ตอนที่ 18 ยาอันตราย
ถังชิงหลวนมองดูใบสั่งยา แล้วก็เป็เช่นนั้นจริงๆถ้ามองผิวเผินก็เหมือนจะเป็แค่ใบสั่งยาขับเื แต่ในนั้นกลับมีจื่อเขอและสุ่ยจื้อด้วยจื่อเขอมีสรรพคุณขับของเสียออกจากระบบย่อยอาหารก็จริง แต่ผลของตัวยาค่อนข้างรุนแรงดังนั้นยาชนิดนี้จึงไม่ควรปรากฏในใบสั่งยาเพื่อให้สตรีกิน เพราะร่างกายผู้หญิงอาจรับไม่ไหว
อีกทั้งยังมีสุ่ยจื้อเพิ่มเข้าไปอีกสุ่ยจื้อเป็ยาที่เอาไว้ขับเืที่ทำให้มีอาการแท้งโดยเฉพาะ! ใบสั่งยานี้จึงเป็ยาทำแท้งแน่นอน อย่าว่าแต่คนเป็หมอที่ดูออกแม้แต่ลูกจ้างโรงยาตระกูลถังเองก็ดูออกเช่นกัน!
ทั้งสองคนนั้นเห็นถังชิงหลวนก็พอเดาได้ว่าเป็คุณหนูยิ่งกว่านั้นคือลูกจ้างเองก็ดูเคารพนาง ทั้งสองมองตากันครู่หนึ่งแล้วไม่พูดอะไรออกมาในตอนนี้
ถังชิงหลวนนำใบสั่งยาส่งให้ลูกจ้างแล้วกระซิบ “แค่บอกว่าใบสั่งยานี้เราจะไม่จัดให้ก็พอ”
ทำการค้าขายต้องมีความรอบคอบ ตระกูลถังทำร้านขายยา ชื่อเสียงที่เลื่องลือออกไปคือเป็โรงยาใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงในเมื่อไม่อยากจัดยาชุดนี้ ก็ไม่ควรอ้างว่าที่นี่ไม่มียาที่พวกเขา้า มิเช่นนั้นคนเหล่านี้อาจเอาไปพูดว่าโรงยาตระกูลถังมียาไม่ครบแล้วยังจะมีหน้าเรียกตัวเองว่าเป็โรงยาใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงได้อีกหรือ
ทำเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงยา จึงอ้างแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาดพูดไปตรงๆ เลยว่าไม่จัดให้ ส่วนเหตุผลคิดว่าในใจของทั้งสองน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว
ลูกจ้างเองก็เข้าใจ ใบสั่งยาชุดนี้ต่อให้ถามนายท่านสามหรือนายท่านใหญ่พวกเขาก็จะต้องตอบสองคำที่เหมือนกันว่าไม่จัด! มิเช่นนั้นหากผู้ที่กินยานี้เข้าไปเกิดเื่ขึ้นมาทางโรงยาก็จะถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ลูกจ้างจึงพยักหน้ารับคำแล้วหมุนตัวเดินกลับไปที่ตู้สินค้าทันทีเขานำใบสั่งยาวางไว้บนตู้สินค้าตรงหน้าผู้รับใช้ทั้งสอง แล้วยกมือคำนับด้วยรอยยิ้ม“ต้องขออภัยท่านทั้งสองด้วยขอรับ เถ้าแก่ของพวกเราบอกว่าไม่สามารถจัดยาชุดนี้ให้ได้ขอรับ”
ทั้งสองตกตะลึงไปทันที หนึ่งในสองตบมือลงบนตู้สินค้าอย่างแรงพร้อมกับะโขึ้น“มีสิทธิ์อะไรไม่จัดให้?!”
ปกติแล้วชั้นที่หนึ่งถือว่าเงียบสงบมาก แต่เพราะสองคนนี้เอ็ดตะโรขึ้นมาจึงส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นพอผู้รับใช้คนนั้นตบตู้สินค้าแรงๆ ก็ทำให้คนในร้านพากันใสะดุ้งคนที่กำลังจัดยาและรอยาอยู่ต่างพากันถอยหนีไปไกล
“เป็แค่เด็กผู้หญิงจะมารู้เื่อะไร? พวกเ้าอยากมีเื่กับคุณชายใหญ่งั้นหรือ?!วันนี้คุณชายใหญ่ไม่มีเวลามาโต้เถียงกับพวกเ้าหรอกนะ! หากพวกเ้าไม่จัดยาพวกนี้ให้ วันนี้ร้านค้าของพวกเ้าก็อย่าหวังจะทำมาค้าขายได้อีก!”ผู้รับใช้ส่งเสียงเอะอะโวยวายดังลั่น
ลูกจ้างสองคนยกมือขึ้นคำนับแล้วเดินออกไป เพื่อจะเชิญลูกค้าทั้งสองออกจากร้านแต่ทั้งสองกลับไม่ฟังเสียง ยกนิ้วชี้ด่ากราด ทำให้แขกที่มาซื้อยาพากันเดินออกจากร้านไป
ถังชิงหลวนขมวดคิ้วแล้วเดินเข้าไปเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ทางร้านมีสิทธิ์อะไรที่จะไม่จัดยาให้งั้นหรือ พวกท่านเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจใบสั่งยานี้มียาอันตรายถึงสี่ห้าชนิด จำนวนที่้าก็มิใช่น้อย ไม่รู้ว่าให้คนกินหรือให้สัตว์กินกันแน่?เช่นนี้แล้วยอมออกไปดีๆ เถิด แล้วพวกเราจะไม่พูดเื่นี้แต่ถ้าหากยังเอาแต่อาละวาด พวกเราก็จะเอาใบสั่งยาไปให้เ้าหน้าที่บ้านเมืองตัดสินดูสิว่าพวกเขาจะจัดการกับเื่ที่พวกเราไม่จัดยาให้พวกท่านอย่างไร”
ผู้รับใช้คนนั้นตบตู้ยาอีกครั้ง “บังเอิญเสียจริง!วันนี้คุณชายใหญ่ของเราก็กำลังจะไปหาเ้าหน้าที่กองบัญชาการรักษาเมืองอยู่พอดี!ไปสิ นังเด็กอวดดี! ใครไม่ไปถือว่าเป็พวกขี้ขลาด!”
ถังชิงหลวนยื่นมือไปคว้าใบสั่งยา “ไปไปสำนักหมอหลวงกัน”
“ไปกองบัญชาการรักษาเมืองสิ! จะไปสำนักหมอหลวงทำไม?อย่าคิดว่าพวกข้าไม่รู้ว่านายท่านใหญ่ของโรงยาตระกูลถังเป็ย่วนพั่นอยู่ที่สำนักหมอหลวง…”
ถังชิงหลวนยิ้มเยาะ “ใบสั่งยาก็ควรจะไปหาและสอบถามกับผู้ที่รู้การแพทย์จะไปกองบัญชาการรักษาเมืองทำไมกันเล่า?”
“เ้าอย่าทำเป็ไม่รู้หน่อยเลย...” ผู้รับใช้คนนั้นชี้มาที่ถังชิงหลวนเพื่อจะต่อว่าในตอนนั้นเองด้านนอกก็ปรากฏร่างใครบางคน เขาอายุราวยี่สิบปี เป็ชายหนุ่มที่สวมชุดฉางซานสีฟ้าหยกปักลายเมฆล้อมวงสีทอง ในมือถือพัดคลี่ที่ทำจากไผ่และวาดลวดลายด้วยหมึก
รูปร่างหน้าตางดงามทีเดียวทั้งยังสูงโปร่ง เขาเคาะพัดที่อยู่ในมือด้วยท่าทางไม่พอใจก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเดินเข้ามาถามเสียงเข้ม “โวยวายอะไรกัน?!”
เพียงแค่ประโยคนั้นลอยเข้ามา ผู้รับใช้ก็หุบปากลงทันที ผู้รับใช้ทั้งสองรีบเดินเข้าไปขนาบข้างชายผู้นั้นก่อนจะก้มตัวลงพูดบางอย่าง
ถังชิงหลวนเห็นแล้วรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มผู้นั้นน่าจะเป็เ้านายของผู้รับใช้ทั้งสองพวกเขาคงจะมาด้วยกัน แต่คนเป็เ้านายไม่ได้ลงมาด้วย และให้ผู้รับใช้ทั้งสองมาซื้อยาแทนส่วนตัวเองยืนรอด้านนอก คงเป็เพราะทั้งคู่ลงมานานแล้วจึงเกิดหงุดหงิดถึงได้เข้ามาเร่งเช่นนี้
ถังชิงหลวนเดา คนผู้นี้จะต้องรู้แน่ว่าใบสั่งนี้คือยาอะไร เพราะอย่างนั้นถึงไม่ยอมออกหน้า
ขณะกำลังคิด ชายหนุ่มคนนั้นก็ฟังสิ่งที่ผู้รับใช้พูดจบพอดี เขาเงยหน้ามองถังชิงหลวนแต่พอเห็นแล้วกลับหน้าถอดสี ‘พรึ่บ’พัดถูกกางออกและยกขึ้นปิดบังใบหน้าตนเองโดยฉับพลันชายหนุ่มคนนั้นกระซิบบางอย่างกับผู้รับใช้ แล้วหมุนตัวเดินออกไปทันที
ถึงแม้การกระทำนี้จะมิได้โจ่งแจ้งนัก แต่เพราะถังชิงหลวนกำลังจับจ้องอยู่จึงเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนนางได้แต่นึกสงสัยอยู่ในใจ เหตุใดพอชายหนุ่มคนนั้นเห็นนาง...ถึงทำเหมือนว่ารู้จักนางกันเล่า? กิริยาที่ยกเอาพัดขึ้นบดบังหน้าตัวเองนั้นก็ชัดเจนมากทีเดียว
ทว่าถังชิงหลวนกลับไม่รู้สึกคุ้นหน้าเขาเลยและนึกไม่ออกด้วยว่าเคยเห็นที่ไหนหรือไม่
คนผู้นั้นเดินออกไปแล้วส่วนผู้รับใช้ทั้งสองที่มาโวยวายเมื่อครู่ก็เดินเข้ามาอีกครั้ง สีหน้าถมึงทึงขณะยื่นมือมาหานาง“เอาใบสั่งยามาให้ข้า! ข้าไม่ซื้อก็จบใช่หรือไม่?!”
แน่นอนสิ! เทพแห่งโรคระบาดรีบจากไปได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดีถังชิงหลวนจึงรีบยื่นใบสั่งยาที่อยู่บนตู้สินค้าคืนให้
ผู้รับใช้คนนั้นคว้าใบสั่งยา แล้วหมุนตัวเดินออกไปทันที
พอเห็นว่าคนพวกนั้นออกจากโรงยาไปแล้ว เหล่าลูกจ้างก็พากันถอนหายใจโล่งอกถังชิงหลวนมองขึ้นไปยังชั้นสอง บนนั้นยังคงมีคนแน่นเหมือนเดิมดูแล้วคงจะยุ่งไม่น้อย
ขณะคิดว่าจะขึ้นไปช่วยดีหรือไม่ ลูกจ้างคนหนึ่งก็ถือใบสั่งยามากระซิบถาม “คุณหนูใหญ่ ท่านช่วยดูใบสั่งยานี่หน่อยได้หรือไม่ขอรับ”
ถังชิงหลวนรับมาดู ใบสั่งยานี้คือยาไหเจ่าอวี้หูทังซึ่งเป็ยาสำหรับควบคุมระบบหมุนเวียนเืลมไล่ธาตุไฟ บำรุงธาตุหยิน ลดเสมหะ ในนี้มียาสองชนิดที่มีฤทธิ์ต้านกันนั่นก็คือกานเฉ่าและไหเจ่า
แต่ถังชิงหลวนรู้ว่ายุคหลังมีแพทย์มากมายที่ออกมายืนยันว่ายาสองชนิดนี้เมื่อนำมาใช้ด้วยกันแล้วก็มิได้มีพิษร้ายแรงนางดูปริมาณขนาดยาแล้วจึงเอ่ย “ลดกานเฉ่าลงหนึ่งเฟิน[1]แล้วจัดยาให้เขาได้เลย”
ลูกจ้างตอบรับแล้วรีบไปจัดยาทันที
ชั้นที่หนึ่งกลับมาเงียบสงบและยุ่งเหมือนเดิม ถังชิงหลวนเห็นว่าบนตู้สินค้ามียาที่กำลังถูกแบ่งเอาไว้อยู่เกือบครึ่งลูกจ้างทั้งหลายต่างก็กำลังยุ่งไม่มีเวลามาแบ่งให้เสร็จถ้าหากปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้คงไม่ดีนัก นางจึงเดินเข้าไป พอเห็นว่าด้านข้างมีผ้ากันเปื้อนวางอยู่ก็คว้ามาใส่สวมถุงมือ แล้วใช้ค้อนและกรรไกรช่วยตัดแบ่งยา
ขณะที่กำลังเอาค้อนค่อยๆ ทุบการบูรอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงใครบางคนพูดขึ้นเหนือศีรษะ “ลาออกจากตำแหน่งหน้าที่ในจวนโหวก็เพื่อมาเป็ลูกจ้างในโรงยาอย่างนั้นหรือ?”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยกระแสหยอกล้อ ถังชิงหลวนเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงงคนที่ยืนอยู่ด้านนอกตู้สินค้าคือฉีจิ่งเฮ่าจริงๆ ด้วย เขาสวมชุดฉางซานสีเขียวหยกหน้าตาสง่างาม มีรอยยิ้มประดับขณะกำลังมองนางอย่างพิจารณา
ถังชิงหลวนเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ “คุณชาย...ฉีท่านมาได้อย่างไร”
ฉีจิ่งเฉ่ายิ้ม “ข้าจะมาเชิญคุณหนู ไม่ทราบว่าจะรบกวนไปที่จวนของข้าสักหน่อยได้หรือไม่ท่านแม่ข้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง พอได้ยินว่าคุณหนูถังลาออกจากจวนจงจิ้งโหวแล้วจึงให้ข้ามาเชิญไปที่จวนคุณหนูช่วยตอบรับคำเชิญนี้ได้หรือไม่”
ถังชิงหลวนมองอีกฝ่ายอย่างระแวง “มารดาของท่านเชิญข้าไปตรวจร่างกายให้งั้นหรือ”เหมือนว่านางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณชายฉีคนนี้มีฐานะอย่างไรรู้เพียงเป็ญาติสนิทของจวนโหวเช่นนี้แล้วมารดาของฉีจิ่งเฮ่าจะมารู้จักตนได้อย่างไรกัน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/8892e502b7dd0f501cb1819d83b32a83
[1] เฟิน เป็หน่วยชั่งตวงวัดของจีน ยาจีน 1 เฟินหนักประมาณ 0.5 กรัม