10.00 น.
ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องที่ฉันไม่คุ้นเคย ความรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆและมึนงงเข้าจู่โจมฉัน หมอนที่หนุนนอนอยู่ก็รู้สึกว่าจะแข็งผิดปกติ เมื่อปรับสายตาเข้ากับแสงที่ส่องผ่านเข้ามาได้ก็แทบอยากจะร้องกรี๊ดเสียงดังเพราะมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองฉันอยู่อย่างใกล้ชิด นอกจากดวงตาแล้วฉันยังมองเห็นจมูก ปาก และไรหนวดเล็กๆ ที่ขึ้นอยู่บนริมฝีปากของเขา ลมหายใจอุ่นๆของเขาพิสูจน์ให้รู้ว่าฉันนอนกอดสิ่งมีชีวิตที่เป็ผู้ชายอยู่และเขาก็หน้าตาคุ้นๆมาก หน้าของเขาเหมือนกับ แดน ผู้ชายที่ฉันชอบ แดนอย่างนั้นหรอ
“ถ้าตื่นแล้วก็ลุกขึ้นเถอะน้องนอนหนุนแขนเราต่างหมอนมาทั้งคืนแล้ว เราเมื่อย”ฉันสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นจากอ้อมกอดของเขา จะบอกว่าอ้อมกอดของเขาก็ไม่ถูกนักเพราะเห็นๆ อยู่ว่าฉันเป็คนเดียวที่กอดเขา
“แขนข้างนี้คงตายไปแล้วเืไม่ไหลมาเลี้ยงนานหลายชั่วโมง”เขาลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงแล้วทำท่านวดแขนข้างที่ฉันใช้หนุนนอนเมื่อสักครู่นี้พร้อมกับบ่นพึมพำเกี่ยวกับแขนของตัวเองฉันมองสำรวจตัวเองก็พบว่าเสื้อผ้าบนตัวฉันไม่ใช่ของฉัน และความรู้สึกต่อจากนั้นคือมันโล่งมากฉันก้มมองร่างกายอันเปลือยเปล่าของตัวเองผ่านเสื้อแขนยาวเพียงตัวเดียวที่ฉันสวมใส่อย่างใสุดขีดเสื้อผ้าของฉันหายไปไหน ฉันพูดไม่ออกตอนนี้ทำได้เพียงมองหน้าเขาโดยไม่รู้จะเริ่มต้นคำถามว่ายังไง
“เมื่อคืน........” ฉันลุ้นว่าเขาจะพูดว่าอะไรแต่เขากลับหยุดพูดซะอย่างนั้น
“เมื่อคืน...... ทำไม แล้วเสื้อผ้าเราอยู่ไหนทำไมเราอยู่ที่นี่” ฉันถามเขาเสียงสั่นเมื่อเขาไม่เป็ฝ่ายอธิบายฉันก็ต้องถามหาคำตอบเอาเอง
“เมื่อคืนนี้น้องเมามาก เราก็เลยพากลับมาที่คอนโดส่วนเสื้อผ้าน้องอยู่ในเครื่องซักผ้าเราลืมตาก”พูดจบเขาก็ลุกจากที่นอนออกจากห้องไปเลย ทิ้งฉันให้นั่งเคว้งอยู่บนเตียงฉันตั้งสติแล้วคิดทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้น ฉันจำได้ว่าก่อนจะหลับไปแดนบอกให้ฉันขี่หลังเขา แสดงว่าเขาเป็คนพาฉันมาที่นี่จริงๆนี่คือห้องนอนของเขาอย่างนั้นหรอ ฉันทิ้งตัวลงนอนห่มผ้าคลุมโปงไว้แล้วคิดต่อว่าเขาทำอะไรฉัน ฉันถึงอยู่ในสภาพนี้และเริ่มจำได้รางๆ ว่าตัวฉันเปียกแล้วก็ถูกเขาถอดเสื้อผ้า แล้วเขาก็เป็คนสวมชุดนี้ให้ฉันด้วย
“แดน โอ๊ย” ฉันะโเรียกเขาเสียงดังสุดเสียงที่มีแล้วก็ต้องรู้สึกเจ็บที่ปาก คลำๆ ดูก็พบว่าที่ปากของฉันมีแผลนี่เขากัดปากฉันอย่างนั้นหรอ
“เป็ไรไปน้อง”เขาวิ่งเข้ามาในห้องทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของฉัน
“แดนทำอะไรน้องเนี่ย น้องจำได้หมดแล้วแดนถอดเสื้อผ้าน้องทำไม แล้วยังทำปากน้องแตกด้วย ฮือๆๆๆ ไอ้แดนบ้า ไอ้คนเลว”ฉันเขาไปทุบตีทำร้ายร่างกายเขาเมื่อคิดว่าเขาลงมือทำเื่อย่างว่ากับฉันไปเมื่อคืนนี้
“เดี๋ยวก่อน นี่น้อง คิดดีแล้วหรือยังเราไม่ได้ทำอะไรน้องเลยนะ น้องทำตัวเองทั้งนั้นเลย”เขาดึงมือฉันไว้ก่อนจะพลิกตัวฉันให้อยู่ด้านหน้าเขาและกอดฉันไว้โดยใช้มือทั้งสองข้างจับแขนฉันไม่ให้ทำร้ายเขาอีก
“ทำตัวเองอย่างนั้นหรอ เมื่อคืนแดนเป็คนถอดเสื้อผ้าน้องนะ”ถึงจะรู้สึกเจ็บตึงที่ริมฝีปากแต่ฉันก็พยายามเถียงเขากล่าวถึงความจริงที่ฉันจำได้ถึงจะเลือนรางก็เถอะ
“เราถอดเสื้อผ้าน้องจริงแต่น้องเป็คนบังคับให้เราทำแบบนั้นต่างหาก”เขาหาว่าฉันเป็คนบังคับให้เขาแก้ผ้าฉันออกจนหมดไม่เหลือสักชิ้นงั้นหรอเขาสติดีหรือเปล่าที่ว่าฉันแบบนี้
“ไม่จริง แดนอย่ามาใส่ความน้องน้องจำได้ว่าแดนถอดทั้งหมด” ฉันยังคงเถียงตามความเชื่อที่ฉันรับรู้มา
“น้อง ใจเย็นๆ แล้วตั้งสติฟังเราพูดให้ดีนะเมื่อคืนน้องเมามากจำได้ไหม” ฉันตั้งสติอีกครั้ง จะลองฟังดูว่าเขาจะแก้ตัวยังไง
“จำได้”
“แล้วเราก็พาน้องกลับมาที่ห้อง”
“อันนี้จำไม่ได้”
“ไม่เป็ไร ฟังต่อนะ แล้วเราก็พาน้องมานอนในห้องที่เตียงนี้ แล้วเราก็ออกไปดื่มน้ำ จากนั้นเราก็ได้ยินเสียงเหมือนของหล่นเราก็เขามาดู สิ่งที่เราเห็นคือ น้องลงมานอนกองอยู่ที่พื้นแล้วก็ร้องไห้ จำได้ไหม”
“เหมือนจะจำได้”ฉันลองนึกตามสิ่งที่เขาพูดก็พอจะจำได้รางๆว่าตอนนั้นฉันหิวน้ำเลยลุกยืนขึ้นบนที่นอน แล้วก็สะดุดผ้าห่มล้มคว่ำหน้าไปกับพื้นจำได้ว่าเจ็บมากเลยนั่งร้องไห้ แล้วเขาก็เข้ามากอดฉันไว้
“โอเค จำได้แล้วนะ เราไม่ได้ทำปากน้องแตกแต่น้องทำตัวเองนะ” เขาเริ่มคลายมือที่จับแขนฉันไว้แล้ว แต่ยังไม่ยอมปล่อยพอฉันเริ่มดิ้นเข้าก็กอดกระชับร่างฉันไว้อีกครั้ง
“รู้แล้วน่า ปล่อยน้องได้หรือยัง”ฉันพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง
“ยังไม่ปล่อย เื่ราวต่อจากนี้สำคัญมากตั้งสติและคิดตามให้ดีๆ นะ” เขายังคงกอดฉันไว้ และเริ่มพูดอย่างช้าๆ
“อื้ม”
“พอเราพาน้องขึ้นไปนอนบนเตียงเราก็ไปหาผ้ามาเช็ดหน้าให้ แล้วน้องก็บอกว่าจะอ้วก เราก็เลยพาน้องไปอ้วกในห้องน้ำแต่มันไม่ทัน น้องอ้วกใส่เราทั้งคู่เลย” ฉันค่อยๆ คิดตามเขาเป็จริงอย่างที่เขาว่า หลังจากเช็ดหน้าแล้วรู้สึกดีขึ้นกลายเป็ว่าฉันอยากจะอาเจียนซะอย่างนั้นแล้วฉันก็อาเจียนออกมาจริงๆ น่าอายชะมัดเลย
“เอ่อ......” ฉันไม่รู้จะพูดอะไร เลยทำแค่พยักหน้าน้อยๆ
“พอเราทั้งคู่เปื้อน เราก็เลยต้องล้างจะให้น้องนอนกับอ้วกตัวเองก็ไม่ได้แต่น้องไม่ยอมให้ความร่วมมือเราก็เลยเปียกทั้งคู่ พอเปียกก็ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า”นี่เขายอมรับแล้วใช่ไหมว่าเขาแก้ผ้าฉันน่ะ
“ทำไมไม่เรียกน้อง ให้น้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเองทำไมต้องถอด........ทั้งหมด นี่แดนเห็นหมดแล้วใช่ไหม ไอ้แดนบ้า ไอ้ลามก ไอ้คนหื่น”ฉันดิ้นจะทุบตีเขา เขายอมรับมาแล้วว่าเขาถอดเสื้อผ้าของฉันจริงๆ
“หยุดเลยน้อง เลิกดิ้นแล้วฟังเราให้ดีตอนนั้นน้องเมาไม่ได้สติเลย เราเรียกน้องก็ไม่รู้เื่ แล้วจะให้เราทำยังไงเสื้อผ้าก็เปียกทั้งหมด จะนอนทั้งที่ตัวเปียกได้ยังไงเดี๋ยวก็เป็ปอดบวมกันพอดีถึงปอดจะบวมอยู่แล้วก็เถอะ” ตอนแรกๆ ก็อธิบายทำความเข้าใจกันอยู่หรอกที่ประโยคหลังนี่เขาแซวหน้าอกฉันใช่ไหม ไอ้คนลามก
“ไอ้คนลามก” ฉันหยุดดิ้นเมื่อไม่สามารถสู้แรงของเขาได้
“เรายอมรับว่าเราเป็คนถอดเสื้อผ้าน้องจริงแต่เราก็ใส่ให้แล้วนี่แล้วตอนถอดเราก็ปิดไฟนะ ไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ”
“ไม่เห็นแต่ก็ััโดนอยู่ดี” พูดไปก็อายไม่รู้เขาจับโดนส่วนไหนของฉันบ้างถึงฉันจะชอบเขามากแต่ก็ไม่ได้อยากให้ตัวเองมานอนแก้ผ้าให้เขากอดทั้งคืนแบบนี้หรอกนะจะว่าแก้ผ้านอนกอดกันก็ไม่ถูกเขายังใจดีใส่เสื้อผ้าให้ฉันตั้งหนึ่งชิ้นยิ่งคิดฉันยิ่งอาย ต่อไปฉันจะมองหน้าเขายังไงเนี่ย
“ข้อนี้เราไม่เถียง มันก็มีโดนบ้างแต่เราไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ เราขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินน้องจริงๆถ้าเราจะทำ น้องไม่รอดมายืนเถียงเราแบบนี้หรอก” ก็จริงอย่างที่เขาพูดถ้าเขาคิดจะรังแกฉันจริงสภาพฉันคงจะแย่กว่านี้
“รับคำขอโทษ ตอนนี้ก็ปล่อยน้องได้แล้ว อึดอัด”
“โอเคครับ ปล่อยแล้วนะ ไม่ตีแล้วนะ”เขายอมปล่อยอย่างที่พูดจริงๆ
“ตู้เสื้อผ้าอยู่ที่ไหน”ฉัน้าเสื้อผ้าที่รัดกุมมากกว่าเสื้อแขนยาวตัวนี้
“ทางโน้น” เขาชี้มือไปทางด้านซ้ายของห้องฉันจึงรีบเดินไปตามทางนั้น
“ออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้เลย” ฉันชี้มือให้เข้าออกไปเพราะฉันอายเขามากจริงๆและ้าความเป็ส่วนตัวมากกว่านี้เขายอมเดินออกไปแต่โดยดีและยังปิดประตูห้องให้ฉันด้วยฉันรีบเดินไปกดล็อกประตูห้องแล้วรีบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของเขานอกจากเสื้อนักศึกษาที่เป็สีขาวแล้ว เสื้อและกางเกงส่วนใหญ่ของเขาล้วนเป็สีดำนี่เขาไม่คิดจะซื้อเสื้อผ้าสีอื่นบ้างหรือไงกันฉันเลือกหยิบเสื้อยืดแขนสั้นสีดำของเขาตัวหนึ่งมาสวมทับเสื้อแขนยาวที่ฉันใส่อยู่ตอนนี้และเลือกหากางเกงของเขาที่ฉันพอจะใส่ได้บ้างแล้วก็พบว่าคงจะมีแค่กางเกงบอลเท่านั้นที่ฉันพอจะหยิบขึ้นมาใส่ได้ฉันเลยหยิบมาสวมทับกันสองตัว
“ค่อยยังชั่วหน่อย”ฉันรู้สึกว่าร่างกายปลอดภัยขึ้นมาระดับหนึ่งเมื่อได้สวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดขึ้น
ฉันเดินออกจากห้องมาและเริ่มกวาดสายตามองหาแดนก็ไม่พบว่าเขาอยู่ในห้องแล้วเขาไปไหนนะ แต่ก็ดีแล้วที่เขาไม่อยู่ ฉันอายจนไม่รู้จะมองหน้าเขายังไง ทั้งเื่ที่เมาแล้วอาเจียนใส่เขาแล้วยังเื่ที่เขาเปลื้องผ้าฉันจนหมดทุกชิ้นนั่นอีกฉันเดินมองสำรวจห้องเขามาเรื่อยๆก็พบกับเครื่องซักผ้าฉันกำลังตามหาเสื้อผ้าของฉันและพบกับชั้นในสองชิ้นนั้นที่ฉันอยากได้มากที่สุดในตอนนี้ซึ่งมันนอนชื้นอยู่บนราวอย่างเรียบร้อยนี่เขาซักและตากชั้นในให้ฉันด้วยอย่างนั้นหรอนี่คือเื่น่าอายเื่ที่สามของเช้านี้ใช่หรือเปล่าฉันมองดูกางเกงยีนขาเดฟของตัวเองแล้วก็คิดสงสารตัวเองในใจฉันเลือกกางเกงตัวที่รัดที่สุดแล้ว เขายังสามารถถอดมันได้ทั้งๆที่มันเปียกอยู่เขาช่างเป็ผู้ชายที่มีความสามารถจริงๆ ฉันจับชุดชั้นในและเสื้อผ้าของฉันปรากฏว่ามันยังชื้นอยู่มาก ฉันคว้าเสื้อผ้าชื้นๆของตัวเองแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำในห้องเขาทันทีนึกโทษเขาอยู่ในใจทำไมเขาไม่ตากพวกมันั้แ่เมื่อคืนนะ