รุ่งเช้าของอีกวันจินหยางตื่นมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นตลบอบอวลทั่วห้อง ร่างกายของเขามีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ลมปราณไหลเวียนหมุนวนไปตามจุดต่าง ๆ เืทั่วร่างเดือดพล่าน เขารับรู้ถึงพลังปราณบริเวณจุดตันเถียนตรงท้องน้อยอย่างชัดเจน ทันใดนั้นเองเขาก็ัับางอย่างได้ที่หน้าบ้านพักว่ามีคนผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าประตู เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงเอ่ยวาจาออกมา ทันทีที่เขาได้ยินเสียงเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเป็หวังซุน จินหยางรีบก้าวเดินออกจากห้องเพื่อเปิดประตู หวังซุนถึงกับรีบใช้มือซ้ายบีบไปที่จมูกและใช้มือขวาคว้าจับไปที่ข้อมือซ้ายเพื่อตรวจสอบชีพจร หวังซุนถึงกับตื่นใรีบก้าวเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับปิดประตู เขาชี้ไปที่กลางห้อง
“รบกวนนายน้อยนั่งโคจรลมปราณที่กลางห้องด้วยขอรับ ข้าขอตรวจสอบบางอย่างหน่อย”
จินหยางรีบทำตามนั่งโคจรลมปราณอยู่กลางห้อง หวังซุนรีบนั่งลงด้านหลังวางมือทั้งสองทาบเอาไว้ด้านหลังพร้อมกับแผ่ลมปราณออกจากฝ่ามือตรวจสอบ
“มีลมปราณจากภายนอกเข้ามาในร่าง คุณชายจะสกัดกั้นหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่ต้องเทียนคง ท่านลุงหวังซุนเพียงตรวจสอบบางอย่าง”
“ขอรับ”
ทันทีที่ลมปราณแผ่ไปร่างของจินหยางหวังซุนถึงกับตื่นใ ร่างกายของจินหยางประดุจร่างของเทพาตามตำนานในอดีต จุดทั่วร่างหนึ่งร้อยแปดจุดถูกเปิดออกจนหมด พลังปราณที่แผ่เข้าไปยังร่างถูกดูดกลืนไปที่จุดตันเถียนหมุนวนไปทั่วร่าง พลังปราณในร่างของจินหยางมีมากกว่าหกสิบปี หวังซุนรีบดึงมือออกมาจากร่างของจินหยางพร้อมกับอาการเหนื่อยหอบ เขาสูญเสียลมปราณไปไม่น้อย
“เกิดสิ่งใดขึ้นขอรับท่านลุงหวังซุน?”
“นายน้อยเม็ดยาที่ได้รับเมื่อวานท่านใช้หมดแล้วอย่างนั้นรึขอรับ?”
“ข้าใช้มันหมดแล้ว”
“ข้าเข้าใจแล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับท่าน ตอนนี้ลมปราณในร่างของท่านมีถึงหกสิบปี”
จินหยางรีบหันมามองหวังซุน
“ท่านว่าอย่างไรนะขอรับ?”
“โอ้นายน้อย ท่านไม่ต้องใเช่นนั้น ร่างกายของท่านเหมาะสมสำหรับการฝึกยุทธ์ยิ่งนัก กล่าวตามตรงร่างกายของท่านเหมือนร่างเทพาตามตำนาน ข้าเข้าใจแล้วว่าเหตุใดท่านถึงฝึกท่าเท้าพยัคฆ์ของข้าสำเร็จเพียงข้ามคืน”
“ท่านลุงหวังซุน ท่านทราบเื่นี้?”
“แน่นอน ข้าทราบดีแต่ข้ามีบางอย่างต้องบอกกล่าวต่อท่าน อย่าเปิดเผยความสามารถนี้ให้ผู้ใดรับรู้เป็อันขาด เพราะหากพวกราตรีทมิฬรับรู้เข้าอาจเกิดอันตรายขึ้นกับท่าน”
จินหยางรับรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาทั้งหมดนั้นเป็เพราะเทียนคง
“ข้าจะจดจำไว้ขอรับ”
“ท่านรีบอาบน้ำเถอะถึงเวลาอาหารเช้าแล้ว”
จินหยางรีบออกไปอาบน้ำที่ด้านหลังบ้านพัก หวังซุนแอบเข้าไปในห้องนอนของจินหยางถึงกับตื่นใกับภาพที่เห็น เขารีบทำความสะอาดอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้คนของสำนักคุ้มภัยรับรู้เื่ที่เกิดขึ้นภายในห้องพักของจินหยาง หลังจากจินหยางเปลี่ยนชุดใหม่เสร็จสิ้นทั้งสองก็ออกไปทานอาหารในโรงครัวของสำนัก สายตาของเด็กหนุ่มวัยเดียวกันจับจ้องมองจินหยางอย่างไม่วางตา ทันใดนั้นเองก็มีเสียงแว่วดังออกมาทางขวามือ เมื่อหันไปมองก็พบเห็นจื่อห้าวนั่งทานข้าวกับถังไห่
“วันนี้เ้ามีสิ่งใดทำบ้างหนุ่มน้อย?”
“ยังไม่มีขอรับ”
“ดี เช่นนั้นหลังทานอาหารเสร็จข้าจะพาเ้าไปเที่ยวชมในเมืองก็แล้วกัน”
จินหยางหันไปมองหวังซุนที่พยักหน้าตอบรับ
“ขอรับ เช่นนั้นรบกวนพี่ชายจื่อห้าวแล้ว”
เกือบสองเค่อหลังจากที่ทุกคนทานอาหารจนอิ่ม จื่อห้าวและถังไห่ก็พาจินหยางออกจากสำนักเพื่อเที่ยวชมในตัวเมือง เมืองส่านซีเป็เมืองใหญ่ในส่วนเหนือของดินแดนภาคกลางผู้คนมากมายต่างเดินไปมาขวักไขว่ จื่อห้าวพาจินหยางเดินไปดูโรงตีดาบ ร้านสมุนไพร โรงหมอ และโรงเตี้ยมบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงของสำนักคุ้มภัย เกือบสองชั่วยามได้มีคนของสำนักคุ้มภัยออกตามหาจื่อห้าวและถังไห่เพื่อประชุมด่วนกับเ้าสำนักทั้งสองจึงรีบกลับ เมื่อไม่มีสิ่งใดทำจินหยางจึงคิดจะกลับเข้าไปในบ้านพักเพื่อฝึกฝนโคจรลมปราณ ทว่ากลับถูกเด็กหนุ่มสามคนสวมชุดสีเทาขลิบดำสลักอักษรฟูเวยที่หน้าอกเดินเข้ามาขวางเสียก่อน
“เ้าเด็กใหม่ เหตุใดจึงไม่มาช่วยพวกข้าทำความสะอาดลานกว้างด้านหน้าสำนัก?”
จินหยางถึงกับขมวดคิ้ว
“ข้าต้องทำด้วยอย่างนั้นรึ?”
“เหอะ ในเมื่อเ้าคิดอาศัยอยู่ที่นี่ เ้าก็ต้องมาช่วยพวกข้าทำความสะอาดสิ”
“แล้วต้องทำเมื่อไหร่ละ?”
“ทุกวันก่อนยามเฉิน”
จินหยางพยักหน้าตอบรับ
“ได้ เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าข้าจะมาช่วยพวกเ้าก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ข้าขอตัว”
จินหยางก้าวเดินได้เพียงหนึ่งก้าวเด็กหนุ่มผู้หนึ่งก็พุ่งเข้ามาใช้มือขวาคว้าจับไปที่หัวไหล่ซ้ายของจินหยาง
“เ้ายังไปไหนไม่ได้ ในเมื่อวันนี้เ้าไม่ได้มาช่วยเหลือพวกข้า เ้าต้องถูกสังสอน”
เด็กหนุ่มด้านหน้าเร่งโคจรลมปราณไปที่มือขวาหมายกดหัวไหล่จินหยางลงพื้น แต่ทว่าแม้เขาจะออกแรงเต็มที่แล้วก็ไม่สามารถทำได้ จนเด็กหนุ่มอีกคนเอ่ยวาจาออกมา
“ฟู่เหวินเหตุใดเ้าถึงไม่ให้มันผู้นั้นคุกเข่า?”
ฟู่เหวินตื่นใรีบหันไปมองด้านหลัง เด็กหนุ่มอีกคนจึงเดินเข้ามาใช้มือขวากดที่หัวไหล่ขวาของจินหยาง ทว่าทั้งสองก็หาทำสิ่งใดได้ไม่
“ฟู่เหวิน เหลียนต้า พวกเ้าทั้งสองยังไม่ทำให้มันคุกเข่าอีก”
ทั้งสองเร่งโคจรลมปราณอย่างเต็มกำลังไปที่ฝ่ามือขวา จินหยางแสยะยิ้มค่อย ๆ ย่อตัวลงมาอย่างช้า ๆ เขาก้าวเท้าขวาไปด้านหลังพร้อมกับถีบเท้าซ้ายถอยออกมาอย่างรวดเร็ว ฟู่เหวินและเหลียนต้าใพุ่งลงไปกลิ้งกับพื้น
“ไอ้หมอนี่!”
ฟู่เหวินและเหลียนต้าสบถออกมาด้วยความอับอายจึงรีบลุกขึ้นพุ่งเข้าหาจินหยางทั้งสองต่อยหมัดขวาออกไป จินหยางรีบย่อตัวใช้สันมือทั้งสองกระแทกเข้าไปที่ปลายคางอย่างรวดเร็ว เปรี้ยง! ฟู่เหวินและเหลียนต้ากระเด็นออกไปด้านหลังนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น จินหยางตื่นใไม่น้อยก้มมองดูที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง แต่กระนั้นเองในเวลายังไม่ถึงครึ่งลมหายใจเด็กหนุ่มอีกผู้หนึ่งก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวพร้อมต่อยหมัดขวาเข้ามาในระดับหน้าอก จินหยางได้ยินเสียงแว่วในหูรีบจึงยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาสกัดกั้น เปรี้ยง! เด็กหนุ่มด้านหน้าถึงกับขมวดคิ้วความเ็ปจากหมัดขวาแล่นขึ้นไปยังสมอง เขาร้องออกมาเสียงดังลั่น ไม่ถึงสิบลมหายใจได้มีเสียงะโดังแว่วออกมาจากทางด้านหลัง
“เกิดสิ่งใดขึ้นอันชู?”
“เกิดสิ่งใดขึ้นขอรับนายน้อยจินหยาง?”
เมื่อจินหยางหันไปมองพบเห็นฟูชินฟาน หวังซุน จื่อห้าว ถังไห่ และคนอีกมากมายวิ่งเข้ามา จินหยางรีบก้มศีรษะคารวะ
“คารวะท่านลุงฟูชินฟานขอรับ”
ฟูชินฟานพยักหน้าตอบรับหันไปมองอันชูที่นั่งกุมมือขวา ส่วนจื่อห้าวและถังไห่รีบเข้าไปตรวจสอบอาการของฟู่เหวินและเหลียนต้า
“อันชูเกิดสิ่งใดขึ้น? แล้วฟู่เหวินกับเหลียนต้าเหตุใดจึงมานอนที่นี่?”
อันชูรีบใช้มือซ้ายชี้ไปยังจินหยาง
“เรียนเ้าสำนัก เป็มันขอรับ มันทำร้ายพวกข้าทั้งสามคนขอรับ”
หลายคนได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปมองจินหยางด้วยความสงสัย
“เป็พวกเขาทั้งสามมาหาเื่ข้าก่อน พวกเขาทั้งสามเดินมาขวางทางข้าแจ้งว่าพรุ่งนี้ให้ข้าไปช่วยพวกเขาทำความสะอาดลานกว้าง แต่เมื่อข้าจะกลับบ้านพักเป็ฟู่เหวินและเหลียนต้าพุ่งเข้ามาทำร้ายข้า ข้าจัดการพวกเขาทั้งสองแล้วอันชูก็พุ่งเข้ามาต่อยข้า แล้วก็เป็อย่างที่พวกท่านเห็นขอรับ”
ฟูชินฟานหันไปมองอันชู
“อันชูคุณชายท่านนี้เป็แขกของข้าและเป็หลานชายของผู้มีพระคุณของข้า เ้าจะให้เขาไปทำความสะอาดลานกว้างได้อย่างไร อีกอย่างพวกเ้าทั้งสามก็หาได้มีหน้าที่ทำความสะอาดลานกว้างเหตุใดถึงกล่าววาจาเช่นนั้นออกมา?”
อันชูถึงกับหวาดกลัวรีบคุกเข่าต่อหน้าฟูชินฟาน
“ขออภัยขอรับท่านเ้าสำนัก ข้าอันชูไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้เป็แขกของท่าน ข้าคิดว่าเขาพึ่งเข้ามาอยู่ในสำนักใหม่”
“แล้วอย่างไร? เ้าก็เลยจะต้อนรับน้องใหม่เช่นเขาอย่างนั้นรึ?”
“ข้าอันชูไม่กล้าขอรับ”
จินหยางเริ่มเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเอ่ยวาจาออกมา
“ท่านลุงฟูชินฟานขอรับ อย่าไปโทษอันชูเลยขอรับเขาคงไม่รู้จริง ๆ อีกอย่างข้าก็หาได้ติดใจเอาความ”
ฟูชินฟานหันไปมองจินหยางด้วยความแปลกใจ หวังซุนก็เอ่ยวาจาออกมา
“สหายข้า เื่มันเกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิดก็ให้แล้วต่อกันเถอะ มันเป็ธรรมดาของเด็กน้อย”
ฟูชินฟานพยักหน้าตอบรับ
“ดี เช่นนั้นพวกเ้าก็แยกย้ายได้แล้ว อันชูเ้ารีบไปรักษาอาการาเ็ซะ ส่วนพวกเ้าที่เหลือไม่มีงานทำกันหรืออย่างไร?”
สิ้นเสียงกล่าวของฟูชินฟาน ผู้คนทั้งหมดก็รีบแยกย้ายออกไปจากบริเวณ ระหว่างนั้นจื่อห้าวก็ยกมือขวากวักเรียกใครบางคนให้มานำตัวฟู่เหวินและเหลียนต้าติดตามอันชูไป เมื่อเห็นเช่นนั้นจินหยางจึงรีบก้มศีรษะคารวะฟูชินฟาน หลังจากนั้นก็เดินกลับไปที่บ้านพัก