วินาทีที่เท้าของอริสราัักับผืนดินที่มั่นคง ความรู้สึกวิงเวียนจากการเดินทางข้ามมิติก็จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์... ไม่ใช่์หรือนรกตามที่เธอเคยจินตนาการ
เธอยืนอยู่บนเกาะลอยฟ้าที่กว้างใหญ่... เศษเสี้ยวของทวีปที่แตกหักซึ่งล่องลอยอยู่อย่างเงียบงันในห้วงอวกาศอันงดงามเหนือจินตนาการ เนบิวลาสีม่วง เขียว และทอง ม้วนตัวอย่างเชื่องช้าในความมืดมิดอันไกลโพ้นราวกับภาพวาดของจิตรกรเอก บนผืนดินรอบตัวเธอคือซากปรักหักพังของสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่มโหฬาร เสาหินขนาดใหญ่ที่แกะสลักอย่างวิจิตร... กำแพงของปราสาทที่พังทลายลงมา... และยอดแหลมของวิหารที่ยังคงตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลา ทั้งหมดสร้างจากหินสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสง
เป็ครั้งแรกนับั้แ่พลังของเธอตื่นขึ้น... ที่อริสรารู้สึก "สงบ" อากาศที่นี่บริสุทธิ์และนิ่งสนิท... และเธอรู้สึกถึงสายสัมพันธ์บางอย่างที่มองไม่เห็นระหว่างตัวเธอกับสถานที่แห่งนี้... ราวกับเสียงกระซิบของการต้อนรับกลับบ้าน
"สวย... แต่ก็เป็สุสานที่สวยงามเท่านั้นแหละ" เสียงของราตรีดังขึ้น เธอเองก็กำลังมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่ซับซ้อนเช่นกัน "นี่คือหนึ่งในเศษเสี้ยวที่ใหญ่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ของอสูรพิภพ... เป็ที่หลบภัยชั้นดีเพราะพลังงานที่นี่มัน 'ตาย' ไปแล้ว พวกเบื้องบนหาเราที่นี่ไม่เจอหรอก"
ทันทีที่ความรู้สึกปลอดภัยเริ่มก่อตัว... ความเ็ปที่แผ่นหลังก็แล่นปราดขึ้นมาอย่างรุนแรงจนอริสราต้องร้องออกมาและทรุดลงไปกับพื้น
"แย่ล่ะสิ" ราตรีรีบเข้ามาดูาแที่หลังของเธอทันที "ฉันมัวแต่สู้เพลินจนลืมไปเลย"
เมื่อราตรีถลกเสื้อของอริสราขึ้นดู เธอก็สบถออกมา "บัดซบ! ไม่ใช่แค่รอยข่วนธรรมดา... มันติดพิษของกูล"
อริสรามองข้ามไหล่ของตัวเอง เธอเห็นว่ารอยข่วนทั้งสี่รอยนั้นไม่ได้มีเืออกอีกต่อไป แต่มันกลับกลายเป็สีดำคล้ำ และมีเส้นเืสีดำเล็กๆ เริ่มแตกแขนงออกไปตามิัของเธอช้าๆ!
"พิษนี่มันจะค่อยๆ กัดกินพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิต... และทำให้เนื้อเน่า" ราตรีอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "และที่นี่... ไม่มียาแก้พิษเหมือนในโลกมนุษย์"
"แล้ว... แล้วฉันจะทำยังไง?" อริสราถามเสียงสั่น ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาในใจอีกครั้ง หนีจากนักล่ามาได้ แต่กลับจะต้องมาตายเพราะพิษของอสูรชั้นต่ำงั้นหรือ?
"ยังมีหวังอยู่" ราตรีกล่าวพลางฉีกแขนเสื้อของตัวเองออกมาพันแผลให้อริสราอย่างลวกๆ "ในยุครุ่งเรือง... พวกอสูรมีวิชาการแพทย์ที่ล้ำหน้ากว่าภพภูมิไหนๆ พวกเขาสร้าง 'หอแห่งการเยียวยา' เอาไว้... แม้มันจะพังทลายไปพร้อมกับที่นี่ แต่บางที... อาจจะยังมีบางอย่างหลงเหลืออยู่"
ราตรีช่วยพยุงอริสราให้ลุกขึ้นยืน "เราต้องไปที่นั่น... หวังว่าเธอจะยังเดินไหว"
การเดินทางผ่านซากปรักหักพังนั้นเป็ไปอย่างยากลำบาก พิษของกูลเริ่มทำให้ร่างกายของอริสราอ่อนแรงลงเรื่อยๆ แต่ทุกย่างก้าวที่เธอเหยียบย่ำลงไปบนดินแดนบรรพบุรุษแห่งนี้... เธอกลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาด
ภาพ... และเสียง... ที่ไม่ใช่ของเธอเอง... ไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็ระลอก
เธอเห็นภาพของวิหารแห่งนี้ในยามที่ยังสมบูรณ์... เห็นเหล่านักรบอสูรที่มีรูปร่างสง่างามและน่าเกรงขามกำลังฝึกซ้อมเพลงดาบที่เปล่งประกายด้วยพลังงาน...
เธอได้ยินเสียงหัวเราะที่ดังก้องกังวานของเหล่าศิลปินอสูรขณะกำลังแกะสลักเสาหินที่เธอเพิ่งเดินผ่านมา...
เธอรู้สึกถึงความภาคภูมิใจ... ความคิดสร้างสรรค์... และพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่เคยไหลเวียนอยู่ในสถานที่แห่งนี้... มันคือมรดกของเธอ...
แต่ในขณะเดียวกัน... เธอก็เห็นภาพของความขัดแย้ง... การถกเถียงอย่างรุนแรงในท้องพระโรง... ความหยิ่งทะนงที่มากเกินไปจนกลายเป็ความแตกแยก... เธอเริ่มเข้าใจ... ว่าศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเหล่าอสูร... อาจจะไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวของพวกเขาเอง
"เกือบถึงแล้ว" ราตรีบอกพลางชี้ไปยังซากของโดมขนาดใหญ่ที่พังลงมาครึ่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของเกาะลอยฟ้านี้ "นั่นคือหอแห่งการเยียวยา"
เมื่อพวกเขาเข้าใกล้... อริสราก็ััได้ถึงพลังงานที่แตกต่างออกไป... มันไม่ใช่พลังงานที่ "ตาย" แล้วเหมือนที่อื่น... แต่เป็พลังงานที่บริสุทธิ์และเยือกเย็น... และมันมี "ผู้พิทักษ์"
เมื่อก้าวเข้าไปในโดมที่พังทลายนั้น... ร่างของอริสราและราตรีก็หยุดชะงัก
ใจกลางของโถงวงกลมขนาดใหญ่ที่เคยงดงาม... มีร่างหนึ่งยืนขวางทางพวกเขาอยู่ มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต... แต่เป็หุ่นกลไกโบราณที่สร้างขึ้นจากโลหะสีดำและศิลา มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่สูงใหญ่กว่าถึงสองเท่า ดวงตาของมันคืออัญมณีสีฟ้าที่ส่องสว่างนิ่งสนิท ในมือของมันถือค้อนาขนาดมหึมา
"ผู้ดูแล... มันยังทำงานอยู่" ราตรีพึมพำอย่างประหลาดใจ
ทันทีที่พวกเธอเข้ามาในระยะ... ดวงตาสีฟ้าของหุ่นกลนั้นก็สว่างวาบขึ้น มันยกค้อนขึ้นมาชี้ที่พวกเธอ เสียงที่ดังออกมาไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็เสียงของหินที่เสียดสีกัน... แต่กลับเรียบเรียงเป็ประโยคที่ชัดเจนในหัวของอริสรา
< ผู้บุกรุก... จงแสดงสิทธิ์ในการเข้าถึง... หรือถูกกำจัด >
"หลบหลังฉันไว้!" ราตรีะโพลางชักอาวุธออกมาเตรียมพร้อมต่อสู้
แต่ก่อนที่ราตรีจะได้พุ่งเข้าไป... อริสราก็ก้าวออกมาข้างหน้า "เดี๋ยวก่อนค่ะ!"
เธอรู้สึกได้... หุ่นตัวนี้ไม่ได้มีความอาฆาตมาดร้าย... มันเพียงแค่ทำตามหน้าที่... หน้าที่ที่มันทำมาตลอดหลายพันปี
อริสรามองตรงไปยังดวงตาสีฟ้าของ "ผู้ดูแล" เธอไม่ได้คิดจะใช้พลังแห่งความโกรธหรือความหยิ่งทะนง... แต่เธอรวบรวมความรู้สึก "เคารพ" และ "เศร้าโศก" ที่เธอััได้จากภาพนิมิต... ความรู้สึกที่มีต่อเผ่าพันธุ์ที่ล่มสลายของเธอเอง
เธอวางมือขวาลงบนหน้าอก... ตรงตำแหน่งหัวใจ... และก้มศีรษะลงเล็กน้อย... ซึ่งเป็ท่าทำความเคารพที่เธอเห็นในนิมิตของเหล่านักรบอสูร
< ข้าคือทายาท... ผู้กลับมาเยือนบ้านที่สาบสูญ > เธอส่งความคิดออกไป ไม่ใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยเจตจำนง < ข้าไม่ได้มาเพื่อ่ชิง... แต่มาเพื่อขอความช่วยเหลือ... เพื่อเยียวยาาแ... เพื่อสืบทอดเจตจำนงที่หลงเหลืออยู่ >
ตราอสรพิษบนแขนของเธอส่องแสงสีม่วงอมน้ำเงินออกมาจางๆ... แสงเดียวกับที่เธอใช้เปิดประตูมิติ... แสงแห่ง "ฉันทะ" และ "เจตจำนง"
ผู้ดูแลยืนนิ่งไปชั่วขณะ... แสงสีฟ้าในดวงตาของมันกระพริบถี่ๆ ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาล...
แล้วมันก็ค่อยๆ ลดค้อนาในมือลง... และก้าวหลีกทางไปด้านข้าง... เปิดทางให้เห็นแท่นบูชาหินที่อยู่ด้านหลัง... บนแท่นนั้นมี "หัวใจศิลา" สีดำสนิทขนาดเท่ากำปั้นวางอยู่... และมันกำลังเต้นเป็จังหวะช้าๆ พร้อมกับส่องแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา...
< หัวใจแห่งวิหาร... จะชำระล้างพิษที่ไม่คู่ควร... แต่จงระวัง... พลังของมันจะปลุกทุกสิ่งในตัวเ้าให้ตื่นขึ้น... ทั้งแสงสว่าง... และเงาที่ลึกที่สุด >
เสียงของผู้ดูแลดังขึ้นในหัวเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่มันจะกลับไปยืนนิ่งสงบเหมือนเดิม
"สุดยอดไปเลย" ราตรีพึมพำอย่างทึ่งๆ "เธอผ่านการทดสอบของมันได้"
อริสราเดินเข้าไปที่แท่นบูชาอย่างช้าๆ เธอััได้ถึงพลังงานที่บริสุทธิ์และเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากหัวใจศิลา เธอลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจวางฝ่ามือลงบนมันเบาๆ
ทันใดนั้น! พลังงานสีฟ้าเยือกเย็นก็ไหลบ่าเข้ามาในร่างของเธอ!
เธอรู้สึกถึงพิษของกูลที่กำลังถูกแช่แข็ง... แตกสลาย... และถูกขับออกจากร่างกายจนหมดสิ้น าแที่แผ่นหลังของเธอค่อยๆ สมานตัวอย่างรวดเร็ว แต่พลังนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น...
มันไหลเวียนไปทั่วร่างของเธอ... ซ่อมแซมเซลล์ที่อ่อนล้า... ปรับสมดุลพลัง "มานะ" ที่เคยปั่นป่วนให้กลับมานิ่งสงบ... และที่สำคัญที่สุด... มันทำให้เธอ "เข้าใจ" พลังของตัวเองในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงแก่นแท้ของความโกรธ... ความหยิ่งทะนง... และความปรารถนาที่อยู่ในตัว... และรู้วิธีที่จะ "เรียกใช้" มันอย่างมีสติ
เมื่อเธอถอนมือออกมา... เธอรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ ร่างกายไม่เพียงแต่หายดี... แต่ยังเปี่ยมไปด้วยพลังและความรู้สึกมั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"ดูเหมือนเธอจะได้ของดีติดตัวกลับมาด้วยนะ" ราตรีกล่าวพลางยิ้มมุมปาก
อริสรามองไปรอบๆ ซากปรักหักพังที่ยิ่งใหญ่นี้อีกครั้ง... แต่คราวนี้... ความรู้สึกของเธอเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ความเศร้า... แต่เป็ความรับผิดชอบ... และความมุ่งมั่น
"เราอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้" อริสราพูดขึ้น... เป็ครั้งแรกที่เธอเป็ฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาแห่งการวางแผน "ภาพที่ฉันเห็น... บรรพบุรุษของเราไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว... ยังมีสายเืที่เจือจาง... กระจัดกระจายอยู่ข้างนอกนั่น"
ราตรีพยักหน้า "ถูกต้อง... และนั่นคือภารกิจขั้นต่อไปของเรา" เธอกล่าว "การปลุกเธอให้ตื่นเป็แค่ก้าวแรก... การรักษาชีวิตเธอคือก้าวที่สอง... ส่วนก้าวที่สาม... คือการรวบรวม 'วงศ์วาน' ของเธอกลับคืนมา"
ราตรีหยิบเหรียญไม้นกฮูกขึ้นมาดู "แต่ดูเหมือนว่าเราจะมีเื่อื่นให้ต้องจัดการก่อน... เ้านกฮูกปริศนานี่ไม่ได้มาจาก์หรืออเวจี... มันมาจากขั้วอำนาจที่สามที่ชอบทำตัวเป็กลาง... แต่ตอนนี้กลับยื่นมือเข้ามายุ่ง"
"เส้นทางข้างหน้า... คงจะวุ่นวายกว่าที่เราคิดไว้เยอะ"
อริสรามองออกไปยังห้วงอวกาศอันไกลโพ้น... เธอไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว
"ก็ให้มันวุ่นวายไปเลยสิคะ... ในเมื่อนี่คือชะตากรรมของฉัน... ฉันก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับมัน"