“เช็กเรียบร้อยแล้วค่ะ” ลลิตายื่นกระดาษจดรายละเอียดจำนวนเครื่องประดับที่ยืมมาจากร้านเช่าชุด
“วางบนโต๊ะเลยบ่ายนี้พี่จะไปส่งคืนร้าน”หญิงสาวยังจ้องจอคอมพิวเตอร์ต่อหากลูกน้องก็ยังยืนอยู่ไม่ขยับไปเสียที
“มีอะไร”
“วันศุกร์เป็ไงบ้างพี่”
“ก็เรียบร้อยดี ผอ.ฝากขอบใจทีมงานมาด้วยส่วนเซอร์ไพรส์ของหมอนักเรียนได้รับคำชมเพียบ”
“แล้วหมอศวัสล่ะเป็ไง” ลลิตาอึกอักเล็กน้อยคล้ายเกรงใจที่จะถาม
“ตอนเดินดูอึนๆ หน่อยแต่พอเปลี่ยนชุดลงไปโชว์การแสดงก็ดูดีขึ้น”
“โล่งอกไปที”
“ถามทำไม”
“วันนั้นลิไม่กล้าบอกพี่เพราะหมอขอไว้แต่ถ้ารู้ทีหลังก็กลัวพี่จะโกรธ” ลลิตาเสียงอ่อย
“เื่?”
“ตอนเช้าหมอเค้ามาขอยาบูเฟนลิมีแต่พาราหมอไม่เอาเลยไปขอที่เภสัชมาให้”
“หมอป่วยทำไมต้องโกรธเห็นพี่ไม่มีเหตุผลขนาดนั้นเหรอมิน่าหน้าตาดูซีดๆ ถามก็บอกว่าไม่เป็ไร นี่คงอาการหนักจนพาราเอาไม่อยู่”
“เปล่าพี่ ไม่ใช่ หมอไม่ได้ป่วย” ลลิตายิ้มแหย
“อ้าว” ภัควริณย์งง
“แต่แฮงค์”
“แฮงค์?”
“ใช่ค่ะพี่อย่าให้หมอรู้นะว่าลิบอก”
อี๊ยยย! ไม่ใช่ไทป์หมาเด็กแล้ว ไอ้หมอเปรต!
อย่าให้เจอนะ คนอุตส่าห์ห่วงแทบตายแถมก่อนหน้านี้ยังย้ำแล้วย้ำอีกว่า่ใกล้วันงานห้ามทุกคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ตัวบวมหน้าบวมและเหมือนนกรู้ศวัสหายหน้าหายตาไปเลยทั้งที่ปกติเขาจะต้องเดินผ่านแถวหน้าห้องทำงานหรือไม่ก็เจอในลิฟต์ตลอด
“ทำไมมองผมอย่างนั้น” แล้ววันหนึ่งก็บังเอิญเจอกันในลิฟต์จนได้เขามาพร้อมกับกมลภพในมือถือกาแฟเย็นแบรนด์ดัง
“ก็มองปกติ หมอร้อนตัวไปเอง”
ศวัสขยับตัวหันไปกระซิบเพื่อนรัก “มึงคิดอย่างกูไหมวะวันนี้สายตาดูรักกูมากเป็พิเศษ”
“เสร็จนาฆ่าโคถึกเสร็จศึกฆ่าขุนพลโบราณว่าไว้อย่างนั้น” กมลภพป้องปากกระซิบตอบเบาๆแบบได้ยินทั่วทั้งลิฟต์
“กูเป็โคถึกหรือขุนพล” ศวัสคาใจ
“โคถึกสิมึง ทำงานให้งกๆ สารพัดสิ่งพอเราหมดผลประโยชน์ก็ฆ่าทิ้ง”
ฮึ่ย! ใครสั่งใครสอนให้พูดความจริงเสียงดังขนาดนี้
“ผู้หญิงใจร้าย”
“อำมหิต”
มันจะมากเกินไปแล้วนะ!
ผู้หญิงใจร้ายหน้าแดงก่ำลืมตัวทิ่มปากกาในมือไปที่พุงคนกล่าวหากมลภพเห็นท่าไม่ดีพอประตูเปิดก็วิ่งปรู๊ดหนีเอาตัวรอดไปทันที
“หมอกมล!” ภัควริณย์แว้ด
“เื่ในครอบครัวผมไม่เกี่ยวเคลียร์กันเอง”หมอหนุ่มะโไม่หันหลังกลับ
ศวัสยกมือทำท่ายอมแพ้ก้าวถอยหลังออกมาจากกล่องสี่เหลี่ยม
“ยอมแล้วๆ ค่อยๆคุยกันด้วยเหตุผลสิครับคุณผู้หญิง”
“สารภาพมา” คุณผู้หญิงที่ไม่มีเหตุผลทิ่มปากกาแรงขึ้นไปอีกนิด
“สารภาพเื่อะไรครับ”
“มีหลายเื่หรือไง”
“เปล่า แต่นึกไม่ออกว่าผมทำอะไรขัดใจพี่”สองมือยังยกไว้เหนือบ่า
เขานึกไม่ออกจริงๆว่าทำอะไรให้หญิงสาวโมโห
“คืนวันที่ 25 หมอไปไหนมา”
“อ้อ” จำเลยยิ้มนึกออกแล้วว่าต้องคดีอะไร“ก็แค่มีนัดกับเพื่อนนิดหน่อย”
“นิดหน่อย?”
“นิดเดียวจริงๆ”
“ไม่นิดล่ะ เช้ามาถึงขั้นแฮงค์”
“มันเป็เหตุสุดวิสัย แต่ก็ยังทำงานให้พี่ได้นะ”แก้ตัวอุบอิบ
“หมอนึกไหมว่าถ้าวันนั้นหมอตื่นมาไม่ไหวแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”
“รู้สิ ถึงออกไปแป๊บเดียวก็รีบกลับ” ชายหนุ่มใช้มือข้างที่ว่างค่อยๆ ผลักปากกาให้ออกห่างจากตัว “ผมรับปากแล้วก็ต้องทำได้สิ วันนั้นก็ผ่านมาด้วยดีไม่ใช่เหรอ แฟนคลับผมเพิ่มขึ้นอีกเพียบ”
ภัควริณย์เข่นเขี้ยว “รู้ไหมว่าพี่ห่วงแค่ไหนคิดว่าหมอไม่สบายเอาความห่วงใยพี่คืนมาเลยนะถ้ารู้ว่าแอบไปฉลองคริสต์มาสแบบนี้จะไม่ยืนพัดให้เมื่อยมือเลย”
“ขอโทษครับ หายโกรธนะเื่มันผ่านมาแล้วอย่าโมโหเลย” ศวัสพูดเสียงอ่อน
“...”
“อ่ะให้ตี” มือหนึ่งถือกาแฟอยู่จึงแบอีกมือให้ตรงหน้า“ไม่ได้ตั้งใจไปฉลองคริสต์มาสสักหน่อยมีเพื่อนมาประชุมที่เมืองทองไม่ได้เจอกันนานเลยขัดไม่ได้”
“...”
“หายโกรธนะวันหลังจะซื้ออมยิ้มมาฝาก”
ใครจะไปหลงกลมุกหลอกเด็ก
“สติกเกอร์ไดโนเสาร์ก็มี” ว่าไปนั่น
หญิงสาวถอนหายใจเฮือก...เหมือนคบเด็กสร้างบ้าน
“ไม่ต้องเลย”
“งั้นจะให้ทำยังไง”คนที่รู้ตัวว่าผิดพยายามง้อ
“ไปกินไอติมกัน” เธอเปลี่ยนอารมณ์เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มสำนึกผิดแม้จะดูปลอมก็เถอะ
“ไอติมเหรอ”
แล้วก็ต้องกลั้นขำที่เห็นหน้าปูเลี่ยนของไม่ชอบของหวานแสดงว่ามาถูกทางแล้ว
“ทำไม มีปัญหา?”
“ไม่ใช่แนวผมเลยผมต้องได้เลือกไม่ใช่เหรอพี่ติดค้างผมนะ” ศวัสประท้วง
“พี่เป็คนจ่าย”
“งั้นมื้อนี้ไม่นับ”
เขี้ยวไม่มีใครเกิน แต่พอบวกลบแล้วก็ไม่เสียหายเธอจึงจำยอมพยักหน้า
“เมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้เที่ยง หมอว่างมั้ย” เธอนัดวันศุกร์เพราะรู้ว่า่บ่ายอาจารย์ส่วนใหญ่มักจะงดคลินิกและการเรียนการสอน
“ได้ มีใครบ้าง”
“มีฟ้ากับน้ำหวานไปด้วย”
ศวัสหัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงนักเรียนผู้ช่วยทันตแพทย์ที่เขาพอจะคุ้นหน้าคุ้นตา
“น้องที่ช่วยทำงานกีฬาสีพี่อ่ะนะเอาสิ กล้าไปผมก็ไม่มีปัญหา”
“หมอห้ามแกล้งน้องเขาเด็ดขาด”
“ผมทำอะไร”
“ไม่ต้องมาไก๋” หญิงสาวชี้หน้าพอเขาหัวเราะยอมรับว่าที่ผ่านมาแอบทำอะไรเอาไว้เธอก็อดไม่ไหวยื่นนิ้วไปหยิกสีข้างหมอหนุ่มผ่านเสื้อกาวน์ตัวหนา
“โอ๊ย! หยิกผมทำไม”
“เพิ่งรู้ว่าหมอเป็คนแบบนี้ นิสัยไม่ดี”
“ก็เด็กพี่ตลกอ่ะขี้ใเองไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อย” ศวัสเอนตัวหนีแต่ปากยังเถียงไม่หยุด
“รู้ๆอยู่ว่าคนเขาแอบปลื้มแล้วยังไปแกล้งเขาอีก”
“ยิ้มให้นิดเดียวเอง”
“เหรอ?”ภัควริณย์ลงน้ำหนักมือไปอีกนิด “ขี้แกล้งนักนะเราอ่ะ”
“คร้าบ คราวหลังไม่กล้าแล้ว”
“ขอให้จริงเถอะ ไม่อยากจะเชื่อ”
“ถ้ารู้ว่าพี่หึงคราวหลังจะไม่ทำอีก”
“ใครหึง!” คนปากแข็งเสียงเขียว
เด็กบ้านี่!