ที่บ้านของเรียวจิ ตอนนี้เพื่อนๆในห้องเรียนทั้งสิบคนต่างมากันพร้อมหน้า โจแอนนามีทีท่าหงุดหงิดเล็กน้อย ที่ถูกชวนมาเพราะเื่เล็กน้อยอย่างอัญเชิญสัตว์ภูติ แต่แล้วเธอก็เปลี่ยท่าที เมื่อจู่ๆเรียวจิมอบศิลานักปราชญ์ให้กับเธอ และลูเธอร์ ซึ่งมูลค่าของมันนั้นมากกว่าห้าพันเหรียญทองด้วยซ้ำ
“กลุ่มของพวกเราทั้งสิบคน ฉันตั้งใจเอาไว้แล้ว ว่าจะต้องมีสัตว์ภูติอัญเชิญกันคนละตัว” เรียวจิกล่าวพลางมองสื่ออัญเชิญในมือของทุกคน เขายิ้มร่าด้วยท่าทางอารมณ์ดี “มาทำให้ห้องหนึ่งของพวกเรา เด่นที่สุดในสิบห้อง และแตกต่างจากห้องอื่นยิ่งกว่าเดิมกันเถอะ”
“คือผมยินดีอยู่หรอกนะครับ” ลูเธอร์กล่าวพลางมองศิลาในมือของตัวเอง “ที่ได้สื่ออัญเชิญสัตว์ภูติมาโดยไม่คิดมูลค่า แต่ผมไม่รู้ว่าจะตอบแทนเ้าชายยังไงดีน่ะสิ มันมากมายเกินไป”
“อย่าคิดมากสิ ลูเธอร์” เรียวจิกล่าวอย่างเป็กันเอง “ดูอย่างคนที่นายต้องคุ้มครองสิ โจแอนนายังไม่เห็นบ่นอะไรเลย”
โคโตโนฮะเดินออกมาหน้าแถว เพื่อเตรียมอธิบายถึงรายละเอียดสัตว์อัญเชิญให้ทุกๆคนฟัง
“ว่าแต่ทุกคนมีอะไรจะสอบถามไหมคะ เกี่ยวกับสัตว์ภูติ ฉันจะอธิบายก่อน เพื่อที่พวกเราจะได้อัญเชิญสัตว์ภูติกันได้อย่างราบรื่น ไม่ผิดพลาดอะไร” โคโตโนฮะกล่าวพลางกวาดตามองไปทั่ว มีโจแอนนาและลูเธอร์ที่ยกมือ ที่เหลือเหมือนจะรู้กันหมดแล้ว
“สัตว์ภูติมีพลังเวทเจ็ดสายในตัวเหมือนจอมเวทไหมคะ คุณไทจิ” โจแอนนาเอ่ยถาม ั้แ่เธอรู้ว่าจะต้องอัญเชิญสัตว์ภูติเหมือนกัน เธอก็ตั้งใจเก็บข้อมูลทันที
“สัตว์ภูติจะต่างจากมนุษย์เรา ตรงที่มันมีพลังแค่ธาตุเดียว นับั้แ่อัญเชิญออกมาค่ะ” โคโตโนฮะตอบคำถามกลับไป “แต่พลังธาตุเดียวของมัน แข็งแกร่งกว่าธาตุหลักของเราเสียอีก จึงไม่เป็การฉลาดเลย หากจะสู้กับสัตวภูติด้วยการปะทะซึ่งๆหน้า เราควรให้สัตว์ภูติ สู้กับสัตว์ภูติด้วยกันค่ะ”
“ได้ยินมาว่าให้เลือกเวลาและสถาณที่อัญเชิญสัตว์ภูติ หมายความว่ายังไงครับ” คราวนี้ลูเธอร์เอ่ยถาม “มันส่งผลต่อสัตว์ภูติขนาดนั้นเลยหรือ”
“มีคนพิสูจน์มาแล้วน่ะค่ะ ว่าสถาณที่และ่เวลาอัญเชิญสัตว์ภูติ ส่งผลต่อสัตว์ภูติที่จะปรากฏตัวออกมา ยกตัวอย่างเช่นเอาหินรูนธาตุน้ำระดับสูงไปอัญเชิญสัตว์ภูติใกล้ทะเลสาบ ก็อาจจะได้ลูกัทะเล กลับกัน เอาหินชนิดเดียวกัน อัญเชิญโดยคนเดียวกัน แต่เปลี่ยนเป็อัญเชิญในบ้านพัก ปรากฏว่าเขาอัญเชิญได้หมาป่าน้ำแข็ง ทำนองนี้น่ะค่ะ”
“น่าสนุกนะคะ” เซร่ากล่าว “เลือกที่เหมาะๆ และต้องคอยลุ้นด้วย ว่าสัตว์ภูติของเราจะออกมาเป็ตัวอะไร ธาตุไหน”
“โชคดีที่พรุ่งนี้เป็วันอาทิตย์” เรียวจิกล่าว “พวกเราทั้งหมด ทำการอัญเชิญสัตว์ภูติในวันพรุ่งนี้ และมาอวดสัตว์ภูติที่ได้กันเถอะ ว่าแต่ละคนจะได้อะไร”
“ขาดคนหนึ่งน่ะ” เรนเดลกล่าวพลางอมยิ้ม “เหมือนฉันจะจำได้ว่าห้องเรามีสิบเอ็ดคนน่ะ”
“ไอ้บ้านั่นช่างหัวมันเถอะ” เรียวจิหมายถึงโจเซฟจอมดูถูก ที่มาจากอาณาจักรเสือขาว “ต่อให้เราชวน มันก็ไม่มาหรอก ท่าทางรังเกียจพวกเราจะตาย”
“สุดท้ายนี้ผมขอเสริมอะไรสักเล็กน้อยครับ” เรนเดลยกมือกล่าว ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับห้อง
“การอัญเชิญสัตว์ภูติ จะได้ตัวแข็งแกร่ง หรือว่าอ่อนแอในแรกเริ่มนั้น อยู่ที่พลังของสื่ออัญเชิญ ฉันขอแนะนำให้ทุกคนใส่พลังลงในสื่ออัญเชิญให้มากที่สุด เพื่อที่ตอนอัญเชิญมา จะได้สัตว์ภูติที่แข็งแกร่ง”
“ถ้าใส่พลังมากๆ ก็จะแข็งแกร่งในระดับที่รับมหาเวทแทนเ้านายได้สินะคะ” เซร่าเอ่ยถาม เธอจำการต่อสู้ของเรนเดลกับเรียวจิได้ ที่สัตว์ภูติทั้งสองต่างรับพลังแทนนายตนได้โดยไม่ตาย
“และเราจะใส่พลังลงในสื่ออัญเชิญยังไงครับ คุณเรนเดล” ลูเธอร์ยกมือถามทันที สีหน้าเขาดูยินดีที่ได้คำแนะนำจากเรนเดล เขานับถือเรนเดลั้แ่ที่เรนเดลรู้เื่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่สาบสูญ ครั้งั้แ่ปฐมนิเทศน์แล้ว
“ปกติพลังมานาของเราจะสูญเปล่าไปกับการร่ายเวทสินะ...แต่การเติมพลังเวทลงในสื่ออัญเชิญ ไม่ใช่การสูญเปล่า” เรนเดลกล่าวแนะนำสั้นๆ ก่อนที่ลูเธอร์จะยกมือต่อ
“ผเคยลองแล้ว มันหายไปราวกับว่าเราเอาเกลือละลายลงในน้ำน่ะครับ”
“ฉันเข้าใจว่าใส่แล้วพลังจะสูญหาย แต่ลองอัดเข้าไปเรื่อยๆ อาศัยการไหลวนจนพลังของลูกแก้วเพิ่มขึ้นอย่างเป็ธรรมชาติดูสิ เมื่อบังคับให้มานาหมุนวน มันจะเกิดแรงหน่วงภายในลูกแก้ว จนพลังไม่ระเหยไปไหน”
ลูเธอร์พยายามนึกภาพตาม เรนเดลสังเกตุได้ว่าโคโตโนฮะ เซร่า และโจแอนนาที่ดูเหมือนจะเข้าใจที่เขาพูด ทั้งสามเริ่มส่งพลังของตนลงในลูกแก้วทันที และบังคับพลังของตนให้หมุนวนอยู่อย่างนั้น
“...อย่าเผลอสอนการโคจรประสานเวทเสียเองล่ะ” เรียวจิแอบกระซิบที่หูของเรนเดลเบาๆ ก่อนจะเดินวนรอบทั้งสามคนที่เพิ่มพลังให้ศิลานักปราชญ์
หลังจากที่ทุกคนได้สื่ออัญเชิญกันหมด พวกเขาและเธอก็แยกย้ายกลับที่พัก มีฮายาโตะกับเร็นที่อยู่บ้านพักของเรียวจิต่อ ส่วนที่เหลือเดินทางกลับพร้อมกับเรนเดล
“ผมอยากได้สัตว์อัญเชิญธาตุมืดเหมือนกับจิ้งจอกของเรนเดล” ลูเธอร์กล่าวขึ้น “ถ้าผมไปรออัญเชิญตอนเที่ยงคืน ในป่ามืดๆ คิดว่าจะได้ผลมั้ยครับ คุณเรนเดล”
“ถ้าอัญเชิญดึกดื่นจนถึงเที่ยงคืน สัตว์ที่ออกมาส่วนใหญ่จะเป็ประเภทสุนัข” เรนเดลกล่าวแนะนำ “ส่วนจะเป็ธาตุมืดมั้ยอันนี้ไม่แน่ใจ”
“ไม่ใช่ครั้งแรกสินะครับ ที่อัญเชิญสัตว์ภูติ” ลูเธอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เรนเดลพยักหน้ารับเล็กน้อย
“นายอัญเชิญตอนไหน” ไอรินเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ทำไมฉันไม่รู้เื่”
“ปล่อยมันกลับเข้าป่าไปแล้วน่ะ ตอนเธอไม่ได้สังเกตุ” เรนเดลโกหกคำโตเพื่อที่จะจบเื่ เมื่อสามร้อยปีก่อนสัตว์ภูติอัญเชิญของเขาคือหมาป่าดำโลหิต มันทั้งดุร้ายและทรงพลัง แต่ซื่อสัตย์กับเขาที่สุด ในการปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้าย เขาทิ้งมันไว้ที่บ้าน และเลือกจะสละชีพเพียงลำพัง เขาไม่แน่ใจว่าป่านนี้มันยังอยู่ไหม หรืออาจตายไปแล้วก็ได้
“ปล่อยสัตว์ภูติอัญเชิญ โกหกคำโตเลยนะเรนเดล ปล่อยได้ที่ไหนกัน” ไอรินยังคงคะยั้นคะยอ แต่เรนเดลไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาสนใจจะคุยกับลูเธอร์ต่อเท่านั้น
“นอกเขตปลอดภัย” เรนเดลกล่าวลอยๆ “ลูเธอร์ ถ้านายอยากได้สัตว์ภูติที่ทรงพลัง และเป็ธาตุมืด ฉันคิดว่าอาจต้องออกไปนอกเมือง เพราะที่นั่นมีกลิ่นไอของความมืดเข้มข้นมากกว่าที่นี่”
“พอไหวอยู่นะครับ” ลูเธอร์กล่าว “เห็นแบบนี้แต่ระดับจอมเวทสากล ผมสอบได้ระดับลูกแก้วเขียวแล้ว เื่ออกไปน่ะไม่ใช่ปัญหา”
“อย่าไปคนเดียว หาเพื่อนไปด้วยล่ะ” เรนเดลกล่าว “ด้านนอกนั่นน่ากลัวกว่าที่พวกเราคิด จะให้ดีไว้จะออกไปเมื่อไหร่บอกฉัน ฉันจะไปด้วย”
“งั้นฉันขอไปด้วย” ไอรินกล่าวก่อนจะเดินมาจับชายเขนเสื้อเรนเดล “ดูซิว่านายจะยังเมินฉันได้อีกไหม เรนเดล”
“แบบนี้ก็สนุกสิคะ” โคโตโนฮะที่เดินนำหน้าไปเกิดได้ยินเข้า เธอจึงหันกลับมา “งั้นฉันขอไปอัญเชิญมอนสเตอร์นอกเขตปลอดภัยบ้าง อยากรู้เหมือนกันว่ามอนสเตอร์ธาตุแสงนอกเขตปลอดภัย จะออกมาเป็ตัวอะไร”
“ถ้าทุกคนว่าอย่างงั้น ฉันก็ไปด้วยค่ะ” เซร่ากล่าวก่อนจะเดินมาใกล้เรนเดล “ฉันตั้งใจเอาไว้แล้วว่าตอนอัญเชิญ อยากให้เรนเดลอยู่ดูด้วยกัน”
“นึกว่าไปเที่ยวสวนสนุกกันหรือไง!!” โจแอนนากล่าวเสียงดุใส่ทุกคนทันทีที่เธอได้ยิน “มีนักเรียน และจอมเวทตั้งหลายคน ที่ไปยังเมืองที่ล่มสลาย พวกเขาหรือเธอต้องกลายเป็อันเดด และไม่ได้กลับเข้ามาอีก...อย่าคิดว่านี่เป็เื่เล่นๆนะ”
“ขอโทษค่ะ” เป็เซร่าที่เอ่ยออกมา โจแอนนาไม่ได้สนใจเธอ เธอมองลูเธอร์ตาขวาง ก่อนจะสั่งให้เขาแยกย้ายออกจากกลุ่ม และกลับที่พักพร้อมกับเธอ
“พี่ชายของพวกเรา...เขาออกไปนอกกำแพง และไม่ได้กลับเข้ามาน่ะค่ะ” เซร่ากล่าวเสียงเศร้า ทำเอาทุกคนเงียบตามทันที “พี่ของโจแอนนาและฉัน เป็หน่วยลาดตระเวณที่กล้าหาญ เขาไปช่วยเด็กนักเรียนที่ลอบเข้าไปในเขตแดนของคนตายและไม่ออกมา จนเขาต้องตายเสียเอง แต่อย่างน้อยกลุ่มเด็กพวกนั้นก็รอดชีวิตน่ะค่ะ”
“งั้นล้มเลิกการทัวร์คราวนี้” เรนเดลกล่าว “คืนนี้ขอให้ทุกคนกลับไปเพิ่มพลังในศิลาของตัวเองให้เต็มที่ และพรุ่งนี้เช้าค่อยแยกย้ายไปตามสถาณที่ๆตัวเองชอบแล้วกันนะครับ”
“พูดอย่างกับตัวเองเป็หัวหน้าเลยนะ” ไอรินกล่าวแซวเรนเดลพลางส่งยิ้ม เรนเดลพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร
“เพราะทุกคนรู้ว่าเรนเดลแข็งแกร่งขนาดไหนยังไงล่ะคะ” เซร่ากล่าวสนับสนุนเรนเดล “พวกเราเลยไว้ใจให้เรนเดลคอยชี้แนะ”
ในที่สุดทุกคนก็แยกย้ายกลับกันหมด เหลือเพียงเรนเดลที่สอนเวทให้กับเซร่าตรงสนามบอลข้างหอพักชาย เขาแนะนำวิชาก้าวกริบตาให้กับเซร่า และฝึกให้เธอสลับกระแสมานา ซึ่งเป็เทคนิคชั้นสูง และเขายังแอบสอนการโคจรกระสานเวทอย่างแเี โดยที่เซร่าไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังฝึกอยู่ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพลังเวทในร่างของเธอ เทียบเท่ากับคนฝึกเวทมาแล้วถึงสามปี ทั้งที่เรียนกับเรนเดลแค่ไม่กี่ครั้ง หากนับจำนวนชั่วโมงแล้ว เรียกได้ว่ายังไม่ทันข้ามวันด้วยซ้ำ
“เรนเดลคะ ขอถามหน่อยค่ะ” เซร่ากล่าวพลางมองไปรอบๆ “อันที่จริงฉันสังเกตุมาหลายครั้งแล้วน่ะค่ะ ว่าทุกครั้งที่เรนเดลสอนวิชาให้ฉัน รอบๆจะไม่มีใครอยู่เลย”
เรนเดลหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเดินมาใกล้กับเซร่า หลังจากนั้นเขาก็เรียกมหาวงเวทขนาดใหญ่ขึ้นมา ก่อนจะสั่งให้มันหยุดทำงาน…
เรนเดลและเซร่ากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสนามบอล ซึ่งมีนักเรียนของชมรมฟุตบอลกำลังฝึกซ้อมอยู่ พวกเขาต่างใกันเป็แถบ ที่จู่ๆสองคนนี้ก็โผล่มากลางสนาม
เรนเดลยกมือขอโทษก่อนจะรีบพาเซร่าออกไปทันที เซร่าในตอนนี้มีสีหน้าสงสัยอย่างมาก ว่าเกิดอะไรขึ้น
“มิติจำลองน่ะ เป็หนึ่งในเคล็ดวิชาของมหาเวทสะบั้นมิติ” เรนเดลกล่าว “ฉันสามารถสร้างพื้นที่เขตแดนทับซ้อนกับพื้นที่จริงได้ และบังคับให้ฉันและคนรอบข้าง อยู่ในมิติของฉันเอง...ช่วยเก็บเอาไว้เป็ความลับด้วยนะ เพราะมันเป็ท่าสำคัญของฉัน”
“เรนเดลคะ ยังมีอะไรที่ซ่อนเอาไว้จากพวกเราอีกหรือเปล่า” เซร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงสัย “ถ้าแบบนี้ก็หมายความว่าแม้กระทั่งเ้าชายเรียวจิ เรนเดลก็ไม่เคยคิดจะเอาจริงเลยน่ะสิ”
“แข็งแกร่งกว่าคนอื่นจนมากเกินไป มันไม่ใช่ผลดีหรอกนะ” เรนเดลกล่าวพลางถอนใจ “อยู่ในจุดที่สูงเกินไป ฉันก็อาจต้องอยู่คนเดียว และคงไม่มีความสุขแบบนี้น่ะ”
ระหว่างที่เรนเดลกำลังคุยกับเซร่า ชมรมฟุตบอลเกิดหยุดซ้อมกันดื้อๆ พลางชี้ไปทางเดียวกัน คนของสภานักเรียนกำลังเดินทางมาหาเรนเดล มาจิน่าและอัสรันนั่นเอง
“เรนเดลสินะคะ” มาจิน่ากล่าวก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ชิดเรนเดลอย่างมาก จนเขาได้กลิ่นน้ำหอม จากนั้นเธอกระซิบคำพูดที่ข้างหูของเขาว่า “ฟอกการ์ด”
เรนเดลกำหมัดแน่นทันที พลางมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ คนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก กำลังรู้ตัวจริงของเขา ซึ่งมีแค่อาจารย์และโคโตโนฮะเท่านั้น นอกเหนือไปจากไอริน ที่รู้ความลับนี้
“...คิดว่าคนที่ราชรัฐจิ้งจอกแดงจะจำนายไม่ได้กันหมดหรือ เ้าชายเรนเดล” มาจิน่ายังคงกระซิบที่หูของเขาต่อ เธอเหล่มองเซร่าซึ่งกำลังมีทีท่าโกรธอยู่ ก่อนจะแกล้งเอาหน้าแนบชิดกับเรนเดลยิ่งกว่าเดิม
“ในเมื่อรู้ตัวจริงของฉัน...ก็ขอเตือนว่าอย่าลองดีกับกษัตริย์” เรนเดลตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า แต่อีกฝ่ายไม่กลัวเกรงใดๆ เธอถอยออกมาก่อนจะพูดเื่สำคัญ
“ฉันมาในนามของสภานักเรียน” มาจิน่ากล่าว “นายได้รับการแนะนำจากอัสรัน เพื่อนในสภาของเรา ฉันเลยมาหานายถึงที่ เพื่อที่จะเชิญนายไปกับเราเสียหน่อยน่ะ”
อัสรันซึ่งอยู่ด้านหลังโบกมือให้กับเรนเดลอย่างเป็กันเอง บนหัวของเขามีลูกนกอินทรีย์สีม่วงขนาดเล็กน่ารักเกาะอยู่บนหัว เรนเดลเดาว่าอัสรันเอาศิลานักปราชญ์ที่ได้จากแอน มาทำการอัญเชิญมอนสเตอร์
“จริงๆเราพร้อมรับเรนเดลและเ้าชายเรียวจิเป็สภานักเรียนอยู่แล้ว” มาจิน่ากล่าว “แค่เรียกเพื่อไปกรอกเอกสารเท่านั้นแหละ แน่นอนว่ามีงานมากมายรอให้เรนเดลคอยทำอยู่ หลังเข้ามาอยู่ในสภาแล้ว”
“แต่ว่าเรนเดลยังไม่ตกลงเลยนะคะ” เซร่ากล่าวแย้ง “ถึงมันจะน่ายินดีก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ควรจะถามเรนเดลเขาก่อนสิ”
“เรนเดลจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน ใช่ไหมคะ” มาจิน่าถามพลางส่งยิ้มอย่างมีเลศนัยให้กับเขา “เพราะข่าวสำคัญที่ฉันพึ่งกระซิบบอกเมื่อกี้”
มาจิน่าส่งยิ้มให้เรนเดล ก่อนจะกระซิบคำว่าฟอกการ์ดออกมาเบาๆ ทำเอาเรนเดลกัดฟันแน่น
“จริงๆก็ไม่เสียหายหรอกนะ” เรนเดลกล่าวพลางถอนใจ “อยู่ในสภาดีเสียอีก ได้มีผลงานเข้าตาอาจารย์ด้วย”
“ฉันเต็มใจต้อนรับเลยล่ะ” อัสรันกล่าวก่อนจะยื่นมือมาให้เรนเดลจับ “สภานักเรียนขอต้อนรับพวก ฉันรู้สึกยินดีจริงๆ ที่สภาเรามีคนเก่งอย่างนายมาอยู่ด้วย”
“ยังเหลือที่นั่งในสภานักเรียนอีกกี่ที่คะ สำหรับปีหนึ่ง” เซร่าเม้มปากแน่น ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา
มาจิน่ายิ้มรับทันที เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย ก่อนจะหยิบเอกสารการลงสมัครคัดเลือกจากวงเวทเก็บของขนาดเล็ก แล้วส่งให้เซร่า
“มีที่นั่งในสภาสำหรับปีหนึ่งอีกสามที่ แน่นอนว่านั่นคือใบสมัครสอบคัดเลือก เธอต้องผ่านการทดสอบ และแข่งขันกับคนที่ลงชิงตำแหน่งเหมือนเธออีกนับสิบคน”
“ฉันจะเข้าไปให้ได้ค่ะ” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่ทว่ามาจิน่าไม่ได้สนใจเธอมากนัก เธอหันมาคุยกับเรนเดลต่อ
“เอาล่ะคุณเรนเดล รบกวนไปกับพวกเราที่ห้องสภาหน่อยค่ะ ตอนนี้เลย”
เรนเดลโบกมือลาเซร่า ก่อนจะเดินตามหลังสภานักเรียนไปทันที เซร่าสังเกตุสีหน้าเครียดของเรนเดลได้ เธอไม่อยากทิ้งเขาไปเลย
เซร่าตัดสินใจเดินตามกลุ่มสภานักเรียนไปห่างๆทันที และเมื่อมาถึงบริเวณอาคารสภานักเรียน ซึ่งเป็อาคารไม้เก่าแก่สองชั้น ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ เธอก็ตัดสินใจลอบเข้าไปทันที
เซร่าใช้เวทธาตุมืดและแสงผสานกัน ตามที่เรนเดลสอน หักเหแสงไม่ให้กระทบกับร่างของเธอ และเวทธาตุมืดคอยช่วยลบตัวตน ก่อนที่จะใช้วิชาตัดกระแสมานาในร่างทันที ตอนนี้เธอไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ล่องหนแล้ว ยากที่ใครจะจับตัวตนของเธอได้
เซร่าใช้เวทลอยตัวขึ้นไปบนระเบียงอาคารไม้ชั้นสอง เขาเห็นเรนเดลนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับมาจิน่า พร้อมกับกรอกเอกสารยืนยันตน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เธอได้ยิน
“ทางเราจะขอรับรองความลับของคุณค่ะ ฝ่าา” มาจิน่ากล่าว “เื่ที่ตัวจริงของคุณคือกษัตริย์แห่งราชรัฐจิ้งจอกแดง สภานักเรียนจะช่วยปกปิดเอาไว้ แต่แลกกับว่าคุณนั้นก็ต้องทำงานที่สภามอบให้อย่างเคร่งครัด”
“รู้กันกี่คนล่ะ เื่ตัวจริงของฉัน” เรนเดลกล่าวเสียงขุ่น “ฉันอยากรู้จริงๆว่าบุตรขุนนางคนไหนในราชรัฐจิ้งจอกแดง เปิดเผยเื่นี้กับพวกเธอ”
“บอกไม่ได้ค่ะ” มาจิน่ากล่าวเสียงเรียบ “เขาอุตส่าห์มีบุญคุณกับฉัน ทำให้ฉันถือไพ่เหนือกว่าคุณ...ได้ยินมาว่าคุณต้องสละบัลลังค์ทันทีเลยนี่ ถ้าคนนอกรู้ถึงตัวจริงของคุณ”
“มันก็ไม่ขนาดนั้นหรอก” เรนเดลกล่าว “ยังไงก่อนที่ฉันจะเข้ามาเรียน พวกอาจารย์และเ้าหน้าที่ธุรการก็รู้กันทั่วอยู่แล้วนี่ ฉันก็แค่บอกว่าคนอื่นเปิดเผย ฉันไม่ได้พูดจากปากตัวเอง ยังไงก็ไม่มีปัญหาอะไร”
เรนเดลเขียนลายเซนของเขาลงในเอกสารอย่างหวัดๆ ก่อนจะผลักเอกสารการสมัครให้กับมาจิน่าด้วยท่าทีเหนือกว่า อันที่จริงเขาเป็กังวลเล็กน้อย ถ้าหลุดรู้กันแค่ไม่กี่คน เขาคงไม่มีปัญหากับมาริค แต่ถ้ารู้กันทั้งโรงเรียน เขาก็คงต้องสละราชบัลลังค์จริงๆ
“ฉันจะจำไว้ค่ะ ฝ่าา” มาจิน่ากล่าว “งานของสภานักเรียนจะเริ่มงานไม่เป็เวลา บางวันพระองค์อาจต้องตื่นมากลางดึกเลยก็มีนะคะ เตรียมใจเอาไว้เถอะค่ะ”
“และฉันจะรอ” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะผลักประตูเดินออกไปทันที
เซร่ารีบบินออกจากอาคารทันที เมื่อเรนเดลไปแล้ว ก่อนจะไปหลบอยู่ในสวนที่ห่างออกไปไกล เพื่อทบทวนเื่ที่ได้ยินมา
“เรนเดลไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็กษัตริย์ จากนี้ฉันจะวางตัวยังไงกับเธอดี เมื่อได้รู้ความจริงแล้ว”