“ซ่งหลานเรื่องที่ข้าให้ไปสืบได้ความหรือยัง”หย่งซีเฉินถาม
“ตอนนี้ตามหาตระกูลชิวอยู่ขอรับ อีกไม่นานคงได้คำตอบ”
“อืม”
“ท่านอ๋องขอรับ เป่ยเหลียงส่งทูตมาขอเจรจา ตอนนี้อยู่ที่เรือนรับแขกแล้วขอรับ” เวินฉงหลินรายงาน
“เจ้าพาทูตทั้งหมดไปพักผ่อนที่เรือนรับรองก่อนคืนนี้ค่อยคุยกัน”
“ขอรับท่านอ๋อง”
“ซ่งหลานเจ้าไปเชิญแม่ทัพ รองแม่ทัพและขุนนางที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาด้วย ข้าก็อยากรู้ว่าเป่ยเหลียงต้องการอะไรกันแน่”
เมื่อทุกคนมาครบแล้วการเจรจาก็เริ่มขึ้น
“หากท่านอ๋องยอมให้เราใช้เส้นทางตัดผ่านหลินโจว เพื่อขนส่งสินค้ารัชทายาทยินดีทำสัญญา ภายในสิบปีเป่ยเหลียงจะไม่รุกรานและไม่ทำสงครามกับหลินโจวเป็นอันขาด และเพื่อแสดงความจริงใจ ทุกๆปีเป่ยเหลียงยินดีส่งอัญมณีและสมุนไพรเป็นของกำนัลแก่หลินโจวพะยะค่ะ” ทูตเป่ยเหลียงบอกความต้องการแก่หย่งซีเฉิน ขุนนางน้อยใหญ่ต่างเฝ้าดูท่าทีของหย่งซีเฉิน ว่าจะตัดสินใจเช่นไร หากยอมตามที่เป่ยเหลียงร้องขอ เช่นนั้นหลินโจวคงต้องอยู่ภายใต้อาณัติของเป่ยเหลียง
“ชัยภูมิของเมืองหลินโจวเป็นพื้นที่ราบทั้งหมด ไม่มีภูเขาเหมาะแก่การคมนาคมตอนนี้เส้นทางที่เป่ยเหลียงใช้ขนส่งสินค้าลงใต้ ต้องอ้อมภูเขากว่าจะถึงแดนใต้ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือน แต่ถ้าตัดผ่านหลินโจวได้ การขนส่งจะเหลือเวลาไม่ถึงยี่สิบวันพะยะค่ะ” สวีจวิ้นเจ้าเมืองหลินโจวรายงาน
“แล้วท่านคิดเห็นอย่างไร” หย่งซีเฉินถามสวีจวิ้นเพื่อหยั่งเชิง
“กระหม่อมว่าไม่ได้เด็ดขาดพะยะค่ะ”
“ทำไมหรือท่านเจ้าเมือง ท่านขัดข้องข้องส่วนใดหรือ หรือว่าเรื่องของกำนัลหากเป็นเรื่องนั้นท่านไม่ต้องห่วงรับรองว่ารัชทายาทยินดีให้ตามที่พวกท่านร้องขอเป็นแน่” คำพูดกึ่งดูถูกของหนึ่งในทูตเป่ยเหลียงทำให้เจ้าเมืองหลินโจวกำมือแน่น เหล่าขุนนางและแม่ทัพต่างไม่พอใจที่เป่ยเหลียงพูดจาเช่นนี้ แต่หย่งซีเฉินกลับไม่พูดอะไร
“ท่านก็รู้ว่าทำไมข้าถึงคัดค้าน หากสินค้าที่ท่านขนส่งเป็นเพียงอัญมณีและสมุนไพรจริงข้าคงไม่ขัดข้อง แต่พวกท่านขนสิ่งใดย่อมรู้แก่ใจดี” คำพูดของสวีจวิ้นทำให้หย่งซีเฉินนึกถึงขบวนขนอาวุธที่พบระหว่างทาง
“ท่านอ๋องมีความเห็นเช่นไรพะยะค่ะ"ทูตเป่ยเหลียงถาม
“ในเมื่อท่านเจ้าเมืองตัดสินใจไปแล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรต้องคัดค้าน”
“ท่านอ๋องจะไม่ลองทบทวนข้อเสนอของรัชทายาทหน่อยหรือพะยะค่ะ” ทูตเป่ยเหลียงยังไม่ยอมรามือ
“มีอะไรให้ต้องทบทวนอีกหรือ สิ่งใดที่ข้าตัดสินใจไปแล้ว ก็หมายความว่าข้าได้คิดดีแล้ว”
“ทหารของหลินโจวหากเทียบกับเป่ยเหลียง กระหม่อมว่ายังห่างไกลกันนักพะยะค่ะ” ทูตเป่ยเหลียงพูด
“ท่านกำลังขู่ข้าหรือ” หย่งซีเฉินพูดด้วยเสียงต่ำ มีเพียงเวินฉงหลินและเซียวซ่งหลานเท่านั้นที่รู้ ว่าเมื่อใดที่หย่งซีเฉินใช้น้ำเสียงเช่นนี้ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้ากำลังจะราบเป็นหน้ากลอง
“กระหม่อมมิบังอาจ กระหม่อมเพียงนำคำพูดของรัชทายาทมาส่งต่อให้ท่านอ๋องแค่นั้นเองพะยะค่ะ”
“เช่นนั้นท่านก็จงกลับไปบอกรัชทายาทของท่านด้วย ข้าจะไม่ยอมให้พวกท่าน
ใช้เส้นทางผ่านหลินโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว หลินโจวไม่ชอบทำสงครามแต่ถ้าหากมีใครมารุกรานไม่ว่ามันจะป็นผู้ใดก็ตาม ข้าจะไม่ไว้หน้าทั้งสิ้น” คำพูดของหย่งซีเฉินทำให้ขุนนางและเหล่าแม่ทัพที่เข้าร่วมเจรจาต่างชื่นชมในความเด็ดขาดของอ๋องหนุ่มผู้นี้