เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

    บทที่ 11 แผนลับ (100%)

            "เชิญด้านใน"

            เสียงรถตู้ที่แล่นเข้ามาจอดตามด้วยเสียงพูดแบบไม่เต็มใจและไม่เต็มเสียงของนายปันผล เรียกให้ผมหันไปมองชาย 4คนที่กำลังเดินเข้ามาภายในโถงบ้าน

            ...เป็น1 คนในชุดสูท กับอีก 3คนในชุดประจำตำแหน่งต่างสีทุกคนล้วนประดับเครื่องหมายและยศตรงอกเสื้อไว้มากมายเหมือนกัน ซึ่งไม่ว่ามันจะรุงรังไปด้วยป้ายนานาชนิดสักแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจการันตีได้ว่าจิตใจของคนผู้นั้นจะสูงตามยศถาบรรดาศักดิ์

            "สวัสดีครับ"ผมเดินออกมาต้อนรับคนทั้ง 4เพื่อให้ลูกน้องที่กำลังพยายามปั้นหน้าเรียบเฉย ได้ออกไประบายความอัดอั้นหมอนั่นคงกัดฟันทนรับใช้บรรดาคนที่เกลียดมานานหลายชั่วโมงและผมรับรองว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่นายปันผลจะต้องฝืนใจตัวเองแบบนั้น

            "สวัสดีครับคุณไมเคิลผมพาทุกคนที่คุณบอกว่าอยากเจอให้ได้มาแล้วนะ เห็นว่าคุณอยากคุยข้อเสนอดีๆที่พวกเราไม่มีทางปฏิเสธได้" ตาแก่หัวหน้าแก๊งรัฐบาลกะลาแลนด์พูดจาเหมือนอยากให้ผมกล่าวคำขอบคุณพร้อมสรรเสริญเยินยอในความเมตตากรุณาที่ได้รับทั้งๆ ที่นั่นมันก็แค่ข้อเสนอทางธุรกิจแบบยื่นหมูยื่นแมว

            "ขอบคุณครับถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้" ผมผายมือไปที่ห้องรับแขกแล้วเดินนำเข้าไปหยุดยืนตรงโซฟาหลุยส์ไม้สักที่เจ้าของบ้านทิ้งไว้ให้ใช้งาน และรอจนทั้ง4 คนนั่งลงเรียบร้อยจึงค่อยนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับชายผู้ที่ผมมั่นใจว่าจะปั่นหัวและเป่าหูได้ง่ายที่สุด

            "ขออนุญาตพูดตามตรงนะครับผมทราบมาว่าทุกท่านกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกองทัพอันเนื่องมาจากการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ผมจึงอยากนำเสนอเครื่องบินรบเครื่องบินขับไล่ เรือดำน้ำ ยานเกราะที่ผมซื้อสะสมไว้ให้ทางกองทัพของท่านได้นำไปใช้แบบจ่ายเหมาในราคาเดียวโดยเป็นการเช่าแบบที่ทางกองทัพสามารถกำหนดจำนวนปีที่ต้องการจะใช้งานเองได้"

            คำพูดของผมทำให้เป้าหมายทั้ง 4คนถึงกับชะงัก และหันมองหน้ากันเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

            "คุณไมเคิลก็พูดเหมือนของสะสมตัวเองเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์อย่างนั้นแหละครับ"ชายชุดเขียวหัวเราะขึ้นเหมือนตัวเองพึ่งได้ฟังเรื่องขบขันในวันโกหก

            "ก็ตามที่ท่านเข้าใจนั่นแหละครับในแฟ้มนี้มีรายละเอียดของสะสมของผมที่ท่านสามารถเลือกใช้ได้ตามใจชอบอยู่ด้วยนะครับ"ผมยิ้มพร้อมกับเลื่อนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกให้ทำเอาอีกฝ่ายหยุดหัวเราะแทบจะในทันที

            "แล้วแบบนี้คุณไมเคิลจะได้ประโยชน์อะไรล่ะครับ?"คนคนนั้นเปิดแฟ้มและกวาดตาดูแต่ละหน้าแบบผ่านๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามผม

            ...สำหรับพวกเขาการตั้งคำถามมันคงง่ายกว่าการอ่านเพื่อหาคำตอบด้วยตัวเองอย่างนั้นสินะ

            "ผมต้องการลงทุนในประเทศนี้ครับและมีเงื่อนไขนิดหน่อย เพื่อแลกกับข้อเสนอเมื่อครู่"ผมเกริ่นนำแล้วเว้นวรรคทิ้งไว้หลายวินาที เพื่อดูปฏิกิริยาตอบกลับของอีกฝ่าย

            "ถ้าเงื่อนไขที่ว่าเพื่อประโยชน์ของประเทศก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้วล่ะครับคุณไมเคิล"ตาแก่หัวหน้าแก๊งรัฐบาลพูดพลางหัวเราะชอบใจ นับเป็นคำพูดที่ฟังดูโก้หรูดีทั้งที่ในความจริงเป็นตรงข้าม

            "แน่นอนครับผมตั้งใจจะทำโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ผมเลยอยากเช่าที่ดินของชาวบ้านตรงจุดที่ทุรกันดารหรือรกร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยจ้างงานคนในประเทศนี้"

            นั่นคือคำพูดที่ผมปั้นแต่งให้ฟังดูดีไม่ต่างจากที่พวกเขาทำและมันยังคงเป็นแค่การเกริ่นนำเข้าสู่เงื่อนไขของผมที่มีเพียง 2ข้อเท่านั้น

            "นั่นก็เป็นสิ่งที่คุณไมเคิลสามารถทำได้อยู่แล้วครับถ้าการเช่าที่ดินไม่ได้มีการบังคับขู่เข็ญ" ตาแก่คนเดิมยังคงพูดไปเรื่อยแม้ไม่มีเอกสารใดๆ ในมือสักแผ่น

            "ครับสัญญาการเช่าที่ดินให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศนี้เพียงแต่ผมอยากขอใช้สิทธิ์ในการใช้ที่ดิน รวมทั้งการลงทุนและทำธุรกิจต่างๆเทียบเท่ากับผู้ถือสัญชาติในประเทศโดยผมจะแจ้งกับทางหน่วยงานท้องถิ่นทุกครั้งที่มีการดำเนินการบนที่ดินในความดูแลของแต่ละท้องที่"ผมเริ่มต้นด้วยเงื่อนไขข้อแรก ซึ่งหากฟังโดยผิวเผินก็ดูเหมือนจะไม่มีเลศนัยใดๆซ่อนอยู่

            เพียงแต่...ถ้าพวกเขาต้องการทำเพื่อกะลาแลนด์อย่างแท้จริงแล้ว ก็ควรต้องหยุดคิดบ้าง

            "ไม่มีปัญหาครับผมจะกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นดูแลคุณไมเคิลเป็นอย่างดีหรือถ้าอยากจะสร้างบ้านตรงไหนก็แจ้งได้ ผมให้สิทธิ์คุณไมเคิลถือครองที่ดิน 50ไร่เลย" ตาแก่คนเดิมตอบกลับคำขอของผมได้แบบไม่ต้องใช้ความคิดเหมือนเคย

            "ขอบคุณครับแล้วก็เงื่อนไขข้อสุดท้ายผมจะจ้างงานคนในประเทศโดยอ้างอิงจากค่าแรงขั้นต่ำของที่นี่ แต่ข้อตกลงอื่นๆจะเป็นไปตามสัญญาจ้างงานที่ตกลงกันเป็นรายบุคคลตามความสมัครใจของผู้จ้างและผู้รับจ้างโดยที่กฎหมายแรงงานของที่นี่ไม่มีผลบังคับใช้กับสัญญารายบุคคลที่ว่า"ผมเน้นย้ำตรงคำว่า 'ความสมัครใจ' เป็นพิเศษเพื่อให้เห็นว่าเงื่อนไขข้อนี้เป็นไปอย่างชอบธรรม

            "ถ้าตามความสมัครใจของทั้งคู่ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ ดีเสียอีก จะได้มีการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้นโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์น่าจะต้องใช้คนงานเยอะ"ตาแก่ตอบรับโดยไม่คิดทบทวนอะไรเลยเหมือนเดิม

            "แล้วท่านอื่นๆล่ะครับ ข้อเสนอของผมคุ้มค่าพอที่จะแลกกับงบประมาณส่วนหนึ่งของท่านหรือเปล่า?"ผมกวาดตาถามความเห็นของชายอีก 3คนที่กำลังสุมหัวกันดูรายละเอียดของสะสมของผม ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่าและใหม่กว่าของไร้ไส้ในที่กองทัพกะลาแลนด์ครอบครองอยู่

            "ก็...ถือเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียวครับ" คนชุดเขียวตอบขณะที่คนชุดน้ำเงินและชุดขาวพยักหน้าหงึกหงักตามเสมือนไม่ได้มีความคิดเป็นของตัวเอง

            ไม่เป็นไร...ถ้าข้อเสนอนั่นยังไม่มากพอล่ะก็ ผมก็วางแผนสำรองเตรียมไว้ใช้งัดข้อเรียบร้อยแล้ว

            "ผมชอบสะสมของพวกนี้เป็นงานอดิเรกครับและจะไม่หยุดแค่นี้ แน่นอนว่าถ้าผมซื้ออะไรใหม่ๆ มาพวกท่านก็จะได้สิทธิ์ในการใช้งานด้วย... ทุกชิ้น ในราคาเดิม"

            คำพูดของผมเรียกทุกคนให้หันขวับมาจ้องหน้าได้ตามที่คาดการณ์ไว้

            "แบบนี้ก็ดีเลยสิเครื่องบิน รถถัง เรือดำน้ำใหม่ๆ ทุกชิ้น ใครมันกล้าหาเรื่องรบกับเราก็ลองดู"

            ท่าทางของตาแก่คนที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆผมในเวลานี้ ไม่ต่างจากชายบ้าอำนาจที่หลงคิดว่า เพียงแค่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่เอี่ยมในมือก็สามารถครองโลกใบนี้ได้

            "ถ้าท่านนายกฯเล็งเห็นว่าคุ้มค่า ผมเองก็ไม่มีปัญหาครับเพราะทางกองทัพก็ยังไม่ได้สั่งซื้ออะไรในปีงบประมาณนี้"

            ในที่สุดชายชุดเขียวก็ยอมก้มหัวให้กับข้อเสนอของผมโดยอ้างเอาคำพูดของตาแก่หัวหน้าแก๊งรัฐบาลกะลาแลนด์มาใช้ปกป้องตัวเองจากความผิดพลาดใดๆอันอาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้

            "แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆนะครับ กับข้อเสนอนี้ เหมือนคุณไมเคิลจะได้ประโยชน์ไม่คุ้มกับที่เสียด้วยซ้ำคงไม่ใช่ว่าให้เช่าไปตั้งโชว์ แต่ห้ามเอาไปใช้หรอกนะครับ"ชายชุดน้ำเงินย้ำถามกับผมแบบทีเล่นทีจริง ทั้งที่ในเอกสารระบุไว้หมดแล้ว

            "ผมทราบครับว่าต้องใช้ทั้งในการซ้อมรบและรบจริงสำหรับเงื่อนไขในการนำไปใช้ ก็มีแค่เพื่อประโยชน์ของประเทศนี้เท่านั้น ไม่มีเงื่อนไขอื่นลองอ่านดูก่อนลงนามก็ได้นะครับ" ผมผายมือเชื้อเชิญให้คนทั้ง 4อ่านข้อความทั้งหมดในเอกสารที่มีกว่า 20 หน้า เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเขา...จะไม่อ่านอะไรที่ยาวกว่า 7 บรรทัด

            "ถ้าพวกคุณอ่านแล้วก็ลงนามได้เลยไหนๆ งบส่วนนี้ก็เป็นของกองทัพ ไม่ต้องเอาเรื่องเข้าสภาอยู่แล้ว"ตาแก่โยนความรับผิดชอบกลับไปให้ผู้บัญชาการ 3เหล่าทัพ ซึ่งยังนั่งสุมหัวกันดูเอกสาร เหมือนพยายามจะช่วยกันอ่านให้ครบคนละ 7บรรทัด

            "ในเมื่อท่านอนุญาตแล้วผมก็จะขออนุญาตรินไวน์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความร่วมมือในครั้งนี้นะครับ"ผมขยับตัวไปหยิบขวดไวน์ที่สั่งซื้อจากห้างดังเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานมาเปิดรินใส่แก้วให้คนทั้ง 4 พลางอธิบายสรรพคุณของมัน

            "ผมสั่งทางห้างให้หาไวน์ดีที่สุดในประเทศมาเพื่อวันนี้เลยเห็นเค้าว่ามีแค่ขวดเดียว หวังว่าทุกท่านจะถูกปาก"

            หลังน้ำเมาราคาแพงเข้าปากอารมณ์ที่ว่าดีอยู่แล้วก็ดูจะดียิ่งขึ้นและการตัดสินใจที่ว่าง่ายอยู่แล้วก็ดูจะง่ายยิ่งขึ้น แน่นอน...หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เอกสารในแฟ้มก็ได้รับการลงนามและประทับตรา

            "เที่ยงแล้วเชิญทุกท่านรับประทานอาหารที่ห้องอาหารดีกว่าครับ"

            และแล้วช่วงเวลาที่แจ็กกี้รอคอยก็มาถึงผมไม่รู้ว่าหมอนั่นเลือกเมนูอะไรไว้รวมทั้งไม่รู้ว่ามันจะเข้ากับไวน์ขวดนี้หรือเปล่า สิ่งที่ผมอยากรู้มีแค่...

            "นายได้ซื้อข้าวกล่องมาหรือเปล่า?"ผมกระซิบถามนายปันผลหลังจากเปิดประตูห้องรับแขกออกมาและพบว่าหมอนั่นยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง

            "ครับ...แต่ซื้อมาแค่ 2 กล่อง ไม่ได้ซื้อทั้งลัง" คำตอบที่ได้ยินทำเอาผมสบายใจขึ้นมาเปลาะหนึ่งอย่างน้อยนี่ก็นับเป็นแผนสำรองที่ดีเผื่อว่าเชฟที่ผมจ้างมาจะไม่สามารถรับมือเมนูพิสดารของแจ็กกี้ได้

            "เชิญทุกท่านเลยครับเชฟของผมพร้อมเสิร์ฟอาหารแล้ว" ผมชำเลืองมองแจ็กกี้ที่ยืนหลบมุมอยู่ตรงประตูห้องอาหารเหมือนอยากออกมาสำแดงตัวเต็มทีและทันทีที่หมอนั่นได้ยินสิ่งที่ผมพูดกับแก๊งรัฐบาลกะลาแลนด์...

            "มาแล้วครับเมนูลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ 1 ปี จะมีแค่เพียง 1ครั้งเท่านั้น" แจ็กกี้เดินนำเชฟ 3 คนเข้ามาในห้องโดยที่ในมือของทั้งสามถือถาดกลมที่มีฝาสแตนเลสสีเงินครอบเอาไว้ด้วย

            "ไวน์รสชาติดีขนาดนี้อาหารก็คงยอดเยี่ยมมากแน่ๆ ใช่ไหมครับคุณไมเคิล"

            คำสรรเสริญเยินยอของนายกรัฐมนตรีกะลาแลนด์ทำเอาผมหันไปสบตากับนายปันผลที่ตามมายืนคุ้มกันอยู่ตรงมุมห้องอาหาร ลึกๆข้างในแววตาของหมอนั่นสื่อความหมายเดียวกับสิ่งที่ผมกำลังรู้สึก

            "ขอเชิญทุกท่านดื่มด่ำกับมื้อเที่ยงในวันนี้ได้เลยครับ"สีหน้าท่าทางของแจ็กกี้ดูจะภาคภูมิใจกับสิ่งที่อยู่ภายใต้ฝาครอบ พลอยให้แขกทั้ง 4คนของเราตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่จะกิน ทว่าทันทีที่ฝาครอบสแตนเลสถูกเปิดออก...

            "มัน... ขะ... คืออะไร!?"ตาแก่หัวหน้าแก๊งรัฐบาลชี้นิ้วไปที่อาหารหน้าตาแปลกๆในจานกระเบื้องใบละ 40 บาทที่ผมสั่งจากห้างมาเมื่อวานนี้

            ...มันเป็นเนื้อสีน้ำตาลรูปร่างเหมือนสัตว์ตัวเล็กมีขาบ้าง ไม่มีขาบ้าง ยำรวมกับพริก ตะไคร้ ต้นหอม หอมแดง ผักชี โรยใบแมงลักและมีกลิ่นปลาร้าปนด้วย

            "นี่คือหมกฮวก อาหารพื้นบ้านภาคอีสานที่ปกติจะหากินได้แค่ช่วงหน้าฝนเท่านั้นเพราะวัตถุดิบหลักคือลูกอ๊อดครับผมทำสุดฝีมือเพื่อให้ทุกท่านได้ทดลองสัมผัสกับวิถีชาวบ้านอย่างแท้จริงเลยครับ"แจ็กกี้ฉีกยิ้มตอบ ระหว่างที่หยิบจานหมกฮวกวางลงบนโต๊ะอาหารทีละจาน ทีละจานจนครบจำนวนคน เหมือนต้องการให้แต่ละคนได้ลิ้มรสชาติหมกฮวกได้อย่างเต็มที่

            แน่นอน... หมายรวมถึงผมด้วย

            "ละ... แล้วนี่ล่ะ?" ตาแก่ชี้ไปที่อาหารอย่างที่สองในจานกระเบื้องซึ่งถูกวางลงบนโต๊ะต่อจากหมกฮวกมันเป็นไข่เม็ดเล็กๆ ของแมลงอะไรสักอย่างที่เอาไปยำกับหอมแดง พริก ข้าวคั่ว ผักชีและต้นหอม โรยใบสะระแหน่ จนได้กลิ่นเปรี้ยวเค็มเผ็ดที่ผสมผสานกับน้ำปลาร้า

            "นี่คือก้อยไข่มดแดงครับเป็นอาหารพื้นบ้านภาคอีสานที่จะหากินได้เฉพาะช่วงหน้าแล้ง อย่างที่ผมบอกทุกจานคือลิมิเต็ดอิดิชั่นที่จะมีโอกาสได้ลิ้มลองแค่ปีละครั้งเท่านั้น"แจ็กกี้อวดสรรพคุณของอาหารฝีมือตัวเองอย่างภาคภูมิระหว่างยกจานก้อยไข่มดแดงมาเสิร์ฟตรงหน้าแขกทีละคน

            "นี่ด้วยเหรอที่ว่าเป็นลิมิเต็ดอิดิชั่น?"ชายชุดเขียวชี้นิ้วไปที่ถาดใบสุดท้ายที่พึ่งถูกเปิดฝาครอบออกเผยให้เห็นชามกระเบื้องใส่แกงอะไรสักอย่างที่มีน้ำเป็นสีดำๆ คล้ำๆรวมทั้งมีหน่อไม้ ฟักทอง เห็ด บวบ ชะอมเป็นส่วนประกอบ และมีกลิ่นหอมบางอย่างนอกเหนือจากน้ำปลาร้าที่แลดูเป็นเอกลักษณ์

            "ใช่แล้วครับนี่เป็นแกงเปรอะหน่อไม้ ที่เราคัดสรรหน่อไม้ธรรมชาติจากเทือกเขาสูงที่ได้รับฝนแรกของฤดูจนเติบโตทะลุดินร่วนซุยขึ้นมาเป็นต้นอ่อนท่ามกลางไอฝนและไออุ่นของแสงแดดแห่งประเทศอีสานไม่ใช่แค่นั้นครับ เห็ดทั้งสามชนิดที่เรานำมาเป็นส่วนประกอบรองยังเป็นเห็ดธรรมชาติในป่าลึกที่แสงแดดส่องไม่ถึงจึงอุดมไปด้วยแร่ธาตุนานาชนิดแบบที่รับประกันได้ว่าไม่มีทางได้รับจากก้อนเชื้อเห็ดทั่วไปส่วนบวบและฟักทอง..."

            คำอธิบายอันยืดยาวของแจ็กกี้ทำเอาแขกทั้ง 4 คนของเรานั่งอ้าปากค้างไปอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งก็คงไม่แปลกเพราะผมเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันท่าทางเห็ดในแกงเปรอะหม้อนี้คงเป็นเห็ดพิษอย่างไม่ต้องสงสัย

            "และนี่คือข้าวเหนียวที่ผ่านการหุงด้วยเตาถ่านตามกรรมวิธีแบบโบราณ..." แจ็กกี้ปิดท้ายด้วยการเสิร์ฟกระติ๊บข้าวเหนียวให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมทั้งขนาดของกระติ๊บทั้งปริมาณของข้าวเหนียวที่เหมือนจะผ่านการชั่งตวงมาเป็นอย่างดี และที่สำคัญ...

            "เชิญจกด้วยมือได้ตามอัธยาศัยเลยครับอีกครึ่งชั่วโมง ผมจะมาเสิร์ฟอาหารหวาน อย่าพึ่งอิ่มหนำสำราญกันจนไม่มีที่ว่างเหลือในกระเพาะของท่านนะครับ"

            นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่หมอนั่นจะเดินนำเชฟทั้งหมดกลับเข้าไปในครัวเวลานี้ตรงหน้าของพวกเราทุกคนล้วนเรียงรายไปด้วยกระติ๊บข้าวเหนียว กับข้าว 2 จานแกง 1 ชาม กับช้อนสั้น 1 คัน สำหรับซดน้ำแกง

            "เห็ดธรรมชาติในป่าลึก... ที่... แสงแดดส่องไม่ถึง"ใครคนหนึ่งพึมพำ บางทีคนคนนั้นคงกำลังคิดเหมือนผมว่ามันคือเห็ดพิษ

            หรือถ้าจะพยายามมองโลกในแง่ดีสักหน่อย...หมอนั่นก็อาจจะแค่ดูอนิเมะแนวทำอาหารมากเกินไป เพราะหน้าตาของเห็ดในชามมันก็ดูเป็นเห็ดนางฟ้า เห็ดโคน เห็ดฟางธรรมดาๆ

            "เชิญทุกท่านเลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ"ผมปั้นหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุดก่อนจะลงมือกินอาหารฝีมือแจ็กกี้ตามอย่างที่เจ้าบ้านควรทำ

            อย่างน้อย...ผมก็ไม่เห็นออร่าสีดำของตัวเองตอนส่องกระจกเมื่อเช้าและยังไม่เห็นออร่าที่ว่าในตัวเหยื่อร่วมโต๊ะทั้ง 4 คนจึงน่าจะมั่นใจได้เปลาะหนึ่งว่าคงไม่มีใครตายจากการกินอาหารเที่ยงที่นี่ในวันนี้

            "เอ่อ... ที่จริงผมก็ยังอิ่มๆอยู่เลย เมื่อเช้ากินข้าวช้า เหมือนจะยังไม่ย่อย"ตาแก่เริ่มเฉไฉเหมือนจะไม่ยอมกินอาหารท้องถิ่นฝีมือแจ็กกี้ทำเอานายปันผลหันขวับมาจ้องหน้า มือขยับไปที่อกเสื้อ ตั้งท่าเหมือนจะล้วงปืนออกมา

            ...ผมดันบอกให้สองคนนั้นจัดการเชือดทิ้งคนที่กินอาหารเหมือนอย่างชาวบ้านตาดำๆไม่ได้เสียด้วย ถ้าต้องมาเปลี่ยนรัฐบาลตอนนี้ แผนเก็บกวาดมะพร้าวเน่าคงชะงักแล้วผม... ก็จะหมดสนุก

            "ผมเห็นว่าท่านไม่เคยมีโอกาสได้ลองชิมและส่วนตัวแล้ว ผมก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้ลองกินอาหารท้องถิ่นของที่นี่เลยสั่งให้ลูกน้องไปตามหาวัตถุดิบมาเพื่อวันนี้หรือท่านคิดว่าอาหารของผมเป็นอาหารราคาถูก ไม่เข้ากันกับไวน์ห้างขวดนั้น..."ผมขัดจังหวะล้วงปืนของนายปันผล ด้วยคำพูดที่มั่นใจว่าจะทำให้ทั้งตาแก่และคณะชะงัก

            "เปล่าเลย!!ผมยังไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นสักคำ คุณไมเคิลก็ใจร้อนด่วนสรุป" ตาแก่รีบกลับลำและหลับหูหลับตากินอาหารตรงหน้า นั่นเองที่ทำให้นายปันผลกลับมายืนในท่าปกติ

            ...มันก็แค่ความรู้สึกผิดหวังเมื่อสิ่งที่คาดหวังไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้ถึงยังไงแกก็คงไม่เข้าใจถึงความผิดหวังของผู้คนที่พากันฝากความหวังเอาไว้กับแกหรอก...ตาแก่ เพราะนี่มันก็แค่อาหารมื้อเดียวที่แกไม่อยากกิน แต่ต้องจำใจกินจะไปเทียบกับชีวิตไร้ทางเลือกจากการมีรัฐบาลเน่าๆที่ไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดลงตรงไหนได้ยังไง

            "ของหวานพร้อมเสิร์ฟแล้วครับ"แจ็กกี้เดินนำเชฟออกมาจากครัวอีกครั้ง หลังเวลาครึ่งชั่วโมงในการกินอาหารผ่านไป

            ที่จริงอาหารฝีมือแจ็กกี้ก็ไม่ได้มีรูปลักษณ์กลิ่น หรือรสชาติที่ผิดปกติ ซึ่งผมคงต้องซักถามเชฟที่จ้างมาอีกทีว่าที่หลวงตาไม่ยอมให้หมอนั่นทำอะไรอีกเลย เป็นเพราะความคิดพิเรนทร์ๆเรื่องอาหารหรือเรื่องอื่น

            "นี่คือขนมหัวล้านจากแม่ค้าคนใต้นิผมเหมามาจากตลาด เพราะเห็นว่าเหมาะกับทุกท่านและแม่ค้าบอกว่าสู้ต้นทุนของแพงไม่ไหว จะปิดร้านกลับบ้านวันนี้หวังว่าจะชื่นชอบกันนะครับ"แจ็กกี้วางถาดสแตนเลสใส่ขนมหัวล้านที่เป็นแป้งข้าวเหนียวห่อไส้นึ่งราดกะทิเรียงเป็นรูปพีรามิดความสูงขนาดเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านลงบนโต๊ะก่อนจะกลับเข้าไปในครัว โดยทิ้งคำพูดเสียดสีไว้ให้ผมตบมุก

            "ผมได้ยินมาว่ากะลาแลนด์กำลังประสบปัญหาเงินเฟ้อรายได้ของคนส่วนใหญ่ยังเท่าเดิม แต่ราคาสินค้าสูงขึ้นเพราะต้นทุนเพิ่ม?"ผมหยิบขนมหัวล้านมากินรอคำตอบจากตาแก่หรือไม่ก็ใครสักคนในบรรดาเหยื่อทั้ง 4 ที่มั่นใจว่าจะสามารถ 'แถ'ให้ผมรู้สึกคล้อยตามได้

            "เป็นธรรมดาของการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นครับคุณไมเคิลทุกประเทศได้รับผลกระทบหมด" ตาแก่พูดเหมือนรู้เรื่องเศรษฐกิจดีถึงดีมากโชคดีจริงๆ ที่ผมเองก็พอจะรู้เรื่องเศรษฐกิจอยู่บ้างเหมือนกัน

            "แล้วนโยบายที่จะลดอัตราเงินเฟ้อให้เหมาะกับการลงทุนนี่พอจะบอกผมได้ไหมครับ เพราะการที่ผมจะลงทุนกับทางกะลาแลนด์ก็อยากได้ความมั่นใจว่าไม่มีผลกระทบใดๆ ถึงผม"

            คำถามของผมทำเอาชาย 4 คนมองหน้ากันเลิกลั่ก โดยเฉพาะตาแก่หัวหน้าแก๊งรัฐบาลกะลาแลนด์ที่เริ่มมีเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นบนหน้าผากทั้งที่แอร์ในห้องอาหารยังทำงานปกติ

            "ปรับแอร์ให้ทีดูเหมือนว่าท่านนายกฯ จะร้อน" ผมหันไปบอกนายปันผล

            "แอร์เย็นดีแล้วครับคุณไมเคิล"ชายชุดเขียวขัดขึ้น ก่อนที่ลูกน้องของผมจะทันได้ขยับตัว

            "ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ท่านนายกฯและรัฐบาลกะลาแลนด์พร้อมให้การสนับสนุนคุณไมเคิลอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้านหากคุณไมเคิลต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนหรืออยากให้หน่วยงานไหนช่วยประสานงานในเรื่องอะไร สามารถแจ้งโดยตรงกับท่านนายกฯได้เลยครับ"

            คำตอบของชายชุดเขียวทำให้ผมอยากปรบมือให้เพราะการคุยกับนักลงทุนได้โดยไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจและแก้ปัญหาด้วยการเลือกใช้คำแบบเป็นพิธีรีตองก็ถือเป็นการแถที่แสดงออกถึงตัวตนได้ดีเหมือนกัน

            "ขอบคุณครับยินดีที่ได้ร่วมลงทุนกับกะลาแลนด์"ผมลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นมือไปให้ตาแก่ที่เอาแต่ยิ้มกลบเกลื่อนและทำได้แค่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดที่ไม่ได้มาจากความคิดตัวเอง

            นั่นคือภาพสุดท้ายก่อนที่เหยื่อทั้ง 4คนของผมจะกลับไป โดยการโทรเรียกให้คนขับรถประจำตำแหน่งของแต่ละคนมารับแทนที่จะให้คนของผมไปส่งแบบปราศจากรถนำขบวน

            "ผมติดต่อคนขายข้อมูลจากดาร์คเว็บเรียบร้อยแล้วนะครับเหลือแค่จ่ายเงิน หมอนั่นก็จะส่งไฟล์ข้อมูลทั้งหมดมาให้เรา"นายปันผลเข้ามารายงานความคืบหน้าของภารกิจที่ผมสั่ง

            "ผมก็ติดต่อคนขายลูกฮิปโปจากดาร์คเว็บเรียบร้อยแล้วนะครับเหลือแค่จ่ายเงิน หมอนั่นก็จะส่งลูกฮิปโปทั้งหมดมาให้เรา"แจ็กกี้รายงานความคืบหน้าของตัวเองด้วยคำพูดที่ดูจะลอกเพื่อนมาเกือบทั้งหมด

            "หมายความว่ายังไงที่ว่าลูกฮิปโปทั้งหมด?" ทั้งผมและนายปันผลหันขวับมาจ้องหน้าแจ็กกี้บางทีผมอาจต้องขอเช็คคำสั่งซื้อบนดาร์คเว็บให้มั่นใจว่าสิ่งที่หมอนี่สั่งมาคือลูกฮิปโปแน่ๆ

            "ผมเผลอลอกคำตอบมาหมดครับบอสที่จริงแค่ตัวเดียว" แจ็กกี้ยิ้มเจื่อนๆแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมมั่นใจสักเท่าไหร่ว่าจะไม่มีลูกฮิปโปยัดไส้ยาเสพติดหรือลูกฮิปโปทั้งฝูงส่งมา

            "เอาคำสั่งซื้อนั่นมาให้ผมดู"ผมสั่งเสียงเข้มเพื่อให้รู้ว่านี่คือคำสั่งและผม... จริงจัง

            "นี่ครับบอส"แจ็กกี้ส่งสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่มาให้ผม พลางชะเง้อคอดูอยู่ข้างหลังเหมือนอยากรู้ว่าตัวเองสั่งซื้อลูกฮิปโปมาถูกต้องแน่หรือเปล่าและไม่ใช่แค่แจ็กกี้...

            "ผมว่าหมอนี่ต้องสั่งลูกฮิปโปมาทั้งฝูงแน่ๆ"นายปันผลเอียงคอมาดูผลงานการสั่งของจากดาร์เว็บของแจ็กกี้ระหว่างที่เป่าหูผมไปด้วย

            "เอาของนายมาดูด้วย"ผมบอกหมอนั่นเพื่อความเท่าเทียมกันของลูกน้องทั้งสองคนและเพื่อไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น

            "ครับบอส"นายปันผลรับคำอย่างเสียไม่ได้ ก่อนไถๆหน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่อยู่พักหนึ่งจึงค่อยส่งมันมาให้ผมคล้ายจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่แต่ก็ช่างเถอะยังไงโทรศัพท์พวกนี้ก็ถือเป็นของใช้ส่วนตัวอยู่แล้ว

            "จะว่าไป...ผมยังไม่ได้เปลี่ยนเสียงริงโทนมือถือให้บอสเลยนะครับ"

            กลับกลายเป็นผมที่ต้องส่งสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ของตัวเองให้ลูกน้องโชคดีที่ในนั้นไม่มีความลับใดๆ ซึ่งนั่นก็เพราะผมยังไม่ได้ทำอะไรนอกจากใส่ซิมการ์ด

            "แล้ว...หลังจากนี้บอสจะทำอะไรต่อครับ?" แจ็กกี้ถามขึ้นหลังจากรับสมาร์ทโฟนของตัวเองคืนไปด้วยท่าทางโล่งใจที่ไม่ได้ถูกผมตำหนิเรื่องที่สั่งลูกฮิปโปมา2 ตัว

            "ผมจะขยายอาณาจักรแล้วกวาดเศษมะพร้าวเน่ามากองรวมกัน"

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์ ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592