนาคือลีโอนีนั่นเองเธอแค่นเสียง “ฮึ่ม คนขี้โกหก สมควรโดน”
ณัฐธัญกำลังจะพูดเถียงแต่แล้วเห็นไฟรถไกล ๆ กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ รีบกล่าวกับลีโอนี “ไว้ค่อยคุยกัน รีบออกไปจากที่นี่ก่อน”
ลีโอนีพยักหน้าพากันวิ่งอ้อมอีกเส้นทาง ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ก็มาถึงฐานกลุ่มอินทรีสายฟ้า
พวกเขาเห็นว่าคนของกลุ่มอินทรีสายฟ้าก็ค่อนข้างวุ่นวายไม่ทราบมีเื่อะไรกัน กระทั่งอีธานและอีเดนก็อยู่ด้วย
“อ้าวพวกนายไปไหนกันมา ตอนนี่ถนนทิศเหนือเกิดเื่วุ่นวาย อย่าเพิ่งไปทางนั้นเชียวล่ะ”พออีธานเห็นพวกณัฐธัญสองคน ก็เอ่ยปากเตือนทันที
“ออนั่นฝีมือฉันเอง” ลีโอนีตอบเสียงราบเรียบ
อีธานขมวดคิ้ว“หมายความว่าไง”
ลีโอนีจึงเล่าเหตุการณ์ให้อีธานฟังแล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่คิดจะอยู่ให้พวกนายเดือดร้อนหรอกพวกเราจะออกจากเขตปลอดภัยเดี๋ยวนี้เลย”
ณัฐธัญพอได้ยินก็ร้องว่า“นี่ต้องเดินทางอีกแล้วเหรอ”
ตอนนี้เขาเหนื่อยมากอยากจะนอนอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร แต่ลีโอนีหันมามองตาขวาง “ก็แล้วมันความผิดใครกันล่ะ”
อีธานที่ฟังอยู่ก็พอเข้าใจกล่าวว่า “อาเจ๊ไม่ต้องไปไหนหรอกเดี๋ยวพวกผมจัดการเอง”
“ไม่ได้ฉันจะให้ลูกน้องเดือดร้อนแทนตัวเองได้ยังไง” ลีโอนียืนกรานปฏิเสธ
หลังจากอีธานโน้มน้าวอยู่นานก็ไม่เป็ผลท้ายที่สุดก็ถอนหายใจ “ถ้าอาเจ๊พูดถึงขนาดนั้นผมยอมแพ้ก็แล้วกัน ให้ตายเถอะ ไหนบอกว่าเป็ผู้หญิงธรรมดาแล้วไง”
ลีโอนียิ้มกริ่มแต่ก่อนที่เธอจะพาณัฐธัญไป อีธานก็บอกข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางและเขตปลอดภัยของเมืองถัดไปและพูดทิ้งท้ายว่า “อาเจ๊ รักษาตัวดี ๆ ด้วยนะฝากดูแลองค์หญิงด้วย ส่วนนาย มื้อเย็นที่จะเลี้ยงขอติดไว้ก่อน อยู่ให้ถึงวันที่ฉันจะได้เลี้ยงข้าวล่ะ”
ลีโอนียิ้มพลางพยักหน้าณัฐธัญก็ยิ้มและก้มศีรษะเล็กน้อย แล้วเดินไปทางที่รถบ้านจอดไว้
อีเดนที่เงียบมานานบังเกิดความสงสัยพูดขึ้นว่า “พี่ ทำไมถึงปล่อยให้พวกเขาไปล่ะแล้วองค์หญิงจะปลอดภัยเหรอ”
อีธานมองไปที่ณัฐธัญกล่าวว่า “ั้แ่เอ็งเกิดมา เคยเห็นคนซ่อมรถบ้านที่อยู่ในสภาพนั้นให้เหมือนใหม่ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงได้ไหมล่ะ”
พูดถึงตรงนี้อีเดนก็เพิ่งสังเกตเห็น ก่อนหน้านี้รถบ้านมีสภาพเป็อย่างไร เขารู้ดีที่สุด เพราะเขาเป็คนลากมาเอง..!
“ข้าไม่รู้ว่าฝีมือต่อสู้ของเขาเป็ยังไงแต่การที่ช่วยพวกองค์หญิงสามคนไว้แล้วยังหนีรอดจากเงื้อมมือของโรล์ฟมาได้ ต้องไม่ธรรมดาฉันไม่ได้จะดูถูกฝีมืออาเจ๊หรอกนะ แต่ฉันคิดว่ายิ่งอาเจ๊อยู่กับเขา จะยิ่งปลอดภัยกว่า”อีธานกล่าววิเคราะห์
อีเดนมองดูเห็นความสนิทสนมของทั้งสองคน อดแซวไม่ได้ว่า “ดูเหมือนนางพญาราชสีห์แห่งลิกเนียจะมี่ฤดูใบไม้ผลิกับเขาบ้างแล้วถึงจะมาเอาตอนวันสิ้นโลกก็เถอะ”
“ดูเหมือนฉันจะอยู่ทันได้เห็นผู้พิชิตนางพญาราชสีห์แล้วฮ่า ๆ ๆ”
“ฮ่าๆ ๆ” สองพี่น้องส่งเสียงหัวเราะดังเอิกเกริก จนลูกน้องที่อยู่ข้างๆ ต่างทำสีหน้างุนงง
……
พอณัฐธัญขึ้นรถวางกองเอกสารไว้บนคอนโซลหน้ารถ ลีโอนีก็คลานมานั่งคร่อมบนตักของเขา แขนทั้งสองข้างโอบรอบคอของเขาซุกใบหน้าที่ซอกคอ
“นายอย่าทำอะไรห่ามๆ แบบนี้อีกเข้าใจไหม” เธอไม่เงยหน้า น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
ณัฐธัญใเล็กน้อยไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้ เขานิ่งไปสักพัก ก่อนจะตอบว่า “ไม่ได้ห่ามสักหน่อย ฉันแค่ไม่รู้ว่าพวกโรล์ฟมันสะกดรอยตาม…”
“เงียบ..!อย่าเพิ่งเถียง”
เขายังพูดไม่ทันจบลีโอนีก็ขึ้นเสียงขัดจังหวะ
ทั้งสองคนเงียบอยู่นานณัฐธัญรู้สึกได้ว่าตัวเธอสั่น จึงพยายามลูบแผ่นหลังปลอบประโลมเธอ กล่าวว่า “ฉันขอโทษ สองวันนี้ฉันรู้สึกว่าเอาแต่พึ่งพาเธอมากเกินไปก็เลยไม่อยากรบกวนเธอไปมากกว่านี้…”
ลีโอนีเงียบไม่ยอมพูดอะไร
ณัฐธัญก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเขาไม่เคยมีสัมพันธ์อะไรแบบนี้ จึงพูดว่า “เธอลุกออกไปก่อนได้ไหมฉันจะขับรถ”
“ขับไปทั้งแบบนี้แหละ”ลีโอนียังไม่ยอมเงยหน้า
ณัฐธัญกระอักกระอ่วนใจขับไปทั้งแบบนี้..? เกรงว่าจะไม่มีสมาธิขับรถน่ะสิ จึงพูด “แต่…”
“ขับไป”ลีโอนีพูดตัดบท เธอยังไม่ยอมลุก
ณัฐธัญจึงทำใจเป็ไงเป็กัน..!
เขาเข้าเกียร์ขับรถออกจากฐานกลุ่มอินทรีสายฟ้า เห็นอีธานและอีเดนโบกมือให้ พร้อมกับรอยยิ้มมีเลศนัย
“ขับออกประตูทิศตะวันตกแล้วอ้อมขึ้นเหนือเส้นทางเดียวกับที่เราเจอสัตว์ประหลาดมีปีก” ลีโอนีกล่าว แต่เธอก็ยังไม่ผละศีรษะออกจากคอของเขา
ณัฐธัญทำตามที่เธอว่าระหว่างที่เขาชะลอรถเพื่อเลี้ยว หรือตอนเร่งเครื่องเมื่อเป็ทางตรง ส่วนล่างของเขาเริ่มอยู่ไม่สุขเพราะลีโอนีนั่งคร่อมเขาอยู่ บริเวณนั้นจึงถูกันไปมาตามแรงเฉื่อยของรถ
น้องชายของเขาเริ่มผงาดตอนแรกณัฐธัญพยายามอดกลั้นแล้ว แต่มนุษย์ไหนเลยฝืนธรรมชาติได้ เขาจึงเป็ฝ่ายพ่ายแพ้
การขับรถตอนกลางคืนไม่เป็อุปสรรคเลยเพราะเขามีแว่นตามองกลางคืน แต่สิ่งที่เป็อุปสรรคต่อเขาไม่ใช่้า แต่เป็ด้านล่าง
ด้วยความที่ทนไม่ไหวคราวนี้ณัฐธัญเริ่มเป็ฝ่ายขยับเองโดยไม่รอแรงเฉื่อยจากรถ ลีโอนีเองก็ไม่ยอมลุกสักทีเธอไม่ขัดขืนหรือก่นด่า ราวกับยอมปล่อยให้เขาทำตาม้า
หลังจากขับรถมาเกือบชั่วโมงในที่สุดก็ถึงทางสี่แยก เขาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวซ้าย จากถนนสองเลนก็กลายเป็ถนนหลักสี่เลนพ้นจากอาณาเขตของเขตปลอดภัยโซนแปดโดยสมบูรณ์
อีธานบอกว่าถนนเส้นนี้ยาวสองพันกิโลเมตรเศษไม่มีทางแยกเลี้ยวไปไหนทั้งนั้น ก่อนวันสิ้นโลก จะมีเมืองทางผ่านไว้จอดแวะพัก แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครเคลียร์เมืองทางผ่านจึงอาจมีแต่ซอมบี้เต็มเมือง
เมื่อณัฐธัญขับมาได้ระยะหนึ่งเขาก็รู้สึกได้ว่าลีโอนีเริ่มเป็ฝ่ายขยับบ้าง ตอนแรกเขาคิดจะแวะพักก่อนเข้าเมืองทางผ่านแต่ดูท่าจะไปไม่ถึงเสียแล้ว
ณัฐธัญทนไม่ไหวราวกับฟางเส้นสุดท้ายขาดผึง เขาจอดแวะข้างทาง ดันร่างลีโอนีออก เพื่อมองใบหน้าของเธอชัดๆ
เมื่อลีโอนีถอนศีรษะออกมาณัฐธัญก็เห็นคราบน้ำตาที่แห้งแล้ว ตาบวมแดงเล็กน้อย หน้าแดงก่ำ ลมหายใจถี่รัว
ณัฐธัญไม่ทนอีกต่อไปถอดแว่นมองกลางคืนออก โน้มศีรษะเข้ามา ประกบกับริมฝีปากนุ่มละมุนของเธอ
ราวกับไฟและน้ำมันมาเจอกันไม่มีคำว่าอ่อนโยนนุ่มนวลเหมือนที่ผ่านมา มีแต่ความเร่าร้อนรุนแรงดุจไฟลุกฮือโหม
ทั้งสองคนจูบกันอย่างดูดดื่มสอดลิ้นม้วนพันกัน ราวกับ้าลิ้มรสชาติอีกฝ่าย
ทั้งคู่เริ่มถอดเสื้อผ้าหากไม่ติดที่ชุดที่ใส่อยู่ทำมาจากนาโนเคฟล่าร์ คงฉีกให้ขาดไปแล้ว
ชุดนี้มีคุณสมบัติกันไฟ 500 องศา แต่ไม่อาจต้านไฟปรารถนาที่แผดเผาใจของผู้สวมใส่
แม้จะใช้เวลาเกือบสามนาทีกว่าจะถอดชุดได้ แต่่เวลานั้นไม่ได้เบาไฟรักให้ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว
ตอนนี้ทั้งคู่ร่างเปลือยเปล่าลีโอนีนั่งคร่อมอยู่บนหน้าตักของณัฐธัญ แม้ว่าจะมืด แต่ดวงตาเริ่มปรับสภาพได้แล้ว เขาเห็นเค้าโครงอันประณีตของลีโอนี
ลีโอนีขยับตัวขึ้นเพื่อให้โลกธาตุของเขาได้รุกล้ำเข้าไปอย่างง่ายดาย ไม่จำเป็ต้องมีการเล้าโลมใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะทั้งสองคนตอนนี้พร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อม
เมื่อลีโอนีหย่อนตัวลงทั้งสองฝ่ายก็ส่งเสียงครางต่ำในลำคอ จนกระทั่งลีโอนีนั่งจนแนบสนิท ความสุขเกษมเปรมปรีดิ์ก็พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายสองคนเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นแรกเริ่ม ก็เพลิดเพลินดื่มด่ำจนลุ่มหลงเมามาย
แม้ทั้งสองฝ่ายไม่เคยทำมาก่อนแต่เื่แบบนี้ไม่จำเป็ต้องให้ใครสอน สัตว์ทุกหมู่เหล่าบนโลกล้วนกระทำเป็ทั้งสิ้นเพราะมันติดตัวมาพร้อมกับสัญชาตญาณั้แ่เกิด ตราบใดที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ไหลไปตามกระแสสัญชาตญาณนั้นมันก็จะนำทางไปถึงบทเพลงสุดท้ายให้เอง
ไม่มีการอ่อนโยนเล้าโลมใดทั้งสิ้นณัฐธัญขยับโยกกระแทกกระทั้นตามสัญชาตญาณ ลีโอนีก็ขยับรับตามจังหวะ เสียงครางของเธอเริ่มดังขึ้นทำให้ณัฐธัญต้องประกบปิดริมฝีปาก ให้เธอส่งแต่เสียงอู้อี้เท่านั้น
เพลิงราคะเริ่มแผลงฤทธิ์ของมันแผดเผาสติสัมปชัญญะ แผดเผาความยับยั้งชั่งใจ แผดเผาความเป็มนุษย์ เหลือไว้เพียงสันดานสัตว์ป่าที่สืบทอดมานับล้านปีก่อนวิวัฒนาการเสียงหอบหายใจของชายหญิงดังควบคู่กัน
เมื่อบรรเลงถึงบทเพลงสุดท้ายพลังชีวิตอันล้นหลามได้หลั่งไหลเข้ามาในร่างของลีโอนี เธอส่งเสียงสุดลำคอ หากไม่ใช่ว่าณัฐธัญประกบปิดไว้คงดังะเืรถไปแล้ว
ร่างของเธอเกร็งสะท้านอยู่หลายครั้งณัฐธัญใช้สองแขนกอดรั้งเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาอย่างแแ่ ราวกับจะดึงให้เธอหลอมรวมเข้ามาในกายเขา
เมื่อกระแสต้นกำเนิดชีวิตหยุดลงณัฐธัญคล้ายกับยังไม่พอใจ ขยับต่ออีกครั้ง ลีโอนีถอนศีรษะออก พยายามกล่าว “ด.. เดี๋ยวก่อน ฉัน.. ฉันยัง…”
ลีโอนียังพูดไม่ทันจบณัฐธัญประทับปิดริมฝีปากอีกครั้ง กอดรั้งเธอเข้ามา จนหน้าอกของเธอบี้แนบกับหน้าอกของเขา
พอใกล้จะถึงบทเพลงที่สามก็มีเสียงดังแว่วมาจากด้านหลัง “ฉันรู้ว่าสัญชาตญาณสัตว์กำลังครอบงำแต่พวกคุณช่วยเกรงใจคนที่จะหลับจะนอนหน่อยได้ไหม”
กลายว่าเป็เสียงของเทเรซ่าเธอทำสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่ได้มองคน แต่เป็สัตว์กำลังผสมพันธุ์กัน
ลีโอนีคล้ายได้สติกลับมาหน้าแดงวูบ ซุกที่ซอกคอของณัฐธัญ ตอนนี้เธออับอายแทบตายแล้ว เมื่อครู่อารมณ์พาไปโดยไม่รู้ตัวและเธอรู้ว่าในเมื่อเทเรซ่าได้ยิน อลิเซียกับมาน็องก็ต้องได้ยินเหมือนกัน
ทว่าณัฐธัญคล้ายกับไม่รู้สึกอะไรเขาพยายามให้ลีโอนีลุกออกจากตัว ทว่าเธอไม่ยอม กอดเขาไว้แน่น แม้แต่ขาทั้งสองก็รัดรึงเอวของเขาอย่างกับเป็โคอาล่า ตอนนี้เธอไม่กล้าสู้หน้าใครแล้ว
ณัฐธัญจึงทำใจเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับลีโอนี แล้วอ้อมมาขึ้นประตูทางตัวรถ
พอเดินขึ้นมาท่ามกลางความมืดของเตียงชั้นบน เขาเห็นอลิเซียพยุงกายขึ้นมา ดูเหมือนกำลังมองเขา ก่อนจะรีบล้มตัวลงนอนราวกับกลัวว่าเขาจะจับได้ ส่วนมาน็องนอนตะแคงข้าง หันหน้ามาหาเขา แต่เพราะมันมืด จึงเห็นสีหน้าไม่ถนัดนัก
ณัฐธัญไม่ได้กล่าวทักทายเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับลีโอนีที่เกาะติดเขา
เทเรซ่าขมวดคิ้วไม่รู้ว่าทั้งสองคนไปเก็บกดมาจากไหน ขนาดนี้แล้วยังมีอารมณ์ทำต่ออีก..?
ในห้องน้ำแม้เก็บเสียงอยู่บ้างแต่เพราะคราวนี้ณัฐธัญไม่ได้จูบปิดปากเธอ และลีโอนีก็ร้องเต็มที่ จนเสียงดังแว่วมาถึงข้างนอกเป็่ๆ
หากเทียบกันแล้วแม้ว่าเสียงในห้องน้ำจะเบากว่าตอนที่อยู่หน้ารถ แต่เพราะก่อนหน้านี้ดังแบบคลุมเครือจึงได้ยินเพียงเสียงเสียดสีกับเบาะและเสียงอู้อี้
ทว่าคราวนี้แม้เสียงบางเบากลับรู้สึกชัดเจนกว่า เพราะเป็เสียงร้องครางสุดเสียงของผู้หญิง ตามด้วยเสียงคำรามของผู้ชายหากคนไม่รู้คงคิดว่าเกิดเหตุฆาตกรรม
เทเรซ่าส่ายศีรษะแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงชั้นบน กลายเป็ว่าเธอต้องนอนที่นี่กับมาน็องและอลิเซียแทนลีโอนี