ตอนที 13
สร้างสถานการณ์
“ท่านเ้าสำนัก เด็กที่มีเพลิงนพเก้าอยู่ที่บ้านหลังนั้นขอรับ”หลังจากตกลงวางแผนกันเรียบร้อยแล้วเ้าสำนักาาิญญาก็พาคนของตนเองเดินทางมายังหมู่บ้านที่พวกหลินเยว่อาศัยอยู่ทันทีแถมยังเล็ง่เวลายามวิกาลอันเป็่เวลาที่ผู้คนกำลังนอนหลับพักผ่อนกันอีกต่างหาก
“พวกเ้าไปวางเพลิงด้านโน้นส่วนเ้าอีกสี่คนไปวางเพลิงที่บ้านของแม่หนูคนนั้น”เ้าสำนักาาิญญาสั่งพลางชี้ให้คนกลุ่มใหญ่ไปวางเพลิงด้านในหมู่บ้านเพื่อสร้างสถานการณ์ไฟไหม้ให้ดูสมจริง
“แล้วอย่าลืมทำให้มั่นใจด้วยล่ะว่าจะเหลือแม่หนูน้อยของเราคนเดียว”เ้าสำนักาาิญญาหันไปหากลุ่ม4 คนที่ถูกสั่งให้ไปวางเพลิงที่บ้านตระกูลหลี่โดยเฉพาะความหมายของมันก็คือให้ฆ่าคนในครอบครัวของเสี่ยวหงก่อนแล้วค่อยวางเพลิง เพราะหากไม่ทำแบบนั้นยามเข้าไปช่วยเหลือเสี่ยวหงอาจจะเหลือภาระให้เสี่ยวหงไม่อาจตัดใจติดตามผู้มีพระคุณช่วยเหลือนางจากกองเพลิงอย่างเ้าสำนักาาิญญาไปได้
“ขอรับ”ชายทั้ง 4คนประสานมือคารวะเ้าสำนักาาิญญาอย่างนอบน้อมก่อนจะมุ่งหน้าไปทางบ้านตระกูลหลี่ด้วยร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยเสื้อผ้าสีดำปิดอย่างมิดชิดไปทั้งตัวคนเหล่านี้ต่างเป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาระดับ 6 ทั้งสิ้นแถมแต่ละคนยังมีวิชาตัวเบายอดเยี่ยมมากรับรองว่าแค่เข้าไปในบ้านของชาวนาชาวไร่คนหนึ่งไม่มีทางทำเสียงให้คนในบ้านตื่นเป็แน่
วูบ...
ร่างของคนทั้ง 4วูบไหลไปตามเงามืดอย่างรวดเร็วแถมยังไร้เสียงดังเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย ต่อให้มีทหารยามเดินผ่านหน้าบ้านก็คงไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่ามีคนลอบเข้าไปในบ้านตระกูลหลี่แล้วที่เหลือก็แค่สังหารคนในบ้านให้หมดแล้วก็วางเพลิงให้ห่างจากห้องที่แม่หนูผู้เพลิงนพเก้าอาศัยอยู่ให้มากที่สุดก็พอ
โครม!!!
ระหว่างชายทั้ง 4คนกำลังลอบเข้าไปในบ้านตระกูลหลี่ อยู่ๆเปลวเพลิงหลากสีสายหนึ่งก็พุ่งวาบเข้าใส่คนทั้ง4 อย่างรวดเร็วราวกับอินทรีฉกเหยื่อ แต่เหล่าผู้บุกรุกทั้ง 4 นั้นไม่ใช่คนธรรมดาชายคนหนึ่งปกคลุมหมัดของตัวเองเอาไว้ด้วยก้อนหินก่อนจะเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เปลวเพลิงที่พุ่งเข้ามาหาตนเองอย่างแรงเพื่อชะงักการโจมตีนั่นเอาไว้แต่ความร้อนของเพลิงนพเก้านั้นไม่ธรรมดาจริงๆแม้จะหยุดการโจมตีเอาไว้ได้แต่หมัดหินที่สร้างขึ้นมาก็ถึงกับแตกออกเช่นกัน
“บ้าจริง โดนจับได้งั้นหรือ”ชายอีกคนมองไปรอบๆด้วยท่าทีใเพราะไม่คิดว่าจะมีคนจับได้ว่าพวกตนแอบลอบเข้ามาที่นี่ไม่ใช่จวนเ้าเมืองเสียหน่อยจะได้มีผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่งเช่นนั้น
“พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าคุณหนูของข้ากำลังหลับอยู่”ระหว่างผู้บุกรุกทั้ง 4 คนกำลังใกับการโดนจับได้อยู่ๆก็มีเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมร่างของเสี่ยวหงที่กำลังเดินออกมาจากภายในตัวบ้านด้วยสีหน้าเ็าราวกับกำลังมองเหล่าหนอนแมลงที่กำลังรบกวนแปลงผักของตนไม่มีผิด
“ศิษย์พี่ ทำอย่างไรดีนั่นเป็เด็กที่ท่านเ้าสำนัก้าไม่ใช่หรือแบบนี้นางก็รู้ตัวหมดนะสิ”ชายคนหนึ่งหันไปกระซิบข้างๆชายที่อยู่ด้านข้าง แบบนี้มันผิดแผนหมดเลยไม่ใช่หรือไงกลายเป็ว่าเด็กที่เป็เป้าหมายมารู้เห็นแผนการก่อนที่จะเริ่มเผาบ้านเสียด้วยซ้ำ
“ไม่เป็ไร ทำตามข้า”ชายที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่พูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิวเพราะกลัวว่าเด็กสาวด้านหน้าจะได้ยินในเมื่อโดนเห็นเข้าก่อนแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้
“ฮ้าๆ แม่หนู บ้านเ้ามีสมบัติมีค่าที่ใดบ้างบอกพวกเรามาแล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า”ได้ยินชายที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่พูดเหล่าสหายร่วมบุกรุกก็เข้าใจทันทีว่าศิษย์พี่จะทำอะไร โดนจับได้ก็แล้วอย่างไรเล่างั้นก็เล่นเป็โจรบุกบ้านแล้วเผามันโต้งๆนี่ล่ะ พอเผาแล้วก็ให้เ้าสำนักมาปราบพวกตนก็พอแล้ว
“หา.....ปากของเ้าสำรอกอะไรออกมาไม่ทราบบังอาจมาปล้นบ้านของคุณหนูของข้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรืออย่างไร”เสี่ยวหงได้ยินเช่นนั้นก็ปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างเข้มข้นทำเอาเหล่าผู้บุกรุกหนาวสั่นไปทั่วร่างเป็ไปได้อย่างไร เด็กตัวแค่นี้มีจิตสังหารได้อย่างไร
พรึบ.....พรึบ.....พรึบ......
รอบๆตัวของเสี่ยวหงยามนี้ปรากฏเปลวเพลิงหลากสีจำนวน9 ลูกลอยออกมารอบๆตัวเสี่ยวหงอย่างช้าๆ แม้จะมองภายนอกมันจะเหมือนเปลวไฟบนตะเกียงไม่ได้มีความน่ากลัวก็ตามแต่นี่คือวิชาที่เสี่ยวหงมีติดตัวมาจากมิติอื่นเปลวเพลิงเหล่านี้มีความร้อนสูงและถูกบีบให้อยู่ในขนาดที่เล็กมากทำให้เปลวเพลิงเหล่านี้รุนแรงขนาดสามารถเจาะทะลุแผ่นเหล็กได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว
“ท่าทางเ้าจะไม่ใช่เด็กว่านอนสอนง่ายสินะพวกเราจับตัวมันเอาไว้”ชายที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่พูดจบก็ชักกระบี่ออกมาจากฝักเพื่อเตรียมรับมือแต่ถึงอย่างนั้นภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านเ้าสำนักถึงอยากได้ตัวเด็กคนนี้นักขนาดยังไม่ได้รับการสั่งสอนจากสำนักยังสามารถใช้วิชาิญญาได้แล้วไม่ใช่เพียงเกิดมาพร้อมพลังที่น่าใ พร์ของนางก็ยังเหนืุ์อีกด้วย
“งั้นอย่าหาว่าข้าใจร้ายเลยนะแม่หนู”ชายที่ใช้เกราะหินเมื่อครู่เดินออกมายืนข้างหน้าก่อนจะรวบรวมพลังิญญาของตนเพื่อเตรียมการต่อสู้เมื่อครู่เขาตอบรับอย่างกะทันหันทำให้สร้างสนับมือหินได้ไม่แข็งแรงพอแต่หากควบคุมพลังให้ดีละก็สนับมือหินของเขาไม่มีทางโดนเปลวเพลิงของเด็กตัวแค่นี้ทำลายได้แน่ๆ
“หึ เ้าคิดว่าทำได้ก็เข้ามาเลย”เสี่ยวหงมองชายตรงหน้าที่กำลังสร้างสนับมือหินขึ้นมาใหม่อย่างดูแคลนเมื่อครู่เปลวเพลิงที่นางใช้เป็เพียงวิชาควบคุมเปลวเพลิงทั่วไปเท่านั้นไม่ได้มีความรุนแรงอะไรเลย คิดว่าใช้พลังิญญามากขึ้นแล้วจะสามารถทำอะไรได้หรือไง
ฟุบ!!
พริบตาที่ชายที่ใช้พลังธาตุหินสร้างสนับมือหินเสร็จสิ้นเปลวเพลิงขนาดเล็กของเสี่ยวหงก็พุ่งวาบกลายเป็ลำแสงเส้นหนึ่งทะลวงสนับมือหินของชายตรงหน้าอย่างง่ายดาย
พรึบ!!
“อ๊ากกกกกกกก................ร้อน ร้อนนนนน”ชายที่ใช้สนับมือหินร้องออกมาด้วยความเ็ปเพราะทันทีที่เปลวเพลิงขนาดเล็กนั่นเจาะฝ่ามือของเขาาแที่เป็รูขนาดเล็กก็เกิดไฟไหม้ตามมาในทันที ทำให้มือของเขาโดนไฟของเสี่ยวหงเผาจากด้านในสร้างความเ็ปให้ชายที่ใช้สนับมือหินอย่างมาก
“หน็อยนังนี่”ผู้บุกรุกอีกคนเองก็ไม่ได้รอให้เพื่อนโดนโจมตีอยู่เฉยๆระหว่างสหายกำลังรวบรวมพลังเพื่อสร้างสนับมือชายอีกคนที่ใช้กระบี่ก็แอบลอบเข้ามาด้านหลังของเสี่ยวหงเป็ที่เรียบร้อยแล้ว พริบตาที่เห็นว่านางโจมตีสหายของตนชายคนนั้นก็เข้าประชิดตัวหมายจะจับกุมเสี่ยวหงเอาไว้แต่เพราะเห็นเพื่อนโดนทำร้ายแทนที่จะเป็การจับตัวชายคนนั้นกลับเผลอใช้กระบี่ออกมาเสียอย่างนั้น
ฟุบๆๆ
เปลวเพลิงหลากสีของเสี่ยวหงพุ่งวาบเป็ลำแสงหักโค้งไปมาเบื้องหน้าชายคนนั้นอย่างรวดเร็วกว่าชายคนนั้นจะรู้ตัวกระบี่ของเขาก็โดนความร้อนจากเปลวเพลิงของเสี่ยวหงตัดออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปเสียแล้วทำให้กระบี่ที่พุ่งใส่นางมีเพียงด้ามเท่านั้น
“หึหึ.....พวกเ้ามันช่างโง่เขลาจริงๆคิดว่าด้วยพลังแค่นี้จะทำอะไรข้าได้งั้นเหรอ”เสี่ยวหงหัวเราะออกมาพลางบังคับเปลวเพลิงของตนให้เข้าไปหาเหล่าผู้บุกรุกแต่ละคนพร้อมกัน
ฟุบๆๆๆๆๆๆๆ
เปลวเพลิงที่เสี่ยวหงเรียกออกมามี9 ลูกส่วนผู้บุกรุกมี คนเสี่ยวหงเลยแบ่งให้คนละ 2 ลูกอย่างเท่าเทียมกันยกเว้นเ้าคนที่เหมือนจะเป็หัวหน้าที่ประกาศว่าจะปล้นบ้านของคุณหนูเ้านั่นนางแถมพิเศษให้เป็ 3 ลูกเลย
“หึหึหึหึหึ......”ระหว่างที่เปลวเพลิงของเสี่ยวหงกำลังพุ่งโจมตีไปรอบๆร่างของผู้บุกรุกทั้งสี่เปลวเพลิงของนางก็เผาร่างกายของคนพวกนั้นไปทีละน้อยๆสร้างความทรมานให้พวกเขาอย่างมากแต่ท่ามกลางท่าทีทรมานพวกนั้นเสี่ยวหงกลับหัวเราะอย่างชื่นชอบใจราวกับกำลังทำเื่สนุกสนานอยู่ไม่มีผิด
.
.
.
“หืม...เริ่มแล้วสินะ”อีกด้านหนึ่งทางฝั่งของเ้าสำนักที่รออยู่นอกหมู่บ้านพอเห็นว่ามีแสงไฟมาจากบ้านตระกูลหลี่ก็เข้าใจว่าคนของตนเริ่มเผาบ้านเป็ที่เรียบร้อยแล้วหลังจากนี้รอให้ไฟมากกว่านี้อีกหน่อยตนค่อยออกไปช่วยเหลือแม่หนูน้อยผู้เพลิงนพเก้า
แต่.....เหตุใดในหมู่บ้านถึงไม่มีแสงไฟเลยเล่าเ้าพวกที่เข้าไปเผาหมู่บ้านควรจะทำงานได้เร็วกว่าไม่ใช่หรือไงพวกมันไม่ต้องลอบเข้าไปสังหารใครก่อน แค่ราดน้ำมันแล้วเผาบ้านรอบๆเท่านั้นหรือเ้าพวกนั้นจะพลาดเจอคนในหมู่บ้านเข้า แต่เท่าที่ทราบมาในหมู่บ้านนี้มีเพียงนายพราน3 คนเท่านั้นที่มีพลังิญญาไม่ใช่หรือ จะมาต่อกรกับเหล่าลูกศิษย์ระดับสูงของสำนักาาิญญาได้อย่างไร
.
.
.
“บ้าเอ๊ย ร้อนชะมัด”เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียวเหล่าผู้บุกรุกทั้ง 4 ก็โดนเปลวเพลิงของเสี่ยวหงทำร้ายจนาเ็อย่างหนัก อาวุธของแต่ละคนโดนทำลายไม่เหลือชิ้นดีมือและขาโดนเผาจนเกิดแผลพุพองทั้งๆที่ใช้พลังิญญาป้องกันเอาไว้แล้ว แต่ไม่ทราบทำไมพวกเขาถึงยังไม่ตายหรือว่าแม่นางน้อยคนนี้กำลังเล่นสนุกกับความทรมานของพวกเขางั้นเหรอ
วูบ....
ระหว่างที่พวกผู้บุกรุกกำลังสงสัยอยู่นั้นอยู่ๆเปลวเพลิงของเสี่ยวหงก็กับวูบไปเสียก่อนทำเอาเหล่าผู้บุกรุกหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัยนี่มันเกิดอะไรขึ้น
“ชิ....”เสี่ยวหงที่เล่นเพลินไปหน่อยเห็นเปลวเพลิงของตนเองสลายหายไปก็ส่งเสียงไม่พอใจออกมาทันทีลืมไปเลยว่าร่างนี้ยังมีพลังไม่มาก ใช้วิชาเส้นด้ายสีชาดแม้จะสร้างไฟขนาดเล็กแต่ต้องบังคับอย่างแม่นยำและเร่งพลังให้เปลวเพลิงเ่าั้มีความร้อนสูงตลอดเวลาทำให้มันกินพลังิญญาไม่น้อยเลย แถมเสี่ยวหงยังฆ่าพวกมันไม่ได้เพราะโดนคำสาปของหลินเยว่สาปเอาไว้สุดท้ายเลยพลังหมดเช่นนี้
“เด็กนั่นพลังหมดแล้ว จับนางเอาไว้”ชายคนหนึ่งเห็นท่าทีไม่พอใจของเสี่ยวหงก็เข้าใจทันทีว่าพลังิญญาของนางหมดแล้วต่อให้มีพลังที่ยอดเยี่ยมแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีพลังิญญาเพื่อใช้งานก็ไร้ความหมาย
เปรี้ยง!!!
ยังไม่ทันเข้ามาจับตัวเสี่ยวหงอยู่ๆเงาสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามากระแทกชายคนหนึ่งจนล้มกลิ้งไปทางหนึ่งเสียอย่างนั้นแถมเงานั่นยังวิ่งกลับมากระแทกร่างของชายอีกคนจนล้มไม่เป็ท่าไปอีกที
ตึง!!!
เงาร่างนั้นล้มคนไป 2คนก็เดินออกมาจากเงามืดอย่างสง่าผ่าเผย เพียงแต่รูปร่างหน้าตาของมันตอนนี้ออกจะตัวเล็กไปหน่อยเท่านั้นเอง
“ม้า?......”เสี่ยวหงกะพริบตาปริบๆมองผู้มาช่วยเหลือนางเอาไว้ด้วยท่าทีไม่อยากจะเชื่อเหตุใดถึงเป็ม้า ไม่สิต้องเรียกว่าลูกม้าถึงจะถูก แล้วทำไมเ้าลูกม้าตัวนั้นถึงแข็งแกร่งจนล้มเหล่าผู้ฝึกฝนพลังิญญาได้ด้วยการพุ่งชนกัน?