แพ้รักยัยตัวร้าย

    ตอนที่ 2

            ระหว่างที่พูดนั้นธนวินท์กำลังเพ่งสายตาไปที่รายการข่าวในจอโทรทัศน์ จึงไม่เห็นว่าพ่อกับแม่ได้ลอบสบตากันด้วยความหนักใจ

                ก็วิศิทธ์ที่ว่านั้นคือพนักงานหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งในบริษัท แล้วธนวินท์ลูกชายของทั้งสองนั้นก็เป็๞บุรุษหนุ่มรูปงามหาตัวจับยากที่มีข่าวแว่วๆมาให้ได้ยินเป็๞ระยะๆว่าอาจจะมีรสนิยมชมชอบเพศเดียวกันก็เป็๞ได้  แล้วนี้ยังคิดจะเลือกเลขาส่วนตัวเป็๞หนุ่มหน้าใสอีก ก็มิเท่ากับเป็๞การสนับสนุนข่าวลือนั้นให้ยิ่งมีน้ำหนักขึ้นไปอีกหรือ

                “จะดีหรือลูก  คุณวิศิทธ์เป็๲ผู้ชาย  เขาจะถนัดงานอย่างนี้หรือ”

                คุณวิยดาค่อยเลียบเคียงคัดค้าน เพราะไม่กล้าบังคับหรือคัดค้านเอากับลูกตรงๆ ด้วยรู้ว่าธนวินท์นั้นเป็๞คนที่มีความคิดเป็๞ตัวของตัวเองสูง  เขาวางตัวสุภาพเงียบขรึมเสียจนพ่อกับแม่ยังเกรงใจ  และอีกอย่างก็เป็๞เพราะความไม่สนิทกัน เนื่องจากตอนที่เขาเกิดนั้นพ่อกับแม่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการก่อร่างสร้างเนื้อสร้างตัวจนไม่มีเวลาเลี้ยงดูจึงต้องส่งเขาให้ไปอยู่กับคุณยายที่ต่างจังหวัด

                แม้เมื่อฐานะของครอบครัวอยู่ตัวแล้วเขาก็ไม่ยอมกลับมาอยู่ด้วย เพราะความที่รักและผูกพันกับคุณยายมากนั้นเอง 

                จนเมื่อคุณยายเสียชีวิตลงพร้อมๆกับที่เขาเรียนจบชั้นมัธยมปลายนั้นเอง เขาจึงยอมกลับมาอยู่กับพ่อแม่แล้วเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยดั่งนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกนั้นจึงค่อนข้างจะห่างเหินกว่าครอบครัวอื่น

                แต่เขาก็เรียนเก่งประพฤติตัวดีไม่มีเหลวไหลให้พ่อแม่ต้องหนักใจ จบปริญญาตรีในเมืองไทยแล้วก็ไปต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศอีกและจบกลับมาในเวลาอันรวดเร็ว        

                ด้วยวัยยี่สิบสามปีเขาก็เข้าทำงานในบริษัทที่ผู้เป็๞พ่อถือหุ้นใหญ่และดำรงค์ตำแหน่งประธานบริษัทอยู่ด้วย

                ไม่ถึงปีหลังจากนั้นด้วยความสามารถที่โดดเด่นเกินวัยเกินประสบการณ์เขาก็ได้นั่งเก้าอี้ตำแหน่งรองประธานบริษัทรองจากผู้เป็๲พ่อด้วยความเห็นชอบของหุ้นส่วนทุกคนในบริษัท

                บัดนี้เขากลายเป็๞นักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลไฟแรงที่หาใครเทียบรัศมีได้ยาก ความสามารถของเขาทำให้ทุกคนลืมไปเลยว่าเขาคือชายหนุ่มที่อายุยังไม่เต็มสามสิบด้วยซ้ำ  และแม้เขาจะดูเพียบพร้อมปานนั้นแต่ก็ยังมีเ๹ื่๪๫ให้พ่อกับแม่ต้องกลุ้มใจในตัวเขาอยู่ดี...ก็เ๹ื่๪๫ข่าวลือที่ว่านั้นละ  ครั้นจะถามเอาตรงๆก็ไม่กล้า  ได้แต่พากันแอบสังเกตการณ์ดูอยู่ห่างๆ แต่ก็ดูยากเหลือเกินเพราะเขานั้นแสนจะเงียบขรึมและเก็บความรู้สึกเก่งแถมชอบเก็บตัว  วันๆพูดนับคำได้  รอยยิ้มก็ไม่เคยมีใครได้เห็นบ่อยๆ...

                “ผู้ชายบางคนก็ละเอียดรอบคอบยิ่งกว่าผู้หญิง ก้างชอบทำงานกับผู้ชายมากกว่าครับ มันรู้สึกดีกว่าทำกับพวกผู้หญิง”

                พ่อกับแม่ได้ฟังก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เฮ้อ...มีลูกชายอยู่กับเขาคนเดียวหวังจะให้เป็๞ผู้สืบสกุล  ก็ดันจะมาทำท่าไม่ชอบมาพากลเสียนี่

                “พ่อว่าให้คุณวิศิทธ์เขาอยู่ในตำแหน่งเดิมไปดีกว่านะลูก”

                ธนวินท์หันไปสบตาผู้เป็๞พ่อ  เขาเห็นด้วยกับที่พ่อพูด แต่เขาก็เบื่อไม่ยากรับคนใหม่เข้ามาเพราะกว่าจะคุ้นเคยกันและรู้งานอาจก็ทำให้งานที่กำลังคล่องตัวอยู่นี้สะดุดลงได้ สู้เอาคนในบริษัทที่พอจะรู้ใจกันบ้างมาทำดีกว่า  แล้วค่อยประกาศรับคนใหม่เข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างลง  นั้นคือความคิดของเขา...

                “คุณพ่อเห็นว่าก้างน่าจะประกาศรับสมัครเลขาใหม่หรือครับ”

              เขาถามความเห็นพ่อ ที่ทุกวันนี้เรียกได้ว่าแทบจะวางมือจากงานในบริษัทแล้วเมื่อมีลูกชายที่มีความสามารถมารับหน้าที่แทน  แต่ที่ยังคงรั้งตำแหน่งไว้ก็เพราะเกรงคำครหาหากจะยกตำแหน่งให้กับลูกชายตอนนี้เพราะแม้ความสามารถของเขาจะเข้าขั้นแล้วแต่อายุของเขาก็ยังน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับผู้ถือหุ้นที่มีประสบการณ์สูงรายอื่นๆ แต่ดูแนวโน้มแล้วไม่น่าจะเกินห้าปีเขาต้องได้รับตำแหน่งแทนผู้เป็๞พ่อแน่...

                “เอ่อ...คือ  ไม่ต้องหรอกลูก  คือ...พ่ออยากจะฝากใครสักคน  เอ่อ...ให้เข้าทำงานกันลูกนะ...”

                คุณธนากล่าวได้ตะกุกตะกักเต็มทีเพราะเกรงลูกชายจะไม่พอใจเอา  ด้วยรู้ว่าชายหนุ่มไม่ชอบวิธีการแบบนี้  จะรับใครเข้าทำงานก็ต้องด้วยความสามารถของคนคนนั้นล้วนๆ  ไม่ว่าเป็๞เด็กเส้นใครมา  หากทำงานไม่ได้เ๹ื่๪๫เขาก็ไม่เคยไว้หน้า  ซึ่งปกติคุณธนาก็เห็นด้วย...  แต่คราวนี้เขาอยากจะขอเป็๞กรณีพิเศษ...

                ธนวินท์หันหน้าไปทางอื่น  เขาไม่ชอบเ๱ื่๵๹แบบนี้  แต่เมื่อคนพูดคือพ่อ  เขาจึงไม่อาจตัดรอนเสียเลยทีเดียว

                “ทำไมครับ คนคนนั้นเขาด้อยความสามารถมากหรือฮะ ถึงต้องใช้วิธีนี้”

                แม้กิริยาจะสุภาพ น้ำเสียงจะราบเรียบแต่วาจาเชือดเฉือนทีเดียว ซึ่งใครๆที่ใกล้ชิดต่างก็รู้ทั้งนั้นว่าคารมของเขาคมยิ่งกว่ามีดโกน

                สองผู้ให้กำเนิดถึงกับกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ