ณ.ประเทศเกาหลี
ลมเย็นๆโบกสะบัดพัดใบไม้ปลิดปลิวไปตามสายลม ร่างหนึ่งร่างยืนมองทอดสายตาเหม่อลอยปลายผมพริ้วไสว ดวงตาเศร้าโศก ใบหน้านวลที่เคยสดใส รอยยิ้มที่เคยเบิกบาน ได้เลื่อนหายมลายไปพร้อมกับเหตุการณ์ในวันนั้น
ร่างบางที่ร่างกายซูบผอมลงไปมาก ได้แต่คิดถึงเื่ราวเมื่อ สิบแปดปีที่แล้ว ยามเมื่อนึกถึงก็ทำให้หัวใจของหญิงสาวเหมือนกับแตกสลายไม่มีชิ้นดี
พลันน้ำตาเ้ากรรมก็ไหลหยดลงอาบใบหน้าซีดเซียวแต่ก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยของความงดงามเมื่อครั้งยังสาวสด
เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ริสาหญิงสาวคุณแม่ลูกแฝดต้องจดจำไปตลอดชีวิต
"ซอยอน ลูกแม่ ตอนนี้หนูจะเป็อย่างไรบ้างนะ หนูจะกินอิ่มนอนหลับหรือปล่าวลูก อึก! ฮือๆ!"
"แม่ผิดเอง แม่ขอโทษ ถ้าแม่ไม่อ่อนแอจนเกินไป เื่ทุกอย่างคงไม่เป็แบบนี้"
ริสาเอ่ยปากพร่ำเพ้อ พร้อมกับอาการไหล่สั่น เสียงร่ำไห้สะอึก สะอื้น เอาแต่บอกโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา
อีกทั้งอาการของโรคซึมเศร้าก็เล่นงานเธออย่างหนัก ทำให้การใช้ชีวิตของเธอในแต่ละวันผ่านไปอย่างอยากลำบาก ยังดีที่เธอยังมีลูกน้อยที่แสนน่ารักอีกหนึ่งคนกับสามีที่คอยดูแลเอาใจใส่เธอเป็อย่างดี
อึนจองสามีของเธอเห็นว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทยนั้นทำให้อาการโรคซึมเศร้าของเธอมีแต่จะแย่ลง เหตุเพราะมีแต่เหตุการณ์ที่ทำให้ร่างบางนั้นเ็ป
อีกทั้งสภาะแวดล้อมเดิมๆจึงทำให้เขาตัดสิ้นใจย้ายมาอยู่ที่ประเทศเกาหลีซึ่งเป็บ้านเกิดของเขากับผู้เป็พ่อ ก่อนที่ผู้เป็พ่อจะแต่งงานกับแม่ของเขาแล้วย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยตามภรรยานั้นก็คือแม่ของอึนจองนั้นเอง
อึนจองอาศัยบินไปมาระหว่างประเทศไทยและเกาหลีบ่อยๆเพราะยังมีธุระกิจที่ยังวางมือหรือทิ้งไปไม่ได้
อึนจองจึงได้อาศัยบินบ่อยๆเอา อีกทั้งยังได้พาร่างบางบินกับมาเยี่ยมบ้านที่ประเทศไทยเป็ครั้งคราว
พรึ่บ!!
ในขณะที่ริสากำลังคิดถึงเื่ราวเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาอยู่นั้น ก็ได้มีดวงตาที่สั่นไหวสายตาที่อ่อนโยนเคล้าความกังวลส่งตรงมาที่เธอ
ฟอด!! "!!อ๊ะ!!!
เสียงของริมฝีปากกระทบเข้ากับใบหน้ามนลำแขนใหญ่พร้อมทั้งมัดกล้ามเส้นเืปูดนูนขึ้นตามลำแขนข้อมือ บ่งบอกว่าเ้าของลำแขนนั้นเป็ชายแกร่งที่ดูแลตัวเองเป็อย่างดี
ชายหนุ่มวัยกลางคนสวมกอดเข้ากับบริเวณเอวบางปลายคางวางเกยบนไหล่มน เอียงหน้าเล็กน้อยกดจูบลงไปที่แก้มนวลด้วยความคิดถึง
"ทำอะไรอยู่ครับ พี่เห็นยืนเหม่ออยู่นานแล้ว"
"ริสาใหมดเลยค่ะ ทำไมวันนี้กลับบ้านมาไวค่ะ" ก้มหน้าพร้อมกับแอบใช้นิ้วเรียวเล็กเช็ดหยดน้ำตาที่เกาะอยู่บริเวณใบหน้า สะอึกสะอื้นพร้อมสูดน้ำมูกเล็กน้อย
"ริสาครับหนูเป็อะไรหรือปล่าว ร้องไห้ทำไม หื้ม!!" ร่างสูงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
" เปล่าค่ะ ริสาไม่เป็อะไรค่ะ แล้วที่ริสาถามพี่ยังไม่ตอบริสาเลยนะคะว่าทำไมถึงกลับมาเร็ว" ร่างบางพยายามเปลี่ยนเื่ เพื่อไม่ให้ร่างสูงเป็กังวล
"ริสาหนูรู้ใช่ไหมว่าพี่อยู่ข้างๆ พี่พร้อมรับฟังและแบ่งเบาความทุกข์ของริสานะรู้ไหม" ร่างสูงเอ่ยปลอบและกระชับกอดให้แน่นขึ้น
"ริสารู้ค่ะ ริสาขอโทษที่ทำให้พี่กับลูกต้องเป็ห่วง ริสาแค่คิดถึงลูก ริสาเป็ห่วงลูกนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ริสาไม่รู้ว่าลูกจะเป็อย่างไรบ้าง
อึก!! ฮือ!! ร่างบ้างหันลำตัวกลับมาซบกับอกแกร่ง สะอึก สะอื้นไห้ จนไหล่สั่นสะท้านไม่สามารถเก็บกักความเสียใจได้อีกต่อไป
ทุกความรู้สึก ทุกคำพูด ทุกการกระทำ ยังมีใครอีกคนที่ได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น อึก!! "ทำไมคนที่หายตัวไปถึงไม่เป็ผม"
"คุณพ่อ!! คุณแม่!!! มายืนสวีทหวานอะไรกันตรงนี้ครับเดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี อากาศแบบนี้มันจะทำให้คุณแม่ป่วยได้นะครับ" ซอยุนเด็กหนุ่มลูกชายที่เหลืออยู่ของคู่สามีภรรยา เอ่ยปากบ่นปนงอแงให้แก่ผู้เป็พ่อและแม่
ก่อนหน้าที่ซอยุนเด็กหนุ่มจะเดินเข้ามาหาคู่รัก ร่างเล็กได้แอบยืนมองสังเกตการณ์ตรงหน้า ระหว่างที่พ่อกับแม่ของเขาคุยกันนั้น ร่างเล็กได้ยินได้เห็นทุกอย่างและพอจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เค้าไม่เคยได้รับรอยยิ้มไปถึงดวงตาของผู้เป็มารดาเลยสักครั้ง ทุกครั้งที่มารดาส่งยิ้มมาให้เขานั้น มันเหมือนกับมีอะไรซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ส่งผ่านมาด้วยสายตาโหยหาถึงใครบางคน ซึ่งใครคนนั้นก็คงไม่พ้นพี่ชายฝาแฝดของเขานั้นเอง ใช่เขารู้ว่าตัวเขานั้นมีพี่ชายฝาแฝดและได้หายตัวไปั้แ่เขานั้นได้ลืมตามาดูโลกั้แ่วันแรก แต่รายละเอียดที่พี่ชายเขานั้นหายตัวไปได้อย่างไรเขาไม่เคยรู้เลย เขารู้แต่เพียงว่าแม่รักและโหยหาพี่ชายของตนมากแค่ไหน
แล้วยังไงหล่ะก็คนมันหายไปแล้วจะเป็ตายร้ายดียังไงก็ไม่มีใครรู้ แล้วทำไมคนที่มีชีวิตเป็ๆ ยืนหายใจอยู่ตรงหน้าถึงไม่ได้รับความรู้สึกนั้นจากผู้เป็แม่บ้างเลย เอาแต่พร่ำเพ้อเรียกหาคนที่ไม่รู้ว่าอยู่หรือตาย ส่วนผู้เป็พ่อก็เอาแต่ทำงานอย่างหนักหามรุ่งหามค่ำพอมีเวลาว่างก็เอาแต่สั่งงานตามเื่สืบเสาะหาเบาะแสกับนักสืบเอกชนที่ว่าจ้างมารับงานตามหาตัวของพี่ชายฝาแฝด ไม่ก็ขลุกอยู่กับแม่เพื่อปลอบประโลมว่างๆ ก็พากันตะเวนไปตามวัดเพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จนละเลยตัวเขาที่เป็ลูกอีกคน จนบ้างครั้งเขาเคยคิดนะว่าถ้าเขาหายไปอีกคนทุกคนจะคิดถึงเขาบ้างไหม เขาก็แค่อยากได้รับความรัก การดูแลเอาใจใส่และเวลาที่เป็ของเขาจริงๆ ไม่ใช่ตัวแทนของใครอีกคน
"ซอยอน นายไปอยู่ที่ไหนนะกลับมาได้แล้วกลับมาในที่ๆ เป็ของนาย บางครั้งฉันก็รู้สึกอิจฉานายนะที่นายหายไป เพราะการที่นายหายไปนายกับได้รับความรักนั้นไปเต็มๆ แม้มันจะส่งไปไม่ถึงนายก็ตาม ถ้าฉันเจอนายฉันสัญญา ฉันจะทดแทนทุกอย่างให้นายเอง" หลังจากร่างเล็กยืนคิดอยู่นานก็ได้เดินเข้าไปหาผู้เป็พ่อและแม่
" ยุนลูก วันนี้วันอะไรกันนะถึงได้กลับบ้านเร็วทั้งพ่อทั้งลูก"ร่างบางเอ่ยเรียกลูกชายพร้อมกับพูดแซวสองพ่อลูกเล็กน้อย
ฟอด!!! ฟอด!!! อือ!
เสียงริมฝีปากบางได้รูปกระทบเข้ากับสองแก้มใสพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าของผู้เป็ลูก
"โธ่ คุณแม่แก้มยุนช้ำหมดแล้วครับ ก็วันนี้คุณพ่อโทรตามยุนให้กลับมาทานข้าวพร้อมกันครับ แล้วพอดีวันนี้ยุนก็ว่างด้วยยุนคิดถึงอาหารไทยฝีมือคุณแม่ครับ" ซอยุนพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนกับผู้เป็แม่
"ใช่ครับ พี่ก็คิดถึงอาหารไทยฝีมือของริสามากๆ เลยนะ นานแล้วนะครับที่เราไม่ได้ทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา"ร่างสูงพูดสมทบขึ้น
" แหม่ ปากหวานทั้งพ่อทั้งลูกเลยนะคะ ถ้าซอยอนอยู่ตรงนี้ด้วยก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะคะ"ริสาเผลอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
ซอยุน...
หลังจากที่ริสาเผลอหลุดพูดออกมาต่อหน้าของซอยุนทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบกริบพร้อมกับความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
"โธ่! หนูไม่เอานะครับไม่เศร้านะ สักวันพวกเราต้องหาลูกเจอแน่นอนครับ ต่อให้ไม่รู้ว่าลูกเราจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ พี่สัญญาพี่จะสืบให้รู้จนได้ครับไม่ต้องห่วงนะครับริสา เชื่อใจพี่นะ"
"ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วนะครับที่ทุกคนต้องเล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่ถึงหายตัวไป"น้ำเสียงเข้มแกรมบังคับถูกเอ่ยออกมาจากปากของร่างเล็ก ดวงตาวูบไหวส่งผ่านมากดดันของทั้งสองคนตรงหน้า
" คือ.. แม่ อึก!! แม่ ย ยังไมพร้อม ฮึก"ริสาพูดบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
"ริสา พี่ว่าพี่เห็นด้วยกับลูกนะ มันถึงเวลาที่เราต้องเล่าเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ลูกได้รับรู้แล้วนะครับ" ร่างสูงเอ่ยปากเกลี่ยกล่อมให้ร่างบางยอมเอ่ยปากเล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
" หรือว่าริสาให้พี่เป็คนบอกลูกเองก็ได้นะครับ ถ้า ริสา...
" อึก ไม่ค่ะ! ริสาจะเป็คนบอกลูกเองค่ะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น" ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะพูดจบร่างบางก็รีบพูดขัดขึ้นมาทันที
" โอเคๆ ครับ แต่หนูพร้อมจะเล่าจริงๆ ใช่ไหมครับ"
" ค่ะ ถึงริสาไม่พร้อมก็คงยื้อต่อไปไม่ได้อยู่ดีค่ะ ริสารู้จักลูกดีค่ะ ถ้าเราไม่บอกยุนวันนี้ ลูกก็คงไปหาคำตอบเองอยู่ดีค่ะ "
" คุณแม่ครับ ยุนขอโทษนะครับ แต่ยุนอยากรู้จริงๆ นะครับ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ยุนไม่ไหวแล้วครับยุนอึดอัดจะบ้าตายอยูแล้วครับแม่"ซอยุนพูดบอกกับผู้เป็แม่ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
" ยุนลูก ไม่ต้องขอโทษแม่เลยนะคะ ลูกไม่ผิดแต่เป็แม่เองลูกที่ปิดปากเงียบไม่ยอมบอกให้ลูกรู้ั้แ่แรกเพราะแม่คิดว่าลูกยังเล็กเกินจะมารับรู้เื่พวกนี้ เพราะบางอย่างแม่ก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาโกรธแค้นแม่เื่อะไรทำไมถึงมาทำกับแม่แบบนี้ ฮือๆ"
เมื่อร่างบางพูดจบดวงตาทั้งสองข้างก็เอ่อล้นไปด้วยน้ำสีใสไหลออกมาปานกับเขื่อนแตก
" ยุนลูก "ริสาเอ่ยปากเรียกลูกชายพร้อมกับอ้าแขนทั้งสองข้างเพื่อรองรับร่างกายน้อยๆ เข้าสู่อ้อมกอด ร่างเล็กเดินเข้ามาหาร่างบางพร้อมกับโผล่เข้าสู่อ้อมอกของผู้เป็แม่ด้วยความรู้สึกเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้
"แม่รักลูกไม่น้อยไปกว่าใครเลยนะ ถึงแม้บางครั้งแม่อาจจะละเลยลูกไปบ้าง แต่แม่ไม่เคยไม่รักลูกเลยนะคะ แม่ขอโทษนะลูกที่แม่มัวแต่ห่วงพี่เขาจนลืมความรู้สึกของยุน ฮึก! แม่ขอโทษจริงๆ ลูก"
ร่างบางพูดพร้อมกระชับกอดให้แน่นขึ้นพร่างลูบหลังเล็กขึ้นลงเป็การปลอบประโลมลูกชายสุดรัก
" ฮือๆๆ แม่ครับ ไม่เอาไม่ร้องครับ ยุนรู้แล้วครับยุนขอโทษที่ทำให้แม่เป็กังวล"
ถึงร่างเล็กจะพูดแบบนั้นออกไปเพื่อปลอบให้ผู้เป็แม่คลายกังวล แต่ในใจของเข้าก็ยังคงความน้อยใจอยู่เล็กๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเขาจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าดีและพยายามจะเข้าใจผู้เป็แม่และพ่อ แต่ใครหล่ะจะอดน้อยใจได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเค้าคือคนที่ถูกละเลยทั้งๆ ที่เขาก็อยู่ใกล้ๆ แท้ๆ
**************************
TBC
อีกไม่กี่ตอนพวกเขาจะได้เจอกันแล้วนะคะ แต่ใครจะพบเจอกันต้องไปติดตามเก็บเข้าชั้นไว้นะคะ
หนึ่งเม้น หนึ่งกำลังใจ หนึ่งหัวใจ ความคิดโลดแล่น ไรท์เป็นักเขียนฝึกหัดนะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ ติชมบอกกล่าวแก้ไขกันได้นะคะ ทุกตอนคือเราด้นสดคิดสด แต่มีพล็อตเื่ไว้ในใจแล้วค่ะ แต่ละตอน อาจจะย้อนไปย้อนมากับอดีตและปัจจุบันค่ะ แรกๆอาจจะบรรยายเยอะหน่อยค่ะ แต่ทุกตอนจะเฉลยเหตุการณ์และปมของแต่ละตัวละครต่อเนื่อง ถ้าข้ามตอนอาจจะทำให้งงได้ค่ะ ฝากเอ็นดูน้องๆหน่อยนะคะ