ร้านน้ำชาจ้าวยุทธจักร

    สงคราม การทูต และข่าวลือ (4)

              ธรรมชาติของข่าวลือนั้นแปลกนักแรกเริ่มมันจะเป็นเพียงเรื่องเล่าเพื่อความบันเทิงเรื่องหนึ่งระหว่างการร่ำสุราหรือดื่มชาแต่เมื่อข่าวลือที่เหมือนหรือคล้ายกันมาพบปะกันในวงสนทนาข่าวลือเหล่านั้นก็จะกลายเป็นความจริง ความจริงที่มีคนบางกลุ่มพยายามปกปิดเอาไว้แต่ไม่สำเร็จ

            ข่าวลือเกี่ยวกับไท่หยางในยามนี้ก็เช่นกันทันทีที่เรื่องเล่าจากปากจอมยุทธ์พเนจรไปพ้องกันกับข่าวจากกองคาราวานสินค้าข่าวลือก็กลายเป็นความจริง และเป็นความจริงที่มีน้ำหนักมากพอจะขับเคลื่อนกองทัพของชนเผ่าเร่ร่อนได้

              เดิมทีชนเผ่าต่างๆในทุ่งหญ้าและทะเลทรายนั้นจะย้ายถิ่นฐานไปตามฤดูกาลที่เปลี่ยนผ่าน ทุกๆ ปีพวกเขาจะเลือกตั้งชุมชนกันในบริเวณที่ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษเว้นเสียแต่ว่าบริเวณนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหมาะที่จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยเมื่อแคว้นทั้งสี่ขยายอาณาเขตมาจนถึงเส้นทางของพวกชนเผ่าเร่ร่อนเหล่านี้การแย่งชิงพื้นที่จึงเกิดขึ้น และสุดท้ายชนเผ่าที่มีกำลังน้อยกว่าก็พ่ายแพ้จนต้องถอยร่นไป อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่เคยล้มเลิกความคิดที่จะช่วงชิงแผ่นดินของบรรพบุรุษกลับคืนมา

              เมื่อไท่หยางกำลังอ่อนแออีกทั้งยังมีการศึกติดพันชนเผ่าเร่ร่อนเหล่านั้นย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปตัวแทนจากหลายเผ่าเริ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับการทวงคืนแผ่นดินของพวกตนพวกเขาไม่คิดว่าการต่อสู้กับไท่หยางอย่างโดดเดี่ยวเหมือนที่ผ่านมาจะเป็นความคิดที่ดีและหลังจากตกลงผลประโยชน์ระหว่างเผ่ากันได้แล้วพวกเขาก็เริ่มวางแผนจู่โจมทันที

              เมื่อหมากเม็ดสำคัญเริ่มเคลื่อนไหวมีหรือที่เซี่ยวอวิ๋นจะนั่งอยู่เฉยๆทันทีที่ม้าเร็วรายงานว่าชาวชนเผ่าบุกโจมตีชายแดนด้านตะวันออกของไท่หยางเซี่ยวอวิ๋นก็สั่งให้ทัพหลงทั้งหมดโจมตีชายแดนไท่หยางพร้อมกันผลคือทัพของมู่เฟิงเทียนสามารถยึดหัวเมืองของแคว้นไท่หยางได้หนึ่งเมืองในขณะที่ทัพอื่นๆ แม้ไม่สามารถยึดเมืองได้ แต่ก็สามารถผลักดันศัตรูออกจากชายแดนได้สำเร็จตามความต้องการของกุนซือหนุ่ม ความจริง การที่มู่เฟิงเทียนสามารถยึดเมืองได้นั้นนับว่าเกินคาดไปมากเลยทีเดียว แต่เมื่อได้พิจารณาสถานการณ์อย่างถี่ถ้วนแล้วเซี่ยวอวิ๋นก็ไม่แปลกใจสักเท่าไหร่ เพราะหลังจากทัพของแม่ทัพหยวนไฉ่แตกพ่ายไปสายข่าวที่เฝ้าจับตามองการพวกไท่หยางก็ไม่ได้รายงานถึงการเคลื่อนไหวของกองกำลังเสริมเลย

              มันเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ค่อนข้างง่ายเพราะไม่ว่าแคว้นใดพวกขุนนางก็มักแบ่งออกเป็นหลายพวกต่อให้ไท่หยางทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับเฟิ่งหวงแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าในราชสำนักไท่หยางจะไม่มีใครคัดค้านการทำสงครามยิ่งในยามที่แคว้นต้องรับศึกพร้อมกันถึงสองด้านเช่นนี้ราชสำนักไท่หยางย่อมเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเซี่ยวอวิ๋นก็เชื่อว่าอีกไม่นานจะมีคณะทูตจากไท่หยางเดินทางมาเจรจาขอสงบศึกอย่างแน่นอน

              ฝ่ายแคว้นหลงแม้จะเผชิญกับศึกสองด้านเช่นเดียวกันแต่พวกเขาก็สามารถรับมือได้ในระดับที่ไม่สูญเสียมากนักแม่ทัพหยางต้าหลงที่ยกทัพกลับมาจากการบุกเบิกพื้นที่นอกด่านตีตลบหลังทัพเฟิ่งหวงชิงเมืองที่ถูกยึดไปคืนมาได้อย่างรวดเร็วส่วนหนึ่งเป็นเพราะฝีมือของแม่ทัพหนุ่มกับทหารใต้บังคับบัญชาของเขาและอีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพิษยางไม้ที่ได้มาจากชนเผ่านอกด่านหากลูกธนูไฟมีอำนาจทำลายล้างสูง ศรอาบยาพิษก็มีอำนาจประหัตประหารที่ไม่ธรรมดา ในการศึกครั้งนั้นหยางต้าหลงนำกำลังพลหนึ่งหมื่น ขับไล่กองทัพเรือนแสนของเฟิ่งหวงไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ผู้คนเล่าลือกันว่าศพของศัตรูกองสูงเท่าภูเขาไฟจากการเผาทำลายศพลุกโชนอยู่หลายสัปดาห์กว่าจะดับมอดลง

              หากมองเพียงผลลัพธ์ จะเห็นได้ว่าแม่ทัพหยางต้าหลงทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจยิ่งทว่าตัวแม่ทัพหนุ่มในยามนี้กลับไม่มีท่าทางภูมิใจกับผลงานอันน่าเหลือเชื่อของตนเลยแม้แต่น้อย

              ชายหนุ่มจากตระกูลหยางอันยิ่งใหญ่ในยามนี้กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นดินสกปรกสีหน้ามืดครึ้ม และแววตาหม่นหมอง ไม่คล้ายแม่ทัพที่เพิ่งได้ชัยเลยแม้แต่น้อยนัยน์ตาสีดำสนิททอดมองไปยังร่างสองร่างที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าหนากลิ่นรุนแรงอันเป็นเอกลักษณ์ของความตายไม่ทำให้แม่ทัพหนุ่มรู้สึกรังเกียจหรือคิดถอยห่างในแววตาของเขามีเพียงความโศกเศร้าและรู้สึกผิดตราหยกที่คุ้นเคยให้ความรู้สึกเย็นอยู่ในฝ่ามือ ชายหนุ่มกำหยกชิ้นนั้นแน่น ก่อนจะวางมือเอาไว้กลางอกในสายตาของทหารแผ่นหลังของแม่ทัพในยามนี้ดูเล็กลงจนน่าตกใจ

              พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดแม่ทัพผู้เข้มแข็งจึงเปิดเผยด้านที่อ่อนแอออกมาต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ทว่าความสงสัยเหล่านั้นก็ไม่ถูกเอ่ยออกมา พวกเขาเพียงยืนสงบนิ่งและปล่อยให้แม่ทัพของตนได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้

              แม่ทัพใหญ่ทาบฝ่ามือทั้งสองลงกับพื้นขนานไปกับแนวเข่าของตน แผ่นหลังของเขาค่อยๆ โน้มลงไปเบื้องหน้า ศีรษะก้มต่ำลงจนหน้าผากจรดกับพื้นดินเพื่อขอขมาที่ตนที่ไม่อาจปกป้องคนทั้งสองเอาไว้ได้และเป็นการปฏิญาณต่อดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับว่าเขาจะดูแลและปกป้องบุตรธิดาของพวกเขาอย่างสุดความสามารถเขาจะไม่ยอมทำพลาดเช่นครั้งนี้อีก

              ไฟสงครามยังไม่มอดดับลงกลิ่นอายมรณะแพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง ความสูญเสีย ความโศกเศร้า และความเจ็บแค้นเสียดแทงเข้าไปในใจของผู้คนราวกับเสี้ยนหนามอันคมกริบ แม้แต่แม่ทัพผู้แข็งแกร่งก็ไม่อาจหลีกพ้นผลกระทบแห่งสงครามไปได้สงครามก็เป็นเช่นนี้ สิ่งที่มันมอบให้คือความสูญเสียและบาดแผลอันน่าเกลียดประชาชนทำได้เพียงอดทนในขณะที่ทหารทุ่มเทกำลังอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะจบสงครามลงโดยเร็ว...

              ...แม้พวกเขาจะทราบดีแก่ใจว่าสงครามครั้งใหม่ย่อมต้องอุบัติขึ้นอีกก็ตาม

    คล้ายกับเรื่องร้านน้ำชาจ้าวยุทธจักร ที่คุณอ่าน