นิยายแห่งการรำลึกถึงรักแท้ เพราะรักของฉัน.. คือเธอ เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๑๒
อิ่มใจ
เตโชแต่งตัวให้แนนเสร็จ เขาก็พาพระอภัยฯ แนนไปให้ อ.แก้วตรวจดูความเรียบร้อย
“สวยมากโช งานเนี้ยบมาก” อ. แก้ว เอ่ยปากชม
“ขอบคุณครับอาจารย์”
แนนเอนตัวมากระซิบกับเตโช “บอกแล้วว่าสวยกว่าทุกครั้ง”
คนที่ดูไกลๆ อย่างป้อง ยิ่งดูเหมือนแนนเอนตัวมาหอมโช
“แนน เธอไปที่ห้องภาษาไทยนะอาจารย์ที่นั่นรอพาเธอไปเข้าขบวน” อ.แก้วบอกแนน
“ครับอาจารย์” แนนรับคำ
พอแนนเดินออกจากห้องกิจกรรม ป้องก็รีบเข้าประกบแนนทันที และอยู่กับแนนตลอดเวลา จนแนนแปลกใจ
ป้องถามว่าแนนจะไปไหน แนนก็บอกไปว่าต้องไปห้องภาษาไทยซึ่งจริงๆ ก็อยู่ถัดไปแค่มองสามห้อง แต่ป้องเลือกเดินเคียงข้างและพาแนนไปทันที
เตโชเห็นดังนั้น จึงกลับไปเก็บอุปกรณ์ที่ใช้แต่งตัวให้แนน
“เดี๋ยวป้อง แนนยังไม่ได้ถ่ายรูปกับโชเลย” แนนเริ่มกล้าบอกป้อง
“ไปห้องภาษาไทยก่อนเถอะน่า” ป้องป่ายเบี่ยง เขาไม่อยากเปิดโอกาสให้โชใกล้ชิดแนนอีกเลย
ไม้ซึ่งยืนอยู่แถวนั้นก็ได้ยินทั้งสองคุยกันชัดเจน
“ป้อง” แนนเสียงเข้มขึ้น “ป้องรู้มั้ยว่าโชเหนื่อยแค่ไหน กว่าจะเย็บชุดสวยๆ แบบนี้ให้แนน แนนควรตอบแทนเค้า”
ป้องอึ้งไป แล้วเฉไปคุยเื่อื่น “นั่นอาจารย์ห้องภาษาไทย เค้าออกมาโบกมือเรียกแล้ว” แล้วป้องก็ะโไปบอกอาจารย์คนหนึ่งที่ยืนเก้ๆกังๆ อยู่ที่หน้าห้องภาษาไทย “อาจารย์ครับ พระอภัยฯ แต่งตัวเสร็จแล้วครับ จะรีบไปนะครับ”
อาจารย์ท่านนั้น ก็ยืนงง งงอยู่ที่หน้าห้องภาษาไทย
แต่ป้องโมเม แล้วรีบพาแนนไปทันที
..
โชเก็บข้าวของของตนเองอยู่ จึงไม่รู้ว่าเพื่อนๆในห้องแต่งตัวตาม อ.แก้ว ออกไปดูขบวนแห่แล้ว ไม้เดินเข้ามาในห้องได้ “เสร็จแล้วเหรอ?”
โชสะดุ้ง!!
หันมามองที่มาของเสียง “ไม้” กำลังจะพูดต่อว่า .. เข้ามาได้ยังไง เดี๋ยวโดน อ.แก้ว ว่าหรอก ..แต่ก็แทบไม่เหลือใครในห้องแล้ว จึงตอบไปว่า “เสร็จแล้วสิ เนียะ! กำลังเก็บอุปกรณ์อยู่”
“ไม้เพิ่งรู้นะว่า เวลาใส่ชุดไทย เค้าต้องเย็บกันสดๆ แบบนี้”
“อนาคตก็อย่าเล่นละครไทยเชียว การเย็บแบบนี้ เข้าห้องน้ำไม่ได้เลยนะจนกว่าจะถอดชุด ถึงจะเข้าห้องน้ำได้”
“ก็ต้องช่วยกันเตือนกันนะ”
แล้วทั้งสองก็ยิ้มให้กัน
“โชไม่เอากล้องมาถ่ายรูปเหรอผลงานตัวเองเหรอ”
“กล้องน่ะเอามา แต่รอถ่ายรูปตอนที่เป็ขบวนแห่ดีกว่า ถ่ายตอนนี้มันดูแห้งๆ ยังไงก็ไม่รู้”
คราวนี้ทั้งสองทั้งยิ้มทั้งเห็นด้วยในความคิดของกันและกัน
ขบวนแห่เพื่อเฉลิมฉลองให้สุนทรภู่เริ่มออกจากโรงเรียน ไปตามเส้นทางที่กำหนด ไปอ้อมอนุสาวรีย์กลางเมือง แล้วจึงวกกลับเข้าโรงเรียน ซึ่งก็น่าจะใช้เวลาร่วมสามหรือสี่ชั่วโมง
เตโชกับไม้ขี่จักรยานไปดักรอในจุดที่น่าจะได้ภาพขบวนแห่ฯสวยๆ แปลกๆ ทั้งสองถ่ายภาพจนพอใจ ปั่นจักรยานคู่กันไปหาข้าวกิน
วันนี้เป็ไม้ที่แนะนำเมนู ‘เกาเหลาเืหมู’ กับข้าวสวยร้อนๆ ร้านนี้อยู่หลังตลาด แต่ความที่เขาเปิดขายในเวลาเรียนเตโชจึงไม่มีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสเสียที จนวันนี้รสชาติความอร่อยโดนใจทั้งคู่เหลือเกิน จนต้องนัดแนะกันว่า วันเสาร์ไหน? ถ้าไม่กลับบ้านก็จะมากินซ้ำอีก
เตโชมารอแนนที่ห้องกิจกรรมเพื่อถอดชุด ระหว่างทางที่อยู่ในขบวนแห่ ทีมงานของ อ.แก้วก็ดูแลแนนอย่างดี และกันท่าไม่ให้ป้องดูแลแนนด้วย
พอขบวนแห่กลับเข้าโรงเรียนและสลายตัว ป้องจึงมีโอกาสดูแลแนน แนนเองก็ทั้งเหนื่อยทั้งร้อนจึงไม่ได้ว่าอะไรป้อง ทั้งสองเดินมาด้วยกันจนถึงห้องกิจกรรม
“ป้องไปรอนอกห้องไป” แนนบอกป้องและจะเดินไปหาเตโชเพื่อถอดชุด
“ชุดแบบนี้ป้องก็ถอดเป็” ป้องดื้อ เพราะอยากใกล้ชิดแนน
“ถ้าถอดเป็ ทำไมติดF ฮะ” เสียงอ.แก้วดังขึ้นอย่างชัดเจน “อยากทำอยากเป็ทุกอย่าง แต่ไม่ยอมฝึก ไม่ยอมหัดมันก็ดีแต่ปากอย่างนี้แหละ”
หน้าป้องเหลือสองนิ้ว
“ผ้ายกทองผืนที่พระอภัยฯ ใส่อยู่นั่นน่ะ หลายตังอยู่นะ ถ้าแกทำแล้วมีตำหนิ ก็ต้องซื้อใช้นะ เพราะไม่ใช่ของโรงเรียน” อ.แก้วเสียงดังฟังชัดไปทั้งห้อง “ถ้ากล้าทำก็มา” พูดจบ อ.แก้ว ยื่นกรรไกรตัดด้ายให้
ป้องหน้าซีด ยืนนิ่ง ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง
แนนมองป้อง เขาก็เห็นใจเพื่อนพอสมควรแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แนนเลือกเดินไปหาเตโช เพื่อให้เตโชจัดการถอดชุดให้
เตโชถอดเครื่องประดับก่อน แล้วจึงใช้กรรไกรตัดด้ายที่เย็บทีละจุด ทีละจุดจนผ้ายกทองลงไปกองกับพื้น เตโชทะยอยเลาะผ้าโจงแดงที่เย็บไว้ ครู่เดียวผ้าโจงแดงก็ลงไปกองกับพื้น
“ขอบใจมาก” แนนบอกโช แล้วก็เดินถือกางเกงตนเองไปเปลี่ยนสนับเพลาที่ห้องน้ำ
“ปองพล” อ.แก้ว เรียกป้อง “เธอไปเอาผ้ายกทองกับผ้าโจงแดงที่พื้นมาจัดการต่อซิ จำได้ไหมว่าต้องทำไง” อ.แก้วพูดชัดเจน
ป้องจำใจเดินมาเก็บผ้าทั้งสองชิ้นไปคลี่ออกและผึ่งลม
“ก็ไม่ลืมนี่ จะแก้ F เมื่อไหร่ก็นัดมานะ” อ.แก้วพูดต่อ “ถ้าไม่แก้ก็จบได้นะ ถ้าเกรดเฉลี่ยสูงพอ” แล้วอ.แก้ว ก็เดินไปดูเด็กคนอื่นๆ ที่ทำงานอยู่ในห้องนั้น ว่าจัดการเก็บของผึ่งของเรียบร้อยไหม?
“แนนขอบใจโชมากนะที่ทำให้แนนเป็พระอภัยฯ ที่ดูดี๊ดี” แนนบอกโช ขณะที่ทั้งสองยืนคุยกันที่ระเบียงทางเดิน หน้าห้องเรียน
“ไม่ต้องขอบใจหรอกแนน โชยินดีทำให้เพื่อน มันก็เป็การฝึกให้โชเก่งขึ้นด้วย”
แนนยิ้มรับ “โชแต่งตัวให้แนนไปตลอดเลยนะ”
“ก็จนกว่าจะจบ ม.๖ แหละ”
“อ้าววว!!!”
“ก็.. หลังจากนั้น เราก็ต้องแยกย้ายกันไปแล้วนี่”
“ถ้าเรียน มหา’ลัยเดียวกัน โชก็มาช่วยแนนอีกนะ”
“แหม.. คนในคณะแนนก็ต้องมีคนทำได้ดีอยู่แล้ว”
“เออ” เหมือนแนนนึกอะไรได้ “ทำไมโชไม่ถ่ายรูปกับแนนเลยล่ะอุตส่าแต่งให้แนนตั้งนาน”
“แค่เห็นแนนแต่งตัวเป็พระอภัยฯ แล้วดูดี โชก็พอแล้ว” โชยิ้มให้แนน แล้วก็เดินเข้าห้องเรียนไป
.....
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น เตโชในวัยห้าสิบเศษ จึงถามตัวเองว่า..ถ้าวันนั้นเขาเลือกคบกับแนน ตอนนี้ชีวิตเตโชจะเป็อย่างไรบ้างหนอ.. อาจจะสุขสบายเหลือเกิน .. หรืออาจจะย่ำแย่อย่างที่สุด ก็เป็ได้
แต่ที่แน่ๆ เตโชอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตในทางการแสดงชัดเจนแบบทุกวันนี้ เพราะแนนกับเตโช เรียนวิทย์-คณิต และแนนเลือกเอนทรานซ์คณะแพทย์ศาสตร์ และตอนนี้แนนก็เป็หมอผ่าตัดฝีมือดี
หากตอนนั้นคบกัน..แนนอาจจะขอให้เตโชเอนทรานซ์คณะที่เตโชไม่ชอบ ซึ่งคงทะเลาะกันจนต้องเลิก หรือหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมอีกฝ่ายแล้วจะประคับประคองกันและกันไปได้สักแค่ไหนกัน..
ส่วน.. ไม้ ไม้เป็คนปลุกคนความฝันของเตโช และช่วยให้ความฝันนั้นชัดเจนขึ้น การใกล้ชิดกัน .. ไม้จึงส่งเสริมให้เตโชมุ่งศึกษาศาสตร์การแสดงอย่างเต็มที่
เตโชกล้าพูดกับทุกคนได้อย่างเต็มปากว่า. ที่เขาเลือกเส้นทางการแสดง และมาได้ไกลขนาดนี้เพราะไม้ .. ไม้เป็กำลังสำคัญที่ทำให้เขาทำได้อย่างทุกวันนี้
.....
หลังจากกินบะหมี่เกี๊ยวร้านริมถนนจนอิ่มแล้ว ไม้ก็ขี่จักรยานตามเตโชไปจนถึงหอพักเตโช เขาเดินขึ้นไปส่งโชถึงในห้องพัก
“โชมีกล้องสองตัว แคนนอน T50 ออโต้โฟกัส กับแคนนอนAT1 แมนน่วล ไม้อยากลองใช้แบบไหน”
“แล้วโชชอบใช้ตัวไหนมากกว่ากันล่ะ”
“โชถนัดทั้งสองตัวแหละ”
ไม้เลือกไม่ถูก
โชเลยป้อนส้มที่เขาเพิ่งปอกเปลือกเสร็จใส่ปากไม้
ไม้ใ มองหน้าโช แล้วก็อ้าปากรับส้มกลีบที่โชป้อนให้.. เคี้ยวไป .. อมยิ้มไป .. ในใจก็อิ่มสุข .. มือก็หยิบกล้องมาลองขยับไปมาดูว่าตัวไหนถนัดมือกว่ากัน
เตโชป้อมส้มให้ตัวเองและไม้สลับกันไปมา บางจังหวะก็พูดแนะนำเื่การใช้กล้อง แต่เพราะมือทั้งสองข้าง ง่วนอยู่กับส้ม จึงไม่ได้ไปแตะอะไรกล้อง
ไม้เองก็ถามเตโชสลับกับการอ้าปากรับส้มจากมือเตโชเป็ระยะ ระยะ จนในที่สุด ไม้ก็เลือกยืมกล้องแมนน่วล คือ แคนน่อน AT1
.. รอยยิ้ม ..ความสุข .. ความอิ่มใจ ..อวลอบตลบไปทั้งห้องนั้นตลอดเวลาที่ทั้งสองพูดคุยเคียงข้างกัน ..
ทางโรงเรียนพานักเรียนชั้นม.๖ ไปทัศนศึกษาที่เมืองเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งใช้เวลาเดินทางร่วมสามชั่วโมง ห้องของเตโช กับห้องของไม้ขึ้นรถไปคนละคัน
ระหว่างที่เดินทางเตโชเลือกนั่งกับชาญเพื่อนรักของเขาอีกคนที่เคยนั่งเรียนด้วยกัน ก่อนที่แนนจะมาขอเปลี่ยนที่กับชาญ เพื่อนั่งข้างๆ เตโช
พอไปถึงเมืองเก่าก็เที่ยงกว่าๆ แล้ว อาจารย์จึงปล่อยให้เด็กๆ ไปทานอาหารกันก่อนแล้วจึงมาพบกันตอนบ่ายโมงครึ่ง เพื่อฟังวิทยากรบรรยายและนำชมโบราณสถานเมืองเก่า
ที แบง ชาญ และเตโช ไปกินข้าวมันไก่ซึ่งง่ายและเร็วที่สุด กว่าที่แนนกับป้องจะเดินตามมาพบ ทั้งสี่ก็อิ่มแล้ว และลุกจากไปแต่ทั้งสี่ก็เริ่มเห็นว่าแนนเริ่มไม่เกรงใจป้องแล้ว เขากล้าที่จะเดินหนีกล้าที่จะไม่นั่งโต๊ะเดียวกับป้อง
..
หลังจากที่วิทยากรบรรยายประวัติความเป็มาจนจบเขาก็เดินนำชมโบราณสถาน แล้วจึงปล่อยให้แต่ละคนชมเมืองเก่าตามอัธยาสัย
เพราะเตโชมีกล้องถ่ายภาพมาด้วย เพื่อนๆจึงเดินตามเตโชหลายคน จะได้ถ่ายภาพทั้งภาพเดี่ยว และภาพหมู่ เดินไปเดินมาสักระยะ กลุ่มของเตโชก็พบกับไม้ซึ่งกำลังถ่ายภาพวิวอยู่อย่างตั้งใจ
“เจอมึงก็ดี ถ่ายภาพหมู่พวกกูทั้งหมดให้หน่อยสิ” แบงทักทายไม้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด
“ได้สิ” ไม้รับปาก แล้วก็บอกให้กลุ่มของเตโชโพสท่า
แนนเบียดเพื่อนๆ จนได้ยืนข้างๆ เตโช แนนใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังชุลมุนกับการถ่ายรูปหมู่นั่นกอดเอวโช
ไม้เห็นในวิวไฟเดอร์กล้องชัดเจน ..ทำไมไม่ใช่เขานะ .. ที่ได้ถ่ายภาพคู่อย่างนี้ .. ได้กอดเอวเตโชแบบนี้ ..
จบตอน ๑๒