หลันหลันปล่อยให้เหมยฮวาจัดการงานตามที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ลืมกำชับไม่ให้เด็กหญิงหักโหมจนไข้ตีกลับ นางยังไม่ได้พูดถึงเื่ร้านของมู่อ้ายให้ใครฟัง เพราะคิดว่าจริง ๆ เื่ร้านนั้นเป็ทรัพย์สินส่วนบุคคล และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลมู่แล้ว
สายมากแล้ว แต่นางยังไม่ได้ขึ้นเขาเลย หลันหลันวางแผนจะใช้เวลาให้มากขึ้นกว่านี้บนเขา แล้วลงมาเมื่อตะวันเริ่มคล้อย อีกอย่างนางอยากจะทำความสะอาดที่ห้องทั้งหมดอีกครั้งด้วย จะได้ดูอะไรไม่เข้าที่เข้าทาง ก็จัดเสียใหม่ให้มีชีวิตชีวา บ้านเรือนดีพร้อม คนถึงจะมีกำลังทำงาน
นางตรงไปที่ห้องตนเอง เปิดประตูออกและชักชินกับภาพชายหนุ่มรูปงามกำลังนั่งอ่านหนังสือบนเตียงแล้ว หลันหลันย่อเข่าทำความเคารพเขา ตามลางสังหรณ์เว่ยจื่อคนนี้ย่อมมีที่มาไม่ธรรมดา นางยังไม่ได้รู้แซ่ของเขาเลย ตอนถามครั้งแรกไม่ยอมตอบ มีลับลมคมในแบบนี้ ไม่แน่อาจจะเป็ลูกหลานคนใหญ่คนโต
ถึงจะทำความเคารพแล้ว แต่หลันหลันก็ไม่ได้เอ่ยขออนุญาต นางเดินอย่างสงบเสงี่ยมที่สุด ไปยังตะกร้าที่วางทิ้งไว้ตรงมุมห้อง หยิบมันขึ้นสะพาย ตั้งใจว่าจะเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ
“เ้าจะขึ้นเขา” เขาถาม
หลันหลันชะงักแล้วตอบโดยไม่หันกลับไปทางเขา
“เ้าค่ะ”
“ข้าจะไปกับเ้าด้วย” ร่างสูงลุกขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างาม ลักษณะไม่เหมือนคนกำลังาเ็เลยแม้แต่น้อย
หลันหลัน “...”
“เผื่อช่วยเ้าได้บ้าง ”เขาว่า
“แต่ท่านาเ็”
“บนเขามันอันตราย”
คุณชายท่านนี้นี่ จะอันตรายได้อย่างไร มิใช่นางหรือที่ช่วยเขาลงมาจากบนเขา
“ข้าไปไม่นาน พาคนเจ็บไปจะลำบากกว่า” นางบอก
“เ้าคิดว่าข้าเป็ตัวถ่วง...”
“...” ก็จริงไม่ใช่รึ แม้จะคิดอย่างนั้น หลันหลันก็ไม่ได้พูดออกมา
เงียบไปครู่หนึ่ง จนอีกฝ่ายส่งเสียงหึในลำคออย่างไม่ค่อยชอบใจนัก ใบหน้าของหลันหลันคงบ่งบอกว่าคิดอะไรอยู่ไว้หมดแล้ว
“ข้าคิดว่าข้าต้องอยู่ที่นี่สักพัก” เขาว่า
หลันหลัน “...”
“ข้าจำเป็ต้องซ่อนตัวสักพัก”
“นานแค่ไหน” นางถาม
“ข้าไม่รู้”
“ที่นี่ไม่ใช่บ้านข้า แต่ข้าว่าท่านน่าจะอยู่ได้...”
ฉินเว่ยจื่อ “....”
“เ้าไม่สงสัยในตัวข้างั้นเหรอ”
“ข้าบอกเหรอว่าข้าไม่สงสัย”
แต่จะทำไงได้ล่ะ หลันหลันคิดว่าต่อให้คาดคั้นเขาก็ไม่ยอมตอบ เื่ที่เป็ความลับ ก็ย่อมต้องเป็ความลับ และอีกอย่างนางรู้ดีว่า บางเื่รู้มากไปก็เป็ภัยต่อชีวิต ยังไงช่วยคนก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด
ฉินเว่ยจื่อเงียบไปอีกครั้ง...แท้จริงแล้วเขาเป็คนไม่ช่างพูด และมีเื่อะไรถ้าไม่จำเป็ก็ไม่อธิบายใด ๆ ตอนนี้ก็เลยเป็การลำบากเล็กน้อย ถ้าจะให้เขาพูดอะไรออกมา
“พวกข้าจะมีอันตรายไหมถ้าท่านอยู่ที่นี่” หลันหลันถามอย่างตรงไปตรงมา
“ไม่มีทาง ข้าจะไม่ยอมให้เป็แบบนั้น”
“งั้นก็นอนพักดี ๆ กินยาให้ครบ แล้วค่อยว่ากันเถอะ ก่อนท่านจากไปก็ทิ้งเงินไว้สักก้อนแล้วกัน” หลันหลันเห็นเขามองนางมาด้วยสายตาประหลาดใจ นางเชิดหน้าราวกับจะบอกว่าที่นางพูดเื่ “เงิน” นั่นไม่ได้เป็เื่ล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย
ทว่าสำหรับฉินเว่ยจื่อเขาไม่ได้ใส่ใจเื่เงินนั่นแม้แต่น้อย เื่ทรัพย์สมบัติเขาไม่ได้ขาดแคลน ความพูดง่ายของนางต่างหากที่ทำให้เขาประหลาดใจ ทีแรกเขาคิดร้อยแปดว่าจะพูดเื่ตัวเขาอย่างไรดี อธิบายให้แม่นางตัวน้อยตรงหน้าฟังได้แค่ไหน เกลี้ยกล่อมให้นางยินยอมให้เขาพักหลบภัยอยู่ที่นี่
ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเขา และตอนนี้ทุกคนที่นั่นน่าจะนึกว่าเขาตายไปแล้ว เหมาะสำหรับการล่อเสือออกจากถ้ำมาก แต่ในเมื่อนางพูดเช่นนี้ เขาปล่อยเลยตามเลยไปก่อนแล้วกัน...
“เ้าจะลงแข่งขันที่หรงเซียนเหรอ” เขาเอ่ยปากถามอีกเื่
“ท่านรู้ได้อย่างไร”
ฉินเว่ยจื่อชี้ไปทางป้ายไม้ และกระดาษที่หลันหลันทิ้งเอาไว้เมื่อวาน
“ท่านรู้จักป้ายไม้นั่นเหรอ” หลันหลันมองนิ้วเรียวยาวไร้ที่ติของเขา แล้วคิดอย่างอิจฉาว่าทำไมช่างสมบูรณ์แบบได้อย่างนี้
“ข้ายังรู้จักอีกหลายเื่ที่เ้าไม่รู้” เขาว่า
“...” ช่างลึกลับจริง ๆ นะ...หลันหลันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าถามได้ไหมว่าท่านเป็ใคร” นางถาม
“ไม่ได้” เขาตอบทันที หลันหลันกลอกตาเล็กน้อย
“เ้าค่ะ งั้นท่านนอนเถอะ ข้าไปไม่นานแล้วจะเก็บผลไม้ป่ามาฝากท่าน” แล้วนางก็ออกจากห้องมาทันที
ทิ้งฉินเว่ยจื่อให้บื้อใบ้ เพราะเกิดมายังไม่เคยเจอใครตัดบทสนทนา แล้วทิ้งเขาไปดื้อ ๆ เช่นนี้เลยสักครั้ง
วันนี้ในป่าช่างสดชื่นนัก หลันหลันเดินอย่างเพลิดเพลิน เมื่อคุ้นเคยเส้นทางดีแล้ว นางถึงกับเดินขึ้นลงเขาสองรอบ รอบแรกหลันหลันได้เห็ด ผักป่า และสมุนไพรหลายชนิด ทั้งที่แน่ใจและไม่แน่ใจว่าจะขายได้ ยังไงเสียข้างกายก็มีลุงหยวนอยู่ทั้งคน เมื่อมีคนตรวจสอบให้นางก็ไม่ต้องกังวล ยิ่งกว่านั้นเธอยังได้โสมซานซี มาอีกต้นด้วย
อันที่จริงหลันหลันรู้สึกแปลกใจมาก นางคิดว่าเหมือนประสาทััด้านการรับกลิ่นของนางดีขึ้นมากด้วย เมื่อก่อนนางมีััด้านนี้โดดเด่น ทว่ามันก็เป็เพียงในระดับที่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ การรับกลิ่นได้ดีในชาติก่อนนั้น ช่วยในด้านอาชีพนักชิมของนางได้มาก ทำให้หลันหลันปรุงอาหารได้ดีอีกด้วย
แต่ในชาตินี้หลันหลันรู้สึกว่าต่างออกไป มันไม่ใช่แค่ระดับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ยังมีอะไรที่พิเศษกว่านั้น เพราะนางไม่เชื่อว่าตนเองจะโชคดีเจอต้นโสมได้ทั้งสองครั้งที่ขึ้นเขา ตอนนั้นนางเพียงแต่ได้กลิ่นบางอย่าง นางบอกไม่ถูกมันเป็กลิ่นหอม ๆ เหมือนยา พอนางเดินตามกลิ่นไปก็พบกับพืชสมุนไพรทั้งที่มีสรรพคุณธรรมดา รวมถึงต้นโสมเหล่านี้ด้วย
รวมถึงนางสามารถแยกแยะจากกลิ่นได้ด้วยว่า พืช ผลไม้อันไหนกินได้ และกินไม่ได้ ที่กินได้จะมีกลิ่นที่ดี ส่วนที่กินไม่ได้ หากนางเผลอเข้าไปแตะเมื่อไหร่ จะได้กลิ่นเหม็นเตือนออกมา โดยเฉพาะพวกผลไม้อันที่มีรสชาติหวาน กลิ่นจะยิ่งหวานชวนกินมาก ๆ ได้กลิ่นพวกนี้แล้วทำให้นางรู้สึกดี
เมื่อตระหนักได้ถึงความสามารถพิเศษนี้ หลันหลันก็รู้สึกดีใจขึ้นมาบ้าง ที่์ยังพอเมตตา อีกทั้งโชคดีที่กลิ่นเหม็นของพืชเ่าั้ จะเกิดตอนที่นางเกือบเผลอจะเก็บมันมาเป็อาหาร ช่างเป็ความสามารถที่สะดวกสบาย ดูคิดเผื่อมาแล้ว และเป็ประโยชน์มาก ๆ ในการเอาชีวิตรอดจริงๆ
อีกอย่างนางยังไม่แน่ใจนัก หลันหลันคิดว่านางได้กลิ่นอันตราย อย่างเช่นเมื่อครู่นี้มีหมูป่า นางเอกก็รู้หรอก ทว่าได้กลิ่นสาปที่ทำให้นางรู้สึกว่าต้องเดินหนีจากตรงนั้นไปให้ไกล แล้วพอนางเดินผ่านจุดนั้นมาไม่นานนัก ก็ปรากฏหมูป่าสองสามตัว ขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าถ้าหลบไม่ทัน ได้มีไส้แตกกันบ้างล่ะ
โชคดีจริงๆ...
หลันหลันเก็บความสามารถนี้ไว้ชื่นชมคนเดียว นางเรียนรู้มาจากชาติก่อนว่า โดดเด่นมากจะกลายเป็ภัย ก่อนจะลงจากเขา หลันหลันขุดหัวมัน หัวเผือกป่ามาได้อีกสองสามหัว และได้กลิ่นเหมือนโสมอีกครั้ง ดูเวลาแล้วยังตะวันคงยังไม่ลาลับง่าย ๆ นางจึงเดินหาอีกรอบ
ต้นซานซีในป่าหาไม่ง่ายนัก ชาติก่อนนางเคยอ่านเจอว่า ซานซีนี้มักขึ้นขึ้นใต้ร่มไม้ใหญ่เป็วงกว้าง แต่ถ้าหากอยู่ในบริเวณที่มีต้นซานซีแล้ว ดอกสีแดงของมันทำให้หลันหลันสังเกตเห็นได้ไม่ยาก นางรู้จักมันก็จากเพื่อนในรายการเซอร์ไวเวอร์นั่น
ไม่คิดว่าการชี้ชวนให้ดูสิ่งที่น่าสนใจแก้เบื่อในการเข้าป่าครั้งนั้น จะมีประโยชน์ในตอนนี้ รากของโสมซานซีใช้เป็ยาได้ เหมาะสำหรับเป็ยารักษาาแทั้งภายนอกภายใน ใบก็เอามาชงเป็น้ำชาได้ ช่วยขับของเสียในร่างกาย