ยมทูตก๊องแก๊ง
ตอน ภารกิจฆ่าคนเลว
หลายวันต่อมา
จีวอนพานัมจุนเดินทะลุอุโมงค์มืดมาโผล่ยังตรอกแคบๆ ที่มีกลิ่นอับชื้นและเสียงจอแจของเมืองใหญ่ เสื้อผ้าฮันบกสีขาวของนัมจุนและสีชมพูของจีวอนเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ กลายเป็เสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ ที่ดูกลมกลืนไปกับผู้คนรอบข้าง นัมจุนสวมเสื้อยืดสีดำทับด้วยแจ็กเกตหนังสีน้ำตาลเข้ม ส่วนจีวอนอยู่ในชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนสีเหลืองสดใสกับกางเกงยีนส์ขาสั้น ดูเหมือนเด็กหญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง หากไม่นับแววตาที่ฉายประกายเ้าเล่ห์เกินวัย
"เอาล่ะ นี่คือ 'ประตูมิติ' ที่เชื่อมระหว่างยมโลกกับโลกมนุษย์" จีวอนอธิบายพลางชี้ไปที่กำแพงอิฐว่างเปล่า
"ยมทูตสามารถใช้มันเดินทางไปมาได้ตาม้า แต่จำไว้ว่าอย่าให้มนุษย์คนไหนรู้ตัวตนที่แท้จริงของเราเด็ดขาด ไม่งั้นเื่จะยาว"
"แล้วภารกิจแรกของฉันคืออะไรรึ" นัมจุนถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนประหม่า ถึงแม้จะยังทำใจกับการเป็ยมทูตได้ไม่เต็มร้อย แต่การได้ผจญภัยในโลกมนุษย์อีกครั้งก็ทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาบ้าง
"ตามมาสิ เดี๋ยวก็รู้" จีวอนยิ้มมุมปาก เดินนำลิ่วๆ ไปตามทางเท้าที่คนพลุกพล่าน
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้ารถเก๋งรุ่นเก่าคันหนึ่ง สภาพดูโทรมแต่ก็ยังพอใช้งานได้ สีเขียวตุ่นๆ ของมันมีรอยถลอกปอกเปิกอยู่บ้างประปราย แต่ที่สะดุดตานัมจุนที่สุดคือกระจกข้างที่ต้องใช้มือหมุนขึ้นลง ไม่ใช่ระบบไฟฟ้าเหมือนรถรุ่นใหม่ๆ
"นี่พี่จะขโมยรถเหรอ" นัมจุนถามเสียงเบา มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง
"ยืมชั่วคราวต่างหากน่า" จีวอนตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะใช้นิ้วเรียวเล็กสะกิดที่รูกุญแจเบาๆ ประตูรถก็ปลดล็อกออกอย่างง่ายดาย
"ยมทูตมีอภิสิทธิ์บางอย่างน่ะ รีบขึ้นมาได้แล้ว เสียเวลา"
นัมจุนลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยอมเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ จีวอนตัวเล็กเกินกว่าจะเหยียบคันเร่งถึงด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนนั่นจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ
พอเด็กหญิงนั่งลงบนเบาะคนขับก็มีหมอนโผล่ออกมาหนุนใต้ตูด แถมรองเท้าที่สวมก็กลับกลายเป็รองเท้าบูทส้นสูงที่ยาวยืดออกไปจนแตะคันเร่ง
มือเล็กๆ จับพวงมาลัยมั่น บิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังครืดคราดก่อนจะกระหึ่มขึ้น บรืน! ๆ ๆ
"จับแน่นๆ ล่ะ เ้าหนู!" จีวอนะโแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ ก่อนจะเหยียบคันเร่งจนมิด รถเก๋งคันเก่าพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนน่าหวาดเสียว นัมจุนคว้าที่จับเหนือประตูไว้แน่น หัวใจเต้นตึกตักราวกับจะหลุดออกมานอกอก
จีวอนขับรถด้วยความเร็วสูงปรี๊ด ลัดเลาะไปตามถนนในเมืองอย่างชำนาญจนน่าเหลือเชื่อ รถยนต์คันอื่นๆ ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวช้าไปเลยเมื่อเทียบกับฝีมือการขับของเธอ นัมจุนได้แต่ภาวนาในใจให้ภารกิจนี้จบลงเร็วๆ โดยที่เขายังมีชีวิตรอดอยู่
ในที่สุด รถก็แล่นแปล๊บออกมาจากตัวเมือง เข้าสู่ถนนเส้นรองที่คดเคี้ยวเลียบไปตามสันเขื่อนขนาดใหญ่ ด้านหนึ่งเป็ผืนน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านเป็หน้าผาสูงชัน บรรยากาศเริ่มเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวและเสียงเครื่องยนต์ของพวกเขา
"ที่นี่แหละสนามเด็กเล่นของพวกขยะสังคม" จีวอนพูดเสียงเรียบ ดวงตาจับจ้องไปข้างหน้า
ไม่นานนัก นัมจุนก็เห็นแสงไฟจากรถยนต์หลายคันจอดรวมกลุ่มกันอยู่ข้างหน้า มีเสียงเพลงดังกระหึ่มและเสียงหัวเราะของกลุ่มวัยรุ่นดังแว่วมาตามลม พวกเขากำลังเตรียมจะแข่งรถกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้เลยว่ายมทูตกำลังจะมาเยือน
"พวกนี้เป็แก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ และยังชอบมั่วสุมแข่งรถสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านแถวนี้เป็ประจำ" จีวอนอธิบาย "วันนี้เป็วันสิ้นซากของพวกมัน"
รถของจีวอนแล่นเข้าไปจอดเทียบอย่างท้าทาย กลุ่มวัยรุ่นที่กำลังคึกคะนองหันมามองด้วยสายตาไม่เป็มิตร เมื่อเห็นว่าเป็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ กับผู้ชายท่าทางซื่อบื้อคนหนึ่ง พวกมันก็ะเิเสียงหัวเราะออกมา
"เฮ้ย! นึกว่าใครมา เด็กหลงทางกับไอ้ตี๋บ๊องรึไงวะ" ชายหนุ่มร่างใหญ่มีรอยสักเต็มแขน ะโถามพลางเดินอาดๆ เข้ามา
"มาท้าแข่งรถน่ะสิ" จีวอนตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน "ถ้าพวกแกกล้าพอนะ"
คำท้าของจีวอนทำให้พวกนักแข่งขี้ยาเดือดดาล พวกมันไม่เคยถูกใครหยามหน้าแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะจากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
"ใครจะแข่งกับรถเก่าๆแบบนั้นวะ แล้วใครขับ เธอเหรอยัยเด็ก หรือไอ้หน้าจืดนั่น" อีกคนะโดัง
"ไม่ซิ่งก็ควาย" จีวอนเอ่ยแล้วกระทืบคันเร่งพร้อมกับใส่เบรคมือ บรืน! ๆ ๆ เธอเข้าเกียร์แล้วเร่งจนล้อหมุนฟรีอยู่กับที่ ล้อปั่นถนนจนควันลอยฟุ้ง
"นี่ว่าพวกเราควายเหรอวะ ตายแน่" อีกคนะโขณะวิ่งไปขึ้นรถเก๋งแต่งซิ่ง
"ได้เลย นังหนู! เดี๋ยวจะสั่งสอนให้รู้ว่านรกมีจริง ทุกคน ตามมันไป" หัวหน้าแก๊งประกาศกร้าว
การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น รถของจีวอนออกตัวนำไปก่อน ตามด้วยรถซิ่งของแก๊งค้ายาอีกสี่ห้าคันที่ไล่ตามมาติดๆ เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่นไปทั่วบริเวณ จีวอนขับรถด้วยความเร็วที่น่าหวาดเสียวยิ่งกว่าเดิม ลัดเลาะไปตามโค้งอันตรายของถนนรอบเขื่อนอย่างคล่องแคล่ว นัมจุนนั่งตัวเกร็ง เหงื่อแตกพลั่ก มองดูเข็มไมล์ที่ตีขึ้นสูงจนน่ากลัว
เมื่อถึงโค้งหักศอกแห่งหนึ่งซึ่งเป็ที่รู้กันว่าอันตรายที่สุด จีวอนก็หักพวงมาลัยอย่างกะทันหันพร้อมกับเบรกรถเสียงดังเอี๊ยด! รถของเธอหมุนคว้างเล็กน้อยแต่ก็ยังเกาะถนนอยู่ได้
ทว่ารถของพวกนักแข่งที่ตามมาด้วยความเร็วสูงเบรกไม่ทัน โครม! ๆ ๆ ๆ รถของแก๊งซิ่งชนกับรถเก่าของจีวอนแบบระเนระนาด
รถทุกคันเสียหลักพุ่งแหกโค้งตกลงไปในน้ำเบื้องล่าง เสียงดังโครมครามสลับกับเสียงกรีดร้องด้วยความใดังระงมไปทั่ว ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสงัดลง เหลือเพียงระลอกคลื่นบนผิวน้ำ
"หมุนกระจกลง" จีวอนสั่งด้วยเสียงเฉียบขาดก่อนที่น้ำจะเข้ามาในรถ
นัมจุนที่ยังอยู่ในอาการตกตะลึงรีบหมุนมือหมุนกระจกหน้าต่างด้านข้างของเขาลงอย่างรวดเร็ว น้ำเย็นเฉียบทะลักเข้ามาในรถทันทีที่ตัวรถเริ่มจมลงสู่ก้นเขื่อน
"ไป!" จีวอนะโพร้อมกับว่ายน้ำออกจากตัวรถได้อย่างคล่องแคล่ว นัมจุนสำลักน้ำไปหลายอึก แต่ก็พยายามตะเกียกตะกายว่ายตามเธอออกมาได้ทันก่อนที่รถจะจมมิด
ขณะดำอยู่ในน้ำที่มืดและเย็นเยือก แสงไฟหน้ารถทำให้นัมจุนก็เห็นภาพอันน่าสยดสยอง พวกนักแข่งที่เหลือติดอยู่ในรถของตัวเอง พวกเขาทุบกระจก ะโร้องขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง แต่รถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบไฟฟ้าทั้งหมดทำให้พวกเขาไม่สามารถลดกระจกลงได้เมื่อระบบไฟฟ้าช็อตเพราะโดนน้ำ
จีวอนว่ายน้ำตรงไปยังรถของหัวหน้าแก๊งที่กำลังค่อยๆ จมลง เธอมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังดิ้นรนอยู่หลังพวงมาลัยด้วยแววตาสะใจ ก่อนจะชูนิ้วกลางให้มันอย่างเย้ยหยัน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
ไม่มีใครรอดชีวิตออกมาจากรถเ่าั้ได้เลยสักคน
เมื่อกลับขึ้นมาบนบกได้ นัมจุนก็นอนหอบหายใจแรงอยู่บนพื้นหญ้า ร่างกายสั่นเทาด้วยความหนาวและความใ เขาเพิ่งประจักษ์แก่สายตาตัวเองว่ารุ่นพี่ยมทูตตัวน้อยของเขาโเี้และเืเย็นเพียงใดเมื่อต้องจัดการกับคนเลว เธอไม่ได้แค่มา 'เก็บ' ิญญา แต่ดูเหมือนจะสนุกกับการฆ่าคนเลวเสียด้วยซ้ำ
จีวอนเดินมาหยุดยืนข้างๆ เขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสื้อผ้าของเธอแห้งสนิทอย่างน่าอัศจรรย์ ผิดกับนัมจุนที่เปียกมะล่อกมะแล่ก
"เป็ไงบ้างล่ะ ภารกิจแรก" เธอถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง "สะใจดีไหม?"
นัมจุนมองหน้าเด็กหญิง เขารู้สึกทั้งหวาดกลัวและสับสน นี่คือยมทูตที่เขาต้องร่วมงานด้วยจริงๆ หรือ และนี่คือสิ่งที่เขาต้องทำในฐานะยมทูตจริงๆ น่ะหรือ คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของเขา แต่ที่แน่ๆ อย่างหนึ่งคือ ชีวิตหลังความตายคงไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไปแล้ว