เสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังขึ้นดึงชลลดาออกจากความหลังอันมืดมน หญิงสาวรีบหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วรับสายทันที
“ว่าไงคะพล”
“ชลจ๊ะ ผมจะโทร. มาบอกว่าสุดสัปดาห์นี้ผมคงกลับไปที่เกาะไม่ได้แล้วละ” เสียงของสามีดังผ่านลำโพงออกมา
“ทำไมล่ะคะ”
“พอดีมีทัวร์นักธุรกิจใหญ่จากญี่ปุ่นมาลงน่ะ คงต้องอยู่ต้อนรับเขาเสียหน่อย คุณคงเข้าใจนะ”
“ค่ะ” ชลลดาตอบรับ ดวงหน้าหม่นหมองลงไปกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
“เอาเป็ว่าวันจันทร์หน้าผมจะรีบกลับไปหาทันทีเลยนะจ๊ะ”
“ค่ะ ไม่ต้องห่วงชลหรอกค่ะ ทำงานของคุณตามสบายเถอะค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างจำยอม
ก็จะให้เธอตอบอะไรนอกจากนี้ได้อีกล่ะ ชลลดาวางสายลงก่อนที่จะถอนใจออกมา ความที่ดนุพลเป็เ้าของกิจการโรงแรมหลายแห่งในจังหวัดตรัง ทั้งที่เกาะแห่งนี้ ในตัวเมืองและที่หาดเ้าไหม ทำให้เขาไม่ได้อยู่ร่วมกับชลลดาทุกวี่วันฉันสามีภรรยาทั่วไป เขาต้องไปๆ มาๆ ระหว่างชายฝั่งกับที่เกาะนี้จนเธอเองก็ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองนั้นมีสามีแล้วจริงๆ
ชลลดารู้สึกสับสน เธอจำอะไรเกี่ยวกับดนุพลไม่ได้เลยสักนิด หลักฐานรูปถ่ายต่างๆ เป็เพียงเครื่องยืนยันให้เธอเชื่อว่าเธอเป็ภรรยาของเขา แต่มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเช่นนั้นเลย
เธอได้แต่คิดว่าหากเพียงเขาเพิ่มความเอาใจใส่เธอสักนิด ไม่แน่...เธออาจจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้างก็ได้
ความสับสนวุ่นวายในจิตใจนี้เอง ทำให้เธอหวนรำลึกถึงจดหมายในขวดที่เพิ่งขว้างทิ้งไป ก่อนจะถอนใจออกมา “เฮ้อ...ทำไมอยู่ๆ ก็รู้สึกเหงาขึ้นมานะ”
หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วหมุนตัวเตะเกลียวคลื่นที่ซัดเข้ามาโดนข้อเท้าเพื่อระบายความอัดอั้นในจิตใจ แต่หารู้ไม่ว่าการทำอะไรด้วยใจเหม่อลอยครั้งนี้กลับเป็การเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอครั้งสำคัญเลยทีเดียว
“เฮ้ย!” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความใ
“ว้าย!” หญิงสาวอ้าปากค้างเมื่อน้ำที่เธอเตะเมื่อสักครู่นี้กระเซ็นไปถูกชายคนหนึ่งที่กำลังวิ่งจ็อกกิงผ่านมาพอดี “ขอโทษค่ะ”
เธอยกมือไหว้ขอโทษขอโพยเป็การใหญ่
“ไม่เป็ไรครับ” เขาตอบอย่างสุภาพขณะปัดน้ำและทรายที่เปรอะเสื้อของเขาเต็มไปหมด
แต่เมื่อชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาและตั้งใจจะยิ้มให้เพื่อคลายความกังวลของเธอ เขาก็ถึงกับตะลึงเมื่อได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เตะน้ำใส่เขา ริมฝีปากที่ตั้งใจจะแย้มเพื่อส่งรอยยิ้มให้กลับกลายเป็อ้าค้างด้วยความไม่เชื่อสายตา
ชลลดานึกว่าเขาโกรธ จึงพยายามขอโทษขอโพยเป็การใหญ่ “ฉันไม่ทันเห็นจริงๆ ค่ะ ต้องขอโทษจริงๆ ดูสิ เปียกหมดเลย”
“เหมือนจริงๆ” ชายหนุ่มเพ้อออกมาราวกับคนจับไข้ สายตายังคงจ้องเธอเขม็ง
“อะไรนะคะ” เธอร้องถามด้วยความงุนงง
