บทที่ 16 : ตัวการ
วันนี้อาหารเย็นมีตะเกียบและถ้วยเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคู่ คุณตาเซี่ยรู้สึกขัดหูขัดตา แต่ก็ทำเป็มองไม่เห็น เพราะอีกฝ่ายมาดี อย่างไรก็มาช่วยหลานสาวเขาทำคอกกระต่าย ส่วนคุณยายก็สงวนท่าที ไม่ได้ชวนคุยเหมือนเมื่อก่อน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารจึงดูอึมครึม
โจวเว่ยไม่กล้าขยับตะเกียบในทีแรก แต่เมื่อเห็นคุณตาคุณยายและซูฉีก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย เขาจึงเริ่มกินอย่างสงวนท่าที ทว่าเมื่อไก่ผัดพริกกับหน่อไม้เข้าปาก ดวงตาของเขาสว่างจ้า มันอร่อยมาก ตอนเด็กที่บ้านของเขามีพ่อครัวนับสิบคนมาทำอาหารให้ ยังไม่อร่อยเท่านี้ ชายหนุ่มลืมว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในตำแหน่งแขก เขาคีบอาหารเข้าปากคำแล้วคำเล่า ก่อนจะกัดแป้งทอดแสนอร่อยคำโต กินจนปากมันแผล็บถึงจะรู้สึกตัวว่าตอนนี้ทุกคนหยุดกินแล้วเงยหน้ามามองท่าทางตะกละตะกลามของเขา
ชายหนุ่มรีบกลืนอาหารในปาก ก่อนจะพูดว่า “ขอโทษครับ มันอร่อยจนผมลืมตัว เผลอเสียมารยาทต่อหน้าทุกคนแล้ว”
ในที่สุดคุณตาก็ยิ้มเอ็นดู แล้วคีบเนื้อไก่ชิ้นโตให้อดีตหลานเขย “กินเยอะๆ ผอมจนเห็นกระดูกแล้ว ว่างๆ มากินข้าวบ้านตาบ่อยๆ ฉีฉีทำกับข้าวทีหนึ่งเลี้ยงคนได้ทั้งหมู่บ้านล่ะ”
ซูฉีย่นจมูก คุณตาก็พูดเกินจริงไป เธอแค่กลัวทุกคนจะกินไม่อิ่มเท่านั้งเอง
คุณยายเองก็คีบยำเห็ดให้โจวเว่ย “คุณก็อย่าทำให้เขาลำบากใจซิ ตอนนี้เขามีคู่หมั้นใหม่แล้ว จะไปมาหาสู่กับบ้านอดีตภรรยา ผู้หญิงเขาจะคิดยังไง”
โจวเว่ยรู้สึกเหมือนถูกแล่เนื้อเถือหนังผ่านคำพูด “ผมกับชุยเมี่ยนหมั้นกันมาั้แ่เด็กแล้วครับ เธอมาที่นี่เพื่อบอกเื่ครอบครัวของผม ส่วนเื่ของผมกับเธอ เรายังไม่ได้ตัดสินใจ คงต้องรอให้ผู้ใหญ่กลับมาครับ”
คุณยายฟังแล้วก็อดจะมองบนไม่ได้ “ช่างเป็เด็กดีเชื่อฟังผู้ใหญ่!”
“คุณยายไม่ต้องห่วงนะครับ ครอบครัวผมกลับมาแล้วผมจะส่งเสียลูกกับซูฉีเอง ในอนาคตทั้งสองจะไม่ลำบากแน่นอน” โจวเว่ยให้สัญญา
“เธอกินให้อิ่มก่อนเถอะ แล้วค่อยมาให้สัญญา” คุณยายคีบตีนไก่มากินอย่างไม่สบอารมณ์นัก ปากท้องตัวเองยังดูแลไม่ได้ มาพูดใหญ่โตอะไรบนโต๊ะอาหารบ้านคนอื่น
คุณตาได้แต่กระซิบปลอบใจหลานเขย “อย่าคิดมากเลย ยายแก่เืจะไปลมจะมา ตอนอาโจวไม่อยู่ก็บ่นว่าไม่รู้ปลาแห้งที่ให้ไปหมดยัง กลัวนายจะหิวนั่นล่ะ”
โจวเว่ยไม่คิดใส่ใจเอาความคุณยายอยู่แล้ว เขารู้ว่าคุณยายโกรธที่เขาทำให้ซูฉีเป็ม่ายทั้งยังตั้งท้องอีก
ชายหนุ่มหันไปมองอดีตภรรยา เห็นเธอเหลือบมองเขาด้วยแววตาสะใจครู่หนึ่ง ทำไมเขารู้สึกว่าเธอน่ารักน่าหยิกกว่าเมื่อก่อนนะ เธอทำราวกับเด็กตัวเล็กๆ ที่ดีใจเมื่อเห็นพี่ชายถูกดุ
อาหารมื้อนี้หมดเกลี้ยงจนแทบไม่ต้องล้างถ้วยล้างจาน โจวเว่ยเดินกลับบ้านพักยุวปัญญาชนด้วยท้องที่ตึงแน่น เขาไม่ได้กินอิ่มขนาดนี้มาพักใหญ่ๆ แล้ว
ชวนเหอเห็นเขาก็รีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหา “คุณชายไปไหนมาครับ ผมคิดว่าหลงป่าไปแล้ว”
“ไปทำบ้านกระต่ายให้ฉีฉีมา” โจวเว่ยเดินไปที่ถังใส่น้ำข้างบ้านพัก เขาใช้สองมือวักน้ำล้างหน้า
“บ้านกระต่าย? ผู้หญิงคนนั้นนึกยังไงถึงอยากเลี้ยงกระต่ายขึ้นมา!” ชวนเหอแอบไม่ชอบซูฉี เพราะหล่อนทำให้เ้านายของเขากินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายเดือน แต่เมื่อก่อนเขาไม่กล้าพูด เพราะหล่อนถือเป็นายหญิงของเขา ตอนนี้หย่ากันแล้วเขาพูดได้
โจวเว่ยปรายตามองคนสนิทด้วยสายตาคมกริบ “อย่าเรียกฉีฉีว่าผู้หญิงคนนั้น เธอเป็น้องสาวของฉัน” โจวเว่ยพูดด้วยน้ำเสียงเ็า ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
ชวนเหอเกาหัว ปกติคนที่บ่นแม่ซูฉีก็มีแต่คุณชายนั่นแหละ ทำไมวันนี้แตะต้องไม่ได้เสียแล้วล่ะ ชวนเหอส่ายหัวอย่างคนหน่ายจะคิด แล้วรีบวิ่งตามไปนอนกับคุณชายของเขา
ยุวปัญญาชนหัวถึงหมอนไม่ถึงสามชั่วโมงก็ถูกปลุกให้ตื่นเพื่อไปขนปลาจากท่าเรือไปที่โรงชำแหละ
ปกติเรือเข้าฝั่งแล้วยุวปัญญาชนจะมาแบกปลาลงจากเรือ่ใกล้สว่าง แต่ไม่เคยต้องแบกปลาั้แ่ตีหนึ่งตีสอง บางวันต้องแบกั้แ่เที่ยงคืน อดหลับอดนอนกันกลางดึก
เหล่ายุวปัญญาชนหลายคนเริ่มไม่พอใจหัวหน้าฝ่ายผลิต เพราะคิดว่ากำลังถูกกลั่นแกล้ง
โจวเว่ยะโลงโถงใส่ปลาขนาดใหญ่ของเรือลำหนึ่ง เขานำตะกร้ามาสองใบ ก่อนจะโกยทั้งปลาเล็กและปลาใหญ่ใส่รวมไว้ในตะกร้าเดียวกัน มีเสียงคนะโตามลงมา เขาหันไปมองเห็นเป็เป้ยหลาง หัวหน้าฝ่ายผลิตของหมู่บ้านต้าไห่
“คนหนุ่มมันดีแบบนี้เอง ต่อให้ทำงานหามรุ่งหามค่ำ แบกปลา ต่อเรือ ไปจนถึงช่วยงานบ้านอดีตภรรยาก็ยังดูไม่เหนื่อยล้า” เป้ยหลางใช้เท้าเตะปลาที่โจวเว่ยกำลังจะหยิบใส่ตะกร้า
โจวเว่ยเงยหน้ามอง “้าอะไร?”
“เรือของฉันถูกนายทำให้จมทะเล นายยังมีหน้ามาทำตาใสไม่รู้เื่!” เขาสืบไปสืบมาจนรู้ว่าคนที่ทำให้เรือตระกูลเป้ยอับปางคือใคร คนที่ต้องสงสัยส่วนใหญ่เป็ช่างต่อเรือ ทว่าเป้ยหลางสืบดูแล้ว ่วันนั้นไม่มีช่างคนไหนมาแถวท่าเรือ มีเพียงพวกยุวปัญญาชนที่มาขนปลาออกจากเรือ และยุวปัญญาชนที่พอจะรู้เื่ต่อเรือมีแค่โจวเว่ย! “บอกมา ไอ้แก่ตระกูลเซี่ยสั่งแกมาใช่ไหม!?”
โจวเว่ยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ผมไม่เข้าใจเื่ที่คุณพูด”
“ฮึ! นายน่าจะไปเป็นักแสดง ไม่ซิ นายยังแสดงตบตาฉันไม่ได้ คงต้องฝึกอีกเยอะ เรือสกุลเป้ยถูกสร้างจากช่างที่เก่งที่สุดในต้าไห่ ซึ่งคือคุณปู่ของฉัน เรือที่ดีที่สุด จะแตกเป็เสี่ยงๆ เพราะแค่ออกเรือไปไม่ไกลได้ยังไง! นายทำให้สกุลเป้ยของฉันต้องอับอาย!” เป้ยหลางเกิดในครอบครัวช่าง เขาเองก็เป็คนหนึ่งที่ต่อเรือเป็ ทว่าไม่เก่งเหมือนรุ่นปู่รุ่นพ่อ
โจวเว่ยยิ้มร้าย “ผมว่ามันยังไม่ดีเท่าไร ผมต่อให้คุณมีเรือเหล็กแบบพวกฝรั่ง ไม่ว่าจะแข็งแรงทนทานแค่ไหน ถ้าคุณยังใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบ เรืออะไรก็อับปางได้ทั้งนั้น ชาวประมงมีคำกล่าวว่าทะเลไม่สนคนมีอำนาจ เรือสกุลเป้ยสมควรจมแล้ว!”
“ในที่สุดก็ยอมรับว่านายเป็คนทำ! กล้ามากนะ ไอ้สุนัขรับใช้!”
“อุดมการณ์ใหม่ไม่มีนายไม่มีคนรับใช้ คำพูดของคุณ เอาไว้ผมเจอทหารแดงแล้วจะบอกเขา เผื่อจะเรียกคุณไปปรับทัศนคติสักเดือนสองเดือน”
“แก!” เป้ยหลางโกรธจนเืขึ้นหน้า หากทหารแดงรู้ว่ายังมีคนที่ความคิดคร่ำครึอยู่ละก็ เขาอาจถูกแห่ประจานแล้วจุดไฟเผาให้ตายทั้งเป็!
“เื่ที่ผมทำ คุณไปพูดใครเขาจะเชื่อ ผมเป็แค่ลูกมือคุณตาเซี่ยหย่งเท่านั้น ท่านเองก็หลงๆ ลืมๆ แล้ว ผมจะมีความรู้อะไรไปทำให้เรือของคุณจมได้แเีขนาดนั้น แต่เื่ที่คุณเป็คนทำให้เรือสกุลเซี่ยอับปางชาวบ้านรู้กันทั่ว คุณพูดไปแล้วคนไม่เชื่อยังพอว่า บางคนอาจคิดเชื่อมโยงว่าหัวหน้าฝ่ายผลิตจงใจใส่ร้ายปัญญาชน!” โจวเว่ยไม่ทุกข์ร้อน
“ฮึ! ฉันจะป่าวประกาศไปทำไม? มีวิธีมากมายทรมานสุนัขจรจัดแบบนาย รอก่อนเถอะ อย่าอายุสั้นก็พอ นายเตรียมรับการล้างแค้นของสกุลเป้ยได้เลย! ถุ้ย!” เป้ยหลางเตะปลาจนกระจัดกระจาย พลางถุยน้ำลายลงพื้นซึ่งเต็มไปด้วยปลาก่อนจะปีนกลับขึ้นไป เขาโกรธเื่เรือยังไม่เท่ากับการที่ตนไม่สามารถมีลูกได้อีก เพราะเขายังไม่มีลูกชาย สกุลของเขาถือเป็อันสิ้นสุดเพราะไอ้เด็กเวรคนหนึ่ง!
แค้นนี้ไม่ชำระไม่ได้!
โจวเว่ยมองตามหลังไปด้วยสายตาอธิบายยาก ก่อนจะหันมามองปลาตัวที่ถูกเป้ยหลางเตะ เขาเห็นมันดิ้นรนไปมาเพราะอยากมีชีวิตรอด ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะโยนลงทะเลไป
ไม่มีใครรู้อนาคต ปลาที่ไร้ทางสู้กำลังจะถูกเชือดกลับรอดตาย ได้กลับไปแหวกว่ายในน้ำเหมือนเดิม คนเราก็เช่นกัน ไม่มีทางรู้อนาคตได้เลย…
ต่อให้ต้องตาย โจวเว่ยสาบานว่าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกครอบครัวซูฉี!