⭐ บทที่ 26: ท้องฟ้ามืดก่อนพายุ
เช้าวันนั้น…
ท้องฟ้าวังตะวันออกปกคลุมด้วยเมฆดำ
ลมแรงพัดจนผ้าม่านโถงใหญ่สะบัดไม่หยุด
ทั้งวังรู้ดีว่า—
พายุลูกใหม่กำลังจะมา
ซูอินตื่นขึ้นในห้องเดียวกับองค์ชาย
หลังผ่านคืนที่เขา “ไม่ยอมให้เธอนอนคนเดียว” อย่างดื้อรั้น
(แต่เขานอนบนพื้นนะ… ถึงแม้เธอจะเห็นเขาแอบลืมตาดูเธอเป็ระยะ)
ซูอินขยี้ตา
“ท่านนอนพื้นนานไปหรือเปล่า…? ปวดหลังไหมเพคะ?”
องค์ชายลุกขึ้น
แต่หน้าสวยงามของเขากลับเรียบนิ่ง
เสียงทุ้มเอ่ยเบามากจนหัวใจซูอินสั่น
“ถ้าเ้าเป็ห่วงข้าถึงเพียงนี้
คืนนี้ข้าจะขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยก็ได้”
ซูอินสำลักน้ำลายตัวเอง
หน้าแดงะเิเหมือนเตาหุงข้าว
“ม่ะ-ไม่ใช่แบบนั้นนะเพคะ!!”
เขายิ้มบางเบา
ยิ้มที่เห็นไม่บ่อย
ยิ้มที่อ่อนจนโลกหยุดหมุนได้
“ข้าล้อเล่น…ครึ่งหนึ่ง”
หัวใจเธอเต้นไปถึงดาวเส้าเหว่ย
แต่ยังไม่ทันเธอจะตั้งสติ—
ตราดาวเจ็ดแฉกบนแขนก็ “สว่างขึ้น” เฉียบพลัน!
วูบ!
แสงสีทองพุ่งวาบจนทั้งห้องสว่างจ้า
⭐ 1) พลัง์เต้นถี่…เหมือนเตือนภัย
ซูอินสะดุ้ง
จับแขนตัวเองแน่น
“อีกแล้ว…! มันเต้นเองโดยที่ข้าไม่ทำอะไรเลย!”
องค์ชายขยับเข้ามาใกล้
จับข้อมือเธออย่างอ่อนโยน
ปลายนิ้วเขาััผิวเธอเบา ๆ
จนเธอต้องกลั้นลมหายใจ
“เจ็บไหม”
“ไม่…แต่มันร้อนนิด ๆ เหมือนเตาปิ้งไก่…”
องค์ชาย: “…”
(คนทั้งแผ่นดินมีเ้าเท่านั้นที่เปรียบตรา์กับเตาปิ้งไก่)
แต่สายตาเขากลับจริงจังทันที
เหมือนจับได้ว่ามีบางอย่างร้ายแรงแอบซ่อนอยู่
“แสงมันแรงกว่าเดิม
เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหลังเ้าหลับไปหรือไม่…?”
ซูอินอยากตอบว่า
เธอไม่ได้ฝันเป็เื่เป็ราว
แต่เธอเห็น “แสงสีทองกระพือเหมือนปีกนก”
และเงาดำตัวใหญ่กำลังจะคว้าคอองค์ชาย
แต่เมื่อเธอพยายามนึก—
หัวกลับปวดจี๊ดเหมือนโดนแทง
“ข้า…จำได้ไม่หมดค่ะ
เหมือนมีคนปิดบางส่วนของฝันเอาไว้”
องค์ชายมองลึก
ลึกจนซูอินต้องเบือนหน้า
“ไม่ว่าเ้าฝันเห็นอะไร
อย่าบอกคนอื่นนอกจากข้า”
ซูอินสูดลมหายใจลึก
ก่อนจะหันไปหยิบหม้อดินเล็ก ๆ ที่ตั้งอุ่นอยู่ข้างเตียง
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวต้มลอยขึ้นมา
ไม่ใช่กลิ่นหรูหราของวัง
แต่เป็กลิ่นที่ทำให้หัวใจสงบอย่างประหลาด
“ท่านยังไม่ได้กินอะไรั้แ่เมื่อคืน”
เธอพูดเบา ๆ
“ข้าเลยทำโจ๊กไว้ให้… สูตรบ้านข้า”
องค์ชายชะงัก
“ตอนนี้หรือ”
“ยิ่งตอนนี้ยิ่งต้องกินเพคะ”
ซูอินยิ้ม
“เวลาพลังในร่างปั่นป่วน
ของอุ่น ๆ จะช่วยให้ลมปราณนิ่งขึ้น”
เธอตักโจ๊กส่งให้
ข้าวขาวเนียน
มีขิงซอยบาง ๆ และน้ำซุปใส
เรียบง่ายจนไม่น่าเชื่อว่าเป็อาหารจาก “ผู้ถือชะตา”
องค์ชายรับชาม
ชิมคำเล็ก ๆ
ความอุ่นแผ่ลงอก
ลมปราณที่ปั่นป่วนเมื่อครู่…
นิ่งลงจริง ๆ
เขาเงยหน้ามองเธอ
สายตาแปลกไปเล็กน้อย
“เ้าไม่ได้แค่ทำให้อิ่ม”
เขาพูดช้า ๆ
“เ้า… ทำให้ร่างกายข้าสงบ”
ซูอินยักไหล่
“ก็แค่อาหารปลอบใจค่ะ ไม่ใช่คาถาอะไร”
แต่ตราดาวเจ็ดแฉกบนแขนเธอ
กลับส่องแสงนุ่มลงจริง ๆ
ราวกับตอบรับคำพูดนั้น
องค์ชายวางชามลง
เอื้อมมือมาจับมือเธอเบา ๆ
“ถ้าวันหนึ่งข้าต้องออกศึกใหญ่”
เขาพูดเสียงต่ำ
“ข้าอยากกินสิ่งนี้…ก่อนออกรบ”
ซูอินหน้าแดง
“ท่านพูดเหมือนจะไม่กลับมาเลยนะเพคะ!”
เขายิ้มบาง
“ข้าพูดเหมือนคนที่ไม่อยากตาย”
บรรยากาศอุ่นกำลังจะพูดต่อ—
แต่ทันใดนั้นเอง…
เสียงกลองเรียกประชุมก็ดังขึ้นจากหอประชุมหลวง
ความอบอุ่นแตกสลาย
พายุเริ่มเคลื่อนตัว
เสียงเขาเข้ม
จริงจัง
ราวกับนี่คือคำสั่งที่มีความหมายกว่าาทั้งหลาย
ซูอินพยักหน้าเบา ๆ
“ข้ารู้ค่ะ… ข้าไว้ใจท่านที่สุด”
คำนี้ทำองค์ชายชะงัก
หายใจติดคอวูบหนึ่ง
ก่อนเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยแดงที่ขึ้นตรงปลายหูตัวเอง
⭐ 2) เข้าสู่หอประชุม—เสียงลางร้ายแผ่เต็มโถง
เมื่อคู่ทั้งสองเดินเข้าสู่หอประชุม
บรรยากาศที่ควรจะวุ่นวายกลับสงบประหลาด
ทหารยืนแข็งราวกับรูปปั้น
แม่ทัพหลงฟงหน้าเคร่ง
สนมหลี่อันนั่งนิ่งราวกับรูปแกะสลัก
และฮองเฮาเอง…
แววตาเธอเต็มไปด้วยความกังวลลึก ๆ
ซูอินกระซิบองค์ชาย
“นี่ทำไมทุกคนเหมือนจะมีคนตาย…?”
องค์ชายตอบเสียงต่ำ
“เพราะสิ่งที่กำลังจะประกาศ
อาจมีคนตายจริง”
หัวใจซูอินหล่นไปถึงพื้นวัง
ทหารองครักษ์ก้าวออกมา
ยื่นกระดาษตราประทับสีดำ
เสียงเขาสั่นเล็กน้อย
“ข่าวด่วนจากพรมแดนตะวันตก—
เมืองลั่วเหยียนล่มสลายภายในคืนเดียว
พบเพียงรอยกรงเล็บั์สีทองทั่วกำแพงเมือง”
ซูอินตัวชาวาบ
เล็บสีทอง…!
เหมือนปีศาจที่ปรากฏบนหลังคาคืนนั้น
คนทั้งวังฮือขึ้นทันที
“เป็มัน…ปีศาจระดับทองคำ!”
“ทำไมมันโจมตีเมืองได้รวดเร็วขนาดนั้น!?”
ฮองเฮาเอามือทาบอก
“นี่มัน…าใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นหรือไม่…”
แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ—
แม่ทัพหลงฟงหันมามองซูอินอย่างลังเล
และสนมหลี่อันพูดเสียงเรียบนิ่ง
แต่เจือพิษแฝงชัดเจน
“สิ่งที่มันตามหา…
อยู่ในวังนี้ต่างหาก”
สายตาหลายคู่หันมาจ้องซูอินอีกครั้ง
เหมือนเธอคือใจกลางพายุ
องค์ชายฉีอวิ้นก้าวมาบังเธอทันที
สายตาคมกริบเหมือนดาบที่ชักออกแล้ว
“ผู้ใดแตะต้องนาง…
ผู้นั้นคือศัตรูของข้า!”
เสียงนี้ทำสนามทั้งสนามชะงัก
บางคนถึงกับล้มลงเพราะความกดดันจากพลังแผ่รอบตัวเขา
⭐ 3) โรแมนซ์แทรกกลางพายุ—แบบหวานจนทหารหลบตา
ซูอินกระซิบ
“ท่าน… ไม่ต้องโกรธเพราะข้านะเพคะ…”
องค์ชายโน้มหน้าเข้ามาใกล้
เสียงเขาเบาจนเหมือนลมหายใจแตะแก้มเธอ
“เพราะเ้า ข้าจึงไม่กลัวพายุใดทั้งสิ้น”
ซูอินหน้าแดง
ใจเต้นแรงเหมือนจะเป็ลมอีกครั้ง
(ทหารที่ยืนข้าง ๆ ต้องมองเพดานเพื่อไม่รบกวนโมเมนต์)
⭐ 4) ลางร้ายที่ 2: นกดำปีกขาดตกลงต่อหน้า
ขณะประชุมกำลังจะจบ
เสียงเฉือดเฉือนของลมหวีดร้องขึ้น
ราวกับมีบางอย่างแหวกฟ้ามา
ฟึ่บ—!
นกพิราบสีดำตกลงกลางโถง
ปีกซ้ายหายไป
เืหยดเป็เส้นบนพื้นหินเย็น
ทหารรีบหยิบกระดาษเล็ก ๆ ม้วนแน่นบนขานก
องค์ชายเปิดออกด้วยมือสั่นเล็กน้อย
บนกระดาษมีเพียงประโยคเดียว
เขียนด้วยหมึกสีแดงเข้มเหมือนเื
“คนที่ตายต่อไป…คือซูอิน”
เสียงทั้งโถงเงียบสนิท
เหมือนเวลาหยุดหมุน
ซูอินยืนตัวแข็ง
ขนลุกทั้งแขน
องค์ชายฉีอวิ้น
หันมามองเธอช้า ๆ
แววตาของเขาเปลี่ยนไปทันที
จากอบอุ่น…
กลายเป็รุนแรง
เป็หวง
เป็โกรธ
เป็หวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เขากระชากเธอเข้ามาในอ้อมแขน
กอดเธอแน่นเหมือนจะหลอมรวมกันเป็ร่างเดียว
“ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ
ไม่มีผู้ใดแตะต้องเ้าได้—แม้แต่เงาของปีศาจ”
ซูอินมือสั่น
ค่อย ๆ กอดเขาตอบ
พรึ่บ—
ลมภายนอกโถงพัดแรงขึ้นอีกครั้ง
ประตูไม้สั่นระรัว
เมฆดำบนฟ้าก่อตัวเป็รูปวงตาั์
พายุ…กำลังเริ่มขึ้นแล้ว
และซูอิน…
คือเป้าหมายลำดับต่อไปของใครบางคน
ที่ไม่ใช่แค่ปีศาจ
แต่เป็ มนุษย์ในวังนี้เอง
— จบบทที่ 26: ท้องฟ้ามืดก่อนพายุ —