สี่หนุ่มตะลุยโลกดนตรี : [Another God !? : Melodies ~♪]

    บทที่ 4 สี่พี่น้อง ตอนที่ 1 ครอบครัวสุขสันต์

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก!~ 

     

    ผมที่รู้สึกตัวจากเสียงเคาะประตูในยามเช้าตรู่ ยกวงแขนอันหนาและหนักที่โอบกอดอยู่ทิ้งคืนเจ้าของ ก่อนจะขยับตัวออกมาและเดินไปเปิดประตู มือหนึ่งขยี้ตาอีกมือหมุนลูกบิด เมื่อรู้สึกว่าตาแจ้งดีพอแล้วสายตาที่ทอดไปเบื้องหน้าได้พบเข้ากับใบหน้าอันคุ้นเคย

     

    “ไง”

     

    เสียงและภาษาอันคุ้นหูกล่าวทักผมก่อน ผมที่รู้สึกตกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน กระโดดเข้าไปกอดคนตรงหน้าอย่างสุดกำลัง จนอีกฝ่ายเซถลาเกือบล้ม ผมไม่อายที่จะหลั่งน้ำตาออกมา เพราะคนตรงหน้าไม่ใช่ใคร แต่เป็นพี่ชายอีกคนที่ผมรักและนับถือ

     

    “ไม่โตขึ้นเลยนะ”

     

    “ก็คนมันดีใจ”

     

    “ข้อพี่เข้าไปในห้องก่อน ยืนตรงนี้นาน ๆ ไม่ดี”

     

    “ครับพี่ซัน”

     

    ผมเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายแทรกตัวผ่านประตูเข้ามา ก่อนจะหันไปปิดประตูลงกลอน พี่ซันเดินไปที่เตียงก้มหน้าไปมองใบหน้าชายอีกคนที่ยังคงหลับสนิท ก่อนจะหันกลับมายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ผมที่เห็นใบหน้านั้นก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร

     

    “ไม่ใช่แบบที่พี่คิดแน่ ๆ” ผมเปิดปากบอกฝ่ายตรงข้าม

     

    “พี่ยังไม่พูดอะไรเลยนะ” ซันยิ้มกลับมาจนผมรู้สึกว่าโดนฝ่ายตรงข้ามเล่นงานเข้าให้แล้ว

     

    “เขาเป็นพี่ชายผมเอง” ออโต้รีบบอก “พี่ร่วมสาบานครับ”

     

    “พี่น้องปากประกบกันรึเปล่า” ซันที่พูดแซวพร้อมกับวาดมืดกลางอากาศปรากฏภาพคลิปวิดีโอของชายหนุ่มสองคนกำลังนอนประกบเหมือนดูดปากกันบนเตียง

     

    “เห้ย!!~” ผมที่เห็นถึงกับลืมตัวร้องเสียงดังจนนักแสดงในคลิปอีกคนตื่นขึ้นมา

     

    “มีอะไรหรือ ออโต้ หาว -o- ~” ชายหนุ่มตื่นมาก็หาวโชว์ฟัน โดยไม่ทันสังเกตว่ามีคนอื่นอยู่ จนอีกฝ่ายทักก่อน

     

    “สวัสดีครับ” 

     

    พี่ซันที่ทักทายด้วยภาษาคีตาพร้อมกับรอยยิ้มให้พี่อ๊อสส่วนอีกมือก็สลายจอภาพกลางอากาศไป เมื่อทักไปพี่อ๊อสที่งัวเงียอยู่ถึงกลับตาแจ้งกระโดด เรียกดาบออกมาจากแหวนมาตั้งฉากในท่าเตรียมพร้อม

     

    “โอ้ว~ ” ซันได้แต่สงเสียงประหลาดใจ

     

    “พี่อ๊อส นี่พี่ซันครับ ใจเย็นก่อน” เมื่อเสียงผมกล่าวออกไปเตือนสติพี่ชายบ้าพลังก็เหมือนจะรู้ตัวว่าเข้าใจผิดจึงลดดาบและเก็บมันเข้าที่ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ผมและดึงผมเข้าไปกอด

     

    “ทำอะไรอะพี่” ผมที่ตกใจจึงถามออกไปตรง ๆ

     

    “เปล่า ก็แค่อยากกอด” จมผมเอามืดบิดพุงของอีกฝ่ายจึงยอมปลอยผมแต่โดยดี ถ้าผมเดินไปหาพี่ซันเลยคงเป็นเรื่องแน่ จังผลักพี่อ๊อสให้นั่งลงที่เตียงก่อนผมจะลงไปนั่งข้าง ๆ ส่วนพี่ซันก็เดินไปลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าผมสองคนก่อนจะพูดออกมา

     

    “เป็นไงบ้างที่นี่”

     

    “ครับ สนุกดี ก็มีแอบคิดถึงบ้านกับพวกพี่อยู่” ผมตอบตามตรง ก่อนจะหันไปยิ้มให้คนข้าง ๆ และพูดต่อ “ก็ได้พี่ชายคนนี้ช่วยเหลือไว้ครับเลยไม่ลำบากเท่าไหร่”

     

    ซันที่ได้ฟังก็หันไปหาอ๊อส

     

    “ขอบคุณมากเลยครับ ที่ช่วยเหลือน้องชายคนนี้” เหมือนพี่อ๊อสจะสัมผัสถึงพลังอำนาจได้ในตัวพี่ซันจึงเกิดความเกร่งใจมาหลายส่วน จึงตอบด้วยมารยาทเช่นเดียวกัน

     

    “ไม่เป็นไรครับ ผมถูกชะตาเด็กคนนี้”

     

    แล้วพวกเราทั้งสามก็พูดคุยกันเรื่องต่าง ๆ ตั้งแต่ผมตกจากฟ้าลงมาจนกลายมาเป็นพี่น้องกับพี่อ๊อส รวมถึงเรื่องภารกิจตามหาพ่อแม่และฐานะที่แท้จริงของพี่ชายผม

     

    “เข้าใจแล้ว” ซันตอบสั้น ๆ และพูดต่อทันที

     

    “พี่อ๊อส ผมได้เจอน้องพี่มาแล้วนะ เขายังมีชีวิตอยู่” ด้วยประโยคนี้ อ๊อสที่ได้ยิงถึงกับแข็งค้าง ดวงตาที่อ่อนโยนนั้นก็ยิ่งดูอ่อนไหวเข้าไปอีก น้ำตาของชายหนุ่มคนนี้จึงไหลออกมา

     

    “ไม่ได้โกหกใช่ไหมครับ” อ๊อสถามซ้ำเพื่อยืนยัน แม้ประโยคก่อนหน้าเข้าก็เชื่อไปแล้ว 100%

     

    “ครับ น้องโอ๊สเป็นเด็กน่ารัก ถ้าให้พูดตรง ๆ นิสัยคล้ายออโต้หลายส่วน ตอนนี้เขาอยู่กับเอิร์ธ อีกไม่กี่วันจะเดินทางมาที่มายด์นี่แล้ว ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่มูนวัล” 

     

    ด้วยรายละเอียดทั้งหมดที่พี่ซันบอกมา มันเป็นพรหมลิขิตที่ผมที่แยกจากพี่เอิร์ธ เพื่อให้ผมมาพบพี่อ๊อสและพี่เอิร์ธได้พบกับโอ๊ส จนเหมือนว่าทุกอย่างมันถูกกำหนดมาไว้แล้ว

     

    “บังเอิญจังเลยครับ” ผมที่หลุดปากพูดทำลายความเงียบ

     

    “ใช่ แต่โลกนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ มีแต่วาสนาและพรหมลิขิต” 

     

    ถึงซันจะพูดออกมาแบบนั้น แต่เขาไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับลามุน มันดูลงตัวเกินไปอย่างกับมีคนอื่นมาขีดลิขิตไว้ ผมที่หาผ้ามาเช็ดน้ำตาพี่ชายจอมขี้แยได้แล้วก็หันไปคุยกับพี่ซันต่อเกี่ยวกับเรื่องพี่เอิร์ธ เลยทำให้รู้ว่าทางนั้นพบเจออะไรบ้าง ทางพี่อ๊อสที่รู้ความจริงเกี่ยวกับโอ๊สที่หายตัวไป เขายิ่งรู้สึกผิดกับตัวเองที่ไม่ออกสืบหรือตามหาน้องชาย แต่กับปักใจเชื่อไปเองว่าทางนั้นเสียชีวิต ผมกับพี่ซันที่เห็นก็รับรู้ได้ แต่เรื่องนี้เวลาเท่านั้นที่จะรักษา ผมเลยได้แต่ทำตัวเป็นน้องที่ดีปลอบใจอีกฝ่ายแทน

     

    “ต่อไปเป็นเรื่องของเรานะ ออโต้”

     

    พี่ซันที่เห็นว่าภายในห้องเหมาะสมที่จะคุยธุระแล้วจริงเริ่มเข้าบทสนทนาอันสำคัญต่อผมทันที

     

    “ก่อนจะเข้ามาที่นี่พี่ไปเยี่ยมเรามา พี่หมายถึงร่างกายออโต้นะ คุณหมอบอกว่าอาการไม่ดีขึ้นเลยแต่ยังไม่ทรุดลง นั้นอาจจะเพราะว่าทางนี้เองก็เริ่มใช้มานาได้บ้างแล้วมันเลยไปชะลอที่โลกฝั่งนั้น ถึงตรงนี้พี่ยังไม่รู้เลยว่าออโต้จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ที่ทางนั้นจะหายดี มันอาจจะเป็นปี ๆ ในโลกทางนี้ ออโต้จะอดทนได้ไหม?” ผมที่ได้ฟังก็อดสงสัยเล็กน้อยแต่ก็เข้าใจในที่สุด

     

    “โลกนี้กับโลกพวกเราเวลาต่างกันเหรอครับ”

     

    “ใช่แล้ว ที่นี้ 1 ปี จะเท่ากับที่นั้น 12 ชั่วโมง”

     

    “ถ้าแบบนั้นผมเพิ่งเข้ามาโลกนี้แค่ 7 ชั่วโมงกว่า ๆ สินะ”

     

    “ใช่”

     

    “ผมที่นอนเป็นผักอยู่ทางนั้นก็ไม่ต้องกลัวแล้วสินะว่าจะกลับไปแล้วกลายเป็นคนแก่”

     

    “มันก็ถูก แต่ว่า โลกนี้มันเป็นโลกความจริงเหมือนกัน ไม่ใช่ความฝัน เพราะงั้น ทำอะไรก็คิดให้รอบคอบนะน้อง ตายก็ตายจริง”

     

    “ตั้งแต่ผมเข้ามาในโลกนี้ผมรู้สึกสบายและแข็งแรงกว่าโลกนั้นอีกนะครับ”

     

    “ก็กายหยาบที่นายใช้อยู่มันเป็นกายของเผ่าเทพนิ แต่มันไม่ได้อมตะหรอกนะ”

     

    “หืม!!” ผมที่ได้ฟังถึงกับตกใจ “มิน่าละ ไม่ดำเวลาโดนแดด แผลที่บาดเจ็บก็หายไวกว่าคนทั่วไป เหนื่อยก็ยาก แถมกินอะไรก็ไม่อ้วนเลย มันเป็นแบบนี้นิเอง”

     

    “ดีใช่ไหมละ เอาเป็นว่านายก็อยู่ฝึกวิชาโลกนี้ไปเลยเมื่อนายเก่งนายค่อยกลับ”

     

    “อ่าวแล้วเมื่อไหร่ผมจะรู้ละว่าผมจะกลับได้” ผมที่สงสัยเลยรีบถาม

     

    “พี่จะแวะเข้ามาหาเราทุก 6 เดือนทางโลกนี้ และจะบอกเรื่องความพร้อมของร่างกายให้ฟัง โอเคมะ” พี่ซันตอบคำถามผม เมื่อผมเข้าใจแล้วก็สบายใจขึ้น ผมจะต้องอยู่ยาวโลกนี้ไปอีกนานสินะ

     

    “คุยอะไรกันหรือ”

     

    พี่อ๊อสที่ทนพวกผมสนทนาภาษาไทยโดยที่ตัวเองไม่รู้เรื่องมาตั้งนานเมื่อเห็นผมยิ้มออกมาได้จึงเลยกล้าถาม ผมที่เห็นว่าเรื่องพวกนี้ไม่ได้เป็นความลับอะไรมากเลยเล่าให้อีกคนฟัง เมื่อรู้ว่าผมจะอยู่โลกนี้อีกนาน พี่อ๊อสก็ดูจะมีความสุขจนผมรู้สึกว่าคิดผิดหรือเปล่าที่ไปทำให้อีกฝ่ายสมใจปรารถนา

     

    “โอเค เดี๋ยวพี่จะกลับแล้ว” พี่ซันที่นั่งมองพวกผมมาตั้งนานก็พูดขึ้นมา

     

    “จะไปแล้วเหรอผมยังไม่หายคิดถึงพี่เลยนะ”

     

    “ฮะ ๆ จะอ้อนพี่คนนี้ไม่กลัวพี่อีกคนเสียใจเหรอดูถ้าจะเป็นพวกบ้าน้องขี้หวงเอาการนะ”

     

    “มาก ๆ เลยพี่บราคอนตัวพ่อเลยละ”

     

    “ฮะ ๆ ก็เป็นคนดีอยู่พี่รู้สึกได้ แต่พี่ต้องไปแล้วจริง ๆ พอดีมีเรื่องที่เดนาสกับฟีเบียร์ พี่คงอยู่เล่นกับเราไม่ได้ระยะหนึ่ง”

     

    “สองทวีปนั้นมีอะไรเหรอครับ”

     

    “สงคราม”

     

    พี่ซันที่ตอบมาสั้น ๆ แต่แล้วก็วาดมือกลางอากาศเสกแหวนพลอยไพลินเม็ดเล็ก ๆ ดูเท่ ๆ ออกมา ก่อนจะจับมือผมแล้วสวมแหวนใส่ที่นิ้วนางขวา


    “จริงๆ พี่จะแกล้งใส่มือซ้ายนะ แต่กลัวโดนพี่ชายคนนั้นต่อยเอา แหวนนี้เป็นแหวนมิติในนั้นมีเงินกับสิ่งของหลายอย่างอยู่ว่าง ๆ ก็ลองส่องดูเอานะ มันใช้ติดต่อพี่ได้ด้วยถ้าพี่ยังอยู่ในโลกนี้ อ่อติดต่อพี่เอิร์ธก็ได้ ก็ลองให้สองพี่น้องเขาได้คุยกันดู อ่อ..เกือบลืม~ ขอขลุ่ยเราหน่อยสิ” ผมที่ได้ฟังก็เรียกขลุ่ยออกมาจากแหวนพันธะสัญญา

     

    “พี่อ๊อสด้วยครับผมของดาบพี่หน่อย” พี่ซันหันไปคุยภาษาคีตากับพี่อ๊อส อีกฝ่ายทำหน้างงไม่นานก็ยอมส่งดาบของตัวเองมาให้พี่ซัน พี่ซันรับดาบและขลุ่ยก็วาดมือกลางอากาศเกิดหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมาสองบาน ขลุ่ยและดาบถูกวางไว้ในกรอบสี่เหลี่ยมไม่นานก็ถูกดึงกลับออกมา แต่สิ่งที่ผมกับพี่อ๊อสเห็นมันทำให้พวกเราตกใจ ขลุ่ยและดาบของพวกเราตอนนี้มีอัญมณีถึง 7 เม็ด 7 สี

     

    “ผมอัพเกรดให้แล้วนะครับ” พร้อมกับคืนดาบและขลุ่ยคืนให้

     

    “ผมไปก่อนนะพี่อ๊อสแล้วเจอกันฝากทักทายโอ๊สด้วยนะครับ” ร่างของพี่ซันค่อยเรืองแสงก่อนจะสลายไปผมเลยรีบถามออกไปอีกคำถาม

     

    “พี่เป็นอะไรกับโลกนี้”

     

    “พระเจ้าไงละน้อง...” แล้วก็หายไป

     

    ---------------------

     

    “เหนื่อยไหมครับ” โอ๊สถามหญิงสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าแม่บุญธรรม

     

    “แม่ดีใจเหลือเกิน แค่นี้ไม่เหนื่อยหรอกจะ”

     

    “ถึงผมจะได้ความทรงจำกลับมาแล้ว แต่แม่ก็ยังเป็นแม่ของผมบรีชคนนี้ พวกเราเข้าบ้านกันดีกว่าครับ” โอ๊สรีบพยุงแม่เข้าบ้านทันที

     

    “แม่ครับนี่พี่เอิร์ธครับ คนที่จะพาผมไปตามหาพี่ชาย จริง ๆ แล้วพี่เขาเป็นคนเดียวกับเด็กน้อยที่แม่เคยเจอนั้นละ”

     

    “ตายจริง!!”

     

    “ฮะ ๆ หล่อมากเลยใช่เปล่าแม่” โอ๊สที่แซวแม่เพราะอีกฝ่ายหน้าแดงออกมาเมื่อพบเจอพี่ชายตัวเอง

     

    “ยินดีที่ได้พบกันอีกรอบนะครับ” พี่เอิร์ธทักทายตามมารยาทพวกเราพูดคุยกันไม่นานแม่ก็ขอตัวไปพักเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง ระหว่างที่โอ๊สกับพี่เอิร์ธกำลังนั้งมองสวนดอกไม้ที่พวกเขาปลูกขึ้นมาในช่วงซื้อบ้านใหม่ ๆ อยู่นั้น ก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นนั้นก็คือ Siri

     

    “มีสายเรียกเข้าจากท่านออโต้ ต้องการตอบรับหรือไม่คะ?”

     

    เอิร์ธที่ได้ยินก็เกิดรอยยิ้มขึ้นมาทันที

     

    “รับสายพร้อมเปิดระบบเฟสทาม” ภาพหน้าจอคล้ายโฮโลแกรมถูกกางออกด้านหน้าของเอิร์ธ ภาพของชายหนุ่มสองคนหนึ่งในนั้นเป็นคนที่เอิร์ธรู้จักเป็นอย่างดี ส่วนอีกคน...

     

    “พี่อ๊อสสส...” โอ๊สตะโกนลั่นบ้านทันทีที่เห็นภาพชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ออโต้

     

    “ยังไม่ตายหรือน้องรัก”

     

    เสียงของชายคนที่ถูกเรียกชื่อพูดกลับมา ทั้งสองต่างมีน้ำตาคลอทั่วทั้งตาก่อนที่จะไหลออกมาอาบแก้ม แต่รอยยิ้มบนหน้ากลับแสดงออกถึงความสุข เมื่อทั้งสองคนสงบสติปรับอารมณ์กันได้แล้ว เอิร์ธจึงที่ทำลายความเงียบทันที

     

    “ไง ออโต้ เจอซันแล้วสินะ”

     

    “ครับพี่เอิร์ธ พี่ซันเล่าให้ฟังทุกอย่างแล้วครับ”

     

    “ตลกดีว่ามะ ”

     

    “มาก ๆ เลยพี่ ตอนนี้ผมกับพี่อ๊อส หมายถึงพี่ของโอ๊สเราสาบานเป็นพี่น้องกัน ส่วนทางนั้นพี่กับโอ๊สก็สาบานเป็นพี่น้องกัน มันพอดีมากเลยเนอะ”

     

    “ลำดับญาติวุ่นวายหน้าดู อีกไม่เกิน 2 วันพี่คงถึงเมืองหลวงมายด์”

     

    “ครับ ตอนนี้ผมกับพี่อ๊อสอยู่เมืองเวสเชียดอล์ครับ เมืองอันดับสามทางทิศตะวันตกของเมืองหลวงมิรันด้า”

     

    “พี่ว่าเราให้ สองคนนี้เขาพูดคุยกันก่อนดีกว่า ไว้พวกเราค่อยมาคุยกันอีกที” เอิร์ธที่สังเกตเห็นใบหน้าของโอ๊สและอ๊อสอยากจะคุยกันจนเต็มแก่แล้วเลยเปิดโอกาสให้ สองหนุ่มชาวคีตาต่างก็พูดคุยกันนานสองนาน

     

    --------------------

     

    “เป็นไงบ้างได้เจอหน้าน้องชายอีกคน” ผมที่ถามทันทีหลังเพิ่งตัดสายไป รอยยิ้มของพี่ชายยังคงฉายอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลา

     

    “ถามได้ ก็ดีใจนะสิ” อ๊อสตอบกลับมา “รู้นะว่าเราแอบน้อยใจพี่อยู่”

     

    “พี่น้องได้พบหน้ากันมันเป็นเรื่องหน้ายินดีครับ แต่ผมก็แอบรู้สึกนิด ๆ ว่าจะโดนหารความรัก” ผมพูดตามตรง

     

    “ออโต้ ความรักของพี่ชายคนนี้ไม่มีลิมิต จะน้องคนไหน ๆ พี่ก็รักทั้งสองไม่ต่างกัน ความรักของพี่ที่มีต่อโอ๊สก่อนจะหายไปมันก็ไม่ได้ไปไหนไม่ได้อยู่กับใคร มันยังอยู่ในหัวใจพี่คนนี้มาตลอด พอจนมาได้พบกับออโต้น้องอีกคนที่น่ารักพอ ๆ กัน หัวใจพี่ก็ไม่ได้ไปแบ่งส่วนของใครมารักเราหรอกนะ แต่มันเป็นส่วนที่เกิดขึ้นมาใหม่ ความรักของเราสองคน ดังนั้นอย่ากลัวไปเลยว่าพี่จะเอาความรักของออโต้ไปให้โอ๊ส” ผมที่ฟังพี่ชายร่ายยาวก็พอเข้าใจได้บ้าง แต่ชายคนตรงหน้ากับเข้ามากอดผมอีกครั้ง

     

    “เห็นไหมพี่ก็ยังรักเราเหมือนเดิม พี่กลัวเรามากว่าอีก มีพี่ชายตั้งหลายคน ไหนซัน ไหนจะเอิร์ธ ดูสิ พี่กลัวออโต้ลืมพี่มากกว่าอีก” ผมที่ไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่กอดตอบและเอามือลูบหลังอีกฝ่าย

     

    “ต่อไปนี้ครอบครัวเราคงใหญ่หน้าดูเลยนะครับ”

     

    “ฮะ ๆ ครอบครัวสุขสันต์”

     

    “ผมกลัวมันจะกลายเป็นสวิงกิ้งหมู่มากกว่า ในสายตาคนนอก”

     

    “เมื่อกี่เราพูดอะไร พี่ฟังไม่เข้าใจ”

     

    “ชั่งเถอะครับ เรามาตามหาพ่อแม่พี่กันต่อดีกว่า”

     

     

    พวกผมทั้ง 4 คน รวมพี่ลิลและเลลด้วยต่างมาที่ร้านลุงเบ็นในเวลาบ่าย

     

    “สวัสดีลุงเบ็น” อ๊อสกล่าวเสียงสดใสทักทายชายชราที่เค้าเตอร์

     

    “ดี ๆ วันนี้เอาเหมือนเดิมไหม” เบ็นถาม

     

    “วันนี้ผมมีคนมาเพิ่มครับ ขอผมถามพวกที่เหลือก่อน” อ๊อสที่หันไปถามลิลและเลล แต่ไม่ถามผม แล้วจึงกลับไปสั่งของ “ เบียร์ 3 นมสด 1 ครับ”

     

    “พ่อหนุ่ม ชื่อเจ้าว่าอะไรนะ วันก่อนข้าฟังไม่ทัน คนแก่แล้วก็อย่างนี้ละ”

     

    “โหย~ ผมอ๊อสครับ ท่านนี้เจ้านายผมออโต้ และเพื่อนรวมงานอีกสองคน ลิลกับเลล ”พวกเราก็ทักทายแนะนำตัวกันไป

     

    “ลุงครับผมถามอะไรหน่อยสิ” อ๊อสที่หาจังหวะได้จึงถามออกไป

     

    “อะไรรึ?”

     

    “เมื่อช่วงสัก 10 ปีก่อน ลุงเคยพบเห็นสองผัวเมียที่เดินทางมาจากเมืองหลวงบ้างไหม”

     

    “ขอข้าคิดแป๊บ... อืม...” ลุงเบ็นที่กำลังม้วนหนวดยาว ๆที่ริมฝีปากเล่นพลางใช้ความคิด

     

    “มันก็มีเยอะอยู่นะ เจ้าช่วยบอกลักษณะรูปประพันมาบ้างสิ”

     

    “ผมสีดำทั้งสองคน ผู้ชายสูงประมาณข้า ผู้หญิงสูงประมาณลิล ผิวขาวทั้งสองคน นัยตาสีดำ” อ๊อสที่พยายามถอดความทรงจำถึงคนทั้งสองออกมา

     

    “อืม.... มันก็มีนะ แต่ข้าไม่แน่ใจว่าใช่คนที่พวกเจ้าถามหาหรือเปล่า” เบ็นตอบอย่างรู้สึกผิดกับชายหนุ่ม

     

    “แค่นี้ลุงก็ช่วยพวกผมได้มากแล้วครับ”

     

    “ถ้าสองคนนั้นละก็ เมื่อประมาณ 10 ปีก่อนได้มาอาศัยอยู่เมืองนี้อยู่หลายเดือน พวกเขารับจ้างงานไปทั่ว โดยเฉพาะฝ่ายหญิงนั้นหน้าตางดงามอย่างมาก”

     

    พอถึงตรงนี้อ๊อสที่ไม่ได้บอกเรื่องความงามของแม่เขา ก็รู้สึกถึงความเป็นไปได้ต่อข้อมูลที่กำลังฟัง

     

    “ทั้งสองก็เป็นลูกค้าประจำของข้า อ่อเกือบลืม พวกนั้นก็ยังเคยชมเบียร์ข้าเทียบกับเหล้าฮาเวส เหมือนเจ้าไม่มีผิด หรือเจ้ากับพวกเขาเกี่ยวข้องกัน” เบ็นหรี่ตาเล็กน้อยจ้องมองมายังอ๊อสก่อนจะทำตาวาวราวกับเห็นอะไรบางอย่าง

     

    “รึว่าเจ้าเป็นลูกของพวกนั้น!” 

     

    เบ็นที่พูดจบก็หันซ้ายขวามองดูรอบ ๆ เมื่อพบว่าเวลานี้แขกคนอื่นยังไม่เข้ามามีเพียงกลุ่มของพี่อ๊อสเท่านั้น เขารีบเดินไปประตูหน้าร้านก่อนจะพลิกป้าย “เปิด” ให้กลายเป็น “ปิด” จากนั้นจึงเดินมายังโต๊ะยาวตัวหนึ่งพร้อมกวักมือ เรียกเหล่าหนุ่มสาวทั้งสี่ให้ไปนั่งร่วมโต๊ะ พวกผมที่รับรู้ถึงสีหน้าที่ลุงเบ็นที่แสดงออกมา ก่อนที่พวกผมจะเอยถามอะไรต่อ อีกฝ่ายกับชิงเปิดก่อน

     

    “ถ้าเจ้าเป็นลูกของแจสมินกับโนอาร์...”

     

    ประโยคนี้ตอบย้ำได้ชัดว่าลุงเบ็นรู้จักพ่อแม่ของพี่อ๊อสจริง ๆ

     

    “พวกนั้นก่อนจะจากเมืองนี้ไป พวกเขาได้ก่อเรื่องเอาไว้ นั้นเพราะด้วยรูปโฉมของแจสมินนั้นไปเข้าตาเข้าหูท่านดยุกอัลเกอร์เข้า ท่านดยุกหวังในตัวนางมาก โนอาร์ที่รับรู้จึงไม่พอใจพวกเขาจึงหนีออกจากเมือง ข้าเลยไม่รู้ว่าพวกนั้นไปที่ใด ข้าคงช่วยเจ้าได้แค่นี้...”

     

    พอพวกเราได้ฟังก็รู้สึกถึงทางตัน

     

    “แค่นี้ลุงก็ช่วยผมได้มากแล้วครับ”

     

    “ข้าต้องขอโทษจริงๆ อืม... จริงสิ ข้านึกอะไรขึ้นมาได้อย่าง ช่วงที่พวกนั้นมาคุยเล่นกับข้า พวกเขาเหมือนจะพูดถึง เมืองท่าอินเมียว...”