ทันทีที่นางพูดจบ บุรุษทั้งสองพลันปรากฏสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย นี่ถือเป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้พบเจอสตรีพูดจาอย่างฉะฉานมิเกรงกลัว อีกทั้ง...เื่ราวที่นางวิเคราะห์ก็ถูกต้องทั้งหมด
แต่มิทันที่จะเอ่ยถามอันใดต่อ ป้าหวังก็ยกน้ำร้อนกับยาเข้ามาพอดี
“เอาละ...อาเฉิงนอนลง” ลี่อิงฮวาหันไปออกคำสั่งตามความเคยชินของนาง
แม้น้ำเสียงนั้นจะดูธรรมดาสำหรับชาวบ้านทั่วไปแต่สำหรับฝ่าา...มันช่าง ดูอาจหาญไปสักหน่อยกระมัง
มู่เหยียนพลันสะดุ้งใ แอบลอบมองพระพักตร์แทบจะทันทีด้วยว่าไม่เคยมีใครกล้าทำเช่นนี้มาก่อน…ก็แล้วใครจะกล้ากันเล่า
ส่วนฝ่าาท่านนั้น กลับมิได้พูดจาอันใดเขายอมนอนลงตามที่นางบอกแต่โดยดี นี่ก็เป็เื่ที่น่าใกว่าตอนแรกเสียอีกมู่เหยียนพลันชะงักค้างอยู่เช่นนั้นเป็นานสองนาน
อันที่จริงลี่อิงฮวาพอดูออกอยู่ว่าฐานะทั้งสองมิได้ธรรมดาทว่า...สูงส่งแล้วอย่างไร ก็มีเนื้อมีหนัง ถูกศรต้องอาวุธาเ็ได้เช่นเดียวกันนางมิได้ใส่ใจกับสิ่งจอมปลอมเ่าั้มากนัก หันมาจัดการเปิดแผลออกดูอย่างรวดเร็ว
เมื่อพบว่าหัวธนูยังคงฝังในแผลอีกส่วนหนึ่ง สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“มีอันใดหรือแม่นาง” มู่เหยียนที่จับตาดูตลอดย่อมไม่พลาดสีหน้าของลี่อิงฮวาอยู่แล้ว
“ทีแรกข้าเข้าใจว่าพวกท่านเอาหัวธนูออกจากแผลได้หมดแต่ด้วยความรีบคงมิได้สังเกตเห็นว่ายังคงเหลือค้างอีกส่วนหนึ่ง”
นางหันไปสั่งป้าหวัง “ไปเอามีดเตียวเค่อมาให้ข้าที”
"เ้าค่ะ คุณหนู" ป้าหวังรับคำแล้วออกไป
“แม่นาง มีอันใดร้ายแรงหรือไม่ เดิมข้าก็เห็นว่าาแไม่น่าจะเป็อันตราย”มู่เหยียนอดสงสัยไม่ได้
"ท่านเข้าใจมิผิดแต่บังเอิญว่าปลายธนูฝังโดนที่จุดลมปราณสำคัญ บวกกับพิษที่ติดมากับอาวุธ...
ข้าอดคิดไม่ได้ว่าคนที่ยิงธนูนี้ตั้งใจให้เขาได้รับาเ็จนแขนข้างนี้อ่อนกำลังลงเรื่อย ๆอาจถึงขั้น ‘พิการไร้ความสามารถ’ ในอนาคต"
“ช่างบังอาจนัก!” ฝ่าาอดคำรามออกมาไม่ได้ กล้าดีอย่างไรมาหาว่าเขาจะพิการไร้ความสามารถสตรีผู้นี้ดูท่าลมหายใจก็คงไม่อยากมีแล้ว
ลี่อิงฮวาปรายสายตาเหยียดหยันเล็กน้อย ั้แ่เข้ามาในบ้าน นางมิได้ยินเสียงจากเขาเลยสักนิดมีแต่บุรุษแซ่มู่ผู้นั้นเป็คนพูดแทนตลอด
“ที่แท้…ท่านก็พูดได้นี่นา เอาละข้าไม่ใช่คนที่ทำร้ายท่าน ความแข็งแกร่งเมื่อสักครู่ท่านเก็บไว้ก่อนเถอะข้าจะให้ท่านได้ใช้อย่างแน่นอน”
ป้าหวังกลับมาพร้อมกับมีดเตียวเค่อ เป็มีดลักษณะปลายแหลมเล็กแต่ก็มีด้ามจับถนัดมือ ของสิ่งนี้บุรุษทั้งสองจ้องมองด้วยความสงสัยมิปิดบัง
“บอกแล้วว่าข้าสนใจการแพทย์ข้าก็สั่งทำขึ้นมาและตั้งชื่อมันเอง พวกท่านมิเคยเห็นมาก่อนก็คงมิแปลกเพราะต้องระวังเส้นลมปราณ มีดธรรมดาไม่สามารถใช้การได้” นางอธิบายให้พวกเขาฟังโดยไม่รีบร้อนรับมีดมาไว้ในมือ จากนั้นป้าหวังก็ยื่นขวดเหล้ากู่หลันมาให้
ป้าหวังทำหน้าที่เป็ลูกมือให้ลี่อิงฮวาจนชำนาญแล้ว โดยมิต้องเอ่ยปากของสิ่งใดใช้คู่อะไรนางย่อมจดจำได้
“นี่เป็เหล้ากู่หลันที่ข้าหมักเอง ท่านกินครึ่งหนึ่งเหลือให้ข้าครึ่งหนึ่ง” นางยื่นขวดเหล้าให้กับฝ่าา
มู่เหยียนทำท่าจะขวางไว้โดยสัญชาตญาณ เนื่องจากกลัวว่าจะเป็อันตรายจนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงไม่ไว้ใจนางทั้งหมด แม้ว่าจะเป็สตรีที่…เอ่อ…แอบดูนางอาบน้ำมาก่อนก็ตาม
ฝ่าาปรายสายตาคมปลาบมาทางมู่เหยียน จนเขาหยุดการกระทำที่คิดไว้จากนั้นก็ยื่นมือออกไปรับเหล้ากู่หลันมา กลิ่นหอมของมันค่อนข้างเตะจมูกทีเดียวไม่ถึงกับโดดเด่นแต่ก็ไม่ถือว่าแย่
กลิ่นก็ส่วนหนึ่งแต่พอเข้าปากแล้ว กลับรู้สึกถึงความขมกว่าปกติมากนักสีหน้าที่เรียบเฉยมานานมีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแต่ก็กลืนหมดในคำเดียว
“ไม่เลว…เหล้านี้มีส่วนผสมที่เข้มข้นกว่าเหล้าทั่วไปข้าใช้วิธีหมักพิเศษ เอาไว้ใช้ยาม้ารักษาแผล”
ลี่อิงฮวาเอาเหล้าที่เหลือเทราดที่ปากแผลด้วยความรวดเร็วมิรอให้ฝ่าาทันตั้งตัวทำให้เขาพลันสะดุ้งเล็กน้อย จ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาขุ่นเคืองมากกว่าเดิม
นางเหลือบตามามองอย่างมิได้ใส่ใจ ก็ลงมือกรีดเปิดแผลทันทีค่อยๆขยับเพื่อมิให้ปลายธนูทำอันตรายเส้นเอ็นมากขึ้นพริบตาก็สามารถนำส่วนธนูที่ติดอยู่ออกมาได้จนหมดโดยมิมีเสียงร้องหรืออาการหวาดหวั่นใดใดของเขาปรากฏขึ้นเลย
'อืม...ชายผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ' นางแอบชื่นชมความแข็งแกร่งของเขาไปหลายส่วน
ทางด้านของมู่เหยียนก็ตกตะลึงกับการกระทำของนางเป็อย่างมากนอกจากจะชำนาญการใช้มีดแล้ว เืยังไม่ไหลเพิ่มอีกด้วยนี่มันฝีมือระดับหมอเทวดาชัดชัด นาง...นางเป็ผู้ใดกันแน่นะ
ลี่อิงฮวาเทเหล้ากู่หลันลงปากแผลอีกครั้ง ป้าหวังส่งปาโต้วให้นางเอาใส่แผลจากนั้นก็พันผ้าด้วยความรวดเร็ว หันไปหยิบชามยาอีกถ้วยมายื่นให้กับเขา
ฝ่าาเดิมทีมีความมึนเมาจากฤทธิ์ของเหล้ากู่หลันในตอนแรกแต่ฤทธิ์มึนเมาก็หายไปเมื่อถูกแทนที่ด้วยความเ็ปขณะถูกกรีดแผลในสติสัมปชัญญะที่หลงเหลืออยู่ เขารับรู้ว่านางจัดการาแของเขาอย่างดีแล้วมือยื่นออกไปรับชามยาโดยไม่ลังเล กระดกเข้าปากรวดเดียวจนหมด
แต่แล้วก็อดแสดงสีหน้าประหลาดใจขึ้นมิได้พลันหันไปจ้องมองนาง
“อื้อ…ยาของข้ามีรสหวานมากกว่าขม กินไม่ยากกระมัง”