บทที่ 14 ไก่ตุ๋นเห็ดหอม
"เช่นนั้นไม่เกรงใจแล้วนะเ้าคะ" ซ่งเส้าเส้า รับของทั้งหมดที่ลู่เฉินโม่และเหยียนหลีลั่วซื้อมา
"สาวน้อย!"
"เส้าเส้า!"
พ่อซ่งแม่ซ่งเห็นซ่งเส้าเส้ารับของทั้งยังพูดขวานผ่าซากก็มือไม้ปั่นป่วน ทำอะไรไม่ถูก
"ท่านพ่อท่านแม่เป็อะไรไปหรือเ้าคะ ในเมื่อคุณชายลู่และคุณชายเหยียนซื้อมาให้แล้ว พวกเราก็รับไว้เถอะเ้าค่ะ"
"เส้าเส้า!" คราวนี้แม่ซ่งพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
"ไม่เป็ไรหรอกท่านป้า ถือว่าเป็ค่าที่พักของพวกข้า อีกอย่างพวกข้ากำลังจะไปแล้ว ถ้าท่านไม่รับ พวกข้าก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหน"
"นี่ ... นี่ทำให้พวกท่านต้องสิ้นเปลืองแล้ว" แม่ซ่งมีท่าทีเกรงใจ
"ท่านป้าเป็พวกข้าต่างหากที่ทำให้พวกท่านต้องลำบาก"
ซ่งเส้าเส้า "..."
ปากหวานกันจริงๆ นี่สินะนิสัยคนโบราณ เกรงใจกันไปเกรงใจกันมา
"เช่นนั้น ...พวกเรารับไว้ก็ได้เ้าค่ะ"
...
พ่อซ่งแม่ซ่งรั้งลู่เฉินโม่และเหยียนหลีลั่วให้กินข้าวเช้าด้วยกัน จนในที่สุดทั้งสองคนก็จากไป
หลังจากที่ลู่เฉินโม่และเหยียนหลีลั่วจากไป ซ่งเส้าเส้าก็จัดการกับของที่พวกเขาซื้อมา พ่อซ่งและพี่ชายซ่งออกไปทำงาน แม่ซ่งก็ไปช่วยงานที่บ้านใหญ่ของตระกูลในหมู่บ้าน
ซ่งเส้าเส้ามองไก่สองตัวที่พวกเขาซื้อมา คิดว่าต้องทำเล้าไก่ให้พวกมัน นางมองไปรอบๆบ้าน ลานบ้านมีขนาดค่อนข้างเล็ก นอกจากไร่นาแล้วก็ไม่มีจุดไหนที่เหมาะสม จึงได้แต่ทำเล้าไก่เล็กๆไว้ข้างไร่นา
ที่จริงจะปล่อยไก่ไว้ในลานบ้านก็ได้ แต่ซ่งเส้าเส้ากลัวว่าไก่ที่ได้มาอย่างยากลำบากจะวิ่งหนีออกไปนอกบ้าน
หลังจากจัดการกับไก่เรียบร้อยแล้ว ซ่งเส้าเส้าก็แยกเมล็ดพันธุ์ข้าวและเมล็ดพันธุ์ผักออกจากกัน แบ่งไร่นาออกเป็สองส่วน ส่วนหนึ่งปลูกข้าวสาลี ส่วนหนึ่งปลูกผัก
ตอนนี้เป็ต้นฤดูใบไม้ผลิ เป็่ที่เหมาะสมในการปลูกผัก ผักจะโตเร็วไม่เกินสิบถึงสิบห้าวันก็เก็บเกี่ยวได้ ส่วนข้าวสาลีรอเก็บเกี่ยวตอนฤดูใบไม้ร่วงแล้วนำไปโม่เป็แป้งสาลีและขัดเป็ข้าวสาร
กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยเที่ยงวันไปแล้ว พ่อซ่งแม่ซ่งและพี่ชายซ่งต่างก็เอาข้าวไปกินที่ทำงานไม่กลับมากินข้าวเที่ยงที่บ้าน
เมื่อเหลือแค่ซ่งเส้าเส้าคนเดียว นางจึงไม่อยากทำอาหาร อีกอย่างนางเพิ่งจะทำงานเสร็จเลยไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่
ซ่งเส้าเส้าหยิบจับอะไรกินอย่างละนิดละหน่อย แล้วก็นอนแผ่ลงกลางลานบ้าน เหม่อมองดูท้องฟ้าจนเผลอหลับไป
"อาสอง ท่านน้า พี่ชาย เส้าเส้าอยู่บ้านหรือไม่"
ซ่งเส้าเส้าพึ่งจะหลับไป ในความฝันนางกำลังไปรีวิวร้านอาหารหรู ดื่มกาแฟกินเค้กอย่างเอร็ดอร่อย แต่แล้วก็มีคนมาปลุก
ซ่งเส้าเส้าตื่นขึ้นมา รู้สึกหงุดหงิดที่ฝันถูกขัดจังหวะ
"ผู้ใดหรือ" ซ่งเส้าเส้าถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"เส้าเส้า เป็ข้าเอง"
ซ่งเส้าเส้ามองตามเสียงไปที่หน้าประตู เห็นสตรีนางหนึ่งยืนอยู่ นางผู้นี้รูปร่างสูง ไม่ผอมไม่อ้วนเกินไป สวมเสื้อผ้าหรูหรา บนศีรษะประดับด้วยปิ่นปักผม เหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่
สตรีนางนั้นมองซ่งเส้าเส้าด้วยแววตาที่สับสนแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ
"เส้าเส้า ข้าเองถิงถิง ลูกพี่ลูกน้องหญิงของเ้า ลืมกันแล้วหรือ?"
ซ่งเส้าเส้าถึงได้รู้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็คือลูกพี่ลูกน้องหญิงของนาง สมกับคำกล่าวที่ว่า "คนแต่งตัว ม้าแต่งอาน" ซ่งถิงถิงที่สวมใส่เสื้อผ้าหรูหราดูงดงามจนนางจำไม่ได้
"ที่แท้ก็พี่สาวหรือเ้าคะ เสื้อผ้าของท่านงดงามยิ่ง จนข้าจำท่านไม่ได้เลย" ซ่งเส้าเส้าพูดด้วยรอยยิ้ม
ซ่งถิงถิงเผยยิ้มออกมา "ไม่เป็ไรนะ รอให้เ้าได้เจอคนดีๆ เ้าก็จะมีโอกาสได้สวมชุดที่งดงามเช่นกัน"
ซ่งเส้าเส้ามองเสื้อผ้าของตัวเองแล้วก็มองซ่งถิงถิง ถึงแม้ว่าพวกนางจะเป็ญาติกัน แต่ตอนนี้พอยืนคู่กัน ดูยังไงก็เหมือนสาวใช้กับคุณหนู
ซ่งเส้าเส้ายิ้มแห้งๆ "พี่สาวท่านล้อข้าเล่นแล้ว"
"ว่าแต่เส้าเส้า ร่างกายของเ้าหายดีแล้วหรือ"
"หายดีเื่อะไรหรือเ้าคะ"
"ก่อนหน้านี้เ้าตกลงไปในน้ำไม่ใช่หรือ ตอนนั้นข้ากำลังยุ่งเื่งานแต่งจึงไม่ได้มาเยี่ยมเ้า"
"ขอบคุณพี่สาวที่เป็ห่วงเ้าค่ะ ข้าหายดีนานแล้ว"
"ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว อาสองกับท่านน้าออกไปข้างนอกหรือ"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้าว่าใช่
"ที่จริงข้ามาก็ไม่มีเื่ใดหรอก แค่อยากจะให้เส้าเส้าช่วยข้าหน่อย"
เห็นไหม ครอบครัวท่านลุงใหญ่ "ไม่เห็นค่า ไม่เห็นหน้า" หากไม่มีเื่ไหว้วาน ไม่มีทางโผล่มาเจอพวกเราหรอก
"พี่สาว ข้าจะช่วยท่านได้อย่างไรหรือเ้าคะ"
"พรุ่งนี้ข้าจะไปซื้อของที่จำเป็สำหรับงานแต่งงานในเมือง ท่านแม่ติดงานจึงไม่มีใครไปกับข้า ระหว่างไม่ทราบทำอย่างไรข้าบังเอิญนึกถึงเ้า ว่าอย่างไร สน ใจไปด้วยกันหรือไม่"
ซ่งเส้าเส้ามองดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของซ่งถิงถิงจึงได้แต่ตกลง
อันที่จริงนางทำเพื่อตัวเองด้วย จะได้ถือโอกาสนี้สำรวจในเมืองไปในตัว
"เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้ข้าจะมารับเ้า"
ซ่งเส้าเส้ามองแผ่นหลังของซ่งถิงถิง รู้สึกว่าพี่สาวผู้นี้ดูแตกต่างจากท่านป้าใหญ่อย่างน้อยนางก็เป็กันเอง
ซ่งเส้าเส้าพักผ่อนสักพักก็คิดว่าพ่อซ่งแม่ซ่งและพี่ชายซ่งทำงานมาทั้งวัน ตอนเย็นต้องทำอาหารอร่อยๆให้พวกเขากิน จึงเดินเข้าไปในครัว แล้วเห็นไก่ครึ่งตัวที่ยังเหลืออยู่
คิดไปคิดมา มองเสบียงในบ้านแล้วก็เห็ดหอมที่เก็บไว้สำหรับฤดูหนาว เช่นนั้นทำไก่ตุ๋นเห็ดหอมก็แล้วกัน
อาหารจานนี้ไม่ต้องใช้ส่วนผสมเยอะ แค่เห็ดหอม เห็ดหูหนูและไข่ไก่ก็พอ วัตถุดิบเหล่านี้ที่บ้านมีครบ
ซ่งเส้าเส้าล้างไก่ครึ่งตัวให้สะอาด หั่นเป็ชิ้น นำเห็ดหอมและเห็ดหูหนูไปแช่น้ำให้นิ่ม ปรุงรสไก่ด้วยเกลือ ไข่ขาว แป้งสาลี และขิงซอย คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วราดน้ำมันหมูเล็กน้อย คลุกเคล้าอีกครั้ง จากนั้นก็หั่นเห็ดหอมและเห็ดหูหนูเป็ชิ้นเล็กๆใส่ลงไปในชามไก่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
จากนั้นต้มน้ำให้เดือด ใส่ไก่เห็ดหอมและเห็ดหูหนูลงไปในหม้อนึ่งด้วยไฟแรงประมาณหนึ่งเค่อ ไก่ตุ๋นเห็ดหอมก็สุก
ไก่เพิ่งจะนึ่งไปได้ไม่นาน พ่อซ่งแม่ซ่งและพี่ชายซ่งก็กลับมาพร้อมกัน
"น้องหญิงกำลังทำอะไรอยู่หรือหอมจัง"
พี่ชายซ่งพึ่งจะเข้ามาในบ้านก็ได้กลิ่นหอม
"พี่ใหญ่ ไก่ตุ๋นเห็ดหอมเ้าค่ะ เมื่อวานไก่เหลือครึ่งตัว ข้าก็เลยคิดว่าน่าจะทำกับข้าวได้สักจาน"
"สาวน้อย เ้าทำอาหารอร่อยๆอีกแล้วหรือ"
"ท่านพ่อ อีกสักพักอาหารเย็นก็จะเสร็จแล้วเ้าค่ะ"
แม่ซ่งเดินเข้ามา
"เส้าเส้า ไก่ตุ๋นเห็ดหอมนี่... รสชาติของมัน .."
"ท่านแม่อดใจรอสักครู่ พอได้ลิ้มรส ข้าเชื่อข้าท่านต้องพอใจอย่างแน่นอนเ้าค่ะ"
แม่ซ่งมองรอยยิ้มของซ่งเส้าเส้าก็ยิ้มตาม "เช่นนั้นแม่รอข้างนอกก็แล้วกัน"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้ารับรู้ "เ้าค่ะท่านแม่ รอข้างนอกก่อนนะเ้าคะ"
ไม่นาน ไก่ตุ๋นเห็ดหอมของซ่งเส้าเส้าก็สุก ไก่ที่นึ่งมีรสชาติดั้งเดิม นุ่ม เนียน กลมกล่อม ประกอบกับกลิ่นหอมของเห็ดหอม จึงดูน่ารับประทานเป็อย่างยิ่ง