“แม่”
คิมชอลซูนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวหลังจากอาบนํ้าเสร็จ
“ว่าไง”
“ถ้ามีเวลาลองหาดูบ้านสำหรับครอบครัวเราหน่อยสิ”
“บ้านเหรอ”
ยุนจินซุกวางไข่เจียวลงบนข้าวของคิมชอลซูแล้วก็นั่งลงบนพื้นบ้านพร้อมส่งเสียงโอดโอย
เข่าที่ไม่ดีมาั้แ่ไหนแต่ไรวันนี้ยิ่งปวดหนักเป็พิเศษแต่คราวนี้คิมชอลซูไม่พลาดที่จะได้เห็นใบหน้าที่เ็ปพร้อมทั้งเสียงร้องโอดโอยของแม่
“บ้านอะไร”
“กู้เงินบริษัทมาประมาณยี่สิบล้านวอนน่ะ”
“แล้วใครจะใช้คืน”
“เดี๋ยวผมค่อย ๆ ใช้คืนก็ได้”
“พอเลย ลูกใช้ชีวิตของตัวเองไปเถอะ แม่ไม่มีอะไรจะให้ เพราะงั้นเก็บเงินไว้แต่งงานเถอะ”
คิมชอลซูมองแม่นิ่งแล้วค่อย ๆ เอ่ยปาก
“ที่ทำเพราะอยากให้ดีขึ้นนั่นแหละ ถ้าเข่าแม่เสียจนทำงานไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องใช้เงินเดือนผมเลี้ยงทั้งครอบครัวอยู่ดีแล้วค่ารักษาพยาบาลแม่จะเยอะขนาดไหน คิดว่าแค่เงินเดือนผมจะพอเหรอทั้งหมดที่ทำก็เพื่อผมเองทั้งนั้น เพราะงั้นลงไปอยู่ด้านล่างเขากันเถอะนะ”
แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ยุนจินซุกก็รู้ดีว่าเจตนาจริงของคิมชอลซูคืออะไรพอได้ยินคิมชอลซูพูดแบบนั้นแล้วนํ้าตาก็เริ่มเอ่อจนต้องยกมือขึ้นมาปาดนํ้าตา
“โอ๊ย...พูดไม่ฟังเหมือนใครเนี่ย”
“เหมือนแม่ไง เพราะงั้นเราย้ายไปอยู่บ้านเช่ารายปีกันนะมีแค่สองห้องนอนก็ได้ ยังไงผมก็แค่เอาไว้นอนอยู่แล้ว เอาที่แม่ไม่ต้องเดินเยอะ แล้วก็เงินค่ามัดจำเป็ของผมนะอย่าคิดจะเอาไปล่ะ”
ยุนจินซุกหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินอย่างนั้น
วันอาทิตย์
ประธานยูจีฮุนกรรมการผู้จัดการชเวยองจุน และกรรมการบริหารอีกสามสี่คน
นอกจากนี้ยังมีอีกสองคนที่สะพายกระเป๋ากอล์ฟสองสามใบอย่างแข็งขันตามหลังมาด้วย
คนแรกคือผู้อำนวยการพัคจุนฮยองที่ได้รับความรักเอ็นดูจากประธานใหญ่ชเวคยองฮุนจนได้เลื่อนตำแหน่งด้วยรถไฟขบวนพิเศษที่สามารถไปได้ทุกแผนกและได้เรียนรู้งานหลากหลาย
ส่วนอีกคนคือรองผู้อำนวยการอันจองกยูผู้มีความสามารถและมีผลงานดีที่สุดในบรรดาทีมขายทั้งหกทีมเป็ตัวเก็งว่าจะได้เป็ผู้อำนวยการฝ่ายขายคนต่อไป
ทั้งสองคนยอมทิ้งวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนสบายและอบอุ่นมาวิ่งไล่ตามเหล่าผู้บริหารจนเหงื่อไหลไคลย้อยไปทั้งตัวให้ความรู้สึกราวกับมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างสหายร่วมรบแต่ทั้งคู่กลับไม่ยอมสบตากันแม้แต่ครั้งเดียว
มีเพียงลมเย็นะเืพัดผ่านเท่านั้น
พัคจุนฮยองอยู่ฝั่งประธานยูจีฮุนซึ่งเป็คนที่ท่านประธานใหญ่ชเวคยองฮุนแต่งตั้งมา
ในขณะที่อันจองกยูซึ่งอยู่ในวัยสามสิบปลายๆได้เสนอตัวไปอยู่ฝั่งกรรมการผู้จัดการชเวยองจุนที่แม้จะเป็บุตรชายคนที่สี่ซึ่งเสียเปรียบในฐานะผู้สืบทอดแต่เขากลับมองเห็นศักยภาพบางอย่าง
ที่จริงแล้วอันจองกยูอยากไปอยู่ฝั่งประธานยูจีฮุนที่ถูกเรียกว่าสุดยอดหัวกะทิแต่เพราะถูกพัคจุนฮยองแย่งไปก่อน เขาจึงต้องเลือกเส้นทางนี้อย่างช่วยไม่ได้
เมื่อลูกกอล์ฟที่โดนหัวไม้หนึ่งของยูจีฮุนหวดตกลงในจุดที่ดีทุกคนต่างพากันปรบมือ
พัคจุนฮยองผู้ขึ้นชื่อในหมู่พนักงานว่าเป็คนถือตัวกลับะโว่าไนซ์พร้อมกับปรบมือทำท่าทางน่าเอ็นดูเหมือนเด็กเล็กๆ
“วันนี้ผู้อำนวยการพัคดูจะอารมณ์ดีนะครับ”
พอชเวยองจุนซึ่งลูบไม้กอล์ฟเอ่ยออกมายูจีฮุนก็ตอบกลับทันที
“ฮ่า ๆ เวลาผู้อำนวยการพัคอยู่กับผมทีไรก็อารมณ์ดีทุกครั้งแหละครับ”
“เป็คนที่ใช้ได้เลยนะครับ”
“ใช่ไหมล่ะครับ ฮ่า ๆ ๆ”
ระหว่างนั้นอันจองกยูก็ปักที[1] ไปที่บริเวณทีบ็อกซ์[2] แล้วตั้งลูกกอล์ฟไว้บนนั้น
“พร้อมแล้วครับ ท่านกรรมการผู้จัดการ”
เมื่อได้ยินดังนั้นชเวยองจุนก็ทำท่าเหวี่ยงไม้กอล์ฟอยู่สองสามครั้งจากนั้นจัดท่าทางแล้วตีทีช็อต[3] ออกไปอย่างสวยงาม
ลูกกอล์ฟลอยละลิ่วไปไกลจนกระเด็นไปตกอยู่รอบๆ หลุม จากนั้นก็ชนเสาธงที่ปักอยู่ที่หลุมแล้วกลิ้งลงหลุมไป
“เย้!!! เย้!!!”
การทำโฮลอินวัน[4] ถือเป็เื่ยากสำหรับคนตีกอล์ฟที่จะทำให้ได้สักครั้งในชีวิต
อันจองกยูะโเย้ๆ จนคอแทบแตก พร้อมใบหน้าและคอที่เปลี่ยนเป็สีแดงส่วนชเวยองจุนได้แค่มองหน้ายูจีฮุนอย่างเขินอายแล้วพูดออกไป
“รอบนี้ผมน่าจะดวงดีน่ะครับ”
ยูจีฮุนทำหน้าเสียดายพร้อมพยักหน้าก่อนหันมามองอันจองกยูที่ะโไชโยโห่ร้องจนคอแหบแห้งและเอ่ยปาก
“ได้โฮลอินวัน! ยินดีด้วยนะครับแต่จะว่าไปเสียงของรองผู้อำนวยการอันจองกยูดูหนักแน่นดีเหลือเกินนะครับ”
“ฮ่า ๆ อาจไม่น่ารักเท่าผู้อำนวยการพัคจุนฮยองแต่ก็เป็คนที่น่าเชื่อถือนะครับ”
“เป็เื่ดีจริง ๆ เลยนะครับที่บริษัทมีคนดี ๆ มากมายอย่างนี้”
“ใช่ไหมล่ะครับ”
ยูจีฮุนกับชเวยองจุนยื่นไม้กอล์ฟให้พัคจุนฮยองกับอันจองกยูจากนั้นก็สนทนากันเรื่อยเปื่อย
“เห็นว่าคราวนี้แทซองกรุ๊ปจะเอาแิ 6-Sigma เข้ามาใช้ด้วยนะครับ”
ชเวยองจุนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของยูจีฮุน
“ครับ ได้ยินมาเหมือนกันครับ”
“บริษัทเราลองนำมาใช้บ้างดีไหมครับ”
“นั่นน่าจะใช้เวลาค่อนข้างนานมากเลยนะครับแบบนั้นจะไม่กระทบกับการทำงานของพวกพนักงานเหรอครับแถมยังไม่ได้รับการยืนยันด้านประสิทธิผลด้วยนะครับ”
ยูจีฮุนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของชเวยองจุน
“ใช่ครับ ยังไม่ได้รับการยืนยันด้านประสิทธิผลเลยเพราะอย่างนั้นก็เลยคิดว่าถ้าเอามาใช้กับพนักงานใหม่ที่เข้ามาในคราวนี้จะเป็ยังไงครับ”
“พนักงานใหม่เหรอครับ จะได้ผลหรือเปล่า”
“พนักงานใหม่จะยังไม่ได้รับมอบหมายงานสำคัญจนกว่าจะครบหนึ่งปี แม้จะมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยแต่คิดว่าน่าลองดูสักครั้งว่าไงครับถ้าพวกพนักงานใหม่ทำความเข้าใจกับแนวทางที่กำลังเป็ที่นิยมได้อาจได้ไอเดียใหม่และหากนำไปพัฒนาต่อ ก็น่าจะส่งผลดีกับบริษัทมากเลยนะครับ”
ชเวยองจุนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดที่สมเหตุสมผลของยูจีฮุน
“พอฟังอย่างนี้แล้วก็ดูน่าทำอยู่นะครับ”
“ฮ่า ๆ แต่ว่าถ้าทำเฉย ๆ ก็คงไม่น่าสนใจใช่ไหมครับ”
ชเวยองจุนยิ้มให้กับคำพูดของยูจีฮุนก่อนจะพูด
“จะเดิมพันเหรอครับ”
“ใช่แล้วครับ ถ้าไม่มีการแข่งขันกันทั้งกรรมการผู้จัดการชเวและผมก็จะไม่สนุกใช่ไหมล่ะครับยิ่งไปกว่านั้นผมยังรู้สึกไม่ดีที่แพ้กอล์ฟเมื่อกี้อยู่เลยนะครับ”
“ได้ครับ เอาแบบนั้นก็ได้ แล้วจะเดิมพันด้วยอะไรดีล่ะครับ”
ยูจีฮุนเดินไปแล้วหันหลังกลับมามองผู้อำนวยการพัคจุนฮยองกับรองผู้อำนวยการอันจองกยูที่แบกถุงกอล์ฟอยู่
“การจะให้กรรมการบริหารหรือระดับผู้อำนวยการมาแข่งกันเองก็ยังไงอยู่เอาเป็ว่าเรามาเดิมพันว่าพนักงานใหม่ภายใต้ผู้อำนวยการพัคจุนฮยองกับรองผู้อำนวยการอันจองกยูคนไหนจะทำคะแนนได้ดีกว่ากัน เป็ไงครับ”
ชเวยองจุนไม่รู้เลยว่ารองผู้อำนวยการอันจองกยูได้พนักงานใหม่แบบไหนไปแต่เพราะเห็นว่าการเดิมพันน่าตื่นเต้นจึงพยักหน้ารับไป
“ดูจะเป็การเดิมพันที่ใช้ได้เลยครับ”
“ใช่ไหมครับ แล้วรางวัลเป็อะไรดีครับ”
ได้ยินดังนั้นชเวยองจุนก็หันไปมองข้างหลังอีกครั้ง
ไม่ว่าอย่างไรพัคจุนฮยองก็อยู่ฝั่งประธานยูจีฮุนและได้รับการสนับสนุนจากท่านประธานใหญ่จึงมีสิทธิ์ได้เลื่อนตำแหน่งเป็กรรมการบริหารอยู่แล้วแต่การเลื่อนตำแหน่งของรองผู้อำนวยการอันจองกยูเป็ไปได้ยากเพราะโดนขัดขาจากฝ่ายบุคคลซึ่งมีพัคจุนฮยองอยู่
“การเลื่อนตำแหน่งให้ฝั่งที่ชนะเป็ไงครับเพราะไม่ว่าจะเป็ผู้อำนวยการพัคหรือรองผู้อำนวยการอันต่างก็เป็คนที่มีความสามารถพอให้เป็กรรมการบริหารอยู่แล้วครับ”
ยูจีฮุนกระตุกยิ้มขึ้นทันที
“ดีครับ ดีมากเลยครับ”
“แต่ว่า...”
คำพูดของชเวยองจุนทำให้ยูจีฮุนหุบยิ้ม
“ถ้าเราเข้าไปแทรกแซงคงไม่สนุกฉะนั้นดูแต่ความสามารถของพนักงานใหม่อย่างเดียวเป็ไงครับ”
“แน่นอนครับ”
“ถ้าผิดกฎโดนปรับแพ้นะครับ”
ยูจีฮุนตอบรับข้อเสนอของชเวยองจุนอย่างอารมณ์ดี
เพราะตามที่ผู้อำนวยการพัคจุนฮยองบอกมาว่าพนักงานใหม่ที่ได้คะแนนเป็อันดับสุดท้ายตอนฝึกอบรม...แถมจบเอกดนตรีประยุกต์จากมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดและยังเป็คนหัวทึบไม่มีไหวพริบ ได้ไปอยู่ในทีมของรองผู้อำนวยการอันจองกยู
“ดีครับ ดี!”
ถ้านั่งรถเมล์เที่ยวแรกออกจากบ้าน ก็จะถึงบริษัทตอนหกโมงห้าสิบนาที
คิมชอลซูใช้ยิมที่เป็สวัสดิการจากบริษัทซึ่งพื้นที่กว้างขวางและมีอุปกรณ์ออกกำลังกายอยู่มากมาย แต่ตอนเช้ามักไม่มีคนเพราะส่วนใหญ่จะมากันหลังเลิกงานแล้ว
คิมชอลซูยืดเส้นยืดสายคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตึงจากนั้นก็เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง เขามาออกกำลังกายที่นี่ได้ยี่สิบวันแล้วเนื่องจากถ้าสมัครฟิตเนสก็ต้องจ่ายมากกว่าห้าหมื่นวอนต่อเดือน แต่ที่นี่ฟรี!
ไม่ว่าจะทำงานอะไรร่างกายก็ต้องแข็งแรงไว้ก่อนเพราะเมื่อทำงานบริษัทไปเรื่อย ๆ เวลาในการออกกำลังกายก็จะลดลง ถ้าไม่ขยันมากขึ้น ไม่นานก็จะกลายเป็คุณลุงที่พุงพลุ้ยจนทำให้เสน่ห์หดหายเพราะเหนื่อยล้าอยู่ตลอด
ส่วนใหญ่คนที่ทำงานขายหน้าที่เกินกว่าครึ่งคือการดูแลรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดีเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความประทับใจให้แก่ลูกค้าจึงเป็เหตุผลให้พวกที่รูปร่างและหน้าตาดีมีโอกาสจะประสบความสำเร็จได้มากกว่า
ต้องรีบดูแลั้แ่อายุยังน้อยจะได้รักษาเสน่ห์ให้อยู่ได้นานๆ เพราะั้แ่เดือนเมษายนเป็ต้นไป คิมชอลซูต้องเริ่มทำงานพิเศษที่บลูเฮาส์แล้ว ดังนั้นการดูแลสุขภาพจึงเป็เื่ที่สำคัญมาก
เนื่องจากวันนี้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารและการประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่สามัญที่ฮันยองเทรดดิ้งประธานใหญ่ชเวคยองฮุนที่มาถึงบริษัทั้แ่เช้าตรู่จึงได้เดินสำรวจอาคารอย่างเงียบๆ พร้อมกับหัวหน้าเลขาฯแพคจุนซอก
หลังจากาจบลงชเวคยองฮุนได้ก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาจากไม่มีอะไรเลยด้วยสองมือของตัวเองเขาจึงเป็คนใส่ใจเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็สภาพไฟ ความสว่างความสะอาด หรือรายละเอียดอื่น ๆ
“ดูแลอาคารได้เป็อย่างดีเลยนี่ ดีขึ้นเยอะเลย”
“พอประธานยูรับตำแหน่งแล้วก็ใส่ใจดูแลมากเลยละครับ”
“อื้อ ฉันถูกใจเ้านั่นมากเลยละ แต่ไฟตรงนี้มืดไปหน่อยนะสถานที่อึมครึมแบบนี้จะทำให้คนรู้สึกหดหู่ไปด้วยและพวกคนที่หดหู่นี่แหละที่มักเป็ตัวทำลายบริษัท”
หัวหน้าเลขาฯจดคำพูดของประธานใหญ่อย่างละเอียด
“เดี๋ยวจะสั่งให้แก้ไขครับ”
“อื้อ”
“ตรงนี้ก็ต้องใส่ใจทำความสะอาดหน่อย ฝุ่นเขรอะเชียว”
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
ระหว่างเดินลงไปชเวคยองฮุนพินิจพิจารณาอาคาร ก่อนจะมองไปสถานที่ซึ่งมีไฟเปิดอยู่เขาจึงมุ่งหน้าไปยังทางนั้น
ป้ายด้านหน้าเขียนไว้ว่า
‘Gymnasium’
ชเวคยองฮุนแอบมองด้านในผ่านหน้าต่างเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังตั้งใจออกกำลังกาย เขาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ
เจ็ดโมงสามสิบเอ็ดนาที
“จะเข้าไปข้างในไหมครับ”
คำพูดนั้นทำให้ชเวคยองฮุนยิ้มอย่างพอใจแล้วส่ายหน้า
“ไม่ดีกว่า เห็นเขาตั้งใจออกกำลังกายขนาดนั้นไปขัดจังหวะคงไม่ดีหรอกพอเห็นพนักงานมาออกกำลังกายเวลานี้แล้วทำให้นึกถึงตัวเองเมื่อก่อนเลยฉันเองก็เคยเป็แบบนั้นเหมือนกันนะ ฮ่า ๆ ๆ...ไปกันเถอะ”
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าชเวคยองฮุนแพคจุนซอกก็แอบถอนหายใจออกมาด้วยประสบการณ์ทั้งหมดที่เขามีจึงรู้ดีว่าถ้าท่านประธานใหญ่อารมณ์ดีแบบนี้ยิ่งไม่ควรไปเซ้าซี้อะไร
แพคจุนซอกเหลือบไปมองพนักงานหนุ่มที่ตั้งใจมาออกกำลังกายแต่เช้าก่อนจดลงสมุดโน้ต
‘วันที่ 21 มีนาคม 2003 ตอนเช้าเจ็ดโมงสามสิบเอ็ดนาทีพนักงานที่มาออกกำลังกายในยิมคือใคร’
เพราะท่านประธานใหญ่อาจจะอยากรู้ขึ้นมาว่าพนักงานคนนั้นคือใครและด้วยตำแหน่งหัวหน้าเลขาฯ ถ้าเขาตอบไม่ได้ก็คงจะโดนด่า
“ชอลซูพรินต์อีเมลจากทางฮึงอาชิปปิง แล้วเตรียมเอกสารตอบกลับที่KIKO ส่งมากับแฟ้มสำเนาเอกสารB/L[5] และแค็ตตาล็อกที่บริษัทอลามโคส่งมาวางไว้บนโต๊ะให้หน่อยเดี๋ยวหัวหน้ามาแล้วจะได้เข้าประชุมเลย”
“ครับ! ผู้ช่วยผู้จัดการอี”
คิมชอลซูตอบอีจุนฮักแล้วเริ่มทำงานราวกับเครื่องจักร
เขาสั่งพรินต์ทันทีจากนั้นก็ไปที่ห้องถ่ายเอกสาร นำเอกสารที่พรินต์มาตรวจว่าเรียบร้อยดีหรือไม่แล้วหนีบไว้ด้วยคลิปหนีบกระดาษเอาแค็ตตาล็อกกับแฟ้มเอกสารไปวางบนโต๊ะอย่างเป็ระเบียบวางในมุมที่ถูกต้องพร้อมกับเรียงไว้เป็ลำดับ ดูแล้วเปิดอ่านง่ายไม่มีสับสน
อีจุนฮักเหลือบมองท่าทางการทำงานอย่างนั้นพลางพยักหน้าเบาๆ
การจัดการงานเก่งไม่ธรรมดาเลยเหลือแค่ภาษาอีกหน่อยก็ใช้ได้แล้ว ตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษอยู่หรือเปล่านะ
แต่อีจุนฮักไม่สงสัยมากเป็พิเศษเพราะยังคงนึกภาพของคิมชอลซูที่ทบทวนอ่านหนังสือั้แ่เช้าตรู่ได้อยู่
ให้ทำเก้าร้อยคะแนนภายในสองเดือนหนักไปหรือเปล่านะไม่หรอก บอกให้ทำก็ต้องทำ นี่แหละงาน
ทันทีที่ผู้จัดการพโยอิลซูเข้ามาคิมชอลซูก็โค้งศีรษะทักทาย
“สวัสดีครับ ผู้จัดการพโย”
“ไง!!! หวัดดีชอลซู”
“สบายดีหรือไม่ขอรับ ผู้จัดการพโย”
“ไอ้เ้านี่ นี่มันยุคโชซอนหรือไง”
คำพูดของผู้จัดการพโยอิลซูทำให้อีจุนฮักหัวเราะคิกคัก
ไม่นานหัวหน้าอันจองกยูก็โผล่มาพร้อมหอบอะไรมาเต็มไม้เต็มมือคิมชอลซูเห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งไปรับของมาจากเขาอย่างว่องไวราวกับลูกะุ
สิ่งนั้นคือหนังสือเกี่ยวกับ6-Sigma
อ้อ!ถึงเวลาแล้วสินะ
“สวัสดีครับ หัวหน้า!”
“อื้ม เอาวางไว้บนโต๊ะ”
อันจองกยูถอนหายใจเฮือกพร้อมปาดเหงื่อที่หน้าผาก
หลังจากที่ตอบรับการทักทายจากสมาชิกในทีมแล้วนั่งลงที่โต๊ะก็เรียกชื่อคิมชอลซูขึ้นมาทันที
“นี่ ชอลซู”
“ครับ หัวหน้า”
อันจองกยูฟาดฝ่ามือลงบนหนังสือที่อยู่บนโต๊ะดังป้าบ
“ชะตาของฉันกับนายขึ้นอยู่กับเ้านี่แล้ว”
นํ้าเสียงจริงจังและคาดหวังของอันจองกยูทำให้ผู้จัดการพโยอิลซูกับผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักมองหนังสือเล่มนั้นด้วยความใ
[1] อุปกรณ์สำหรับวางลูกกอล์ฟก่อนจะเริ่มตีครั้งแรก
[2] จุดที่ให้วางทีเพื่อเริ่มตีลูกกอล์ฟครั้งแรกในแต่ละหลุม
[3] การตีลูกกอล์ฟลูกแรกจากทีบ็อกซ์
[4] การตีลูกกอล์ฟลงหลุมในครั้งเดียวจากทีบ็อกซ์
[5] ย่อมาจาก Bill of Lading หมายถึงใบตราส่งสินค้าทางทะเล เป็เอกสารสำคัญที่ใช้เป็หลักฐานในการรับ ขนส่งและแสดงสิทธิในตัวสินค้า