“การรักษามีแค่ทางนี้ทางเดียวหรือคะคุณหมอ” ส้มเปรี้ยวถามเสียงเบา
“นอกจากเนื้องอกที่มดลูก เรายังตรวจพบโรคอื่นด้วยค่ะ เพื่อป้องกันการลุกลามของโรค หมอแนะนำว่าคนไข้ควรผ่าตัดมดลูกนะคะ” คุณหมอบอกอย่างใจเย็นและมองส้มเปรี้ยวด้วยความเห็นใจ
ส้มเปรี้ยวตรวจเจอโรคร้ายได้เร็วและยังโชคดีที่โรคร้ายนั้นยังไม่ได้อยู่ในระยะลุกลาม แต่ที่น่าเศร้าคือหลังจากนี้ส้มเปรี้ยวจะไม่สามารถมีลูกได้แล้ว ความฝันที่เธออยากจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นกับคนรักคงเป็ไปไม่ได้ ส้มเปรี้ยวนั่งรถเมล์กลับบ้านด้วยท่าทางเลื่อนลอย
“อ้าว...ส้มเปรี้ยว กลับมาแล้วเหรอ คุณหมอว่ายังไงบ้าง” เหมียวกำลังเก็บร้านอยู่ก็หันมาเห็นส้มเปรี้ยวพอดี “ส้มเปรี้ยว ส้มเปรี้ยว เธอเป็อะไร เธอตอบพี่สิ”
“เหมียว! คุณพาส้มเปรี้ยวกลับบ้านก่อน เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง” แก้วรีบบอกภรรยา ปกติเขาจะเห็นแต่ความสดใสร่าเริงของส้มเปรี้ยว แต่วันนี้ดูท่าทางของส้มเปรี้ยวแล้วคงเกิดเื่ร้ายจนเธอรับไม่ไหวแน่
เหมียวรีบพาส้มเปรี้ยวกลับห้องพักอย่างไม่สบายใจ เธอคอยจับมือส้มเปรี้ยวอยู่ไม่ห่าง “ส้มเปรี้ยว บอกพี่เหมียวมาว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกับเธอ เธออย่าทำให้พี่กลัวสิ”
“พี่เหมียว! ฮือๆๆ” ส้มเปรี้ยวร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น “พี่เหมียว ต่อไปฉันจะมีลูกไม่ได้แล้ว”
“ว่าไงนะ! ส้มเปรี้ยวใจเย็นๆ ก่อน ค่อยๆ เล่าให้พี่ฟัง” เหมียวกอดและตบหลังน้องสาวอย่างให้กำลังใจ
ส้มเปรี้ยวร้องไห้อยู่อีกนาน เธอสะอื้นจนตัวโยน ก่อนที่จะเล่าเื่ที่เธอไปพบหมอให้เหมียวฟัง พอเหมียวรู้ก็รู้สึกสงสารน้องสาวมาก เธอรู้ว่าส้มเปรี้ยวมีความฝันที่อยากจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่น อีกทั้งส้มเปรี้ยวยังฝันที่อยากจะมีลูกหลายๆ คน เพราะไม่อยากให้ลูกเกิดมาต้องเหงาเหมือนกับเธอที่พ่อกับแม่มีลูกแค่คนเดียว แต่ตอนนี้ดูเหมือนความฝันของส้มเปรี้ยวจะเป็จริงไม่ได้เสียแล้ว เหมียวกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และร้องไห้ไปกับน้องสาวด้วยอีกคน
“พี่รู้ว่าเธอเสียใจ เพราะเธอฝันมาตลอดว่าอยากจะมีลูกหลายๆ คน แต่เธอลองมองอีกมุมหนึ่งดู อาสินกับอาสายใจมีเธอเป็ลูกแค่คนเดียว ถ้าเธอมัวแต่เสียใจอยู่อย่างนี้ อาสินกับอาสายใจจะต้องเสียใจมากขนาดไหน ส้มเปรี้ยว...ถึงยังไงชีวิตคนเราก็ต้องเดินต่อไปนะ”
“ฉันรู้ค่ะพี่เหมียว แต่ฉันก็อดเสียใจไม่ได้ ฉันขอเวลาทำใจสักพัก ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ทำอะไรโง่ๆ แน่นอน ฉันจะไม่ทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียใจ” ส้มเปรี้ยวบอกกับเหมียว
ส้มเปรี้ยวนอนเสียใจอยู่หลายวัน แต่เมื่อคิดได้ว่าตัวเองโชคดีขนาดไหนแล้วที่ตรวจเจอโรคร้ายได้เร็วก่อนที่มันจะลุกลาม ทั้งยังสามารถรักษาให้หายได้ ส้มเปรี้ยวจึงกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง แต่เพราะเธอผ่อนคลายตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัดที่จะมีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทำให้เธอลืมไปแล้วว่าเธอยังไม่ได้บอกเื่สำคัญนี้กับธงชัยเลย และก็บังเอิญที่วันนี้ธงชัยมีธุระกับส้มเปรี้ยวพอดี
“ผมโทรหาคุณทุกวัน ทำไมคุณถึงไม่ยอมรับสาย คุณคิดอะไรอยู่กันแน่ คุณยังโกรธที่แม่ผมโทรมาต่อว่าคุณอยู่เหรอ ในเมื่ออีกหน่อยคุณก็จะต้องเข้าไปเป็ลูกสะใภ้ของแม่ผมแล้ว คุณก็ช่วยอดทนกับท่านหน่อยไม่ได้หรือไง ไม่อย่างนั้นก็คิดเสียว่าทำเพื่อผม คุณทำเพื่อผมได้ไหม หรือผมขอแค่นี้คุณยังทำให้ผมไม่ได้” ธงชัยมาหาส้มเปรี้ยวที่ห้องพัก และต่อว่าเธออีกชุดใหญ่ “ถ้าคุณคิดที่จะเอาชนะแม่ผมอยู่อย่างนี้ ผมว่าชีวิตคู่ของเราก็ไม่น่าจะไปรอดนะ”
“ชีวิตคู่ของเรามันไปไม่รอดั้แ่แรกแล้วล่ะค่ะธงชัย และคุณก็พูดผิดแล้วว่าฉันไม่เคยยอมให้แม่ของคุณ นอกจากเื่ที่แม่คุณโทรมาต่อว่าฉัน คุณคงยังไม่รู้ว่าแม่ของคุณเคยบอกให้ฉันโอนเงินไปให้ท่านด้วยนะคะ ท่านบอกว่าคุณให้เงินค่าใช้จ่ายกับท่านไม่พอ และธุรกิจที่บ้านก็ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน เื่นี้คุณรู้ไหม” ส้มเปรี้ยวพูดสวนกลับไปด้วยความโมโหและน้อยใจ จริงอยู่ที่เธอไม่ยอมรับสายของธงชัยใน่ที่ผ่านมา เพราะนอกจากส้มเปรี้ยวจะยังเสียใจอยู่กับอาการป่วยของตัวเองแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเธอรู้ว่าที่ธงชัยพยายามโทรมาหาเธอเพราะเขาแค่กำลังเดือดร้อนเื่เงิน “แล้วคุณรู้ไหมคะธงชัยว่าตอนนี้ฉันกำลังป่วย ฉันไม่สบาย และฉันก็กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด”
“แล้วคุณป่วยเป็อะไรล่ะ ในเมื่อไปหาหมอแล้วก็คงไม่มีอะไรมากไม่ใช่หรือ ตอนนี้ผมก็ยังเห็นคุณดูปกติดี” ธงชัยพูดเสียงรำคาญ “คุณอย่ามาทำท่าหาเื่กับผมอย่างนี้เลยนะมันเสียเวลา เอาเป็ว่าคุณมีเงินให้ผมยืมสักหน่อยไหม เดือนนี้ผมหมุนเงินไม่ทันจริงๆ ตอนนี้ผมกำลังถูกเสนอชื่อให้ขึ้นเป็ผู้ช่วยหัวหน้าแผนก ผมอยากพาหัวหน้าไปเลี้ยงอาหารดีๆ สักมื้อ”
“ไม่มีค่ะ ฉันต้องเก็บเงินไว้รักษาตัว”
“คุณพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง” ธงชัยพยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลง “ส้มเปรี้ยว ผมรู้ว่าคุณอาจจะโกรธที่ผมไม่ได้มาดูแลคุณ แต่ทุกวันนี้ผมกำลังทำเพื่ออนาคตของเราอยู่นะ ธุรกิจของที่บ้านมันก็เป็แค่การค้าเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งในอนาคตมันก็อาจจะไปไม่รอด เพราะฉะนั้นงานของผมตอนนี้มันมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า และผมอยากให้คุณสนับสนุนผม”
ส้มเปรี้ยวรู้มาตลอดว่าธงชัยเป็คนที่มีความทะเยอทะยาน เธอพร้อมที่จะสนับสนุนเขาในทุกเื่ แม้แต่กับพ่อและแม่ของเขา เธอก็ยอมอดทนทั้งที่รู้ว่าท่านทั้งสองไม่อยากรับเธอเข้าไปเป็สะใภ้ ซึ่งส้มเปรี้ยวก็ยอมเพราะเธอรักธงชัย แต่วันนี้อนาคตที่เธออยากจะสร้างร่วมกันกับเขามันไม่มีทางเป็ไปได้อีกแล้ว “ฉันรู้ค่ะธงชัยว่าคุณกำลังทำเพื่ออนาคตของเรา เรารู้จักกันมาั้แ่เรียน ปวส. จนคุณเรียนต่อปริญญาตรี ฉันก็สนับสนุนคุณและยังออกค่าใช้จ่ายช่วยคุณมาไม่น้อย ฉันไม่ได้พูดเื่พวกนี้ขึ้นมาเพราะอยากจะทวงบุญคุณ แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกคือฉันพร้อมที่จะสนับสนุนและก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับคุณ เพื่อหวังว่าต่อไปเราจะสร้างครอบครัวของเราให้มีความสุข แต่วันนี้ฉันอยากจะบอกคุณว่ามันคงเป็ไปไม่ได้แล้ว อาการป่วยของฉันมันทำให้ฉันมีลูกไม่ได้ คุณได้ยินอย่างนี้แล้วคุณยังอยากจะสร้างอนาคตร่วมกับผู้หญิงอย่างฉันอยู่อีกหรือคะ”
“คุณพูดอะไรออกมาน่ะส้มเปรี้ยว คุณอย่าเอาเื่นี้มาล้อเล่นนะ คุณจะยกเื่อื่นมาเพื่อบอกเลิกกับผมก็ได้ แต่เื่มีลูกไม่ได้นี่ผมขอล่ะ คุณก็รู้ว่าครอบครัวผมให้ความสำคัญกับเื่นี้มาก” ธงชัยพูดอย่างไม่อยากเชื่อ
ส้มเปรี้ยวอธิบายให้ธงชัยฟังอีกครั้งอย่างใจเย็น ธงชัยฟังแล้วก็ได้แต่ต้องทำใจยอมรับ เพราะถึงแม้เขาจะรักส้มเปรี้ยวมากขนาดไหน แต่ถ้าเธอมีลูกไม่ได้ เส้นทางความรักของเขาและส้มเปรี้ยวก็ต้องจบลง ไม่ใช่แค่ส้มเปรี้ยวเท่านั้นที่เป็ลูกคนเดียวของครอบครัว ตัวเขาเองก็เป็ลูกชายคนเดียวของครอบครัวเหมือนกัน หลังจากพูดคุยกันต่ออีกสักพัก ธงชัยก็ขอตัวกลับ และเขายังขอโทษสำหรับการตัดสินใจของเขาในวันนี้อีกหลายครั้ง ซึ่งส้มเปรี้ยวก็เข้าใจ
วันที่ส้มเปรี้ยวเข้ารับการผ่าตัด สินกับสายใจขอติดรถญาติเข้ากรุงเทพเพื่อมาเฝ้าลูกสาว และคิดว่าจะรับลูกสาวกลับไปอยู่บ้านนอกด้วยกัน พวกเขาไม่อยากให้ส้มเปรี้ยวทำงานและต้องใช้ชีวิตตามลำพังที่กรุงเทพต่ออีกแล้ว อย่างน้อยอยู่ที่บ้านเมื่อส้มเปรี้ยวเจ็บไข้ได้ป่วยก็ยังมีพวกเขาคอยดูแล แต่ข่าวร้ายก็มาเกิดขึ้นเสียก่อน เพราะคนขับรถเกิดหลับในทำให้รถพุ่งชนข้างทาง ทุกคนที่นั่งมาในรถเสียชีวิตทั้งหมด