
อเล็กซ์เริ่มประกาศจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ “ท่านเกล็น ท่านถูกจับกุมในข้อหาสังหารองค์าาไคซันอย่างโเี้ เรามีหลักฐานที่แ่าและเชื่อมโยงท่านกับเหตุการณ์นี้ อยากให้ท่านไปกับเราโดยดี จะได้ไม่เกิดการสูญเสียใดๆ ขึ้น”
ไดคีนพยายามควบคุมสถานการณ์ เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบแต่แฝงความแน่วแน่ “เกล็น แม้จะมีหลักฐานที่ชัดเจน แต่ข้าก็อยากฟังเหตุผลจากเ้า เ้าทำไปเพราะอะไร?”
ก่อนที่เกล็นจะตอบ ไซคัสแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “คงอยากจะเป็าาเร็วๆ อยากได้อำนาจสินะ”
เกล็นจ้องไซคัสด้วยสายตาเต็มไปด้วยความโกรธ “เ้าเอ่ยอะไรออกมา? ข้าไม่เคยปรารถนาเช่นนั้น! ข้าได้ปกป้องอาณาจักรนี้มาตลอดชีวิต แล้วพวกเ้ากล่าวหาข้าแบบนี้ได้อย่างไร?”
เกล็นหายใจลึก พยายามควบคุมอารมณ์ “ข้าไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ ข้าไม่ได้สังหารองค์าา ข้าถูกใส่ร้าย!”
การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายเริ่มทวีความตึงเครียด ท่ามกลางความเงียบที่เต็มไปด้วยความอึดอัด มาราไคล์ที่ยืนอยู่ด้านหลังเหลือบมองไปรอบๆ บ้านของเกล็น เขารับรู้ถึงพลังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ และเขารู้ดีว่าหากการเผชิญหน้าครั้งนี้ปะทุขึ้น มันอาจนำไปสู่ความหายนะที่ไม่มีใคร้า
ทันใดนั้น ไซคัสก็พุ่งเข้าโจมตีเกล็นโดยไม่ให้สัญญาณใดๆ ทั้งสองฝ่ายยังคุยกันไม่ทันจบสิ้น
เกล็นยกคทาเวทย์ขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีของไซคัสได้อย่างง่ายดาย มีครีบเข้าร่วมการโจมตีเกล็นเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายสู้กันอย่างดุเดือด ไซคัสใช้เวทย์ทรายแปลงเป็มีดและโจมตีเกล็นอย่างรุนแรง
เกล็นใช้เวทย์แสงเพื่อป้องกันตัว และเตรียมร่ายเวทย์ขั้นสูง (การร่ายเวทย์ขั้นสูงต้องยืนนิ่งเพื่อร่ายให้เสร็จ) เมื่อมีคเห็นจังหวะนั้น เขารีบใช้ดาบแสงเข้าจู่โจมเกล็น แต่เกล็นได้วางกับดักเวทย์ไว้ที่พื้นก่อนแล้ว ทำให้ขาของมีคติดกับดักเวทย์และถูกดูดลงไปติดกับพื้น “อึ่ก...แก” มีค สบถออกมา
ทันใดนั้น เกล็นก็ร่ายเวทย์ท่าใหญ่เพื่อหยุดไซคัส เวทย์นี้เป็เวทย์แสงที่สร้างกรอบสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่เท่าตัวไซคัส ขังเขาไว้ภายใน จากนั้นเกล็นใช้คทาโจมตีกรอบสี่เหลี่ยมนั้นอย่างแรงจนกระเด็นไปไกล หวังจะหยุดไซคัสให้ได้ เกล็นแสดงพลังอันมหาศาล แม้ว่าจะถูกขุนนางระดับสูงสองคนรุมโจมตี แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดเกล็นได้
เมื่อเกล็นเตรียมใช้เวทย์วาร์ปเพื่อหลบหนี ไดคีนก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้า “ข้าขอโทษนะเกล็น” แล้วหยิบดาบใหญ่อันมหึมาฟาดลงพื้นบ้านของเกล็น ทำให้พื้นพังทลาย และวงเวทย์ของเกล็นหายไป เกล็นจึงต้องรีบะโและวิ่งหนีแทนที่จะใช้วาร์ป
อเล็กซ์ออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด “ทุกคน ล้อมจับเกล็นไว้!”
ทหารทั้งหมดเริ่มเคลื่อนไหวและบุกเข้ามาในบ้านของเกล็นทันที ทหารรักษาการณ์ในบ้านของเกล็นออกมาปกป้องเ้านายของตน เกล็นพูดขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
“พวกเ้าจงยันไว้ก่อน ข้าต้องนำครอบครัวข้าออกจากที่นี่ให้ได้ หลังจากนั้นข้าจะยอมให้จับ จะได้ไม่มีการเสียเืเนื้ออีก”
ทหารทั้งหมดรับคำสั่งด้วยความภักดี “รับทราบครับท่าน” พวกเขายอมสละชีวิตเพื่อปกป้องเกล็นทันที
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด ดาบเวทย์ของทั้งสองฝ่ายเต็มไปด้วยพลังรุนแรง สะบั้นหัวและเืกระเซ็นของทหารจากทั้งสองฝ่าย เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อทหารของไซคัสมาถึง พวกเขามีพลังเหนือกว่าทำให้ทหารของเกล็นล้มตายเกือบหมด ภาพของเืที่กระฉูดเป็ทางจากพลังเวทย์ ธนูเวทย์ และดาบเวทย์ ทำให้สนามรบกลายเป็ภาพสังหารหมู่อย่างน่าสยดสยอง เกล็นต้องเบือนหน้าหนีจากภาพนั้นและรีบวิ่งไปหาจูดี้และเอกอน
เมื่อเกล็นมาถึงห้องที่จูดี้และเอกอนอยู่ เขารีบร่ายเวทย์กับดักเวทย์ไว้หน้าทางเข้าห้อง ขณะร่ายเวทย์ เกล็นพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความเศร้า “เอกอน เ้าต้องรอด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เ้าต้องรอด! ฝากดูแลแม่เ้าด้วย ส่วนจูดี้ ข้าขอโทษ” น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเกล็น
จูดี้มองเกล็นด้วยสีหน้างุนงง “เกิดอะไรขึ้น เกล็น?”
เกล็นไม่ตอบ เขาเพียงร่ายเวทย์ต่อไปจนเสร็จ จากนั้นใช้พลังเวทย์ดึงมณีวิเศษสีฟ้าสว่างเหมือนเพชรออกมาจากอาวุธวิเศษของเขา แล้วนำมณีเล็กๆ นั้นใส่ลงไปในร่างกายของเอกอน เกล็นร่ายเวทย์วาร์ปส่งจูดี้และเอกอนไปยังที่ปลอดภัย ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่รออยู่
เอกอนทำสีหน้าใเมื่อเห็นเหตุการณ์รอบตัว ทันใดนั้น ทหารของไซคัสเดินเข้ามาและเหยียบกับดักเวทย์ที่เกล็นสร้างไว้ ส่งผลให้เกิดะเิรุนแรง ทหารของไซคัสร่างกายแหลกเหลว เืกระเซ็นไปทั่ว อวัยวะภายในะเิแหลกเป็ชิ้นๆ ภาพที่โหดร้ายทำให้เอกอนถึงกับหน้าเปลี่ยนสีแทบจะสำรอกออกมา
ทันใดนั้น มีคกระโจนเข้ามาสู้กับเกล็นอีกครั้ง ในขณะที่เวทย์วาร์ปกำลังทำงาน เกล็นที่พลังเวทย์ในคทาหมดลงแล้วจากการนำไปใส่ในตัวเอกอน ต้องใช้คทาปัดป้องดาบเวทย์ของมีคด้วยแรงกายเพียงอย่างเดียว แต่มีคเป็นักรบที่ฝึกฝนมาอย่างดีและยังหนุ่มแน่น เกล็นที่เหนื่อยล้าและอ่อนแอจึงต้านทานมีคได้ไม่นานนัก
ในที่สุด ดาบเวทย์ของมีคก็แทงทะลุเข้าไปที่หน้าอกของเกล็น เืสาดกระจาย ทันใดนั้น เวทย์วาร์ปพาจูดี้และเอกอนไปถึงสถานที่ปลอดภัยได้สำเร็จ แต่ก่อนที่เอกอนจะถูกพาไป เขาได้เห็นภาพสุดะเืใจ ภาพที่พ่อของเขาถูกสังหารอย่างโหดร้าย
“ไม่!!!! ท่านพ่อออ ไม่!!!!” เอกอนะโออกมาด้วยความเ็ป และทันใดนั้น ภาพตรงหน้าของเอกอนก็เปลี่ยนไป เขาและจูดี้ถูกส่งมายังสถานที่ใหม่ที่เรียกว่า “ป่ามรกต”
ป่ามรกตเต็มไปด้วยต้นไม้สูงชะลูดและชะอุ่มในสีเขียวสดใสที่ปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง อากาศร้อนชื้นและภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็ป่าทึบที่ดูอึมครึม
“เกิดอะไรขึ้น...ที่นี่ที่ไหนกัน?” จูดี้ถาม
เอกอนยังคงจมอยู่ในความเศร้า “พะ...พ่อ ตายแล้ว...”
“กะ...เกล็นเสียสละเพื่อพวกเรา เอกอน พวกเราต้องรอด” จูดี้พยายามทำตัวเข้มแข็ง แต่เสียงสะอื้นยังคงติดอยู่ในลำคอ
หลังจากพยายามรวบรวมสติและสมาธิ จูดี้พูดขึ้นมา “ที่นี่น่าจะเป็ป่ามรกต เกล็นตั้งใจส่งพวกเรามาที่นี่เพื่อให้ขอความช่วยเหลือ รีฟ เอลฟ์น้าของเ้า เขาน่าจะอยู่แถวนี้ เราต้องตามหาเขาให้เจอ เอกอน”
เอกอนที่ยังคงเศร้า เดินตามแม่ไปโดยไม่พูดอะไร
ทั้งสองเดินทางผ่านป่าเรื่อยๆ จนมาถึงบ้านต้นไม้ที่สูงเกือบ 8 เมตร โดยมีบ้านขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนกิ่งก้านข้างบน
“รีฟ!!! เ้าอยู่ที่นี่ไหม?” จูดี้ะโเรียก
แต่ไม่มีเสียงตอบรับ
จูดี้ที่เริ่มกังวลและเศร้าใจ ะโถามอีกครั้ง “รีฟ!!!”
ทันใดนั้น เอลฟ์นางหนึ่งปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทั้งสอง นางมีรูปร่างงดงาม ผิวขาวเหลือง หูแหลม แววตากลมโตสีเขียวมรกต ผมยาวสีแดงสด รูปร่างสูงโปร่งและหน้าอกใหญ่ นางจ้องมองทั้งสองด้วยความระแวดระวัง
“พวกมนุษย์...ทำไมถึงมาที่นี่ได้?” นางถามพลางง้างธนูเตรียมยิง