"ถึงแม้ยังมีน้ำยาต้นกำเนิดเหลืออยู่ ระดับของเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟกลับหยุดนิ่งแล้ว ดูเหมือนว่าน้ำยาต้นกำเนิดระดับนี้จะไม่มีส่งผลต่อการพัฒนาระดับของเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟแล้ว"
"ข้าคาดว่าข้าต้องหลอมศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างสามก้อนนั้นเป็น้ำยาต้นกำเนิด"
"แต่ข้าถึงทางตันแล้ว ข้าทำได้เพียงให้เคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟหยุดนิ่งอยู่ที่ชั้นนี้เป็การชั่วคราว"
"อย่างไรก็ตามระดับของเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟในตอนนี้เพียงพอให้ข้าใช้แล้ว หลังจากข้าทะลวงผ่านเส้นลมปราณเส้นที่สี่ที่ห้าของขั้นสามัญหรือก่อนจะไปถึงขั้นสามัญระดับปลาย ข้าไม่จำเป็ต้องเพิ่มระดับของเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นแรกแล้ว"
"น้ำยาต้นกำเนิดที่เหลือตอนนี้ข้านำมาใช้เปิดชั้นสองของหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟได้พอดี"
"ไป!"
สิ้นเสียงะโของหานเฟิง น้ำยาต้นกำเนิดสองถ้วยที่เหลือหายไปในบัดดล ในขณะเดียวกันหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟก็สั่นะเือย่างรุนแรง
กระแสคลื่นของกลิ่นอายโบราณเวิ้งว้างแผ่ซ่อนออกมาผ่านช่องว่าง
หานเฟิงมองทั้งหมดนี้ด้วยความสงบ
หลังจากผ่านไปได้ระยะหนึ่ง แรงสั่นะเืก็หยุดลง
ยามนี้เอง บริเวณใจกลางพื้นที่ชั้นหนึ่งปรากฏลำแสงสีทองออกมา
ตามข้อมูลที่ได้รับสืบทอดมา หานเฟิงรู้ว่านี่คือทางเข้าจากชั้นหนึ่งไปยังชั้นสอง หานเฟิงเผยยิ้มออกมาแล้วค่อย ๆ ก้าวออกไป แสงสีทองพลันสว่างวาบ หานเฟิงหายตัวไปจากพื้นที่ของชั้นหนึ่ง
ชั้นสองของหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟล้วนเต็มไปด้วยหมู่เมฆสีขาวทุกหนทุกแห่ง ยกเว้นบริเวณใจกลาง ซึ่งโชนไปด้วยประกายแสงสีแดงแวววาวบาง ๆ
หานเฟิงเดินตามแสงสีแดงแวววาวมาถึงที่นี่
สระิญญาที่มีรัศมีราวหนึ่งถึงสองเมตรปรากฏอยู่เบื้องหน้าหานเฟิง น้ำพุิญญาในสระิญญามีความลึกเพียงครึ่งเมตร ทั้งยังส่องแสงสีแดงออกมา
"นี่คงเป็น้ำพุิญญาที่สร้างจากน้ำต้นกำเนิดที่เหลือ ไม่รู้ว่ามันจะพัฒนาระดับขั้นในการฝึกยุทธ์ของข้าได้เพียงใด? "
คิดถึงตรงนี้แล้ว หานเฟิงก็รีบถอดเสื้อผ้าออกในทันที แล้วก้าวลงไปในน้ำพุิญญา
เขาโคจรเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟในร่างกาย พลังงานสีแดงในน้ำพุิญญาเริ่มก่อเป็น้ำวนรายล้อมรอบกายหานเฟิง
พลังสีแดงนั้นหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของหานเฟิงผ่านทางรูขุมขนบนิัของหานเฟิง
กำลังภายในของหานเฟิงเริ่มปั่นป่วน ปะทะเข้ากับเส้นลมปราณสายหนึ่ง
เวลาหนึ่งวันผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนหน้านี้หานเฟิงใช้เวลาแปดวันในการเพิ่มระดับแรกของเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟเป็ครั้งแรก หลังจากนั้นเขาใช้เวลาอีกระยะหนึ่งหลอมศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างห้าก้อน ใช้เวลาไปอีกสองวัน จากนั้นหางเฟิงใช้น้ำยาต้นกำเนิดเลื่อนระดับของเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟอีกครั้ง ใช้เวลาไปอีกสองวัน เมื่อรวมกับหนึ่งวันนี้ ผ่านไปทั้งสิ้นสิบสามวันแล้ว
เหลือเวลาอีกเพียงสองวันเท่านั้นก่อนที่จะถึงการแข่งขัน
สองวันสุดท้าย จู่ ๆ ร่างของหานเฟิงพลันสั่นะเื พลังกล้าแกร่งสายหนึ่งะเิออกมา
หานเฟิงะโขึ้นมา หัวเราะฮ่า ๆ ออกมาเสียงดังอย่างไม่ใส่ใจเรือนร่างเปลือยเปล่าแม้แต่น้อย
หานเฟิงนึกไม่ถึงว่าขณะที่ร่างกายของเขาพัฒนาไปเป็ขั้นต่ำระดับสาม กำลังภายในที่เขาฝึกฝนผ่านเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟจู่ ๆ ก็ะเิออกมาหลังจากร่างกายเขาแกร่งขึ้น เขาทะลวงผ่านระดับในคราวเดียว เปิดเส้นลมปราณหนึ่งสาย เข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลางโดยตรง!
เขามองไปที่น้ำพุิญญาอีกครั้ง น้ำพุิญญาได้เปลี่ยนเป็ใสสะอาดแล้ว เห็นได้ชัดว่าพลังสีแดงนั้นถูกหานเฟิงดูดซับไปแล้ว
หานเฟิงถอนหายใจ "ศิลาิญญาของข้าไม่พอใช้ไปชั่วคราว อีกประเดี๋ยวข้าจะไปหาท่านพ่อขอศิลาิญญาที่มีความบริสุทธิ์หนึ่งในร้อยถึงแปดในร้อย พวกมันไม่เพียงใช้ในการฝึกปรือได้เท่านั้น ยังสามารถใช้เปิดพื้นที่ที่เหลือได้อีกด้วย"
ในพื้นที่ชั้นสองนี้ หานเฟิงจู่ ๆ ก็ตั้งท่ากรงเล็บสยบนิ่ง
เงาของกรงเล็บปรากฏวูบวาบขึ้นคราแล้วคราเล่า พลังโจมตีรุนแรงยิ่ง เมื่อหานเฟิงสิ้นสุดการโจมตีลง เขาราวกับว่ายังััได้ถึงเสี้ยวกรงเล็บที่แหลมคม
หานเฟิงรู้สึกเบิกบานใจยิ่งกว่าเดิม "ไม่น่าเล่าคนถึงได้กล่าวว่าระดับความสามารถในการฝึกยุทธ์สำคัญเป็อย่างยิ่ง นี่นับว่ามีเหตุผล ยิ่งระดับความสามารถในการฝึกยุทธ์ดีเพียงใด ร่างกายยิ่งเหมาะสมต่อการฝึกยุทธ์มากขึ้นเพียงนั้น และยิ่งฝึกปรือได้เชี่ยวชาญมากขึ้น"
"เดิมทีทักษะกรงเล็บสยบนิ่งของข้ามีความสำเร็จเพียงขั้นเล็ก ๆ เท่านั้น อยากจะฝึกให้ถึงขั้นสมบูรณ์ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานเพียงใด"
"แต่ตอนนี้ระดับความสามารถในการฝึกยุทธ์ข้าทะลวงผ่านอีกขั้นแล้ว ข้าเลื่อนระดับจากระดับสี่เป็ระดับสามในคราเดียว ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ข้าฝึกฝนได้สำเร็จใหญ่หลวงเพียงนี้ หลังจากฝึกอีกเพียงสองสามวัน ก็จะสามารถฝึกถึงขั้นสมบูรณ์ได้ วิชากรงเล็บสยบนิ่งนี้เป็ทักษะวิชาพื้นฐานขั้นสูง พื้นฐานก็ข้าฝึกปรือจนชำนาญทั้งหมดแล้ว นับว่าฝึกสำเร็จแล้ว"
...
หานเฟิงกลับลงมายังพื้นที่ชั้นหนึ่งแล้วเริ่มลงมือหลอมศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างที่มีความบริสุทธิ์สูงกว่าสามก้อนสุดท้าย
ไม่นานนัก ศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างสามก้อนก็ถูกหลอมเป็น้ำยาต้นกำเนิด ซึ่งกลายเป็สีแดง
หานเฟิงค่อย ๆ สูดกลืนลงไป กำลังภายในของเขาเริ่มปั่นป่วนอีกครั้ง อย่างไรก็ตามพลังของน้ำยาต้นกำเนิดปกป้องเขาไว้ หานเฟิงไม่จำเป็ต้องกังวลว่าเส้นลมปราณของเขาจะไม่สามารถต้านทานได้
เมื่อน้ำยาต้นกำเนิดกว่าครึ่งถูกดูดซับไปแล้ว ระดับกำลังภายในของหานเฟิงก็ถึงขั้นปลายของเส้นลมปราณสายแรก เส้นลมปราณสายที่สองของเขากำลังจะเปิดออก
เพียงแต่ยามนี้เอง วันแข่งขันก็มาถึงแล้ว
หานเฟิงหยุดการฝึกฝนไว้เพียงเท่านี้ อีกทั้งยังพยายามคงสภาพร่างกายของเขาให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
"ระหว่างที่ข้ายังมีเวลา ข้าจะไปหาท่านพ่อขอศิลาิญญาสักจำนวนหนึ่ง"
...
"นี่เป็ศิลาิญญาที่เ้า้า ข้าให้เ้า จริงสิ ข้าพอได้ยินเื่การแข่งขันมาบ้าง เ้าเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง? "
หลังจากหานเทียนเฉิงส่งศิลาิญญาให้กับหานเฟิง เขาก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หานเฟิงยืดอกตรง "ท่านพ่อ ท่านวางใจเถอะ ข้าจะต้องคว้าหนึ่งในสิบที่นั่งเพื่อไปฝึกได้อย่างแน่นอน"
สิ้นคำ กำลังภายในของหานเฟินพลันปะทุขึ้นมา หานเทียนเฉิงตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่งแล้วจึงเอ่ยด้วยความปลื้มปีติ "เ้าเปิดเส้นลมปราณที่หนึ่งได้แล้วหรือ? "
"ทั้งยังดูเหมือนว่าจะอยู่ในขั้นปลาย ไม่นานก็เปิดเส้นลมปราณที่สองได้แล้ว ความก้าวหน้าเร็วเช่นนี้น่าหวาดหวั่นเกินไปแล้ว คนในตระกูลหานเรามากมายเพียงใดบากบั่นพากเพียรเป็เวลาหลายปีกว่าจะทะลวงผ่านได้ ทั้งยังมีผู้คนที่ระดับความสามารถในการฝึกยุทธ์ย่ำแย่ ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะมาถึงระดับเ้าได้ แต่เ้ากลับใช้เวลาเพียงครึ่งเดือน!"
หานเฟิงกะพริบตาปริบ ๆ รู้ว่าที่บิดากล่าวถึงคงเป็ผู้ฝึกยุทธ์เ่าั้ที่มีคุณสมบัติด้อยหรือไม่มีแม้กระทั่งคุณสมบัติในการฝึกยุทธ์
ผู้ฝึกยุทธ์เหล่านี้ยากที่จะเข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลางจริง ๆ ส่วนฝ่ายหลังหากเข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลางได้ในชั่วชีวิตนี้ก็นับว่าดีอักโขแล้ว
ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่เป็เวลานาน หานเฟิงพลันงุนงง "ท่านพ่อ การแข่งขันวันนี้ไม่ใช่จัดหลังจากหมดเวลาฝึกประจำวันหรือ ตามหลักแล้วอาหารควรนำมาได้แล้ว เหตุใดจึงยังไม่เห็นยกมาอีกเล่า? "
"ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ปกติอาหารล้วนนำมาเวลานี้" หานเทียนเฉิงก็งุงงงเล็กน้อยแล้วเช่นกัน
หลังจากรออยู่พักหนึ่ง ใบหน้าของหานเฟิงพลันมืดครึ้มลง "ข้าจำได้ว่ากู่วั่นบิดาของกู่ปาเป็คนรับผิดชอบสำรับอาหาร ดูเหมือนเขาจะเป็ผู้ที่สร้างปัญหา วันนี้เป็วันแข่งขัน ถึงแม้ข้าพลาดอาหารไปเพียงหนึ่งมื้อ แต่ก็อาจกระทบต่อการแสดงความสามารถของข้าได้ ดูเหมือนเขาคิดจะทำให้ข้าแพ้การแข่งขัน แก้แค้นให้ลูกชายของเขา"
สีหน้าของหานเทียนเฉิงเผยความกระวนกระวายขึ้นมาแวบหนึ่ง "นี่จะทำอย่างไรดี? "
หานเฟิงลุกขึ้นพร้อมกับยิ้มหยัน "เขาเป็เพียงบ่าวรับใช้ผู้หนึ่ง ไม่แยกแยะชั่วดี แน่นอนว่าข้าต้องสั่งสอนบทเรียนให้เขาแล้ว!"
หานเทียนเฉิงหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน "ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ของข้า หากเ้าสร้างปัญหาอีกครั้ง แล้วผู้าุโเ่าั้ใช้อำนาจขึ้นมา แม้จะเป็ท่านปู่เ้าก็เกรงว่าจะปวดหัวแล้ว"
หานเฟิงกล่าวปลอบเขา "ท่านพ่อวางใจ รอข้าแสดงพลังของข้าในการแข่งขันวันนี้เสียก่อน ผู้าุโเ่าั้บางทีอาจไม่ทำให้เราลำบากใจ"
"จะอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็เป็ผู้าุโตระกูลหานเรา ขอเพียงสิ่งที่ข้าแสดงออกมาให้เห็นมีค่ามากพอ ผู้าุโเหล่านี้อย่างไรก็ต้องอยู่ข้างเรา"
"ท่านพ่อ ท่านรออีกสักระยะเถอะ ใช้เวลาเพียงไม่นาน ข้าจะให้ท่านได้ปรากฎตัวในโถงหลักของตระกูลหานอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ต้องถูกคนดูแคลนอีกต่อไป!"