ปื๊ดเลือกที่จะเปิดโรงแรมม่านรูดราคาถูกแถวๆนั้นเพื่อทะลวงจุดและรอให้ถึงเวลาเปิด
ของบ่อน เมื่อเข้ามาภายในห้องของม่านรูด ปื๊ดก็เริ่มเข้าสู่สมาธิเพื่อััถึงพลังหยินหยาง
ทันที แต่มีบางสิ่งที่เหนือความคาดหมายของเขา
ในม่านรูดแห่งนี้มีพลังหยินหยางปกคลุ่มอย่างหนาแน่นกว่าข้างนอกหรือที่บ้านของเขา
อาจจะเป็เพราะที่นี่มีชายหญิงมาแลกเปลี่ยนพลังหยินหยางอยู่แทบจะตลอดเวลา มันเลยทำ
ให้ที่แห่งนี้มีความหนาแน่นของพลังหยินหยางที่ปกคลุมอยู่มากเป็พิเศษ
◆◆◆
จุดชีพจรที่ปื๊ดจะทะลวงในรอบนี้ต่างจาก 2 จุดที่เขาเคยทะลวงมาก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
แต่เดิมจุดชีพจร1จุด สามารถกักเก็บพลังหยินหยางได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่กลับ
จุดชีพจรนี้นั้นต่างกัน มันเป็จุดชีพจรเฉพาะของผู้ที่มีเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
ซึ่งจะมีเพียงแค่จุดเดียวเท่านั้นในร่างกายที่สามารถกักเก็บพลังหยินหยางทั้งสองสาย
ไว้ในที่เดียวกัน และมันจะทำให้เขาสามารถดึงเอาพลังหยินหยางมาใช้ได้ตามใจนึก ชื่อของ
จุดชีพจรจุดนี้ก็คือ จุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์
◆◆◆
ปื๊ดดูดซับเอาพลังหยินหยางรอบๆตัวของตนเองเข้าสู่ภายในร่างกายของเขาทันที
และเริ่มต้นหมุนเวียนเคลื่อนย้ายพวกพลังตามเคล็ดวิชาดารา 9 นภา เขาจำเป็ต้องใช้พลัง
หยินหยางจำนวนมากในการทะลวงจุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์ตรั้งนี้
ตัวของเขาเริ่มพองขึ้นเรื่อยๆจนเหมือนลูกโป่ง เนื่องจากปื๊ดดูดซับพลังหยินหยางจาก
ภายนอกเข้าสู่ภายในมากเกินไป แต่ตัวเขาก็ยังคงดึงดูดพลังเข้ามาในตัวไม่หยุด หลังจาก
เคลื่อนย้ายพลังหยินหยางตามเคล็ดดารา 9 นภา ครบ 9 รอบ
ปื๊ดก็แยกพลังหยินหยางออกจากกัน แล้วส่งพลังใปยังจุดชีพจรทั้ง 2 จุดที่เคยทะลวงมัน
ไปก่อนหน้านี้ตามพลังของจุดนั้นๆ หลังจากส่งพลังไปที่จุดชีพจรรางก่ายที่พองลมจนเหมือน
จะแตกก็ค่อยๆลดขนาดลงจนกลายมาเป็ปกติเช่นเดิม
ถึงแม้ร่างกายเป็ปกติแต่ความเร็วในการดึงดูดกลับเพิ่มขึ้นพลังหยินหยางถูกส่งตรงไป
ยังจุดชีพจรหยิน และจุดชีพจรหยางจนจุดทั้ง 2เริ่มรองรับพลังหยินหยางเอาไว้ไม่ไหว
ปื๊ดจึงเริ่มบังคับให้ปลายของพลังทั้ง 2 สายให้มีลักษณะเรียวแหลมเหมือนปลายเข็ม
ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วเหลือแต่ใจของตัวเขาเองที่ยั้งไม่สงบพอ
ปื๊ดจะพลาดในการทะลวงจุดครั้งนี้ไม่ได้เพราะเขาต้องรออีกอย่างน้อย 3 เดือนถึงจะเริ่ม
ต้นใหม่ในการทะลวงจุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์ได้อีกครั้ง และการทำให้จุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์บอบช้ำก็
ไม่ใช่เื่ดี หลังจากที่ปื๊ดสงบจิตใจของตนเองไม่ให้ฟุ้งซ่าน
ปื๊ดก็เริ่มต้นส่งพลังงานทั้ง 2 สายเข้าโจมตีจุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์พร้อมๆกันทันที
" ! ! บึ้ม ! "
เสียงะเิดังขึ้นในหัวของเขาพร้อมๆกับความรู้สึกพะอืดพะอม จนปื๊ดทนไม่ไหวต้อง
พ่นออกมาจากปากของตนเอง
" !! ฟูดดด ! "
ปื๊ดพ่นเืเสียออกมากองใหญ่ ถ้าแม่บ้านของม่านรูดมาเห็นคงคิดว่ามีการฆาตกรรม
เกิดขึ้นในห้องนี้แน่ๆ หลังจากที่ตัวเขาขับเืเสียออกจากจุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์ราวกับตัวมันหิว
กระหายในพลังหยินหยางมันดูดเอาพลังหยินหยางทั้ง 2 ราวดูดโอเลี้ยง
มันดูดจนชีพจรทั้ง2ไม่เหลือพลัง ปื๊ดต้องรีบดูดพลังหยินหยางจากภายนอกเข้าไปชดเชย
ให้กับจุดชีพจรทั้ง 2 จุดที่ถูกดูดไป ภายในจุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์พลังหยินหยางค่อยๆ ก่อตัวเป็
รูปร่างหยินหยางขึ้นมา ยิ่งมันเห็นเป็รํปร่างเด่นชัดมากขึ้นเท่าไร
มันก็ยิ่งเพิ่มกำลังในการดูดพลังหยินหยางมากขึ้นเท่านั้น และในที่สุดมันก็ก่อตัวเป็
รูปร่างหยินหยางสมบูรณ์ พลังหยินหยางรอบๆม่านรูดก็เบาบางลงจนแทบไม่รู้สึกถึงพลัง
" ไม่อยากจะคิดเลยถ้าเป็ที่โลกผู้ฝึกตนจะสิ้นเปลืองทรัพยากรขนาดไหน "
ที่โลกของผู้ฝึกตนไม่ได้มีพลังหยินหยางหนาแน่นเช่นเดียวกับโลกใบนี้ ทางเดียวที่
จะเติมเต็มจุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์คือต้องใช้ทรัพยากรจากภายนอกเข้าช่วย มันต้องใช้ทรัพยากร
จำนวนมหาสารเพื่อเติมเต็มมัน
หลังจากทะลวงจุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์แล้ว ปื๊ดยังคงนั่งปรับสมดุลพลังและร่างกายต่อไป
ตอนนี้ระดับของเจากลายเป็ระดับ ทหาร แล้ว
ปื๊ดจะไม่สามารถทะลวงจุดชีพจรได้อีกต่อไป จนกว่าเขาจะขัดเกลาร่างกายด้วยทักษะ
บ่มเพาะร่างกายของตนเอง
ตอนนี้ปื๊ดสามารถใช้พลังหยินหยางทั้งสองสายได้อย่างใจนึก เขาดูดซับพลังหยินหยาง
ที่ยังคงเหลืออยู่รอบๆม่านรูดเข้าซ่อมแซมร่างกายตนเอง ถึงแม้ความเสียหายจากการโดนรถชน
ของปื๊ดจะถูกรักษาตามระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 2เดือน
แต่ก็มีบางสวนที่เืลมยังคงติดขัดอยู่และกล้ามแขนขาของปืด แม้ว่าจะมีแม่ของเขา
คอยช่วยขยับแขนขาให้ทุกๆวันแต่มันก็ยังคงหลีกเลี่ยงการฟ่อของกล้ามเนื้อไม่ได้อยู่ดี
เขาใช้พลังหยินหยางเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลส์ให้ไปซ่อมแซมส่วนที่ขาดหาย
และฟื้นฟูส่วนที่มีอยู่น้อยให้มีเพิ่มขึ้น ถึงแม้พลังหยินหยางจะช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมรวมถีงการ
เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับปื๊ดจนกับมาเหมือนคนปกติ
แต่ว่ามันไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อของปื๊ดแข็งแกร่งขึ้นแต่อย่างใด เขายังคงจำเป็ต้องใช้
ทักษะบ่มเพาะร่างกายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อ
" หนทางยังอีกยาวไกล "
ปื๊ดลืมตาขึ้นและมองดูไปที่นาฟิกาเหลือเวลาอีก 2 ชม.เท่านั้น ก่อนที่บ่อนจะเปิดให้ใช้
บริการ เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวออกไป ระหว่างที่แต่งตัว ปื๊ดส่องกระจกดูความ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนเอง
ตอนนี้ปื๊ดไม่ได้ดูเหมือนไอ้ขี้ก้างเหมือนเดิมอีกต่อไป รูปร่างของเขาดูสมส่วนขึ้นมีกล้าม
เป็มัดๆมีซิกแพ็คเป็ลูกๆเหมือนนายแบบในนิตยสารแฟชั่นไม่มีผิด
ผิวของเขาก็ไม่ได้ขาวซีดเหมือนคนป่วยเหมือนกับแต่ก่อน มันดูขาวใสดูสุขภาพดี และ
พอปื๊ดลองส่วมใส่ชุดสูทที่ซื้อมามันก็ยิ่งทำให้เขาดูภูมิฐานหล่อเหลาขึ้นเป็กอง
“ เฮ้อ .. ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งจริงๆ ”
ปื๊ดได้แต่ส่ายหัวด้วยความอนาจใจในความหล่อเหลาของตนเอง ตอนนี้เขาพร้อมแล้ว
ปื๊ดนับเงินที่เหลืออยู่ในมือ ตอนนี้ปื๊ดเหลือทุนอยู่แพียงแค่ 5 แสนกับเศษไม่กี่พันบาทเท่านั้น
ปื๊ดหยิบเอานาฬิกาเรือนแสนขึ้นมาใส่ และสำรวจดูรอบๆห้องว่าตนเองไม่ลืมของอะไร
เขาทึ้งเสื้อผ้าเปื้อนเืตัวเก่าลงถังขยะไป และเปิดประตูออกจากห้องนี้ไปทันที
***
หลังจากที่ปื๊ดออกจากม่านรูดไป แม่บ้านทำความสะอาดก็เข้ามาเพื่อทำความสะอาดใน
ห้องที่ปื๊ดเคยเช่าไว้ ทันทีที่เปิดประตูห้องกลิ่นของเืลอยคละคลุ้งทั่วห้องเธอเดินมาจน
ถึงที่เตียงมันทำให้เธอใแทบสิ้นสติ
“ ไอ้เด็ก***วันนั้นของเดือนมึงก็ยังไม่เว้น ”
__________________________________________________________________________________