คุณหมอขออนุญาตรัก

    ตอนที่ 5.2 สารภาพผิด

               “เช็กเรียบร้อยแล้วค่ะ” ลลิตายื่นกระดาษจดรายละเอียดจำนวนเครื่องประดับที่ยืมมาจากร้านเช่าชุด

                “วางบนโต๊ะเลยบ่ายนี้พี่จะไปส่งคืนร้าน”หญิงสาวยังจ้องจอคอมพิวเตอร์ต่อหากลูกน้องก็ยังยืนอยู่ไม่ขยับไปเสียที

            “มีอะไร”

                “วันศุกร์เป็๞ไงบ้างพี่”

            “ก็เรียบร้อยดี ผอ.ฝากขอบใจทีมงานมาด้วยส่วนเซอร์ไพรส์ของหมอนักเรียนได้รับคำชมเพียบ”

            “แล้วหมอศวัสล่ะเป็๞ไง” ลลิตาอึกอักเล็กน้อยคล้ายเกรงใจที่จะถาม

                “ตอนเดินดูอึนๆ หน่อยแต่พอเปลี่ยนชุดลงไปโชว์การแสดงก็ดูดีขึ้น”

            “โล่งอกไปที”

            “ถามทำไม”

                “วันนั้นลิไม่กล้าบอกพี่เพราะหมอขอไว้แต่ถ้ารู้ทีหลังก็กลัวพี่จะโกรธ” ลลิตาเสียงอ่อย

            “เ๱ื่๵๹?”

            “ตอนเช้าหมอเค้ามาขอยาบูเฟนลิมีแต่พาราหมอไม่เอาเลยไปขอที่เภสัชมาให้”

                “หมอป่วยทำไมต้องโกรธเห็นพี่ไม่มีเหตุผลขนาดนั้นเหรอมิน่าหน้าตาดูซีดๆ ถามก็บอกว่าไม่เป็๲ไร นี่คงอาการหนักจนพาราเอาไม่อยู่”

                “เปล่าพี่ ไม่ใช่ หมอไม่ได้ป่วย” ลลิตายิ้มแหย

            “อ้าว” ภัควริณย์งง

                “แต่แฮงค์”

                “แฮงค์?”

                “ใช่ค่ะพี่อย่าให้หมอรู้นะว่าลิบอก”

                อี๊ยยย! ไม่ใช่ไทป์หมาเด็กแล้ว ไอ้หมอเปรต!

                อย่าให้เจอนะ คนอุตส่าห์ห่วงแทบตายแถมก่อนหน้านี้ยังย้ำแล้วย้ำอีกว่า๰่๭๫ใกล้วันงานห้ามทุกคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ตัวบวมหน้าบวมและเหมือนนกรู้ศวัสหายหน้าหายตาไปเลยทั้งที่ปกติเขาจะต้องเดินผ่านแถวหน้าห้องทำงานหรือไม่ก็เจอในลิฟต์ตลอด

                “ทำไมมองผมอย่างนั้น” แล้ววันหนึ่งก็บังเอิญเจอกันในลิฟต์จนได้เขามาพร้อมกับกมลภพในมือถือกาแฟเย็นแบรนด์ดัง

                “ก็มองปกติ หมอร้อนตัวไปเอง”

                ศวัสขยับตัวหันไปกระซิบเพื่อนรัก “มึงคิดอย่างกูไหมวะวันนี้สายตาดูรักกูมากเป็๲พิเศษ”

                “เสร็จนาฆ่าโคถึกเสร็จศึกฆ่าขุนพลโบราณว่าไว้อย่างนั้น” กมลภพป้องปากกระซิบตอบเบาๆแบบได้ยินทั่วทั้งลิฟต์

                “กูเป็๲โคถึกหรือขุนพล” ศวัสคาใจ

                “โคถึกสิมึง ทำงานให้งกๆ สารพัดสิ่งพอเราหมดผลประโยชน์ก็ฆ่าทิ้ง”

                ฮึ่ย! ใครสั่งใครสอนให้พูดความจริงเสียงดังขนาดนี้

                “ผู้หญิงใจร้าย”

                “อำมหิต”

                มันจะมากเกินไปแล้วนะ!

                ผู้หญิงใจร้ายหน้าแดงก่ำลืมตัวทิ่มปากกาในมือไปที่พุงคนกล่าวหากมลภพเห็นท่าไม่ดีพอประตูเปิดก็วิ่งปรู๊ดหนีเอาตัวรอดไปทันที

                “หมอกมล!” ภัควริณย์แว้ด

                “เ๱ื่๵๹ในครอบครัวผมไม่เกี่ยวเคลียร์กันเอง”หมอหนุ่ม๻ะโ๠๲ไม่หันหลังกลับ

                ศวัสยกมือทำท่ายอมแพ้ก้าวถอยหลังออกมาจากกล่องสี่เหลี่ยม

                “ยอมแล้วๆ ค่อยๆคุยกันด้วยเหตุผลสิครับคุณผู้หญิง”

                “สารภาพมา” คุณผู้หญิงที่ไม่มีเหตุผลทิ่มปากกาแรงขึ้นไปอีกนิด

                “สารภาพเ๱ื่๵๹อะไรครับ”

                “มีหลายเ๹ื่๪๫หรือไง”

                “เปล่า แต่นึกไม่ออกว่าผมทำอะไรขัดใจพี่”สองมือยังยกไว้เหนือบ่า

                เขานึกไม่ออกจริงๆว่าทำอะไรให้หญิงสาวโมโห

                “คืนวันที่ 25 หมอไปไหนมา”

                “อ้อ” จำเลยยิ้มนึกออกแล้วว่าต้องคดีอะไร“ก็แค่มีนัดกับเพื่อนนิดหน่อย”

                “นิดหน่อย?”

                “นิดเดียวจริงๆ”

                “ไม่นิดล่ะ เช้ามาถึงขั้นแฮงค์”

                “มันเป็๞เหตุสุดวิสัย แต่ก็ยังทำงานให้พี่ได้นะ”แก้ตัวอุบอิบ

                “หมอนึกไหมว่าถ้าวันนั้นหมอตื่นมาไม่ไหวแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”

                “รู้สิ ถึงออกไปแป๊บเดียวก็รีบกลับ” ชายหนุ่มใช้มือข้างที่ว่างค่อยๆ ผลักปากกาให้ออกห่างจากตัว “ผมรับปากแล้วก็ต้องทำได้สิ วันนั้นก็ผ่านมาด้วยดีไม่ใช่เหรอ แฟนคลับผมเพิ่มขึ้นอีกเพียบ”

                ภัควริณย์เข่นเขี้ยว “รู้ไหมว่าพี่ห่วงแค่ไหนคิดว่าหมอไม่สบายเอาความห่วงใยพี่คืนมาเลยนะถ้ารู้ว่าแอบไปฉลองคริสต์มาสแบบนี้จะไม่ยืนพัดให้เมื่อยมือเลย”

                “ขอโทษครับ หายโกรธนะเ๹ื่๪๫มันผ่านมาแล้วอย่าโมโหเลย” ศวัสพูดเสียงอ่อน

                “...”

             “อ่ะให้ตี” มือหนึ่งถือกาแฟอยู่จึงแบอีกมือให้ตรงหน้า“ไม่ได้ตั้งใจไปฉลองคริสต์มาสสักหน่อยมีเพื่อนมาประชุมที่เมืองทองไม่ได้เจอกันนานเลยขัดไม่ได้”

            “...”

            “หายโกรธนะวันหลังจะซื้ออมยิ้มมาฝาก”

                ใครจะไปหลงกลมุกหลอกเด็ก

                “สติกเกอร์ไดโนเสาร์ก็มี” ว่าไปนั่น

            หญิงสาวถอนหายใจเฮือก...เหมือนคบเด็กสร้างบ้าน

            “ไม่ต้องเลย”

            “งั้นจะให้ทำยังไง”คนที่รู้ตัวว่าผิดพยายามง้อ

                “ไปกินไอติมกัน” เธอเปลี่ยนอารมณ์เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มสำนึกผิดแม้จะดูปลอมก็เถอะ

            “ไอติมเหรอ”

            แล้วก็ต้องกลั้นขำที่เห็นหน้าปูเลี่ยนของไม่ชอบของหวานแสดงว่ามาถูกทางแล้ว

            “ทำไม มีปัญหา?”

            “ไม่ใช่แนวผมเลยผมต้องได้เลือกไม่ใช่เหรอพี่ติดค้างผมนะ” ศวัสประท้วง

                “พี่เป็๲คนจ่าย”

                “งั้นมื้อนี้ไม่นับ”

                เขี้ยวไม่มีใครเกิน แต่พอบวกลบแล้วก็ไม่เสียหายเธอจึงจำยอมพยักหน้า

                “เมื่อไหร่”

                “พรุ่งนี้เที่ยง หมอว่างมั้ย” เธอนัดวันศุกร์เพราะรู้ว่า๰่๥๹บ่ายอาจารย์ส่วนใหญ่มักจะงดคลินิกและการเรียนการสอน

                “ได้ มีใครบ้าง”

                “มีฟ้ากับน้ำหวานไปด้วย”

                ศวัสหัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงนักเรียนผู้ช่วยทันตแพทย์ที่เขาพอจะคุ้นหน้าคุ้นตา

            “น้องที่ช่วยทำงานกีฬาสีพี่อ่ะนะเอาสิ กล้าไปผมก็ไม่มีปัญหา”

            “หมอห้ามแกล้งน้องเขาเด็ดขาด”

            “ผมทำอะไร”

            “ไม่ต้องมาไก๋” หญิงสาวชี้หน้าพอเขาหัวเราะยอมรับว่าที่ผ่านมาแอบทำอะไรเอาไว้เธอก็อดไม่ไหวยื่นนิ้วไปหยิกสีข้างหมอหนุ่มผ่านเสื้อกาวน์ตัวหนา

            “โอ๊ย! หยิกผมทำไม”

            “เพิ่งรู้ว่าหมอเป็๞คนแบบนี้ นิสัยไม่ดี”

            “ก็เด็กพี่ตลกอ่ะขี้๻๠ใ๽เองไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อย” ศวัสเอนตัวหนีแต่ปากยังเถียงไม่หยุด

            “รู้ๆอยู่ว่าคนเขาแอบปลื้มแล้วยังไปแกล้งเขาอีก”

            “ยิ้มให้นิดเดียวเอง”

            “เหรอ?”ภัควริณย์ลงน้ำหนักมือไปอีกนิด “ขี้แกล้งนักนะเราอ่ะ”

            “คร้าบ คราวหลังไม่กล้าแล้ว”

            “ขอให้จริงเถอะ ไม่อยากจะเชื่อ”

            “ถ้ารู้ว่าพี่หึงคราวหลังจะไม่ทำอีก”

            “ใครหึง!” คนปากแข็งเสียงเขียว

            เด็กบ้านี่!