ชัดเจนว่าซุนเสี่ยวเฟิงไม่สามารถยับยั้งลูกเตะได้ เพราะว่ามันได้เคลื่อนที่ไปหาเป้าหมายได้ครึ่งทางแล้ว ยิ่งกว่านั้น การเตะไซด์คิกยังมีแรงเฉื่อยมันจึงเป็นการเคลื่อนไหวที่ยากจะหยุด
“เหวินเหวิน!” หูหลี่ลี่ตาเบิกกว้างเพราะว่าเธอไม่คิดว่าฟางเหวินจะทำอย่างนี้
ก่อนที่ลูกเตะของซุนเสี่ยวเฟินจะถึงตัวฟางเหวิน ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง ฉินเฉาก็ปรากฏตัวอยู่ด้านข้างของฟางเหวินแล้วคว้าเอวเธอไว้ด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างยื่นออกไปคว้าขาของซุนเสี่ยวเฟิงที่เตะมา จากนั้นบีบมันแน่น
“อ๊าก!” ซุนเสี่ยวเฟิงร้องเหมือนหมูที่ถูกเชือด เขารู้สึกว่าขากำลังถูกคีบเหล็กหนีบไว้อยู่ ความเจ็บปวดซึมลึกไปถึงกระดูก
“เป็นลูกเตะที่สวยมาก แต่ว่ามันไม่สุภาพเลยนะ” ฉินเฉายังคงบีบขาของซุนเสี่ยวเฟิง พลางมองไปที่ฝ่ายตรงข้ามที่หน้าผากกำลังเต็มไปด้วยเหงื่อ ด้วยรอยยิ้ม มันเหมือนกับว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยประธานชมรมจอมจุ้นคนนี้ไปง่าย ๆ
ฟางเหวินที่ถูกกอดอยู่ได้รับผลกระทบจากการหายใจของฉินเฉา หน้าเธอแดงแล้วพูดไม่ออก หัวใจของเธอรู้สึกเหมือนกำลังมีกระต่ายตัวน้อยกำลังกระโดดไม่หยุด
ซุนเสี่ยวเฟิงเริ่มร้องไห้ เขาจับขาแล้วตะโกนอย่างดุร้าย “ปล่อย! ปล่อยได้แล้ว! ขากำลังจะหักแล้ว อ๊าก อ๊าก!”
“โธ่ถัง ประธานซุน” ขณะที่กำลังบีบขาของซุนเสี่ยวเฟิง ฉินเฉาก็ปล่อยเอวฟางเหวิน เธอรู้สึกเสียหลักแล้วถูกหูหลี่ลี่ดึงไปด้านข้าง
“ไม่ใช่ว่านายบอกว่าอยากจะหักขาฉันหรอกเหรอ? หรือว่าจะทำลายสัญญาของตัวเองหรือไง?”
“ปล่อย ปล่อยขาฉัน” ซุนเสี่ยวเฟิงหน้าซีดด้วยความเจ็บ แล้วขาอีกข้างสั่น
“ถ้านายขอโทษสาวน้อยน่ารักทั้งสองคนนี้ ฉันจะปล่อยขานาย” ฉินเฉายื่นข้อเสนอ
“ขอโทษเหรอ?” ซุนเสี่ยวเฟิงจ้อง ตั้งแต่เกิดมาเขาถูกพ่อแม่ตามใจมาตลอด แล้วทำไมเขาต้องมาขอโทษ?
“ไม่อยากขอโทษงั้นเหรอ?” ฉินเฉาหัวเราะ แล้วเพิ่มแรงบีบขึ้นไปอีก
ซุนเสี่ยวเฟิงร้องออกมาหลายครั้งจนเขาไม่สนที่จะรักษาหน้าอีกต่อไป เขาขอโทษฟางเหวินแล้วหูหลี่ลี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ลังเล
“ฉัน ฉันผิดไปแล้ว”
“ขอโทษให้มันจริงใจหน่อย” ฉินเฉาเพิ่มแรงบีบขึ้นไปอีกนิด
ซุนเสี่ยวเฟิงรู้สึกเจ็บสุด ๆ แล้วร้องออกมา “ฉันขอโทษ! ฉันผิดไปแล้ว!” เสียงที่ทรงพลังทะลุไปทั่วทั้งชั้น
“ก็แค่นี้” ฉินเฉาพยักหน้าจากนั้นก็ปล่อยขาของประธานซุน
ซุนเสี่ยวเฟิงหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ นั่งอยู่บนพื้นแล้วกุมขาที่เจ็บ พระเจ้าช่วย ขาที่ถูกจับเป็นสีม่วงช้ำทั้งขา
ซุนเสี่ยวเฟิงกุมขาเงียบ ๆ แต่สายตาเป็นประกายชั่วร้ายแล้วมีเจตนาร้ายอยู่ในนั้น
“ฉันหมดอารมณ์ดูแล้ว” ฉินเฉายักไหล่ ทำให้สองสาวตกใจ ทั้งที่จิตใจยังไม่กลับเป็นปกติ
“เป็นอะไร? นายไม่รู้เหรอว่าฉันนำเต้น? นี่ไม่ได้สร้างความสนใจให้กับผู้รักษาความปลอดภัยฉินเฉาที่ยิ่งใหญ่เลยเหรอ?” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากข้างหลังเขา ทำให้เขาต้องสะบัดหัวกลับไปดู น่าประหลาดใจจริง ๆ คนที่พูดคือซูจี ฉินเฉาถูกหยุดที่จุดนั้น
หญิงสาวคนนี้สวมเสื้อหนังสีดำ กระโปรงหนังสีดำ ถุงน่องสีดำ กับรองเท้าบู๊ตหนังที่ยาวจนถึงเข่า การแต่งกายด้วยเครื่องแบบสีดำทั้งหมดทำให้รูปร่างของเธอแสดงความโค้งเว้าออกมาได้สมบูรณ์แบบ
“ดีมั้ย? มันสะดุดตาหรือเปล่า? เซ็กซี่มั้ย?” แทนที่จะมองซุนเสี่ยวเฟิงที่นั่งอยู่บนพื้น ซูจีกลับหมุนตัวทำให้ตาฉินเฉาถลนออกมา
“จริงดิ! เธอจะนำเต้นจริงเหรอ? มันแน่นอนอยู่แล้ว ฉันจะดูแน่นอน” ฉินเฉาพูดในใจว่า ‘ฉันเคยเห็นเธอเต้นโดยไม่ใส่เสื้อผ้ามาแล้ว แต่ฉันยังไม่เคยเห็นเธอเต้นตอนใส่เสื้อผ้า’
แน่นอนว่าคำพูดพวกนี้เขาพูดได้แค่ในใจ ถ้าเขาพูดออกไปเสียงดัง เขาต้องถูกซูจีจัดการจนตายด้วยคาถาของเธอแน่นอน
พวกเขาทั้งสี่ทิ้งซุนเสี่ยวเฟิงไว้ข้างหลังแล้วเดินเข้าไปในห้องเรียนยิมนาสติกขนาดใหญ่ ทุกที่ที่เขามอง เขาเห็นแต่สาวสวยเต็มไปหมด มันมีอยู่คู่หนึ่งที่ค่อนข้างอ้วน แต่พวกเขากำลังพยายามอย่างมากเพื่อลดน้ำหนัก
แม้ว่าห้องนี้จะมีขนาดใหญ่ แต่มันเต็มไปด้วยตู้เก็บอุปกรณ์กีฬาหรืออะไรสักอย่าง พวกเด็กสาวกำลังซ้อมเต้นอยู่ที่กลางห้องนี้
แม้ว่าซุนเสี่ยวเฟิงจะเป็นประธานของชมรมนี้ แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้เข้าร่วมซ้อม เพราะผู้นำของเมืองนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ผู้ที่จะดูการแสดงเป็นผู้ชาย การเต้นโดยมีเด็กสาวทั้งหมดจะเป็นที่พอใจมากกว่า
นั่นเป็นเหตุผล ที่แม้ว่าจะไม่มีเขา พวกเขาก็ยังสามารถซ้อมการแสดงนี้ต่อได้ ในครั้งนี้ทั้งเขาแล้วฉินเฉาถือว่าเป็นส่วนเกิน
“เอาล่ะ สาว ๆ ทำต่อไป” ซูจีตบมือของเธอ เดินไปที่หน้าห้องเรียน แล้วเริ่มซ้อมพร้อมกับสาว ๆ คนอื่น ๆ
เธอเริ่มต้นด้วยจังหวะช้า ๆ แนะนำพวกเด็กสาวว่าทำยังไงถึงจะเคลื่อนไหวได้งดงามแต่ร้อนแรง การเต้นที่ร้อนแรงนี้เข้ากันได้กับสาวสวยที่มีรูปร่างดีแล้วรู้วิธีเต้น ทำให้ซูจีที่มีส่วนโค้งเว้าแล้วสกิลในการเต้น ซึ่งเป็นผู้นำในการเต้นครั้งนี้ กลายเป็นที่จับตามองแน่นอน
หูหลี่ลี่แล้วฟางเหวินเข้าร่วมการซ้อม การเต้นที่ร้อนแรงนี้มีสาวสวยเข้าร่วม 6 คน แม้ว่าสาว ๆ คนอื่นจะไม่ได้เข้าร่วมในการแสดงนี้ แต่พวกเขาก็ศึกษาวิธีการเต้นนี้อยู่ด้านข้าง แล้วไม่ทำตัวว่าง
ฉินเฉาจ้องมองพวกเธออย่างจริงจัง ถ้าตาลอยได้ มันแน่นอนว่าสถานที่ที่ตาของฉินเฉาอยู่ต้องเป็นใต้เอวของซูจี
ด้วยความสนใจทั้งหมดของฉินเฉาไปอยู่ที่การเต้นของพวกสาว ๆ ซุนเสี่ยวเฟิงยืนอย่างเย็นชาอยู่ด้านข้าง ทันใดนั้นตาคู่สีดำก็กลายเป็นสีเทา
ดวงตาจับจ้องอยู่ที่ซูจี ขณะเดียวกันเขาก็ยื่นฝ่ามือแล้วขยับตามการเคลื่อนไหวของเธอ
ไม่นานซูจีก็มายืนอยู่ใต้ชั้นเก็บของซึ่งมีชิ้นส่วนของบาร์เบลหนัก ๆ วางอยู่บนสุดของชั้น
เมื่อซูจียืนอยู่ใต้ชั้นนั้น ดวงตาของซุนเสี่ยวเฟิงอยู่ไกล ๆ ก็เบิกกว้าง เขายกมือขึ้นแล้วลากมันลงมา
ชั้นที่วางติดกับผนัง ทันใดนั้นก็ถูกผลักลงมาจากกำแพงโดยมือที่มองไม่เห็นแล้วกำลังจะล้มทับซูจี บาร์เบลจำนวนมากก็กลิ้งลงมาแล้วจะตกใส่หน้าของเธอ ถ้าบาร์เบลตกใส่เธอล่ะก็ เป็นไปได้ว่าร่างกายที่คล้ายหยกของเธอจะได้รับบาดเจ็บแล้วเกิดความสูญเสีย
แม้ว่าซูจีจะเป็นศิษย์สายนอกของสำนักพุทธ แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วมาก เธอไม่มีเวลาให้ร่ายอาคม
พวกหญิงสาวพากันกรีดร้องขณะที่หันหน้าหนี มันเหมือนกับพวกเธอกลัวที่จะมองซูจีนอนจมอยู่ในสระเลือด
“ก้มลง!” ในตอนนี้เองฉินเฉาผู้ที่มองซูจีอยู่ตลอดเวลา ก็มีการแสดงออก เขาอัญเชิญโซ่จับวิญญาณออกมาจากแหวน แล้วเหวี่ยงมันไปที่บาร์เบลที่กำลังตกลงมาโดยไม่แม้แต่จะคิด
หลังจากที่เข้าสู่ขั้นหลอมลมปราณ พลังของฉินเฉาพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด การควบคุมโซ่จับวิญญาณนี้กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ สำหรับเขา
เหมือนมังกรดำ โซ่นี้พันรอบเอวของซูจีแล้วลากเธอออกมา ชั่วพริบตา พร้อมกับลมระเบิด เธอก็ถูกดึงเข้ามาสู่อ้อมกอดของฉินเฉา
บาร์เบลที่อยู่บนชั้นร่วงลงพื้นอย่างแรงพร้อมเสียงอันดัง ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย
พวกหญิงสาวงุนงงขณะที่หูหลี่ลี่พึมพำว่า
“มันตกมาได้ยังไง? เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าชั้นมันยังแข็งแรงอยู่”
“ฉันรู้สึกถึงวิญญาณชั่วร้ายจากข้างหลัง” ขณะที่ซูจีอยู่ในอ้อมแขนของฉินเฉา เธอมองเขาแล้วกระซิบเขา
“คุณหมายความว่าชั้นมันไม่ได้พังโดยอุบัติเหตุ?”
เมื่อฉินเฉามองไปรอบ ๆ มันมีแค่พวกนักเรียนแล้วไม่มีใครน่าสงสัย
“เมื่อมันไม่ใช่อุบัติเหตุ คุณจะต้องระวังไว้ให้มาก” ฉินเฉาปล่อยซูจีอย่างช่วยไม่ได้ แล้วจากนั้นเปล่งเสียงพูดว่า “นักเรียน! มันไม่เป็นไรแล้ว ฉันจะช่วยพวกเธอทำความสะอาด พวกเธอซ้อมต่อไปเถอะ”
“ฉินเฉา เหมือนคุณจะมีโซ่เวทมนตร์! คุณเอามันไปซ่อนไว้ที่ไหน?” ในตอนนี้เอง หูหลี่ลี่ก็ตื่นจากความงุนงง วิ่งเข้ามาที่ด้านข้างของฉินเฉา แล้วมองเขาอย่างสงสัย
“เธอแค่คิดไปเอง มันมีโซ่ที่ไหน” ฉินเฉาถกแขนเสื้อขึ้นแล้วเริ่มทำความสะอาดชั้นวางแล้วบาเบลล์โดยไม่สนใจหูหลี่ลี่
“บอกมานะ คุณเอามันไปซ่อนไว้ที่ไหน? ฉันเห็นมันชัด ๆ! เหวินเหวินเธอก็เห็นเหมือนกันใช่มั้ย?”
“พอเถอะ หลี่ลี่ หยุดรบกวนพี่ใหญ่ฉินเฉาได้แล้ว กลับไปซ้อมต่อเถอะ” ตรงข้ามกับความคาดหวังของหูหลี่ลี่ ฟางเหวินส่ายหัวแล้วลากหูหลี่ลี่ไปอีกด้าน
“เฮ้! เหวินเหวิน ทำไมหักหลังกันอย่างนี้! ฉันช่วยเธอตลอด ทำไมเธอ อย่างน้อยก็บอกฉัน เธอเห็นอะไร! พูดมา ทำไมไม่พูด!”
ฟางเหวินเงียบเพราะหลังจากประสบการณ์เฉียดตายครั้งก่อนแล้วฉากที่เห็นในวันนี้ เธอก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ในโลกนี้ มันยังมีบางสิ่งที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ อย่างเช่น บางคนที่มีความสามารถเกินจินตนาการ ฉินเฉาเหมือนจะเป็นคนพวกนั้น
ที่อีกด้าน ตาของซุนเสี่ยวเฟิงกลับมาเป็นปกติ ตาสีเทาเมื่อกี้ซ่อนเข้าไปลึกของนัยน์ตาดำ เขาก้มหัวแล้วเดินออกจากห้องไป
………….
ขณะเดียวกันที่หลังคาตึกที่ไม่ไกลจากที่นี่ ชายที่สวมแจ็กเกตสีดำ ส่ายหัวหยิบมือถือออกมา แล้วโทรออก
“ขอโทษด้วย ภารกิจล้มเหลว เหมือนมันถูกปกป้องโดยผู้ฝึกตน”
“ภารกิจล้มเหลว?” น้ำเสียงโมโหดังออกมาจากโทรศัพท์ “หลังจากเอาเงินไปจากฉันมากมาย ตอนนี้นายกลับบอกว่าภารกิจล้มเหลว?”
“ภารกิจคือฆ่าผู้หญิง แต่คุณไม่เคยบอกว่าเธอมีผู้ฝึกตนคอยปกป้อง”
“ฉันไม่สน” เสียงที่อีกด้านของโทรศัพท์เย็นชา “นายรู้กฎขององค์กรนายดีอยู่แล้ว เมื่อนายยอมรับงานแล้วรับเงินไปแล้ว นายต้องทำภารกิจนี้จนถึงที่สุด ไม่เธอตายก็นายตาย”
“เข้าใจแล้ว” ชายชุดดำวางสายโทรศัพท์ เขายืนบนหลังคาขณะที่คิดอยู่ชั่วขณะ
“มันเหมือนว่าจะสำเร็จถ้าชายคนนั้นไม่อยู่ข้างเธอละก็” ชายในชุดดำพูดกับตัวเอง หันหลังแล้วหายไปจากตึก
………….
ตอนนี้เอง ในสถานที่ห่างไกล ณ ลาสเวกัส USA หนุ่มหล่อผู้สวมสูทคุณภาพดี ที่กำลังสูบซิการ์คิวบาร์ นั่งอยู่ที่ห้อง VIP ในกาสิโน พร้อมกับผู้ชายแล้วผู้หญิงชาวต่างชาติ พวกเขากำลังเล่นไพ่กัน
ด้านข้างมีบันนี่เกิร์ลอยู่ในชุดเกือบจะเปลือย เธอกอดไหล่ของชายหนุ่มไว้ด้วยหน้าอกของเธอ
“คุณซู ไพ่ของคุณยอดเยี่ยมมาก! ดูเหมือนว่ารอบนี้คุณจะสามารถเอาคืนได้” เธอพูดข้างหูคุณซูด้วยสำเนียงมาตรฐานอเมริกัน
“หึหึ” ทันใดนั้นคุณซูก็โบกมือ แล้วจากนั้นชายที่สวมชุดสูทสีดำสองคนก็เข้ามาแล้วลากสาวบันนี่ออกไป
จากนั้นเขาก็มองไปที่พวกนักพนันที่ตกอยู่ในอาการตกใจแล้วพูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วว่า “หญิงสาวคนนั้นช่วยพวกคุณชนะผมไป 20 ล้านดอลลาร์ สุภาพบุรุษกับสุภาพสตรีคิดว่าไง? ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่พวกคุณจะคายเงินของผมที่พวกคุณกินไปแล้วหรอกเหรอ?”
เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดของพวกนักพนันคนอื่น ๆ คุณซูคนนี้ก็ยิ้มชั่วร้ายออกมา
‘น้องสาวที่รัก อย่าหาว่าพี่ชายใจร้ายเลยนะ ใครบอกให้ตาแก่นั่นยกบริษัทให้พวกเธอทั้งคู่กันล่ะ?’
จบตอน#