ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 154 หุ่นนักรบเกราะเงิน

    เทียนฉินตัดสินใจก้าวเดินขึ้นไปบนบันไดนั้นด้วยความระมัดระวัง แต่เมื่อเดินขึ้นไปได้ยี่สิบขั้นขาข้างหนึ่งได้เหยียบลงบนพื้นหินก็พลันยุบตัวลงพร้อมกับเกิดเสียงดังขึ้น จากนั้นก็มีทั้งลมและทั้งฝุ่นพุ่งเข้าปะทะใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว


    "นี่มันบ้าอะไรกัน?" 


    เทียนฉินกระโดดถอยหลังออกมาพลางจ้องมองอย่างสงสัย เห็นได้ชัดว่าบันไดล้วนเปียกชุ่มไปด้วยสายฝนขนาดนั้น ทำไมมันถึงมีฝุ่นฟุ้งกระจายออกมาได้กัน แต่ทันใดนั้นพื้นผิวหินที่อยู่ด้านหน้าก็เริ่มขยับเขยื้อนไปมา ก่อนจะปรากฏช่องว่างระหว่างบันไดพร้อมกับควันสีเทาพวยพุ่งออกมา


    เทียนฉินปัดฝุ่นที่เปรอะเปื้อนตามร่างกาย พลางจ้องมองไปที่ช่องว่างตรงพื้นผิวหินก่อนจะกระชับดาบเขี้ยวพยัคฆ์ในมือแน่น ไม่ว่าช่องว่างตรงหน้านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ตราบใดที่มีตัวอะไรโผล่ออกมาเขาก็พร้อมจะต่อสู้เต็มที่


    กึก!


    เสียงแปลกๆดังขึ้นก่อนที่พื้นผิวหินจะหยุดลงในที่สุด และเมื่อควันสีเทาเริ่มจางลงจึงเห็นเงากลุ่มคนในชุดเกราะสีเงินยืนนิ่งอยู่บนพื้นหินอย่างเงียบๆ เทียนฉินจ้องมองดูพวกมันก็เห็นได้ว่ามีทั้งหมดสิบคน ชุดเกราะที่คนเหล่านี้สวมใส่ล้วนเปล่งประกายแวววาวจับตา 


    และเมื่อควันสีเทาจางหายไปหมดแล้วเทียนฉินจึงได้เห็นพวกมันยืนเรียงแถวกัน ก่อนจะค่อยๆเงยศีรษะของพวกมันขึ้นอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่าใบหน้าที่ไร้ชีวิตชีวาของพวกมันดูเหมือนกับคนทั่วไปทุกประการ แต่ชุดเกราะที่พวกมันสวมใส่อยู่นั้นดูเก่าแก่โบราณอย่างมาก และเมื่อมองไปด้านหลังเขาก็พบว่ามีร่างสูงใหญ่หนึ่งร่างยืนอยู่ด้านหลังของคนกลุ่มนี้


    "เป็นหุ่นอย่างนั้นรึ?"เทียนฉินอุทานขึ้นในใจเมื่อมองเห็นร่างของพวกมันได้ชัดเจน


    เกือบจะทันทีที่เทียนฉินได้รับรู้ถึงพวกมัน ร่างที่อยู่ด้านหลังก็ยกมือชูอาวุธขึ้น กลุ่มหุ่นนักรบเกราะเงินทั้งสิบก็พุ่งทะยานเข้าหาเขากันอย่างถ้วนหน้า พร้อมกับปล่อยกลิ่นอายระดับก่อกำเนิดขั้นสูงออกมาข่มเขา


    "คลื่นมายา!"


    เทียนฉินไม่รอช้าวาดดาบเขี้ยวพยัคฆ์ออกไปสกัดกั้นการโจมตีของหุ่นนักรบทั้งสิบอย่างไม่เกรงกลัว คลื่นดาบแผ่กระจายออกไปก่อนจะแยกตัวเป็นดาบแปดเล่ม แต่ละเล่มล้วนมีสีสันแตกต่างกันไปตามการผสมผสานของแก่นแท้ธาตุต่างๆ และเมื่อมันกำลังพุ่งเข้าใกล้หุ่นนักรบเหล่านั้น ก็ปรากฎคลื่นพลังกระบี่จำนวนมากพุ่งเข้าปะทะกับคลื่นดาบทั้งแปดอย่างรวดเร็ว


    ตู้ม!


    เทียนฉินพริ้วตัวหลบออกมาทันทีที่มีการระเบิดขึ้น แต่หุ่นนักรบทั้งสิบตัวกลับมีความว่องไวกว่า พุ่งเข้ามาล้อมรอบตัวเขาจนไม่มีทางให้หนีออกไปได้ จากนั้นจึงพร้อมใจกันโจมตีมาทางเขาทันที ในขณะที่คลื่นกระบี่กำลังพุ่งเข้ามาถึงเขา เทียนฉินก็รีบวาดออกไปป้องกันอย่างรวดเร็ว 


    แต่เนื่องจากถูกพวกมันโจมตีมารอบด้าน เขาจึงถูกคลื่นกระบี่สายหนึ่งกระแทกเข้าใส่ ถึงแม้จะมีเกราะเพชรเกล็ดมังกรปกป้องร่างกายอยู่ แต่เขาก็ยังรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจากข้างหลัง


    อั้ก!


    เทียนฉินเช็ดเลือดที่ยังคงหลงเหลืออยู่มุมปากพลางจ้องพวกมันด้วยสีหน้าเย็นชา ก่อนจะขับเคลื่อนพลังออกมาเต็มที่ ทันใดนั้นร่างของเขาก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง พร้อมกับมังกรทั้งสี่ตัวด้านหลัง


    "เงาพิฆาต!"


    มังกรทั้งสี่ตัวพุ่งทะยานเข้าใส่หุ่นนักรบพวกนั้นพร้อมกับคลื่นดาบนับหมื่นที่พลุบๆโผล่ๆ ทว่าหุ่นนักรบเหล่านี้กลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย พวกมันแค่ก้าวไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ ในขณะที่กระบี่ในมือก็ฟาดฟันเข้าใส่มังกรทั้งสี่ตัว


    ตู้ม!


    เสียงอึกทึกคึกโครมดังสนั่นไปทั่วพร้อมกับเปลวเพลิงที่แผ่กระจายอยู่โดยรอบ แต่เมื่อเปลวเพลิงมอดดับลงร่างสีแดงสิบตัวก็ก้าวเดินออกมาช้าๆก่อนจะมาปรากฏตัวต่อหน้าเขา เทียนฉินแปลกใจเล็กน้อยที่รู้ว่าหุ่นนักรบเหล่านี้ไม่ได้รับความเสียหายอะไร มีเพียงเกราะด้านนอกของพวกมันที่ถูกเผาไหม้เป็นสีแดง และร่องรอยบางส่วนที่ถูกคลื่นดาบของเขาโจมตีเท่านั้นเอง


    "ช่างมีพลังป้องกันแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!"


    เทียนฉินพึมพำอย่างแผ่วเบาพร้อมกับครุ่นคิดหาวิธีจัดการพวกมันทันที จากประสบการณ์การต่อสู้ที่ผ่านมาเขาไม่กล้าที่จะผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย เพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นการทดสอบภายในหอคอย แต่ถ้าประมาทเพียงเล็กน้อยเขาก็ไม่อาจจะย้อนกลับมาทดสอบในหอคอยนี้ได้อีกแล้ว


    แต่ในขณะที่เทียนฉินกำลังครุ่นคิดหาวิธีจัดการพวกมันอยู่นั้น พลันรับรู้ได้ถึงอันตรายที่พุ่งเข้ามาจนเย็นเยียบไปทั้งตัว และเมื่อแหงนหน้าขึ้นมองก็เห็นคลื่นกระบี่มากมายพุ่งเข้ามาโจมตีเขาอย่างดุเดือด


    ถึงแม้ว่าการจู่โจมของพวกมันจะกระทันหันไปบ้าง ก็ตาม แต่ประสาทการรับรู้ของเทียนฉินก็ไม่ช้าไปกว่าพวกมัน ฉับพลันคลื่นเปลวเพลิงทั้งสามสีก็ระเบิดออกมาพร้อมกับคลื่นดาบที่พุ่งลงมาจากฝากฟ้าเข้าโจมตีพวกมันทันที


    ตู้ม!


    เสียงการปะทะกันของคลื่นพลังทั้งสองฝั่งดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง แม้ว่าคลื่นกระบี่บางส่วนจะหลุดรอดมาโจมตีเขาได้ แต่ร่างกายก็ไม่ได้รับบาดเจ็บเลย มีเพียงความเจ็บปวดจากการโดนคลื่นพลังกระแทกเข้าใส่เล็กน้อยเท่านั้น


    หุ่นนักรบบางตัวถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนร่างแดงกล่ำไปทั้งตัว แต่ก็มีอีกหลายตัวถูกน้ำแข็งเกาะกุมจนไม่อาจจะขยับเขยื้อนร่างกายได้อีก เทียนฉินไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปหาหุ่นนักรบที่ถูกแช่แข็งอยู่อย่างเร่งรีบ ก่อนจะจ้วงแทงเข้าใส่มันเต็มแรง


    ตู้ม!


    ร่างของหุ่นนักรบตัวนั้นระเบิดออกอย่างรุนแรงจนเศษชิ้นส่วนร่างกายของมันกระเด็นไปทั่ว เทียนฉินเผยรอยยิ้มที่มุมปากออกมาอย่างสะใจเมื่อรู้วิธีจัดการพวกมันได้แล้ว ก่อนจะพริ้วตัวไปทางหุ่นนักรบที่ถูกน้ำแข็งปกคลุมอีกทางหนึ่งทันที


    เมื่อเวลาผ่านไปได้ชั่วครู่ ไม่เพียงแต่หุ่นนักรบที่ถูกแช่แข็งอยู่ตอนแรกจะถูกทำลายเพียงเท่านั้น แม้กระทั่งอีกหลายตัวที่ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนร่างแดงกล่ำ ก็ถูกเทียนฉินใช้เพลิงโลกันตร์และเพลิงหิมะเข้าโจมตีจนไม่เหลือรอดสักตัว รวมถึงตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดด้วยที่เทียนฉินชนะมาด้วยความยากลำบากกว่าตัวอื่น


    ทันทีที่หุ่นนักรบถูกทำลายจนสิ้น พื้นหินที่เคยเปิดเป็นหลุมกว้างก็เคลื่อนตัวอีกครั้ง กระทั่งในเวลาต่อมาพื้นหินตรงนั้นก็กลับสู่สภาพเป็นบันไดเหมือนเดิม เทียนฉินแหงนหน้ามองขึ้นไปด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย เมื่อฟื้นฟูร่างกายกลับมาได้เป็นปกติแล้วเขาจึงก้าวขึ้นไปไปทันที


    ตลอดทางที่เทียนฉินได้เดินขึ้นบันไดมา เขาได้พบเจอกับการโจมตีมาตลอดทาง บางครั้งก็พบเจอกับฝูงแมลงปอขนาดเท่าขาคน มีปีกแหลมคมราวกับมีดโกนเข้าจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อต่อสู้ไปได้ระยะหนึ่ง ก็เป็นเทียนฉินที่อาศัยกระบวนท่าตาข่ายฟ้ากับพิรุณโปรยปรายเข้าสังหารจนรอดพ้นมาได้


    บางครั้งพบกับฝูงเหยี่ยวที่ดุร้ายเข้าโจมตีอย่างเกรี้ยวกราด จนทำให้เทียนฉินได้รับบาดเจ็บไม่ใช่น้อย ด้วยความรวดเร็วของพวกมันรวมถึงการโจมตีบนท้องฟ้า การต่อสู้แบบนี้เทียนฉินไม่ค่อยได้พบเจอมากนัก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาหงุดหงิดอย่างมาก จนระเบิดโทสะเข้าโจมตีพวกมันเต็มอย่างเด็ดขาดโดยไม่สนใจเลยว่าประสาทแห่งนี้จะพังทะลายลงหรือไม่


    แต่การต่อสู้ที่ยากลำบากที่สุดของเขาในระหว่างทางนี้ กลับเป็นยักษ์หินสามตัวที่แข็งแกร่งอย่างมาก ร่างกายของพวกมันราวกับเหล็กกล้าที่ไม่ว่าจะโจมตีรุนแรงแค่ไหน ก็ทำได้เพียงสร้างรอยบาดแผลให้กับพวกมันได้เพียงเล็กน้อย กระทั่งใช้เปลวเพลิงทั้งสามชนิดเข้าเผาผลาญพวกมัน ก็ยังไม่อาจจะทำลายพวกมันได้หมด มีเพียงร่างกายบางส่วนที่สึกกร่อนจนแตกหักบ้างเท่านั้น


    การต่อสู้ครั้งนี้ดำเนินไปอย่างยาวนาน เทียนฉินงัดกระบวนท่าทุกอย่างที่ตนเองมีเข้าต่อสู้เต็มที่ และเมื่อจัดการยักษ์หินตัวหนึ่งได้ การต่อสู้ที่หนักหน่วงแต่แรกก็ผ่อนคลายได้บางส่วน จนกระทั่งยักษ์หินตัวที่สองถูกเขาใช้เพลิงหิมะแช่แข็งมันสำเร็จ จึงทำให้

    เทียนฉินใช้เวลาจัดการยักษ์หินตัวสุดท้ายได้ง่ายขึ้น 



    จบตอนที่ 154