“เป็ยังไงบ้างครับช่วยบอกอาการหน่อยครับ”
เสียงเสียงทุ้มต่ำฟังดูเหนื่อยหอบถามอาการ
“เจ็บขาน่ะค่ะ”
ฉันตอบหลังจากที่แปะแผลให้ยุนเสร็จพอดี
“ขอดูขาหน่อยนะครับ”
เขาเดินมาจากข้างหลังยุนเผยให้เห็นชายหนุ่มรูปร่างบางๆ ภายใต้ชุดสีขาว ดวงตาสีเขียวมรกตที่ผมสีดำปิดไปมิด
“......................”
ฉันใกับภาพตรงหน้าเป็อย่างมาก
นี่ฉันเจ็บขาจนลืมเสียงนี้ที่พร่ำเพ้ออยู่ข้างเตียงผู้ป่วยของฉันมาตลอด10ปีไปได้ยังไงกัน
มันเกิดอุบัติเหตุนั้นตอนฉันอายุ 40 และก่อนย้อนกลับมาฉันอายุ 50
ฉันต้องนอนอยู่แบบนั้นอยู่ตั้ง 10ปีเลยนะ ไม่ใช่แค่ปีสองปี
แต่ 10ปี!!
...............................................................................................................................
ย้อนกลับไปในความทรงจำหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุได้ไม่กี่วัน
“จูเลียจูเลียที่รักของผม คุณไม่รู้หรอกว่าผมรักคุณแค่ไหนและผมทำอะไรลงไปบ้างเพื่อให้ได้คุณมา”
จูวอนเอาแก้มซบกับหลังมือของเธอและหลับตาลงัักับความอุ่นนั้น
.................................................................
และเวลาก็ได้ล่วงเลยไปอีก
นี่ฉันนอนเป็ผักแบบนี้กี่เดือนแล้วนะ?น่าจะ 3 เดือนแล้วได้หรือเปล่า? ฉันต้องทนนอนอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน? ทำไมฉันถึงลุกขึ้นมาไม่ได้สักทีทั้งๆ ที่ก็รับรู้ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวได้ชัดเจนขนาดนี้
.................................................................
1 ปีต่อมา
เวลาและความทรมานก็ค่อยๆ ผ่านไปทีละวันสองวัน
จากวันเปลี่ยนเป็สัปดาห์จากสัปดาห์เปลี่ยนเป็เดือน และจากเดือนก็เปลี่ยนไปเป็ปี
.................................................................
และเวลาก็ล่วงเลยไปอีกหลายฤดูกาล(ครบ 2ปี)
//ฉันเบื่อที่ต้องมาทนฟังคุณพร่ำเพ้ออยู่แบบนี้เหลือเกิน//
ที่คุณพูออกมาทั้งหมดนั้นได้ก็เพราะคิดว่าฉันคงจะไม่มีทางที่จะตื่นขึ้นมาสินะ หรือถ้าฉันฟื้นขึ้นมาจริง ๆคุณก็คงจะคิดว่าฉันก็ยังคงเป็คนที่ไม่รู้อะไรเหมือนเดิม ถึงได้พล่ามออกมาหมดแบบนี้
.................................................................
เวลายังคงเดินต่อไปอีกหลายปี (10 ปี)
กี่ปีแล้วที่ฉันต้องทนนอนอยู่แบบนี้นี่ฉันต้องนอนอยู่แบบนี้ไปทั้งชีวิตจริงดิ?
สุดท้ายแล้วทุกสิ่งที่ฉันทุ่มเทสร้างขึ้นมาก็พังทลายลงไม่มีชิ้นดี แล้วฉันก็ทำอะไรไม่ได้เลย คนที่ฉันรักคนที่ฉันห่วงใยก็เริ่มจากไปกันทีละคนสองคน โทษทัณฑ์ที่ฉันเลือกคนผิด ชดใช้แค่นี้ก็น่าจะพอได้แล้วไหม?ปล่อยฉันไปสักทีเถอะ!!ฉันไม่อยากนอนอยู่อย่างนี้อีกต่อไปแล้ว!!
ความรู้สึกทรมานที่รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างแต่ทำอะไรไม่ได้เลยสักนิดมันทำให้ฉันเริ่มเป็บ้าขึ้นทุก ๆ วัน
ได้โปรด!! ช่วยปลดปล่อยฉันไปจากตรงนี้สักที!!
ใครก็ได้ ขอร้องล่ะ!!
...............................................................................................................................
ฉันคงจะชะล่าใจเกินไปหน่อยสินะเพราะตลอดหลายเดือนมานี้ฉันหลีกเลี่ยงการติดต่อของเขามาโดยตลอด ก็เลยลืมตัวไปสินะฉันนี่มัน!!
เขาค่อยๆ นั่งลงที่พื้นและจับขาฉันอย่างเบามือ ยุนจึงลุกขึ้นแล้วก็ถอยออกไปเล็กน้อย
“อึกก!!”
มันเจ็บร้าวไปทั้งขาเลย
“เจ็บมากเลยสินะครับบวมแบบนี้เหมือนว่ากระดูกจะหัก เดี๋ยวผมจะปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อนแล้วไปรักษาที่โรงพยาบาลอีกทีนะครับ”
จูวอนพูดพลางมองขาของหญิงสาวที่เขาพยายามติดต่อมาตลอดหลายเดือนไม่ว่าจะเป็การโทร การไปที่บ้านหรือที่ทำงาน แต่ก็ไม่เคยเจอเธอเลยสักครั้ง
เขารู้สึกดีใจที่ในที่สุดก็ได้เจอเธอสักทีแต่ก็ปนไปด้วยความรู้สึกที่ไม่พอใจเช่นกัน
“ช่วยไปรออยู่ด้านนอกก่อนนะ”
เขาหันไปพูดกับยุน
“ครับ”
ยุนตอบรับและกำลังจะเดินออกไปแต่หญิงสาวดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้
“ไม่ต้องออกไปก็ได้มั้งคะ”
เธอพูด
“ไม่ต้องกลัวเจ็บหรอกครับผมจะทำอย่างเบามือ”
จูวอนพูดพร้อมกับพยักหน้าเชิงบอกให้ยุนออกไป
“........เอ่อ.......ครับ.......”
ยุนหันไปมองหน้าจูเลียอย่างลังเลก่อนจะเดินออกไป
“บังเอิญจังเลยนะว่าไหม?ดีใจที่ได้เจอกันอีกนะ”
จูวอนพูดพลางเดินไปหยิบอุปกรณ์ต่างๆ มาตั้งข้าง ๆ จูเลีย
“......................”
หญิงสาวไม่ได้ตอบกลับอะไรออกไปเพราะเธออยากจะออกไปจากห้องนี้เต็มทีแล้ว
“ไม่ดีใจที่ได้เจอฉันเหรอจูเลีย?”
เขาค่อยๆ ดามขาให้จูเลียช้า ๆ อย่างพิถีพิถัน
“........................”
หญิงสาวยังคงไม่ได้ตอบกลับอะไรออกไป
“ฉันคิดถึงมากเลยนะรู้ไหม?”
เขาเลื่อนมือตามขาของเธอขึ้นไปช้าๆ
เพียะ!!
จูเลียปัดมือเขาออกอย่างแรง
“ที่เหลือแค่พันให้เสร็จใช่ไหม?เดี๋ยวฉันทำเอง”
เธอพูดพลางก้มลงมาพันผ้าที่ขาอย่างทุลักทุเล
“เดี๋ยวทำให้อยู่เฉย ๆ เถอะน่า”
เขาดึงตัวหญิงสาวที่ก้มอยู่ให้ขึ้นมานั่งเฉยๆ
“ปล่อย!! ฉันจะทำเอง ไปให้พ้น!!”
จูเลียฝืนแรงดึงของเขา
โครมมม!!
ด้วยแรงดึงของเขาและการทรงตัวที่ไม่สมดุลของจูเลียทำให้ทั้งคู่ล้มลง
“โอยยย!!”
จูเลียร้องออกมาเพราะที่รู้สึกเจ็บอยู่แล้วมันเจ็บมากกว่าเดิม
“ก็บอกว่า........ให้อยู่....เฉยๆ”
ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ อย่างหัวเสียขณะที่พยายามลุกขึ้นจากตัวจูเลีย
“เกิดอะไร........ขึ้น?”
เสียงยุนดูใ
และสภาพตอนที่ยุนเห็นคือจูเลียนอนอยู่ที่พื้นพร้อมกับชายร่างบางที่คร่อมเธออยู่ข้าวของที่วางอยู่ข้าง ๆ ก็กระจัดกระจ่ายไปคนละทิศคนละทาง
“ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ?”
ยุนถามด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย
“ฉันสะดุดล้มน่ะ”
ชายคนนั้นพูดพลันลุกขึ้น
“พี่เจ็บไหม?เป็อะไรมากรึเปล่า?”
ยุนตรงมาช่วยพยุงจูเลียพร้อมกับชายคนนั้น
“ปล่อย!!”
เธอหันไปทำตาขวางใส่จูวอนเขาจึงปล่อยมืออกจากเธอ
“งั้นเดี๋ยวจะช่วยพันให้เสร็จนะ”
เขาพูดพร้อมกับเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายมาวางไว้
“ไม่ต้อง!! ฉันมีคนช่วยแล้ว ยุนช่วยพี่หน่อยสิ”
จูเลียปฏิเสธอย่างหนักแน่นและหันมาขอความช่วยเหลือจากยุน
“ได้ครับ”
ยุนค่อยๆ นั่งลงแล้วก็เริ่มพันผ้าให้อย่างเบามือ
“เจ็บไหมครับ?”
เขาพันผ้าพร้อมกับถามอย่างเป็ห่วง
“....................”
ส่วนชายคนนั้นก็เดินออกไปนอกห้องอย่างหัวเสียเล็กน้อย
โลกเรามันจะกลมได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?
ก็ว่าอยู่ว่าทำไมหน้าตาของอาจารย์ในห้องพยาบาลถึงได้ดูคุ้น ๆ เป็เขานี่เองสินะผู้ชายที่โยนดอกกุหลาบใส่เมื่อตอนนั้น
งั้น......พี่จูเลียก็คือผู้หญิงในตอนนั้นเหรอ?ก็ว่าอยู่ว่ารู้สึกคุ้น ๆ กับเธอ เหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน แต่ตอนนั้นไม่เห็นหน้าซะด้วยจะใช่หรือเปล่านะ? แต่ตอนที่ล้มเมื่อกี้รูปร่างประมาณนี้ก็เหมือนจะเป็คนเดียวกับตอนนั้นอยู่นะ
และในตอนนั้นก็รู้สึกเหมือนว่าเธอจะตกอยู่ในสถานการ์ที่ไม่ค่อยดีก็เลยออกตัวช่วยไปนิดหน่อย
แล้วหลังจากนั้นเธอก็าเ็ด้วยนี่!! ทำไมเธอถึงได้เจ็บตัวตลอดเลยล่ะ? แต่ครั้งนี้มันเป็ความผิดของฉันนี่!!
“เจ็บสิ”
จูเลียตอบเขาด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า
“เจ็บมากเลยเหรอครับ?ผม........ขอโทษนะครับที่ไม่ระวังจนทำให้พี่ต้องเป็แบบนี้”
ยุนพูดด้วยแววตาที่รู้สึกผิด
“ไม่หรอกมันเป็อุบัติเหตุ ไม่ใช่ความผิดของยุนหรอกนะ”
เธอลูบหัวยุนอย่างอ่อนโยน
“เสร็จแล้วครับเดี๋ยวผมจะพาพี่ไปโรงพยาบาลนะ เดินไหวไหม?”
ยุนพยุงจูเลียให้ลุกขึ้นยืนแต่เหมือนตอนนี้มันจะร้าวไปทั้งขาของเธอแล้ว
“น่าจะ...........”
จูเลียตอบอย่างลังเล
“ขออนุญาตนะครับ”
เขาถอดเสื้อสูทออกมาพันรอบเอวหญิงสาวก่อนจะยกตัวของเธอขึ้นมาอุ้มท่าเ้าหญิง
“เดี๋ยวสิแบบนี้มันหนักนะ”
จูเลียใกับการกระทำของเขา
“แบบนี้มันจะเร็วกว่าอดทนหน่อยนะครับ”
เขายิ้มให้เธอก่อนจะเดินตรงออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆ
“รถใครเหรอ?”
จูเลียถามตอนที่ยุนอุ้มเธอขึ้นรถ
“ผมยืมรถรุ่นพี่ตอนที่ออกมาจากห้องพยาบาลน่ะครับไม่ต้องเป็ห่วงเื่ความปลอดภัย เพราะผมมีใบขับขี่”
เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจก่อนจะขับรถออกมา
“จริงไหมเนี่ย!!”
จูเลียถามเชิงแหย่เล่น
“จริง ๆ นะครับพี่ไม่เชื่อผมเหรอ?”
เขาหันมาทำหน้าเหมือหมาหงอย
“เชื่อสิ”
เธอตอบ
“ว่าแต่เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
ยุนถามด้วยความสงสัย
“แฟนเก่าน่ะ”
จูเลียตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“อ๋อ”
ใช่เธอจริงด้วย!!งั้นก็คงจะเลิกกันตอนนั้นสินะ
แล้วกลุ่มผู้ชายพวกนั้นก็ไม่ได้เป็พี่ของเธอแต่เป็เพื่อนกัน!!ถ้าดูจากที่เธอเล่าให้ฟังตอนสัมมนา แต่เดี๋ยวนะ!!งั้น.....คนที่มาจับตัวเธอที่หน้าร้านคาเฟ่ก็......เพื่อนของเธอ....เหรอ?
พอมานึกย้อนไปก็คุ้นหน้าของพวกเขาเช่นกันหนึ่งในนั้นคือคนที่บอกให้เอาช่อดอกกุหลาบไปให้อาจารย์ห้องพยาบาลตอนนั้นสินะ
เพราะใช้ชีวิตวุ่นวายกับการทำงานหาเงินเรียนและอีกหลาย ๆ อย่างก็เลยลืมไปเพราะมันเป็เหตุการณ์วุ่นวายที่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป
ความคิดในหัวของยุนเริ่มเข้าที่เข้าทาง
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงโรงพยาบาลจูเลียก็ได้รับการรักษาอย่างดีและเธอบอกให้ยุนกลับไปก่อนเพราะว่าไม่รู้ว่าจะรักษาเสร็จเมื่อไหร่
...............................................................................................................................
กริ๊งงง!!
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นระหว่างที่ผมกำลังนั่งรอพี่จูเลีย
“ไงครับคุณซี”
ผมทักปลายสาย
“ยุน ไฟไหม้หอพักของแกว่ะ”
เสียงปลายสายบอกเรียบๆ
“ห๊ะ!!แล้วตอนนี้สถานการณ์เป็ไง”
ผมใกับสิ่งที่ได้ยิน
“ตอนนี้ทุกอย่างถูกควบคุมได้หมดแล้วั้แ่ชั้น 2ถึงชั้น 4 เสียหายหนักมาก ส่วนชั้น 5 เสียหายเล็กน้อย”
เสียงปลายสายอธิบายเรียบๆ
เอาไงดีจะไปที่หอพักตอนนี้เลยดีไหม?แต่จะทิ้งพี่เขาไว้ได้ไง ถึงพี่จูเลียจะบอกว่าให้กลับไปก่อนได้ก็เถอะแต่มันออกจะไร้ความเป็มนุษย์เกินไปไหมนะ? แต่แค่ไปดูแล้วก็กลับมาก็คงจะไม่เป็ไรหรอกมั้ง
ทั้งๆ ที่เป็ความผิดของตัวเองแท้ ๆ จะไม่รับผิดชอบหน่อยหรือไง ไอบ้าเอ้ย!!
“แกควรหาที่นอนที่อื่นไปก่อน อ่อ แล้วก็พรุ่งนี้ไม่มีเรียนผู้อำนวยการสั่งหยุด”
เสียงปลายสายบอก
“โอเค ๆ”
ยุนตอบ
..........ตื้ดดด..........
ปลายสายตัดสายไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่แจ้งธุระเสร็จ
ถึงจะพกเอกสารสำคัญๆ ติดตัวมาด้วยตลอด แต่ของในห้องก็ยังน่าเป็ห่วงทถ้าไปลามไปไม่ถึงก็คงจะดี แต่ชั้น3เสียหายหนักมากสินะ
ทำไมปัญหาถึงเข้ามาไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อนเลยนะหรือว่าฉันจะเป็ตัวปัญห........
“มากับคุณจูเลียเหรอครับ?”
เสียงถามของคุณหมอทำให้ความคิดที่ฟุ้งซ่านกระจ่ายออกไปจนหมด
“ครับ!!ใช่ครับ”
ผมตอบ
“คุณาเ็ด้วยนี่ครับไปทำแผลหน่อยดีไหม?”
คุณหมอทำสีหน้าเป็ห่วง
“อ๋อไม่เป็ไรครับ พอดีทำแผลเบื้องต้นมาแล้วครับ”
ยุนบอกพลางลูบพลาสเตอร์ยาที่จูเลียแปะให้ก่อนหน้านี้
“งั้นเชิญทางนี้ครับ”
คุณหมอเดินนำไปที่ห้องพักฟื้นห้องหนึ่ง
“พี่ครับเป็ยังไงบ้างครับ?”
ผมเดินตรงไปถามหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงอย่างรู้สึกผิด
“ก็ตามที่เห็นแหละไม่ได้เป็อะไรมากหรอก”
เธอตอบพร้อมกับยิ้มให้ผม
“ฮึ!!ไหนบอกว่าจะดูแลตัวเองอย่างดีไงครับ”
คุณหมอพูดขึ้น