“จิงจิง เธออดทนอีกหน่อยนะเดียวก็จะถึงแล้วล่ะ” ลั่วอิงที่ตอนนี้นั่งอยู่ด้านหลังผู้โดยสารในรถยนต์กับจิงจิง มองมาทางจิงจิงอย่างรู้สึกผิด ซึ่งกงลู่เหวินเป็คนขับ ด้านข้างคนขับคือเสิ่นอวี้เฉินที่นั่งทำสีหน้าเ็าอยู่
“อืม ฉันรู้สึกไม่ได้เจ็บขนาดนั้นแล้ว รู้สึกเืน่าจะแห้งไปแล้วด้วยซ้ำ แล้วเธอละ?” จิงจิงตอบออกมาเบาๆ
ลั่วอิงรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่จิงจิงวันนี้กลับไม่ทำหน้าบึ้งตึงใส่เธอ แถมยังตอบคำถามเธออย่างดี ไม่ได้มีน้ำเสียงเหมือนเมื่อก่อนเลยแม้แต่น้อย แล้วยังสอบถามเธอกลับด้วย?
“ฉันไม่ได้เป็ไรมาก แค่ปวดช้ำที่แขนเท่านั้น” พอลั่วอิงพูดจบ จิงจิงที่อยู่ด้านหลังแทบจะเห็นปฏิกิริยาพระเอกที่เหลือบมองมาที่นางเอกนิดๆ อย่างเป็ห่วง เฮ้อเป็นางเอกก็ดีแบบนี้ละ
“งั้นก็ให้หมอตรวจดูสักหน่อยเถอะ” จิงจิงพูดจบก็หันไปมองด้านนอกรถอย่างไม่สนใจสายตาของลั่วอิงที่ตกตะลึงมองมาทางเธอ
พอถึงโรงพยาบาล จิงจิงก็ให้หมอทำแผลที่คอ เมื่อกี้ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บแล้ว แต่ตอนทำแผลเธอรู้สึกแสบไปหมดจนต้องกัดฟัน แต่รู้สึกโล่งอกตอนที่หมอแจ้งว่าถึงแผลค่อนข้างยาว แต่แผลไม่ได้ลึกมากรักษาหายได้อย่างแน่นอนและหากดูแลอย่างดีก็จะไม่ทิ้งรอยแผลเป็ไว้ จึงได้แต่ถอนหายใจเสียงยาว
ตอนเดินออกมาก็มาเจอกับกงลู่เหวินที่ยืนกอดอกทำหน้าหล่อเหลาอยู่หน้าห้อง ส่วนพระเอกนางเอกไปไหนแล้วเธอไม่อยากจะสน ตอนนี้ก็เหลือแค่ให้ปากคำที่สถานีตำรวจเธอจะกลับไปพักผ่อนเสียที
“ฉันทำแผลเสร็จแล้ว เราจะไปกันได้หรือยังคะ” จิงจิงมองหน้าเขาและถามกงลู่เหวินก่อนถามเบาๆ
“อืม ไปกันเถอะ” กงลู่เหวินมองจิงจิงแวบหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมา “แผลคุณเป็ยังไงบ้างล่ะครับ?”
“อะ อ้อ ไม่เป็อะไรมากแล้ว แผลไม่ลึกเท่าไหร่ค่ะ” กงลู่เหวินได้ยินก็พยักหน้าและเดินไปที่รถพร้อมกับจิงจิงทันที จิงจิงรออยู่ที่รถกับกงลู่เหวินสักพักก็เห็นลั่วอิงหน้าแดงก่ำก้มหน้าก้มตาขึ้นรถมาพร้อมเสิ่นอวี้เฉินไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกคุณน่ะไปจู๋จี๋กันมา!!
ตอนนี้เริ่มมืดขึ้นมาแล้ว พอถึงสถานีตำรวจในพื้นที่ ทั้งหมดก็เดินเข้ามาหาลั่วหนิงฟงในสถานีทันที
“ฉันให้ปากคำไปคร่าวๆแล้ว ตอนนี้ตำรวจสอบปากคำเ้าพวกนั้นอยู่ พวกคุณก็เข้าไปเถอะ”
พอลั่วอิงให้ปากคำกับตรวจหญิงคนหนึ่งแล้วก็ถึงตาที่จิงจิงจะให้ปากคำ พอนั่งลงตำรวจหญิงก็สอบถามเธอทันที “คุณเป็คนที่จับพี่ใหญ่ของเ้าพวกนั้นทุ่มลงพื้นงั้นเหรอคะ ฉันเห็นคุณตัวเล็กแค่นี้แต่ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณกระทืบเ้าคนนั้น หน้าอกช้ำไปหมด ค่อนข้างสาหัสเลยนะคะ”
จิงจิงที่ได้ยินก็นิ่งอึ้งทันที นี่ นี่คงไม่ได้ให้เธอรับผิดชอบ หรือลงโทษที่เธอกระทืบเ้าหน้าโหดคนนั้นเกินกว่าเหตุหรอกใช่ไหม เธอป้องกันตัวนะ!! แต่เธอก็ไม่แน่ใจข้อกฎหมายของที่นี่ ว่าเธอทำรุนแรงกว่าเหตุแล้วต้องรับโทษด้วยหรือไม่ หรือต้องจ่ายค่ารักษาหรือเปล่า พอนึกอย่างนั้นจิงจิงก็เริ่มเอามือมาลูบคอที่มีผ้าทำแผลพันอยู่แล้วก็ตาแดง น้ำตาไหลออกมาทันที
“ฉัน ฉันไม่รู้เลยค่ะ พอฉันโดนมีดจี้ที่คอ ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองเอาแรงมาจากไหน ถึงจับเขาทุ่มลงไปได้ ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่าหากฉันไม่สู้ ฉันต้องตายอย่างแน่นอน ฉันกลัวเขาจะมาจับฉันอีกฉันเลยออกแรงเตะไปที่เขา อึก อึก..เขาบอกว่าจะแทงฉันให้ตาย ฉันใมาก ฉันยังไม่อยากตาย ฮื้ออ ฮื้อ” ตอนนี้จิงจิงที่น้ำหูน้ำตาไหลออกมาอย่างน่าสงสาร รีบปัดความผิดไปให้พวกคนชั่วทั้งหมดที่คิดจะฆ่าเธอ เธอกระทืบมันจนสาหัสจนปางตายแล้วจะทำไมละ ฉันป้องกันตัวต่างหาก!!
“อะ เออ คุณใจเย็นก่อนนะคะ ตอนนี้คุณไม่เป็อะไรแล้ว คุณเก่งมาก ส่วนพวกเ้าคนชั่วเราต้องจัดการอย่างเด็ดขาดอย่างแน่นอนค่ะ” ตำรวจหญิงที่จู่ๆ ก็เห็นหญิงสาวตรงหน้า ร้องไห้น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดพร้อมพูดอย่างหวาดกลัวก็ใแล้วรีบพูดปลอบทันที หญิงสาวคนนี้คงใมากแน่ๆ
กงลู่เหวินที่ยืนดูหลิวอวี้จิงคนนี้ที่อยู่ดีๆ ก็เห็นเธอน้ำหูน้ำตาไหล สะอึกสะอื้นตัวสั่นขึ้นมา พูดก็ไม่เป็คำ ทำให้ตำรวจหญิงที่สอบปากคำต้องรีบพูดปลอบแล้วยังยื่นผ้าเช็ดหน้าให้อย่างสงสาร ก็ยกยิ้มที่มุมปากทันที
ไหนตอนนั้นเธอที่ทุ่มเ้าหน้าโหดนั่นลงพื้นอย่างแรงทั้งยังกระทืบซ้ำอย่างหนัก ทั้งเตะหน้าไม่ยั้ง ถ้าเขาไม่หยุดเธอไว้ก็คงเอาจนหมอนั้นปางตายจริงๆ เขาดูออกหรอกว่าอวี้จิงคนนี้ที่กำมีดในมือแน่น อยากจะใช้มีดเล่มนั้นแทงเข้าไปที่อกชายหน้าโหดมากกว่าละมั้ง ไหนตอนนั้นเธอยังพูดอีกว่า ‘พวกแกทำเืฉันออก ฉันก็จะเอาเืพวกแกออกด้วยเหมือนกัน’ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้แสดงละครอะไรกัน ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจจริงๆ
พอจิงจิงที่รู้ว่าตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบเ้าคนชั่วคนนั้น ก็ลอบถอนหายใจ พอสอบปากคำเสร็จก็จะได้กลับบ้านก็โล่งอกขึ้นมาทันที ตอนนี้เ้าหน้าที่ตำรวจผู้ชายที่สอบสวนคนเ้าคนพวกนั้นก็ออกมาแจ้งคร่าวๆ ว่า “จากการสอบสวนทั้งหมดแล้ว เ้าพวกนี้ได้รับการจ้างวานมาเพื่อจับตัวคุณเยี่ยลั่วอิง โดยจะได้รับค่าตอบแทนจำนวน 100 หยวน แต่เรายังไม่มีเบาะแสจ้างวาน เนื่องจากเ้าคนพวกนี้ก็ไม่รู้ว่าใครเป็คนจ้างวานมา แต่เราต้องสอบสวนและหาผู้ร้ายตัวจริงต่อไปอย่างแน่นอนครับ”
พอจิงจิงได้ยินก็ขมวดคิ้วคิดว่า หรือจะเป็อันธพาลในอำเภอคนนั้นในบทที่เห็นนางเอกก็ชอบนางเอกทันที แต่ทำอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้ เพราะตัวเองมีภรรยาแล้ว ตัวเองไม่ลงมือแต่ว่าจ้างอีกแก๊งมาจับตัวนางเอกไป
แต่ถึงเธอจะรู้แต่เธอจะมีหลักฐานหรือทำอะไรได้ละ ก็ต้องปล่อยเื่นี้ให้กับเ้าหน้าที่ตำรวจ
ตอนนี้จิงจิงขมวดคิ้วคิดอย่างจริงจัง กงลู่เหวินที่อยู่ข้างๆ ก็พิจารณาจิงจิงอยู่อย่างเงียบๆ พอเสร็จสิ้น ทั้งหมดจึงเดินออกมาจากสถานีตำรวจ ก็ฝากรถคันหนึ่งไว้ที่สถานี แล้วทั้งหมดก็กลับมาที่เกิดเหตุเพื่อมาส่งจิงจิง อัดกันมาเต็มรถคันเล็กนี้เชียว
ในรถอันเงียบสนิท ทั้งที่อยู่กันเต็มรถ เห็นลั่วอิงนางเอกคนนี้ที่เหลือบมองตัวเองอยู่บ่อยๆ จิงจิงก็อดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้
“มีอะไรงั้นหรอ?” ลั่วอิงพอได้ยินเสียงจิงจิงก็สะดุ้งนิดหน่อย ปกติจิงจิงชอบไม่พอใจเธออยู่ร่ำไป
“เออ ปะเปล่าจ้ะ” จิงจิงเห็นท่าทางนางเอกที่สะดุ้งตัวเอง แล้วเห็นเสิ่นอวี้เฉินมองเหลือบมาที่เธออีก ก็ทนไม่ไหวที่จะพูดออกมาบ้าง
“เธออดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมวันนี้ฉันไม่ทำตัวร้ายกาจกับเธอใช่ไหม? ฉันจะบอกอะไรเธอให้นะลั่วอิง ที่ฉันทำตัวร้ายกาจฉันก็มีเหตุผลของฉัน ถ้าหากฉันไม่ทำแบบนี้ เธอก็เห็นว่ารอบๆ ตัวเราทั้งในหมู่บ้านและครอบครัวมีแต่พวกคนเห็นแก่ตัว ถ้าเธอไม่ร้ายกาจบ้าง ทุกคนก็จะรังแกเธอที่เห็นเธอทำตัวราวกับยอมรับทุกสิ่งทุกอย่าง เธอไม่ใช่ตัวอย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้หรือยังไง? ครอบครัวเธอคนก็ตั้งมากมายขนาดนั้น ทำไมต้องให้เธอที่เป็ผู้หญิงตัวคนเดียว แบกหามสิ่งของมากมายตั้งหลายกิโลเพื่อเข้ามาในเมืองด้วย ไม่ใช่เพราะทุกคนเห็นว่าเธอทำตัวว่านอนสอนง่ายหรือยังไง บอกให้ทำอะไรก็ไม่เคยขัดไม่ใช่หรือ?” เธอต้องพูดเตือนนางเอกบ้างเถอะ ถึงจะเปลี่ยนนิสัยนางเอกที่แสนดีคนนี้ไม่ได้ แต่ก็ต้องพูดให้เข้าใจว่าตอนนี้เธอไม่ใช่คนร้ายกาจอย่างไม่มีเหตุผลอย่างเคย
ก็นะอย่างที่เธอบอก ครอบครัวเยี่ยครอบครัวของนางเอกคนนี้ช่างวุ่นวายจริงๆ มีแต่พวกเห็นแก่ตัวทั้งนั้น!!!
ลั่วอิงได้ยินจิงจิงพูดอย่างนั้นก็อึ้งไปทันที คนอื่นๆ ในรถก็อึ้งเช่นกัน แต่จากนั้นก็มีสีหน้าคนละแบบแตกต่างกันไป
พอรถถึงที่หมายจิงจิงก็อยากที่จะกลับบ้านใจจะขาด
“งั้นฉันไปก่อนละ แล้วเธอละลั่วอิง ตอนนี้มืดขนาดนี้แล้ว เธอจะกลับบ้านที่ชนบทอยู่ไหม หรือเธอจะค้างกับฉันที่นี่ก่อน?” ลั่วอิงใที่จิงจิงชวนเธอค้างกับเธอที่นี่แล้วก็พูดกับเธอดีขนาดนี้อีก หรือจิงจิงจะไม่เกลียดเธอแล้วจริงๆ อย่างที่เธอพูด ว่าเธอแค่ร้ายกาจเพราะไม่อยากให้ใครเอาเปรียบ?
“ฉัน ฉันต้องกลับบ้าน ตอนนี้พ่อกับแม่และครอบครัวฉันคงต้องเป็ห่วงฉันมาก” ลั่วอิงก็กลัวเหมือนกันดึกขนาดนี้แล้ว แต่เธอต้องกลับไปจริงๆ ไม่อย่างนั้นแม่ต้องเป็ห่วงมากแน่ๆ
“เดียวฉันจะไปส่งเธอเอง” เสิ่นอวี้เฉินพูดขึ้นมาเสียงเรียบ
“อื้ม งั้นเธอก็ให้คุณเสิ่นไปส่งเถอะ มืดขนาดนี้แล้ว” จิงจิงก็พูดไปอย่างนั้น พระเอกต้องไปส่งนางเอกอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง
แต่กับเสิ่นอวี้เฉินแปลกใจนิดหน่อย อวี้จิง คนนี้อย่างกับคนละคนที่ก่อนหน้าเห็นหน้าเขาก็เรียกเขาเสียงขนลุกว่า พี่อวี้เฉิน แล้วบิดไปบิดมา?
จิงจิงลงจากรถเพื่อที่จะเอาจักรยานที่กงลู่เหวินผูกไว้ให้ พอเห็นกงลู่เหวินคายโซ่ที่ผูกและล็อกไว้แล้ว ก็จูงจักรยานมาทางเธอทันที “ไปเถอะ ผมจะไปส่งคุณเอง”
จิงจิงสะดุ้ง “อะไรนะ มะ ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้ มันไม่ได้ไกลมาก” เธอรีบตอบทันที จะให้พระรองที่หล่อเหลาฉลาดแต่เ้าเล่ห์ร้ายกาจคนนี้ มาส่งเธอได้ยังไงกัน!!!