ระหว่างที่พูดนั้นธนวินท์กำลังเพ่งสายตาไปที่รายการข่าวในจอโทรทัศน์ จึงไม่เห็นว่าพ่อกับแม่ได้ลอบสบตากันด้วยความหนักใจ
ก็วิศิทธ์ที่ว่านั้นคือพนักงานหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งในบริษัท แล้วธนวินท์ลูกชายของทั้งสองนั้นก็เป็บุรุษหนุ่มรูปงามหาตัวจับยากที่มีข่าวแว่วๆมาให้ได้ยินเป็ระยะๆว่าอาจจะมีรสนิยมชมชอบเพศเดียวกันก็เป็ได้ แล้วนี้ยังคิดจะเลือกเลขาส่วนตัวเป็หนุ่มหน้าใสอีก ก็มิเท่ากับเป็การสนับสนุนข่าวลือนั้นให้ยิ่งมีน้ำหนักขึ้นไปอีกหรือ
“จะดีหรือลูก คุณวิศิทธ์เป็ผู้ชาย เขาจะถนัดงานอย่างนี้หรือ”
คุณวิยดาค่อยเลียบเคียงคัดค้าน เพราะไม่กล้าบังคับหรือคัดค้านเอากับลูกตรงๆ ด้วยรู้ว่าธนวินท์นั้นเป็คนที่มีความคิดเป็ตัวของตัวเองสูง เขาวางตัวสุภาพเงียบขรึมเสียจนพ่อกับแม่ยังเกรงใจ และอีกอย่างก็เป็เพราะความไม่สนิทกัน เนื่องจากตอนที่เขาเกิดนั้นพ่อกับแม่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการก่อร่างสร้างเนื้อสร้างตัวจนไม่มีเวลาเลี้ยงดูจึงต้องส่งเขาให้ไปอยู่กับคุณยายที่ต่างจังหวัด
แม้เมื่อฐานะของครอบครัวอยู่ตัวแล้วเขาก็ไม่ยอมกลับมาอยู่ด้วย เพราะความที่รักและผูกพันกับคุณยายมากนั้นเอง
จนเมื่อคุณยายเสียชีวิตลงพร้อมๆกับที่เขาเรียนจบชั้นมัธยมปลายนั้นเอง เขาจึงยอมกลับมาอยู่กับพ่อแม่แล้วเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยดั่งนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกนั้นจึงค่อนข้างจะห่างเหินกว่าครอบครัวอื่น
แต่เขาก็เรียนเก่งประพฤติตัวดีไม่มีเหลวไหลให้พ่อแม่ต้องหนักใจ จบปริญญาตรีในเมืองไทยแล้วก็ไปต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศอีกและจบกลับมาในเวลาอันรวดเร็ว
ด้วยวัยยี่สิบสามปีเขาก็เข้าทำงานในบริษัทที่ผู้เป็พ่อถือหุ้นใหญ่และดำรงค์ตำแหน่งประธานบริษัทอยู่ด้วย
ไม่ถึงปีหลังจากนั้นด้วยความสามารถที่โดดเด่นเกินวัยเกินประสบการณ์เขาก็ได้นั่งเก้าอี้ตำแหน่งรองประธานบริษัทรองจากผู้เป็พ่อด้วยความเห็นชอบของหุ้นส่วนทุกคนในบริษัท
บัดนี้เขากลายเป็นักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลไฟแรงที่หาใครเทียบรัศมีได้ยาก ความสามารถของเขาทำให้ทุกคนลืมไปเลยว่าเขาคือชายหนุ่มที่อายุยังไม่เต็มสามสิบด้วยซ้ำ และแม้เขาจะดูเพียบพร้อมปานนั้นแต่ก็ยังมีเื่ให้พ่อกับแม่ต้องกลุ้มใจในตัวเขาอยู่ดี...ก็เื่ข่าวลือที่ว่านั้นละ ครั้นจะถามเอาตรงๆก็ไม่กล้า ได้แต่พากันแอบสังเกตการณ์ดูอยู่ห่างๆ แต่ก็ดูยากเหลือเกินเพราะเขานั้นแสนจะเงียบขรึมและเก็บความรู้สึกเก่งแถมชอบเก็บตัว วันๆพูดนับคำได้ รอยยิ้มก็ไม่เคยมีใครได้เห็นบ่อยๆ...
“ผู้ชายบางคนก็ละเอียดรอบคอบยิ่งกว่าผู้หญิง ก้างชอบทำงานกับผู้ชายมากกว่าครับ มันรู้สึกดีกว่าทำกับพวกผู้หญิง”
พ่อกับแม่ได้ฟังก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เฮ้อ...มีลูกชายอยู่กับเขาคนเดียวหวังจะให้เป็ผู้สืบสกุล ก็ดันจะมาทำท่าไม่ชอบมาพากลเสียนี่
“พ่อว่าให้คุณวิศิทธ์เขาอยู่ในตำแหน่งเดิมไปดีกว่านะลูก”
ธนวินท์หันไปสบตาผู้เป็พ่อ เขาเห็นด้วยกับที่พ่อพูด แต่เขาก็เบื่อไม่ยากรับคนใหม่เข้ามาเพราะกว่าจะคุ้นเคยกันและรู้งานอาจก็ทำให้งานที่กำลังคล่องตัวอยู่นี้สะดุดลงได้ สู้เอาคนในบริษัทที่พอจะรู้ใจกันบ้างมาทำดีกว่า แล้วค่อยประกาศรับคนใหม่เข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างลง นั้นคือความคิดของเขา...
“คุณพ่อเห็นว่าก้างน่าจะประกาศรับสมัครเลขาใหม่หรือครับ”
เขาถามความเห็นพ่อ ที่ทุกวันนี้เรียกได้ว่าแทบจะวางมือจากงานในบริษัทแล้วเมื่อมีลูกชายที่มีความสามารถมารับหน้าที่แทน แต่ที่ยังคงรั้งตำแหน่งไว้ก็เพราะเกรงคำครหาหากจะยกตำแหน่งให้กับลูกชายตอนนี้เพราะแม้ความสามารถของเขาจะเข้าขั้นแล้วแต่อายุของเขาก็ยังน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับผู้ถือหุ้นที่มีประสบการณ์สูงรายอื่นๆ แต่ดูแนวโน้มแล้วไม่น่าจะเกินห้าปีเขาต้องได้รับตำแหน่งแทนผู้เป็พ่อแน่...
“เอ่อ...คือ ไม่ต้องหรอกลูก คือ...พ่ออยากจะฝากใครสักคน เอ่อ...ให้เข้าทำงานกันลูกนะ...”
คุณธนากล่าวได้ตะกุกตะกักเต็มทีเพราะเกรงลูกชายจะไม่พอใจเอา ด้วยรู้ว่าชายหนุ่มไม่ชอบวิธีการแบบนี้ จะรับใครเข้าทำงานก็ต้องด้วยความสามารถของคนคนนั้นล้วนๆ ไม่ว่าเป็เด็กเส้นใครมา หากทำงานไม่ได้เื่เขาก็ไม่เคยไว้หน้า ซึ่งปกติคุณธนาก็เห็นด้วย... แต่คราวนี้เขาอยากจะขอเป็กรณีพิเศษ...
ธนวินท์หันหน้าไปทางอื่น เขาไม่ชอบเื่แบบนี้ แต่เมื่อคนพูดคือพ่อ เขาจึงไม่อาจตัดรอนเสียเลยทีเดียว
“ทำไมครับ คนคนนั้นเขาด้อยความสามารถมากหรือฮะ ถึงต้องใช้วิธีนี้”
แม้กิริยาจะสุภาพ น้ำเสียงจะราบเรียบแต่วาจาเชือดเฉือนทีเดียว ซึ่งใครๆที่ใกล้ชิดต่างก็รู้ทั้งนั้นว่าคารมของเขาคมยิ่งกว่ามีดโกน
สองผู้ให้กำเนิดถึงกับกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ