หานหลินตะคอกด้วยความโกรธ "เ้าฝันไปเถอะ!"
"ถึงแม้เ้าจะฆ่าข้า ตระกูลหานเรายังมีพี่หญิงหานโหรว ยังมีหานเฟิง พวกเ้าตระกูลฉางคิดจะกลืนกินตระกูลหานเรา ไม่มีทางซะล่ะ!"
ฉางเหวินจวินชะงักงันไปชั่วขณะ "หานเฟิงเป็อนาคตของตระกูลหานพวกเ้า?น่าขันสิ้นดี!"
"เพียงแต่วางใจ ไม่นานพวกมันก็จะตามไปอยู่กับเ้า พวกเราตระกูลฉางไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ตระกูลหานพวกเ้าคิด!"
หานหลินตกตะลึง ถึงแม้เขาไม่รู้ว่าฉางเหวินจวินหมายความว่าอย่างไร แต่เขารู้ว่าตระกูลฉางจะต้องมีกำลังบางอย่างที่พวกเขาตระกูลหานไม่ได้สังเกต ไม่ได้การ เขาจะต้องรอดชีวิตออกไปแจ้งข่าวนี้ให้พวกผู้าุโรู้
ฉางเหวินจวินมองความคิดของหานหลินออกอย่างทะลุปรุโปร่งอย่างห็นได้ชัด จึงสัพยอก "ยอมแพ้เถอะ ระดับพลังของเราอยู่ในขั้นเดียวกัน ล้วนแต่เปิดเส้นลมปราณที่สี่แล้ว ข้างกายข้ายังมีคนคอยช่วยเหลือสามคน ล้วนแต่เปิดเส้นลมปราณที่สองแล้ว เ้าหนีไม่พ้นแล้ว"
"หือ?มีสิ่งใดกำลังเข้ามา"
ฉางเหวินจินกับหานหลินแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาห้าคน จึงค้นพบสิ่งปกติได้ในทันที
ตามมาด้วยเสียงสีเท้า ร่างของหานเฟิงปรากฏในลานสายตาของพวกเขา
หานหลินดีใจขึ้นมาทันที
หานหลินรู้ว่า หานเฟิงสามารถฆ่าปีศาจต้นไม้ั์ทั่วไปที่เป็สัตว์อสูรระหว่างระดับสองขั้นกลางกับขั้นสูงได้อย่างง่ายดาย หานหลินไม่คาดหวังให้หานเฟิงฆ่าฉางเหวินจวิน แต่ขอแค่เพียงหานเฟิงถ่วงเวลาคนตระกูลฉางสามคนที่เหลือได้ พวกเขาสองคนย่อมมีโอกาสเก้าสิบในร้อยที่จะหลบหนีได้สำเร็จ
หานหลินกำลังจะเอ่ยบางอย่าง หานเฟิงกลับะโขึ้นด้วยสีหน้าซีดเผือด "หานหลิน รีบหนี!!"
ไม่นาน หางเฟิงก็มาถึงที่ที่หานหลินและอีกฝ่ายอยู่ เขาลากหานหลินให้ออกวิ่งในทันที เท่านั้นเองหานหลินจึงรู้สึกตัวและวิ่งตามกันไป ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูจากท่าทีของหานเฟิงแล้ว เขาก็รู้ว่าสถานการณ์ไม่ได้ง่ายดาย
ฉางเหวินจวินสบถออกมาหนึ่งคำ แล้วรีบออกคำสั่ง "ยังไม่รีบตามไปอีก!"
ทั้งสี่คนรีบไล่ตามไปในทันที
ฉางเหวินจวินยิ้มเหี้ยมอยู่ด้านหลัง "พวกเ้าหนีไม่พ้นแล้ว ยอมรับความตายแต่โดยดีเสียเถอะ"
ยามนี้เอง เสียงคำรามเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นห่างออกไปจากพวกเขา
ฉางเหวินจวินหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน "สมควรตาย เสียงหอนนั่นจะต้องเป็สัตว์อสูรระดับสี่ขึ้นไปเป็แน่ บัดซบ สัตว์อสูรระดับนั้นออกมาจากป่าลึกได้อย่างไร!"
ถึงยามนี้ หานหลินกับพวกฉางเหวินจวินรู้แล้วว่า เหตุใดหานเฟิงจึงรีบร้อนวิ่งหนีเช่นนั้น เผชิญหน้ากับสัตว์ระดับนี้ หากพวกเขาไม่พยายามวิ่งหนีสุดความสามารถ ผลลัพธ์ย่อมมีเพียงความตายแล้ว
หานหลินะโเสียงต่ำ "หานเฟิง เกิดเื่อันใดขึ้น? "
แน่นอนว่าหานเฟิงไม่มีทางบอกตามความเป็จริง ไม่เช่นนั้นความลับย่อมปิดไว้ไม่ได้แล้ว
ด้วยระดับพลังตอนนี้ของเขา ผู้ใดจะเชื่อว่าเขาจะสามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับสามด้วยวิชากรงเล็บสยบนิ่งเท่านั้น?
งานประลองของเมืองเหรินจงเหลืออีกเพียงยี่สิบกว่าวัน อีกทั้งงานประลองนั้นยังยิ่งใหญ่และอันตรายเป็อย่างยิ่ง หากเขาเปิดเผยไฟสามัญออกไปในตอนนี้ เช่นนั้นรังแต่จะเพิ่มความยากและความอันตรายในงานประลองระหว่างตระกูลแก่เขา
หานเฟิงรีบส่ายศีรษะในทันที "ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน จู่ ๆ ข้าก็ได้ยินเสียงหอนนั่น จึงออกวิ่งทันที"
เห็นได้ชัดว่าหานหลินไม่เชื่อว่าหานเฟิงจะมีความสามารถในการยั่วยุสัตว์อสูรระดับหกให้โมโหได้ ดังนั้นแน่นอนว่าเขาย่อมเชื่อคำอธิบายของหานเฟิง
หากต้องปลุกปั่นความโกรธของสัตว์อสูรระดับหก อย่างน้อยเขาก็ต้องเข้าไปในป่าลึกใจกลางูเา ทว่าที่นั่นมีสัตว์อสูรระดับสามและระดับสี่มากมาย เขามีระดับพลังเพียงขั้นสามัญระดับกลางเท่านั้น เข้าไปที่นั่นนับว่าเป็การรนหาที่ตายอย่างแท้จริง โอกาสที่จะหลบหนีได้ยิ่งต่ำขึ้นไปอีก
ถึงแม้คนทั้งกลุ่มวิ่งไม่ช้า เพียงแต่สัตว์อสูรระดับหกนั้นเร็วเกินไป ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงค่อย ๆ ร่นลง
หานหลินหน้าซีดเผือด แต่เขาก็ยังไม่ลืมที่จะปลอบหานเฟิง "วางใจ ระยะห่างเท่านี้ เสียงคำรามของสัตว์อสูรระดับหกเพียงพอให้พวกครูฝึกหลินได้ยินแล้ว ไม่แน่ว่าครูฝึกหลินอาจจะล่วงหน้ามาถึงก่อน เราไม่จำเป็ต้องหนีออกไปจากเขายอดหยก พวกเราก็อาจจะถูกช่วยไว้ได้"
"แต่สิ่งสำคัญคือก่อนที่ครูฝึกหลินจะมา พวกเราต้องยื้อเวลาไว้ก่อน หากพวกฉางเหวินจวินผ่านพวกเราไป พวกเราย่อมอันตรายแล้ว"
สิ้นคำ หานหลินก็พยักพเยิดให้หานเฟิงมองไปทางพวกฉางเหวินจวิน
ในยามนี้หานเฟิง หานหลิน และฉางเหวินจวินเป็สามคนที่อยู่ข้างหน้า มีตระกูลฉางสามคนอยู่ข้างหลัง สามคนนี้ล้วนมีสีหน้าหวาดกลัว ตามไม่ทันพวกหานเฟิงอีกต่อไป
หานเฟิงหันไปมองฉางเหวินจวินอย่างตกตะลึง "ฉางเหวินจวินโเี้ยิ่งนัก พวกเขาล้วนมาจากตระกูลเดียวกัน เขากลับไม่มีความตั้งใจจะช่วยแม้แต่น้อย บางทีคนผู้นี้คงคิดจะใช้สามคนนี้ยื้อเวลา เห็นได้ชัดว่าฉางเหวินจวินเข้าใจผิดคิดว่าสัตว์อสูรระดับหกตัวนี้ออกมาเพราะความหิว"
"น่าเสียดายสัตว์อสูรระดับหกตัวนี้ไล่ตามข้ามา มันจะฆ่าก็เพียงระยะเวลาที่พวกเขาวางไว้เท่านั้น ดังนั้นคงซื้อเวลาไม่ได้มากนัก"
ดังคาด ไม่นานหลังจากนั้นเสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นจากข้างหลัง แต่ฝีเท้าของสัตว์อสูรระดับหกไม่ได้หยุดนิ่ง
ฉางเหวินจวินกู่ร้องอยู่ภายในใจ "นี่มันเื่อะไรกันแน่? "
จู่ ๆ ทันใดนั้น ฉางเหวินจวินก็จับจ้องไปทางหานหลินกับหานเฟิง แววตาเต็มไปด้วยความม่งร้ายและโเี้อำมหิต
ฉางเหวินจวินลงมือกะทันหัน มองแวบเดียวก็รู้ว่าเขาคิดจะลากหนึ่งในหานหลินกับหานเฟิงไปไว้ข้างหลังเพื่อถ่วงเวลา
สีหน้าของหานเฟิงเกรี้ยวกราดขึ้นมา เขาฟาดกรงเล็บสยบนิ่งออกไปในทันที
ยามนี้หานหลินกำลังจดจ่ออยู่กับการวิ่ง ไม่ได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของฉางเหวินจวินแม้แต่น้อย
ทำได้เพียงกล่าวว่า ประสบการณ์ของหานหลินยังไม่เพียงพอ ฉะนั้นเขาจึงยังไม่ได้ทำความเข้าใจต่อความไร้ยางอายและขีดจำกัดล่างของคนใหม่
หานหลินคิดเพียงว่าทุกอย่างที่เขาต้องทำมีเพียงวิ่งนำหน้าฉางเหวินจวินเท่านั้น เขาคิดไม่ถึงว่าหานเหวินจวินจะลอบโจมตีเขา เพื่อที่จะทำให้เขาาเ็สาหัสแล้วทิ้งเขาไว้ข้างหลัง
ถึงแม้ชาติก่อนหานเฟิงจะไม่มีประสบการณ์อะไรมากมายนัก เขาก็ยังแข็งแกร่งกว่าหานหลิน เขาจับตามองฉางเหวินจวินมาั้แ่แรก ในตอนนี้ที่ฉางเหวินจวินลอบโจมตี หานเฟิงก็โต้กลับในทันที
โอ๊ย!
เห็นได้ชัดว่าฉางเหวินจวินฝึกฝนท่าฝ่ามือ เขาพุ่งเข้าปะทะกับหานเฟิงตรง ๆ กรงเล็บสยบนิ่งของหานเฟิงทะลวงผ่านฝ่ามือของฉางเหวินจวินไปในทันใด
ฉางเหวินจวินร้องขึ้นมาด้วยความหวาดผวา เขาล้มลงไปด้านหลัง ขณะเดียวกันหานเฟิงก็เตะออกไป พาให้ฉางเหวินจวินลอยโด่งไปอยู่ข้างหลัง
หานเฟิงถึงได้รู้สึกตัว เขาเผยสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมา รีบร้อนกล่าว "หานเฟิง ขอบคุณเ้ามาก!"
หานเฟิงยังคงไม่หยุดฝีเท้ากล่าวตอบ "ล้วนแต่เป็คนครอบครัวเดียวกัน ไม่มีอะไรให้ต้องขอบคุณ เพียงแต่เ้าประมาทเกินไปแล้ว"
หานหลินรู้สึกละอายใจเมื่อนึกถึงเมื่อก่อนที่ตนรังแกและเมินเฉยต่อหานเฟิง เมื่อได้ยินหานเฟิงสอนอีกครั้ง เขาก็ยิ้มออกมาอย่างฝืดฝืน "วางใจ ข้าจะไม่เป็เช่นนี้อีก ยากที่จะนึกออกว่าข้างนอกอันตรายถึงเพียงนี้ เมื่อเทียบกับข้างนอกแล้ว การทะเลาะวิวาทในบ้านไม่อาจนับเป็อันใดเลยจริง ๆ "
"อย่างน้อยก็ไม่อันตรายถึงชีวิต"
ด้านหลัง ฉางเหวินจวินะโเสียงดังตามมา "พวกเ้าไม่อาจทิ้งข้าไว้เช่นนี้ ช่วยข้าด้วย"
หานเฟิงกับหานหลินต่างไม่สนใจ
ฉางเหวินจวินสีหน้าเกรี้ยวกราด เขาะโลั่น "ข้าตายแล้ว พี่สามข้าไม่มีทางปล่อยพวกเ้าไป ในงานประลอง พวกเ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน!!"
ไม่ว่าฉางเหวินจวินจะกู่ร้องเพียงใด หานเฟิงกับหานหลินก็ยังคงไม่ไหวติงเช่นเคย
ฉางเหวินจวินถูกหานเฟิงเตะแรงเพียงนี้อีกทั้งยังล้มไปด้านหลัง จนได้รับาเ็ ความเร็วของเขาจึงลดลงไปมาก
เมื่อเสียงคำรามครั้งนี้ดังขึ้น หมาป่านักรบหนึ่งเขาก็มาปรากฏอยู่เื้ักลุ่มคนแล้ว
"ไม่!!"
ฉางเหวินจวินหันหน้ากลับไป ใบหน้าฉายแววหวาดกลัวและสิ้นหวังออกมา
หมาป่านักรบหนึ่งเขาอ้าปากอันใหญ่โตของมันขย้ำลงไปที่ฉางเหวินจวิน