ตอนที่ 8 ปรากฏกายจากความว่าง
ห้วงเวลาไหลผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม เฟยอวี่เดินเท้าผ่านป่าแห่งหนึ่งซึ่งเป็เส้นทางสู่เมืองัเี ชายหนุ่มเดินทางไปยังเมืองแห่งนั้นโดยที่ไม่ทราบเื่ราวอะไรเลย ด้วยความที่เฟยอวี่ฝึกฝนบำเพ็ญตนอยู่ทุกขณะชั่วลมหายใจ ข่าวสารและเื่ราวภายนอกล้วนนับว่าหยุดพัฒนาไปั้แ่อายุแปดขวบแล้ว ยิ่งมาแพ้ให้กับเด็กเจ็บขวบตอนอายุสิบห้าปี ข่าวสารทุกอย่างราวกับถูกผนึกปิดไว้โดยสมบูรณ์
นี่ล้วนเป็เพียงความทรงจำเมื่อตอนที่ได้ศึกษาตอนเด็ก ชายหนุ่มได้แต่ภาวนาว่าอย่าได้พบสัตว์อสูรที่เก่งกาจระหว่างทาง ซึ่งความเป็ไปได้ที่จะพบสัตว์อสูรนั้นต่ำอย่างมาก บนูเาและป่าแทบนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคงมีเพียงสัตว์ป่าเท่านั้น
ทันใดนั้นเองที่มีการเคลื่อนไหวบริเวณพุ่มไม้โดยรอบ เฟยอวี่ชะงักฝีเท้าลง ชายหนุ่มพลันเบี่ยงศีรษะหลบคมมีดที่พุ่งมาจากด้านข้างได้อย่างหวุดหวิด ปัก!! มีดเล่มนั้นปักเข้ากับต้นไม้ฝังลึกไปในเนื้อไม้อย่างง่ายดาย การโจมตีที่มีเจตนาหมายเอาชีวิต! เฟยอวี่กวาดสายตามองบริเวณโดยรอบอย่างตื่นตระหนก
เรือนร่างของชายวัยกลางคนสี่คนปรากฏขึ้นในสายตาของเฟยอวี่ ด้วยเอกลักษณ์ที่เด่นชัดผนวกกับความเคียดแค้นในจิตใจ เฟยอวี่จดจำพวกมันทั้งสี่คนได้ในทันที
“ผู้ติดตามของเหยาหยี้…”
เสียงปรบมือเบาบางดังขึ้น เหยากวนผู้ติดตามอารักขาคนสนิทของเหยาหยี้เอ่ยขึ้น “นอกจากซูอวี่จะมีประสาทััเฉียบคม ยังสามารถแยกแยะว่าพวกเราเป็ใครได้ในทันที แน่นอนว่าพวกข้าไม่เคยทำตัวเด่นสะดุดตา นี่นับเป็เื่น่าภาคภูมิใจของตระกูลซู โอ้…ข้าลืมไป! เ้ามิใช่คนในตระกูลซูใช่หรือไม่…เฟยอวี่”
หากต้องประเมินพวกมันทั้งสี่คนในฐานะมือสังหารล้วนนับว่าได้คะแนนประเมินต่ำสุด ไม่มีการปกปิดรูปร่างหรือใบหน้าอันใด สีหน้ามาดมั่นเอ่ยตอบข้อมูลเปิดเผยตัวตนของตนเอง คงเพราะพวกมันมั่นใจว่าสามารถสังหารเฟยอวี่ได้อย่างแน่นอน เหยากวนไม่รีรอลงมือประสานงานกับอีกสามคนในทันที พวกมันตัดสินใจจะทรมานเฟยอวี่ก่อนสังหาร มีดสั้นมากมายพุ่งเข้าหาชายหนุ่มรอบทิศอย่างพร้อมเพรียง
พวกมันทั้งสี่คนล้วนเป็ผู้ฝึกตนระดับเชี่ยวชาญขั้นหนึ่ง มีความแตกต่างกับเฟยอวี่ราวฟ้ากับเหว ช่องว่างระหว่างหนึ่ง่ขั้นมิใช่เื่ที่สามารถล้อเล่นกันได้! ความเร็วของมีดสั้นพุ่งออกไปเปี่ยมล้นด้วยพลังความสามารถของผู้ฝึกตนระดับเชี่ยวชาญ พวกมันไม่ได้ออมมือแม้แต่น้อย ทว่า การโจมตีนั้นเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของเฟยอวี่ซึ่งเลี่ยงจุดตายเอาไว้
ด้วยความที่ชายหนุ่มอยู่ในระดับรากฐานขั้นสาม เขาย่อมมิอาจตอบสนองต่อความเร็วของมีดสั้นได้ทัน
“อ๊ากกกก” เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับโลหิตที่หลั่งไหลออกจากบริเวณต้นแขนและฝ่าเท้า ชายหนุ่มเข่าทรุดติดพื้น ร่างกายคล้ายหนักอึ้งอย่างไร้สาเหตุ ศีรษะััผืนดิน ทันทีที่เฟยอวี่เรียกสติคืนได้จากความเ็ป ชายหนุ่มพลันกัดฟันแแ่ ทันใดนั้น เสียงคร่ำครวญแสนเปวดร้าวพลันเงียบสนิท ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็แดงก่ำดุจตับหมู ประหนึ่งสีหน้าของคนที่ทนเก็บเสียงโอดครวญมิให้หลุดรอด
“เก่งมากที่ไม่มีเสียงร้องเลย” เหยากวนแย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจพลางปรบมือชื่นชม ชั่วขณะนี้การเคลื่อนไหวของเฟยอวี่ล้วนถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์ นอกเสียจากเขาจะบ้าบิ่นมากพอที่จะดึงมีดสั้นออก แต่ทว่า ขยะที่อยู่รากฐานขั้นสามมีความสามารถมากพองั้นหรือ? มีดสั้นแต่ละเล่มมีน้ำหนักอยู่ที่ยี่สิบกิโลกรัม
เหยากวนสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้เฟยอวี่อย่างเชื่องช้า เสียงทุกย่างก้าวของมันราวกับยมทูตที่มารับเขาไปสู่ประตูยมโลก เหยากวนยกฝ่าเท้าขึ้นก่อนกดลงบนศีรษะของชายหนุ่ม “มีดสั้นของตระกูลเหยาต่างถูกทำขึ้นเป็พิเศษ แต่ละเล่มมีน้ำหนักอยู่ที่ยี่สิบกิโลกรัม”
สามารถสังเกตสีหน้าของเฟยอวี่ได้อย่างแจ่มชัดถึงความโกรธเกรี้ยวที่ฝึกรากลึกไปในกระดูกดำ ชายหนุ่มเหลือบมองขึ้นด้วยแววตาอาฆาตลึกล้ำดุจปีศาจร้าย เหยากวนผงะไปขณะหนึ่ง จิตสังหารที่ถูกแผ่ออกมามีความเข้มข้นอย่างมาก เหยากวนเสียวสันหลังวาบพลันร่างกายสั่นสะท้าน ความรู้สึกหวาดกลัววาบผ่านอย่างไร้สาเหตุ ทว่า ความหวาดกลัวนั้นได้สลายกลายเป็ฝุ่นทันทีเมื่อทราบว่าผู้ปล่อยจิตสังหารคือเฟยอวี่
“เหยากวน รีบฆ่ามันกันเถอะ พวกเราต้องรีบกลับไปหานายน้อย”
“อย่าโง่กันไปหน่อยเลย! ขยะเช่นมันสามารถสังหารทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ทำไมเราไม่ใช้ประโยชน์จากมันก่อนฆ่าล่ะ” เหยากวนกวาดสายตามองไปทางองค์รักษ์อีกสามคนที่จ้องกลับมายังเขา “พวกเ้าทราบใช่หรือไม่ ซูหนี่ว์โปรดปรานพี่ชายของนางขนาดไหน…”
เส้นความอดทนของเฟยอวี่พลันขาดสบั้นสิ้น “เ้าพวกสุนัขรับใช้เหยาหยี้! ถ้าพวกเ้าทำอะไรซูหนี่ว์แม้เพียงแผลถลอก…ข้าจะตามล่าพวกเ้า…ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน ข้าก็จะฆ่าล้างพวกเ้าให้ได้!!”
ฉับพลันนั้นเองที่เหยากวนออกแรงกระแทรกเท้าหนึ่งคราว ปัก!! ั์ตาของเฟยอวี่เหลือกขึ้นด้วยความเ็ปลึกล้ำราวกับถูกแผ่นเหล็กกระแทรกศีรษะอย่างรุนแรง เฟยอวี่ที่ออกแรงขัดขืนต่อต้านพลันนิ่งสนิทในทันที ถึงกระนั้น สุ้มเสียงเบาบางล้วนเล็ดลอดออกมาผ่านไรฟันสีขาว “จะ…ฆ่า…พวกเ้า”
“น่าเหลือเชื่อที่ยังไม่หมดสติ” เหยากวนเผยรอยยิ้มเหี้ยม สายตาที่มองมายังเฟยอวี่ราวกับมดปลวกไร้ค่า ในโลกที่ตัดสินกันด้วยความแข็งแกร่ง ผู้อ่อนแอล้วนเป็เพียงของเล่นสำหรับผู้แข็งแกร่งเท่านั้น
“ช่างหัวความ้าของเ้าเถอะ เราต้องรีบทำตามประสงค์ของนายน้อยให้เร็วที่สุดก่อนจะมีใครมาช่วยเหลือมัน”
สีหน้าของเหยากวนปรากฏอาการเบื่อหน่าย มันกวาดสายตาไปทางเหล่าพี่น้องอย่างเฉื่อยชา “เข้าใจแล้วๆ พวกท่านกดดันข้ากันเกินไปแล้ว” เหยากวนหยิบมีดสั้นที่พกไว้ข้างเอวขึ้นมาพลันกดลงหมายแทงไปยังหอคอยของเฟยอวี่อย่างไม่ลังเล ขณะที่มีดสั้นคมกริบอยู่ห่างจากคอหอยเฟยอวี่ได้คืบหนึ่ง ทันใดนั้น เรือนร่างของเหยากวนกลับกลายเป็เศษธุลีดินปลิวหายไปกับอากาศ
มีดสั้นเล่มนั้นปักลงพื้นดินเฉียดใกล้สายตาของเฟยอวี่ที่นอนทอดร่างนิ่งราวกับผัก
ั์ตาขององค์รักษ์ตระกูลเหยาขยายโตกว้างปานถลน จับจ้องเหตุการณ์ะเืขวัญตรงหน้าด้วยสีหน้าโง่งม จู่ๆ…ร่างกายของเหยากวนพลันกลายเป็เศษผงในชั่วพริบตา ทุกส่วนทุกตารางนิ้วของร่างกายมันล้วนกลายเป็เศษธุลี
“…นี่มันอะไรกัน…ฮาฮาฮา…ฮ่าๆๆ เหยากวนเ้าล้อเล่นเราพี่น้องใช่หรือไม่ น้องของข้าฝึกเคล็ดวิชาลับไว้เสียด้วย เ้าควรบอกเราพี่น้องให้เร็วกว่านี้ว่าเ้าบรรลุเคล็ดวิชาเร้นกาย ถ้าเช่นนี้ภารกิจในภายภาคหน้าย่อมง่ายดายขึ้นหลายเท่าตัว นี่ย่อมเป็เื่ที่น่ายินดียิ่ง” เหยาป่ายเอ่ยกล่าวพลางหัวร่อสีหน้าเริงร่า
เหยาป่าย เหยาคง เหยาถิง พวกมันทั้งสามคนล้วนเข้าใจเช่นเดียวกัน เหยากวน้าทำให้พวกเขาประหลาดใจว่าตนเองนั้นบรรลุเคล็ดวิชาเร้นกายลี้ลับที่ไปแอบฝึกฝนมาเงียบๆ
“เอาล่ะน้องข้า ตอนนี้เ้าควรปรากฏกายออกมาได้แล้ว ให้เราพี่น้องได้ชื่นชมในความสามารถที่เก่งกาจของเ้า” เหยาถิงผู้เป็พี่ใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
่เวลาผ่านพ้นไปราวสิบลมหายใจ สามสิบลมหายใจจนกระทั่งหนึ่งนาที ไร้ซึ่งสุ้มเสียงขานตอบอันใดจากเหยากวนแม้เพียงครึ่งคำ เสียงของสายลมพัดผ่านให้ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบประหลาดใจ ใบหน้าของเหยาถิงกลับกลายเป็บิดเบี้ยว ในขณะที่อีกสองคนััได้ถึงสถานการณ์ที่ไม่สู้ดี
“เหยากวน!! นี่มันจะเกินไปแล้ว เ้าแกล้งเราพี่น้องแรงเกินไปแล้ว เหยากวน!! เ้าควรปรากฏกายออกมาได้แล้ว”
สิ้นคำกล่าวของเหยาถิงไปอีกหนึ่งนาที สามพี่น้องััได้ถึงแผ่นหลังที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อเย็นเยียบ เฟยอวี่ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดทั้งมวลเพื่อพยุงศีรษะหันมองไปทางมันสามคนที่ยืนนิ่งสนิท ชายหนุ่มไม่ทราบว่าเหยากวนหายไปไหน ทันใดนั้น มีดสั้นที่ปักลงเฉียดใกล้ศีรษะของเฟยอวี่พลันส่องประกายวาบหนึ่ง ฟิ้ว~~~ เรือนร่างของพี่น้ององค์รักษ์ตระกูลเหยาพลันสลายหายกลายเป็ฝุ่นผงต่อหน้าต่อตาของเฟยอวี่
ใบหน้าเคียดแค้นลึกล้ำแปรเปลี่ยนเป็ตกตะลึงลานดุจพบภูติผี “…นี่มันเื่อันใดกัน” น้ำเสียงของเฟยอวี่สั่นสะท้านอย่างยิ่งยวดขณะจับจ้องสถานการณ์เบื้องหน้า สัญชาตญาณของเขากำลังกรีดร้องถึงอันตรายบางอย่างที่มิอาจบ่งบรรยายได้ ร่างกายของเขากำลังสั่นเทา
เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างกายของชายหนุ่มคล้ายหลุดออกจากการควบคุม เฟยอวี่ยืนหยัดขึ้นอย่างมั่นคงด้วยสภาพร่างกายที่สะบักสะบอมน่าอนาถ เขาััได้ถึงความเ็ปจากาแที่ถูกแทงเข้ามา ทันใดนั้น มีดสั้นที่ปักลงในร่างกายพลันสลายกลายเป็ธุลีดินอย่างไร้สาเหตุ
เฟยอวี่มิอาจทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ เขารู้สึกได้อย่างแจ่มชัดว่าควรหนีไปจากตรงนี้ไปให้ไกลที่สุด แต่ร่างกายของเขากลับไม่ขยับ…
เื่ราวตกตะลึงโลกบังเกิดขึ้นในชั่ววินาทีต่อมา อากาศธาตุที่ว่างเปล่าปรากฏฝ่าเท้าเนียนงามก้าวขาออกมา เพียงสามลมหายใจ เรือนร่างของเด็กสาวคนหนึ่งก็ได้ปรากฏกายออกมาจากความว่าง
ความงดงามเกินจินตนาการนั้นสะกดสายตาของเฟยอวี่ดุจต้องมนต์สะกด ชายหนุ่มลืมสิ้นความเ็ปที่เกิดขึ้นตกสู่ห้วงภวังค์ลึก นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน ผมยาวสลวยสีเงินประดุจแพลตตินั่มพริ้วไหวเบาบาง นวลหน้างามล้ำประณีตบรรจงราวกับผลงานชิ้นเอกของ์ ผิวพรรณเนียนละเอียดขาวผ่องราวกับหยก รูปร่างที่ทั้งอ่อนโยนและบอบบางน่าทะนุถนอม เป็ความงามไร้ที่ติ ราวกับไม่ใช่ความงามที่มาจากโลกมนุษย์
“นั่นใช่มนุษย์แน่หรือ”
ร่างกายของเฟยอวี่แข็งค้างดุจก้อนหิน ั์ตาของเขายังเต็มไปด้วยความตกตะลึงค้างราวกับิญญาถูกกระชากออกไป ชายหนุ่มไม่สามารถสรรหาคำบรรยายใดเพื่อมาอธิบายความงามของเด็กสาวตรงหน้า มันเป็ความงามคนละมิติกันราวกับนางไม่ใช่คนของโลกใบนี้
สีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ของหญิงสาวมองมาทางเฟยอวี่อย่างเงียบงัน ชายหนุ่มประสานสายตากับแววตาคู่งามที่แม้นำอัญมณีที่สวยที่สุดบนโลกมาเปรียบยังมิอาจเทียบเทียม เฟยอวี่ขาด่จังหวะหายใจ ทันใดนั้นเองที่นางสาวเท้าเดินตรงมาทางเฟยอวี่อย่างเชื่องช้า ในชั่วพริบตาเดียว เรือนร่างของนางกลายเป็ลอยเหาะขึ้นเหนือพื้นดิน สติสัมปชัญญะของเฟยอวี่คล้ายปลิวหายไปทันทีที่นางปรากฏตัว เด็กสาวเคลื่อนใบหน้าเข้าชิดใกล้ ริมฝีปากอมชมพูดุจกลีบบุปผาััเข้ากับริมฝีปากของเฟยอวี่ที่นิ่งสงบ
ราวกับโลกทั้งใบถูกผนึกปิดโดยสมบูรณ์ ต้นไม้ที่เขย่าไหวตามกระแสลมกลับกลายเป็นิ่งค้าง สายลมที่โบกพัดผ่านยังนิ่งสนิท สายธารแห่งกาลเวลาคล้ายหยุดเดิน เฟยอวี่รู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความผันผวนภายในร่างกาย เด็กสาวที่งดงามบริสุทธิ์เรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้พลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทันใดนั้นเองที่สายธารแห่งเวลากลับมาเดินต่ออีกครั้ง
เสียงของต้นไม้สั่นไหว เสียงของนกน้อยที่ร้องขับขาน เฟยอวี่ถูกเสียงจากธรรมชาติปลุกเขาให้ตื่นขึ้นจากห้วงภวังค์ ชายหนุ่มสังเกตเห็นแหวนสีดำปริศนาวงหนึ่งซึ่งสวมไว้ที่นิ้วนางของมือข้างขวา ไม่ทราบว่ามันมาได้ยังไง สิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกได้คือแหวนสีดำวงนี้เบาอย่างมาก เบาจนเหมือนไม่มี ราวกับไร้น้ำหนัก
ชายหนุ่มนั่งสมาธิเพื่อตรวจสอบสภาพร่างกาย ไม่มีความแตกต่างอะไรไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ยังคงเป็ขยะไร้ค่าเช่นเดิม เฟยอวี่คล้ายถูกแหวนสีดำดึงดูด ชายหนุ่มลองเพ่งสมาธิไปที่มัน ฉับพลันนั้นเองที่เขาเหมือนได้เชื่อมต่อเข้ากับโลกอีกใบ
“แหวนมิติ!?” เฟยอวี่โพล่งคำออกไปอย่างหักห้ามไม่ได้ แหวนมิติมีราคาแพงหูฉี่ระดับที่ต้องขายเมืองธาราครามอีกสิบเมืองถึงจะได้แหวนมิติที่มีพื้นที่ร้อยตารางเมตร เมื่อเฟยอวี่ลองตรวจสอบพื้นที่ของแหวนมิติวงนี้ดู สีหน้าของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็ตกตะลึงลาน “ไร้ขอบเขต!!? ข้ามิอาจตรวจสอบจุดสิ้นสุดของแหวนมิติวงนี้ได้!!”
ไม่เคยมีปรากฏบนโลกใบนี้มาก่อนว่ามีแหวนมิติที่มีพื้นที่ไร้ขอบเขต เฟยอวี่ยังคงมิอาจทำใจเชื่อได้ลง คนที่ถูกตราหน้าว่าเป็ขยะเยี่ยงเขาน่ะหรือได้แหวนมิติสุดวิเศษวงนี้ เฟยอวี่ยังอยู่ในอาการตื่นตะลึง แม้ชายหนุ่มจะมีจิตใจที่เข้มแข็งต่อใหู้เาไท่ซานถล่มลงล้วนไม่แม้แต่จะกระพริบตา แต่ทว่า ต่อหน้าโชคชะตาที่พลิกผันอย่างไม่ทันตั้งตัว สีหน้าของเขายังคงความประหลาดใจมิเลือนหาย
“มนุษย์ธรรมดาเช่นเ้ากลับบัญญัติแห่งการสูญสลายทั้งมันยังยอมรับเ้าเป็นาย นี่ใช่ว่าจิติญญาของมันได้เสียสติไปแล้วหรือไม่”
เป็อีกครั้งที่เด็กสาวในรูปลักษณ์สีขาวล้วนได้ปรากฏกายขึ้นมาต่อหน้าของเฟยอวี่ ชายหนุ่มงุนงงเกี่ยวกับเื่ที่นางพูดอยู่บ้าง คิ้วของเขาเลิกสูงขึ้นขณะจับจ้องมายาภาพเบื้องหน้านิ่งงัน ภายใต้บรรยากาศราวสาวน้อยบริสุทธิ์ บุคคลิกและแววตาของนางช่างเยือกเย็น นางไม่ได้ดูเหมือนเด็กสาวที่เขาเข้าใจเลย
“ท่านผู้าุโ ข้าไม่ทราบว่าท่านมาจากไหนหรือมาได้ยังไง แต่ข้าขอทราบชื่อของท่านได้หรือไม่”
คิ้วงามโค้งโก่งดุจพระจันทร์เสี้ยวกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า “ท่านผู้าุโ”
ริมฝีปากทรงเสน่ห์เปิดขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก “หนิงเซียน”