“แม้ไม่อาจจะรักษาให้หายได้แต่ข้าก็แข็งแรงขึ้นมากว่าแต่ก่อน” ไป๋เฟิ่งหวงตอบยังคงรักษาสถานะคุณหนูอ่อนแอขี้โรคเอาไว้ก่อนเพราะชาติที่แล้วนางแข็งแกร่งเกินไปจึงเป็เป้าโจมตีให้ต้องแตกดับหากจะรักษาตัวให้อยู่รอดก็ต้องแสร้งอ่อนแอเข้าไว้ก่อน ทำตัวเป็ดาบคมในฝักเข้าไว้อย่าให้ใครเห็นความสามารถที่แท้จริงเด็ดขาด
ฮูหยินปล่อยลูกสาวแล้วก็หันไปทางสามี
“เ้าแข็งแรงขึ้นก็ดีแล้ว”ไป๋จื่อฮัวยิ้มให้ตบบ่าลูกสาว อยากจะกอดลูกบ้างแต่กระแสบางอย่างจากร่างบางทำให้รู้สึกว่าอย่าได้บังอาจแตะต้องให้เสื่อมเสียแม้แต่น้อย
ไป๋เฟิ่งหวงยิ้มตอบ“ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน”
“ไปเถอะ”ไป๋จื่อฮัวโบกมือ
ไป๋เฟิ่งหวงเดินกลับไปที่เรือนตัวเอง
เซี่ยวซินพอเห็นเ้านายก็ดีใจ“คุณหนู”
ไป๋เฟิ่งหวงยิ้มให้แล้วก็เดินเข้าห้องไปนางอยากนอนพักสักหน่อย
แต่แล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเร็วๆเข้ามา“เฟิ่งหวง เ้ากลับมาแล้ว”
ไป๋จงถลันเข้าไปกอดน้องสาวอย่างคิดถึง
ไป๋เฟิ่งหวง “...”
ไป๋จงดันน้องออกแล้วก็กวาดตามองไปทั่วร่างบาง“ไม่เจอกันตั้งครึ่งปี เ้าสูงขึ้น ตัวโตขึ้นเยอะเลย ที่สำคัญสวยขึ้นด้วย”
เขายังคงพูดต่อว่า“อย่างนี้ อีกหน่อยคงมีเทียบเชิญจากแม่สื่อมาถึงเ้ามากมายเชียวล่ะ”
ไป๋เฟิ่งหวง “...”
“เป็อะไรไปเฟิ่งหวง?ไม่พูดไม่จากับพี่เลย” ไป๋จงมองน้องอย่างเป็ห่วง
“ข้าแค่เหนื่อยน่ะวันนี้เดินทางมาทั้งวัน อยากนอนพักสักหน่อยน่ะ” ไป๋เฟิ่งหวงตอบ
“อ่อถ้างั้นเ้าก็นอนพักเถอะ พี่ไม่กวนแล้ว” ไป๋จงลูบหัวน้องแล้วก็ออกจากห้องไป
ไป๋เฟิ่งหวงถอนหายใจแล้วก็เดินไปเอนตัวลงนอนบนเตียง
เซี่ยวซินเห็นคุณหนูนอนก็ปิดประตูให้แล้วก็ออกไปเช็ดๆถูๆอยู่หน้าเรือน
ชายชุดดำซึ่งมาคอยเฝ้าที่บ้านตระกูลไป๋ตามคำสั่งเ้านายพอเห็นคุณหนูตระกูลไป๋กลับมาแล้วก็รีบส่งสารกลับไปรายงานเ้านาย
เช้าตรู่ ระหว่างที่นั่งกินข้าวด้วยกัน ไป๋เฟิ่งหวงก็พูดกับพ่อว่า “ท่านพ่อข้าอยากเปิดร้านอาหาร”
“หือ?”สายตาสามคู่หันไปมองสาวน้อยเป็ตาเดียว
“อย่างเ้าเนี่ยนะจะเปิดร้านอาหารคิดอะไรเกินตัวไปหรือเปล่าเฟิ่งหวง?” ไป๋จงหัวเราะขำ
“อย่าดูถูกความสามารถของข้าซิ”ไป๋เฟิ่งหวงดุคนเป็พี่
ไป๋จื่อฮัวครุ่นคิดนางอ่อนแอขี้โรคแบบนี้คงยากที่จะหาคู่ครองที่ดีได้ อีกหน่อยจงเอ๋อร์ก็คงจะแต่งงานไปหากจะให้จงเอ๋อร์เลี้ยงดูน้องไปตลอดชีวิต คงไม่เป็ผลดีกับทั้งจงเอ๋อร์และเฟิ่งหวงหากนางมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้คงเป็หนทางที่ดีที่สุด
“ตกลงพ่อจะลงทุนเปิดร้านให้เ้าเองเฟิ่งหวง”
ไป๋เฟิ่งหวงวางตะเกียบลงคารวะ“ขอบคุณท่านพ่อ”
“จะดีเหรอท่านพี่?”ฮูหยินท้วงอย่างเป็ห่วง
“ดีซิ ดีทั้งกับจงเอ๋อร์แล้วก็เฟิ่งหวง”ไป๋จื่อฮัวบอก “เฟิ่งหวงร่างกายอ่อนแอขี้โรค คงหาคู่ครองดีได้ยากใครจะอยากได้หญิงขี้โรคแต่งเข้าตระกูลล่ะ จริงไหม? อีกทั้งวันหน้าจงเอ๋อร์แต่งงานไปหากต้องเลี้ยงดูน้องสาวด้วย สะใภ้อาจไม่พอใจเข้าสักวันก็คงมีเื่ระหองระแหงกันแน่ สู้ให้เฟิ่งหวงมีกิจการเป็ของตัวเองหาเลี้ยงตัวเองได้นางก็ไม่ต้องพึ่งพาใคร ในเมื่อข้าออกเงินเปิดร้านให้จงเอ๋อร์ได้ข้าก็ควรจะออกเงินเปิดร้านให้เฟิ่งหวงเช่นกัน”
“ถ้าท่านพี่คิดดีแล้วก็ตามใจท่านพี่เ้าค่ะ”ฮูหยินเห็นด้วยกับสามี แล้วก็หันไปพูดกับลูกว่า “แล้วเ้าจะทำไหวเหรอเฟิ่งหวง?”
“ไหวซิท่านแม่ข้าไม่ได้เข้าครัวทำเองเสียหน่อย มีเสี่ยวเอ้อคอยดูแลแขกข้าทำหน้าที่แค่เป็เถ้าแก่เนี้ยคอยเก็บเงินอย่างเดียว” ไป๋เฟิ่งหวงบอกแล้วก็หยิบตะเกียบคีบกับข้าวเข้าปาก
พอท่านพ่ออนุญาตแล้วคุณหนูตระกูลไป๋ก็เริ่มลงมือ นางเล็งสถานที่ไว้แล้วรวมทั้งวางผังการตกแต่งร้านไว้แล้วด้วย ทำเลที่ดีที่สุดแพงที่สุดของเมือง
ไม่กี่วันต่อมาไป๋เฟิ่งหวงก็ตกลงเช่าร้านจากคหบดีคนหนึ่งซึ่งเป็เ้าของที่ดินและอาคารในย่านการค้าที่แพงที่สุดของเมือง
ไป๋จื่อฮัวรู้ข่าวก็ได้แต่ครุ่นคิดเฟิ่งหวงเอาเงินที่ไหนไปเช่ากันนะ? ต่อให้เป็เงินเก็บของนางั้แ่เด็กรวมถึงขายของแต่งตัวทั้งหมดของนางก็ยังไม่พอจะเช่าที่ตรงนั้นเลยนางยังไม่ได้มาขอเงินจากเขาสักแดงเลย หรือว่ามีใครร่วมลงทุนกับนางกระมังหุ้นส่วนคงออกเงินแล้วให้นางคุมร้านแน่ๆไม่งั้นเด็กอย่างนางจะกล้าคิดการใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร
่นี้ไป๋เฟิ่งหวงออกจากบ้านทุกวันเซี่ยวซินก็ตามไปคอยดูแลรับใช้ใกล้ชิด ฮูหยินกลัวหนุ่มที่ไหนจะมาเกาะแกะลูกสาวก็สั่งให้บ่าวชายตามไปดูแลด้วยอีกสองคน
ครึ่งเดือนต่อมา ร้านอาหารไป๋เฟิ่งหวงก็เปิดร้านวันเปิดร้านก็แค่มีเชิดสิงโตกับจุดประทัดเท่านั้นไป๋เฟิ่งหวงไม่ได้ออกไปต้อนรับแขกสักนิด มีเสี่ยวเอ้อทำหน้าที่อยู่แล้วคนเก็บเงินก็มี คนครัวก็พร้อม
ลูกค้าได้ยินว่ามีร้านเปิดใหม่ก็อยากจะลองชิมรสชาติอาหารว่าจะอร่อยขนาดไหนแต่พอเห็นราคาอาหารก็ถอยกรูกันไปเพราะราคาแพงกว่าร้านอาหารหรูๆทั่วไปถึงสามเท่าตัวเพราะเป็สุรารสเลิศ อาหารชั้นดีที่ใครได้กินก็ต้องยอมจ่ายลูกค้าที่จะมากินอาหารที่ร้านไป๋เฟิ่งหวงจึงมีแต่คนร่ำรวยเท่านั้นแต่เมื่อได้ลิ้มรสชาติอาหารระดับชาววังลูกค้าก็แวะเวียนมาอีกครั้ง
ชั้นล่างเป็ห้องรวมจัดวางโต๊ะเก้าอี้ห่างๆกัน ให้ลูกค้ารู้สึกเป็ส่วนตัวชั้นสองเป็ห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่้าความเป็ส่วนตัวสุดๆ
ด้านหลังมีเรือนแยกเป็ที่พักเ้าของร้านมีเวรยามหนาแน่น
เปิดร้านมาได้ 5วัน ลูกค้าเต็มทุกโต๊ะจนต้องต่อแถวทั้งขุนนางทั้งคหบดีผู้มีอันจะกินทั้งหลายต่างก็มารวมตัวดื่มกินกันที่ร้านไป๋เฟิ่งหวงหน้าร้านจะมีเสี่ยวเอ้อร่างสูงใหญ่หลายคนคอยดูแลไม่ให้มีใครกร่างกล้าไม่ต่อแถว
ไป๋จงได้อภิสิทธิ์มีห้องส่วนตัวไว้พาเพื่อนฝูงมาสังสรรค์ตอนแรกที่น้องสาวคิดเปิดร้านก็ไม่สนับสนุนแต่เมื่อกิจการของน้องเจริญก้าวหน้าเขาก็พลอยได้ยืดอกตาม
ภายในห้องส่วนตัวบนชั้นสองชายหนุ่มสองคนนั่งอยู่ในห้อง ตรงหน้ามีอาหารเลิศรสและสุราชั้นดีทั้งสองคีบอาหารเข้าปากสายตาก็มองผ่านหน้าต่างลงไปยังชั้นล่างซึ่งมีลูกค้านั่งอยู่เต็มทุกโต๊ะ
“เ้าคิดว่าไงหวังโหย่ว?”ชายหนุ่มหน้าคมถาม
“อาหารอร่อย สุราดีบริการดี” หวังโหย่วตอบแล้วก็คีบอาหารเข้าปาก พอกลืนเสร็จเขาก็พูดว่า “พ่อครัวร้านนี้ฝีมือไม่ธรรมดานี่มันอาหารระดับชาววังชัดๆ”
“แล้วไงอีก?”
หวังโหย่ว “...”
“ข้าคิดว่าเ้าของร้านนี้เป็คนฉลาดมาก”
“ก็เคยเป็ขุนนางมาก่อนนี่น่าก็ต้องฉลาดเป็ธรรดาอยู่แล้วจริงไหมจื่อหาน?” หวังโหย่วคีบอาหารเข้าปาก
อวี้จื่อหานคีบอาหารเข้าปากอย่างครุ่นคิด“ว่าแต่เื่คุณหนูคนนั้นเ้าไปสืบได้อะไรมาบ้างล่ะ?”
“นางเป็ลูกสาวตระกูลไป๋ชื่อไป๋เฟิ่งหวง ร้านนี้ไป๋จื่อฮัวจึงตั้งชื่อตามชื่อนางอ่อนแอขี้โรคมาั้แ่กำเนิด ตระกูลไป๋จึงประคบประหงมนางดั่งไข่ในหินและเพราะนางขี้โรคจึงยังไม่มีใครส่งเทียบเชิญดูตัว ที่นางหายไปครึ่งปีก็เพราะไปรักษาตัวกับหมอคนหนึ่งแต่ก็ยังไม่หายขาด เมื่อวานนางก็มีอาการกำเริบนิดหน่อย”หวังโหย่วรายงานแล้วก็จ้องหน้าคนตรงข้าม“ทำไมเ้าจึงสนอกสนใจคุณหนูขี้โรคแบบนี้ด้วยล่ะ?”
“ข้าคิดว่านางน่าสนใจดี”อวี้จื่อหานบอกแล้วก็คีบอาหารเข้าปาก
ร้านอาหารไป๋เฟิ่งหวงเปิดยังไม่ทันไรร้านค้าฝั่งตรงข้ามก็เปลี่ยนมือได้ข่าวว่ากำลังตกแต่งใหม่จะเปิดเป็บ่อนพนันชั้นสูงเ้าของใหม่ชื่อหวงเป่ย เป็ใครมาจากไหนไม่มีใครรู้ได้
บ่อนเปิดได้ไม่นานร้านข้างๆบ่อนก็มีอันเปลี่ยนเ้าของไป เ้าของใหม่ชื่อเซียงต้าเหนียง มาซื้อที่ทางเปิดหอคณิกาชื่อหอหวงหลันประวัติเซียงต้าเหนียงลือกันว่านางเคยเป็อนุภรรยาของขุนนางคนหนึ่งจากเมืองหังโจวพอสามีตายก็ถูกฮูหยินใหญ่ขับไล่ นางจึงระหกระเหินมาตั้งรกรากใหม่ที่เมืองนี้
ส่วนร้านติดกับร้านไป๋เฟิ่งหวงก็เปลี่ยนเ้าของใหม่เ้าของใหม่ชื่อ กั๋วตง ไม่มีใครรู้ประวัติกั๋วตงซึ่งมาเปิดโรงรับจำนำสักคน
พอมีร้านใหม่เปิดขึ้นการค้าก็คึกคักขึ้น โดยเฉพาะร้านไป๋เฟิ่งหวงที่ขายดีขึ้นเพราะหอหวงหลันกับบ่อนหวงเป่ยมาสั่งอาหารไปบริการลูกค้าในร้านตัวเอง
ผ่านไปอีกเดือน ร้านข้างๆร้านไป๋เฟิ่งหวงก็มีคนมาเปิดโรงหมอชื่อซันหลิวหมอซันหลิวเป็ชายตัวเล็กใบหน้ามีาแยาวน่าเกลียดจึงสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าไปครึ่งหน้า เห็นแค่ริมฝีปากสีคล้ำเท่านั้นแต่มีฝีมือการรักษาโรคไม่ด้อยกว่าผู้ใด หมอซันหลิวจะเปิดรักษาเฉพาะ่บ่ายแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นหากเป็คนยากจนจะไม่เก็บเงินสักแดง รักษาให้ฟรีๆทำให้ทุกวันมีคนมาเข้าแถวรอให้หมอรักษาให้จนแถวยาวเหยียด
นับั้แ่กิจการรุ่งเรืองไป๋เฟิ่งหวงก็แทบจะไม่ได้กลับบ้านตระกูลไป๋ กินนอนอยู่ที่ร้านเวลาฮูหยินไป๋อยากเจอลูกสาวก็ต้องออกไปหาที่ร้านแทน
“เฟิ่งหวงเหนื่อยไหมลูก?” ฮูหยินไป๋มองลูกสาวด้วยความรัก
ไป๋เฟิ่งหวงมองแม่สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ด้วยผ้าที่นางเพิ่งส่งไปให้ก็พอใจ“ท่านใส่ชุดนี้ดูสาวขึ้นไปอีกสิบปี”
“เสื้อผ้าข้าวของอะไรก็ไม่ต้องซื้อเพิ่มให้แม่หรอกเฟิ่งหวงที่เ้าซื้อให้คราวก่อนๆก็ยังอยู่เต็มไปหมด แม่อยากให้เ้ากลับบ้านบ่อยๆมากกว่า”ฮูหยินบอกอย่างไม่คิดอยากมีอยากได้
“งานข้ารัดตัวนัก”ไป๋เฟิ่งหวงพูดเลี่ยงไปเลี่ยงมา
ฮูหยินมองไปรอบๆ“แม่ดีใจที่เห็นกิจการเ้าก้าวหน้าใหญ่โต ทีแรกก็ยังกังวลว่าเ้าจะทำไหวหรือเปล่า?แต่ได้เห็นแบบนี้แล้วแม่ก็โล่งใจ”
ไป๋เฟิ่งหวงยิ้มรับยกชาขึ้นจิบ
“เอาล่ะแม่คงต้องกลับแล้ว หากว่างก็กลับบ้านไปให้พ่อเ้าเห็นหน้าบ้างล่ะ”ฮูหยินบอกแล้วก็ลุกขึ้นยืน พลัน นางก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย ยืนเซจนปัดถ้วยชาล้มเคร้ง!
“ท่านแม่!” ไป๋เฟิ่งหวงใรีบลุกไปประคอง “ท่านเป็อะไร?”
ฮูหยินรีบบอก“ไม่เป็อะไร แค่หน้ามืดเท่านั้น”
ไป๋เฟิ่งหวงประคองแม่นั่งลงแล้วก็จับชีพจรตรวจดูแล้วก็ถอนหายใจ “เืลมเดินไม่สะดวกเท่านั้น”
ฮูหยินมองลูกอย่างสงสัย“เ้ารู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ?”
“พอรู้มาบ้างท่านหมอหลวงสอนข้า” ไป๋เฟิ่งหวงตอบตามจริงเพียงครึ่งเดียวจริงๆแล้วต้องบอกว่านางเรียนมาพร้อมกับหมอหลวงต่างหาก
“งั้นรึ”ฮูหยินไม่ติดใจอะไรอีก พอรู้สึกว่าดีขึ้นแล้วนางก็ลุกขึ้น
ไป๋เฟิ่งหวงประคองแม่เดินไปส่งขึ้นรถม้า
ฮูหยินก้าวขึ้นรถม้าสายตาก็มองลูกสาวด้วยความรัก
จากนั้นรถม้าก็เคลื่อนออกไป
ไป๋เฟิ่งหวงเดินกลับเข้าไปในร้าน
ที่ชั้นสองของบ่อนหวงเป่ยอวี้จื่อหานยืนมองคุณหนูตระกูลไป๋จนนางเดินกลับเข้าไปในร้านเขาจึงหันไปสะกิดหวังโหย่ว
หวังโหย่วทิ้งไพ่ที่อยู่ในมือแล้วก็บอกว่า“แพ้อีกแล้ว เลิกๆๆๆ กลับดีกว่า” เขาลุกขึ้นแล้วก็เดินเคียงคู่กับสหายออกจากบ่อน
ทั้งสองตรงไปยังร้านไป๋เฟิ่งหวงพอเสี่ยวเอ้อเห็นหน้าก็รีบเชิญเข้าร้านเพราะทั้งสองเป็แขกประจำของร้านที่จองห้องส่วนตัวตลอดทั้งเดือน
ว่านซินพอเห็นแขกเข้าร้านก็รีบเดินไปต้อนรับ “เชิญคุณชายทั้งสองเ้าค่ะ” นางยิ้มให้พวกเขาแล้วก็เดินนำไปที่ห้อง
หวังโหย่วยิ้มตอบด้วยท่าทางเ้าสำราญส่วนอวี้จื่อหานหน้าเฉย เพียงปรายตามองเท่านั้น
พอแขกนั่งลงเรียบร้อยว่านซินก็แนะนำรายการอาหารว่า“วันนี้ทางร้านเราเพิ่งได้สุรารสเลิศสูตรหนานถิงมาเ้าค่ะไม่ทราบว่าคุณชายทั้งสองสนใจอยากจะลองชิมหรือไม่เ้าคะ?”
“หือ? สุราจากหนานถิงงั้นรึเอามาลองสักหน่อยก็เข้าท่านะจื่อหาน” ประโยคหลังหวังโหย่วหันไปถามสหาย
“อืม” อวี้จื่อหานพยักหน้า
“รอสักครู่เ้าค่ะ”ว่านซินยิ้มรับแขกแล้วก็ถอยออกไปสั่งเสี่ยวเอ้อ
สักพักเสี่ยวเอ้อก็ถือถาดเข้าไปเสี่ยวเอ้อยกไหสุราใบน้อยวางลงบนโต๊ะตามด้วยจอกสุราเสี่ยวเอ้ออีกคนก็วางโถมีฝาปิดลงบนโต๊ะ แล้วทั้งสองก็เดินออกไป
ว่านซินก้าวเข้าไปรินสุราให้ทั้งสองนางรินให้หวังโหย่วก่อนเพราะอีกฝ่ายมีท่าทางเป็มิตรมากกว่าอีกคนแล้วก็รินให้อีกคนหนึ่ง “เชิญเ้าค่ะคุณชายทั้งสอง”แล้วนางก็เอื้อมมือไปเปิดฝาโถออก
ชายหนุ่มทั้งสองมองสิ่งที่อยู่ในโถแล้วก็ตะลึง
“ขนมหนวดัเ้าค่ะ”ว่านซินบอกแล้วก็คอยสังเกตท่าทีของคุณชายทั้งสอง
ชายหนุ่มทั้งสองหันไปมองเถ้าแก่เนี้ยเขม็ง
ว่านซินยิ้มแย้มอ่อนหวานแล้วก็ถามว่า“มีอะไรหรือเ้าคะคุณชาย? หรือว่าท่านไม่พอใจขนมเ้าคะ?ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เด็กนำอย่างอื่นมาเปลี่ยนให้เ้าค่ะ”
“ไม่ต้อง ข้าพอใจมากขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยที่ใส่ใจ เอาล่ะข้า้าความเป็ส่วนตัว” อวี้จื่อหานพูดแล้วก็โบกมือ
ว่านซินคารวะแล้วก็เดินออกไป
หวังโหย่วมองตามเถ้าแก่เนี้ยแล้วก็หันไปจ้องขนมในโถเหมือนเป็สิ่งอัศจรรย์พันลึก
อวี้จื่อหานมองขนมด้วยความรู้สึกหนักอึ้งขนมที่มีเฉพาะในวังหนานถิงมาปรากฏอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
หวังโหย่วหยิบขนมกัดกินพอเคี้ยวหมดเขาก็พูดว่า “รสชาติไม่ผิดเพี้ยนเลยสักนิด”แล้วเขาก็ส่งขนมอีกครึ่งอันเข้าปาก
อวี้จื่อหานหยิบขนมมาชิมเพียงััแรกที่กัดลงไป ไม่แตกต่างจากที่เคยกินรสชาติก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปเลยสักนิดเดียวหากจะบอกว่าส่งมาจากวังหนานถิงก็เป็ไปไม่ได้เพราะขนมนี้ต้องทำสดใหม่เท่านั้นเก็บไว้ข้ามวันไม่ได้ แล้วเขาก็ยกสุราขึ้นจิบ ดวงตายาวรีคมเข้มก็ตะลึงอีกรอบ สุรานี่ก็มีเฉพาะในวังหนานถิงเท่านั้น
ร้านไป๋เฟิ่งหวงมีสุราและขนมจากวังหนานถิงได้อย่างไร?ในเมืองหนานถิงไม่มีขายอย่างแน่นอน
เขาสบตาหวังโหย่ว
หวังโหย่วเห็นท่าทางสหายหลังจิบสุราเข้าไปก็ยิ่งสงสัยเขายกสุราจิบบ้าง สมองมีคำถามเกิดขึ้นทันที สุรานี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?“จื่อหานนี่มัน?”
“อืม ไม่ผิด” อวี้จื่อหานพยักหน้าแล้วเขาก็หันไปเรียกเสี่ยวเอ้อ “เสี่ยวเอ้อ”
เสี่ยวเอ้อที่อยู่หน้าห้องก็รีบเปิดประตูเข้าไป“ขอรับคุณชาย”
“ตามเถ้าแก่เนี้ยมาที”อวี้จื่อหานสั่ง
“ขอรับ”เสี่ยวเอ้อเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูห้องให้
หวังโหย่วหยิบขนมกินอีกชิ้น
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะhttps://www.facebook.com/readfree.in/และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ