บทที่ 18 คนดี ข้าขอขอบคุณบรรพบุรุษของเขาถึงแปดชั่วโคตร
"หากฝ่าาทรง้าถอดถอนหรือแต่งตั้งรัชทายาทใหม่ โปรดอธิบายให้ราษฎรในเมืองฉางอันได้รับทราบด้วยพระองค์เองเถิดพ่ะย่ะค่ะ!"
คำพูดของเซียวเหอนั้นหนักแน่นและทรงพลัง ยิ่งกว่านั้นเขายังนำเอาความรู้สึกของราษฎรนับหมื่นนับพันมาเป็เกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้กับหลิวอิ๋ง
ในวันที่หลิวปังตีเมืองเสียนหยางแตก เขาได้ทำข้อตกลงสามข้อกับราษฎร จึงตระหนักดีถึงความสำคัญของการได้ใจผู้คน
ใครจะไปคาดคิดว่าหลิวอิ๋งเพียงแค่ใช้โอกาสที่ประจวบเหมาะ เพาะถั่วงอกขึ้นมาเล็กน้อย กลับได้รับใจจากราษฎรในเมืองฉางอันไปเสียได้
ในใจของหลิวปังเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาวูบหนึ่ง โชคดีที่เื่นี้ไม่ได้ลุกลามต่อไป มิเช่นนั้นหากเื่ถั่วงอกแพร่กระจายไปทั่วแคว้น หลิวอิ๋งคงกลายเป็ผู้มีพระคุณต่อคนทั้งใต้หล้าเป็แน่!
ความ้าของราษฎรนั้นเรียบง่าย พวกเขาเพียง้ากินอิ่มและมีชีวิตรอดในโลกยุคนี้เท่านั้น สิ่งที่หลิวอิ๋งใส่ใจไม่ใช่การแก่งแย่งชิงดีของผู้มีอำนาจ แต่เป็เื่ปากท้องของราษฎร
การเพาะถั่วงอกนั้นทำได้ง่าย อีกทั้งวัตถุดิบก็มีอยู่ทุกครัวเรือน การได้กินผักสด ๆ ให้หายอยากในฤดูหนาวนั้น ย่อมดีกว่าคำพูดที่ว่างเปล่าและสวยหรูของผู้ปกครองเป็ไหน ๆ
ต่อให้หลิวปังจะพยายามป่าวประกาศว่าหลิวหรูอี้ อ๋องแห่งแคว้นจ้าว มีความปรีชาสามารถเหมือนตนเพียงใด แต่เมื่อราษฎรได้กินถั่วงอก ความเก่งกาจของอ๋องแห่งแคว้นจ้าวนั้น พวกเขาไม่เห็นและััไม่ได้
ตาแก่เ้าเล่ห์เริ่มรู้สึกโมโห เห็นได้ชัดว่าลูกทรพีคนนี้ไม่เล่นตามกติกาเลย! ยังมีเ้าเต่าเฒ่าเซียวเหอนี่อีก ปกติจะซื่อตรงก็ช่างเถอะ แต่ทำไมวันนี้ถึงมาซื่อตรงได้ถูกจังหวะนักนะ?
ไม่รู้หรืออย่างไรว่าควรยกความดีความชอบให้ฮ่องเต้?
"เสด็จพ่อ ท่านอย่าไปฟังคำพูดเหลวไหลของอัครมหาเสนาบดีเลยพ่ะย่ะค่ะ!" หลิวอิ๋งรีบแก้ตัวว่า "ความจริงแล้วถั่วงอกนั่นก็แค่ผักธรรมดา ราษฎรจะมาขอบคุณข้าทำไมกันพ่ะย่ะค่ะ?"
"รีบส่งข้าไปยังดินแดนศักดินาเถิดขอรับ หากช้าไปวันหนึ่ง เหล่าสาวงามในดินแดนศักดินาก็ต้องเป็หม้ายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวัน!"
"เสด็จพ่อโปรดวางใจ ข้ารับรองว่าจะมอบหลานชายตัวอ้วน ๆ ให้ท่านสักสิบกว่าคนเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
หลิวปังมองหลิวอิ๋งแล้วรู้สึกว่า แค่ลูกชายคนเดียวก็ทำให้เขาปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว อย่าว่าแต่หลานอีกสิบกว่าคนเลย!
หากเกิดมาเป็พิมพ์เดียวกับหลิวอิ๋ง มีหวังเขาได้ตายเร็วขึ้นแน่!
"พอแล้ว เ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!" หลิวปังถลึงตาใส่หลิวอิ๋ง
นั่นทำให้หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของฮองเฮาหลวี่กลับมาสงบลงได้ในที่สุด นางไม่คาดคิดเลยว่า ท่านโหวแห่งเมืองไหวอินที่นางไม่ชอบหน้าในยามปกติ จะมีความกังวลต่อหลิวอิ๋งถึงเพียงนี้
ดูท่าความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์อาจารย์คู่นี้ จะไม่ได้ย่ำแย่เหมือนอย่างที่ข่าวลือภายนอกว่าไว้
"พวกเ้าออกไปให้หมด เซียวเหออยู่ต่อที่นี่! หานซิ่นเ้าก็อยู่ด้วย มาคุยเื่ในใจกับข้าหน่อย!” เมื่อหลิวปังเอ่ยปาก ทุกคนจึงทยอยกันออกจากที่นั่น หลิวอิ๋งไม่ลืมที่จะส่งสายตาเป็นัยให้หานซิ่นช่วยพูดจาดี ๆ ให้เขาสักสองสามคำ
หานซิ่นยังคงสีหน้าเรียบเฉย เพียงแต่รู้สึกว่าทุกอย่างมันช่างประจวบเหมาะเกินไป
หรือว่าเ้าลูกศิษย์ทรยศคนนี้จะคาดการณ์ไว้แล้วว่าถั่วงอกจะสร้างบุญคุณต่อราษฎร จึงสร้างเครื่องรางคุ้มภัยให้ตัวเองเช่นนี้?
มิเช่นนั้น ด้วยการใส่ร้ายจากผู้ที่มีเจตนาไม่ดีในวันนี้ ต่อให้หลิวอิ๋งไม่สูญเสียตำแหน่งรัชทายาท ก็คงต้องถูกถลกหนังออกสักชั้นหนึ่ง
หลังจากที่หลิวอิ๋ง ฮองเฮาหลวี่และคนอื่น ๆ จากไปแล้ว โอรส์แห่งต้าฮั่นจึงเดินเข้าไปถีบเซียวเหอหนึ่งที "เ้าคนชั่วเซียวเหอ! พอได้เป็อัครมหาเสนาบดีแล้ว ก็ลืมเื่ที่พวกเราตกลงกันไว้ที่อำเภอเพ่ยแล้วหรือ?"
"ข้าจะเอาความชอบแต่ไม่รับผิด! คราวนี้ดีเลย ความชอบเื่ถั่วงอกทั้งหมดตกเป็ของเ้าลูกทรพีคนนั้นหมดเลย!"
เซียวเหอถูกถีบแต่ก็ไม่ได้โกรธ เพราะเขาชินกับการใช้ชีวิตและการจัดการเื่ราวของหลิวปังมานานแล้ว "ฝ่าา กระหม่อมกลับเห็นว่านี่คือโอกาสพ่ะย่ะค่ะ!"
ดวงตาของเซียวเหอเป็ประกาย พร้อมกล่าวตรง ๆ ว่า "เฉินซี อัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นจ้าว ในยามนี้มีผู้ติดตามมากมาย และเปรียบตนเองเป็ดั่งซิ่นหลิงจวิน"
"ฝ่าาจะทรงประมาทไม่ได้ ประจวบเหมาะที่จะใช้เื่ถั่วงอกของรัชทายาท นำไปสร้างบุญคุณแก่ราษฎรในดินแดนจ้าว เพื่อหยั่งเชิงท่าทีของเฉินซีพ่ะย่ะค่ะ"
"หากเขาช่วยส่งเสริมอย่างกระตือรือร้นเพื่อสร้างชื่อเสียงให้รัชทายาท ก็แสดงว่าเขายังภักดีต่อราชสำนัก มิเช่นนั้นย่อมมีความคิดไม่ซื่อ!"
หานซิ่นพยักหน้าเห็นด้วย เฉินซีผู้นี้สร้างผลงานในการรบมาหลายครั้ง ยามนี้ดินแดนจ้าวและดินแดนไต้ติดกับซยงหนู จำเป็ต้องมีแม่ทัพที่เก่งกาจคอยเฝ้าระวัง
เื่นี้ทำให้ราชสำนักปวดหัวมาก เพราะแม่ทัพที่เฝ้าชายแดน จะมีผลงานหรือชื่อเสียงโด่งดังเกินไปไม่ได้ มิเช่นนั้นราชสำนักจะควบคุมได้ยาก
แต่จะให้เป็เหมือนหลิวจ้ง ลุงรองของหลิวอิ๋ง ที่เป็พวกไร้ประโยชน์และไม่รู้เื่การทหารเลยก็ไม่ได้เช่นกัน
ตำแหน่งของเฉินซีนั้นพอดีที่สุด นี่จึงเป็เหตุผลที่หลิวปังแต่งตั้งให้เขาดูแลการทหารในดินแดนจ้าว
น่าเสียดายที่จางอ๋าว อ๋องแห่งแคว้นจ้าวคนก่อนถูกถอดถอนเป็เซวียนผิงโหว และขุนนางสำคัญของแคว้นจ้าวอย่างก้วนเกาถูกสังหาร ทำให้เกิดช่องว่างทางอำนาจในดินแดนจ้าวทันที
เฉินซีฉวยโอกาสนี้แทรกซึมเข้าไป ประกอบกับความชอบในการเลี้ยงผู้ติดตาม จึงสามารถกุมอำนาจในดินแดนจ้าวไว้ในมือได้อย่างรวดเร็ว
หลิวปังเพิ่งจะมารู้ตัวทีหลัง แต่ก็ไม่มีวิธีจัดการกับเขาได้แล้ว หากริบอำนาจคืนในตอนนี้ ก็เท่ากับเป็การบีบให้เฉินซีก่อฏ
ยามนี้ยังไม่ได้มีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีกับซยงหนู หากเฉินซีจนตรอกแล้วร่วมมือกับซยงหนูบุกโจมตี เกรงว่าดินแดนจ้าวคงไม่รอด
ข้อเสนอในการหยั่งเชิงของเซียวเหอ ทำให้หลิวปังคลายความโกรธลงได้บ้าง
หานซิ่นรีบกล่าวเสริมว่า "อัครมหาเสนาบดีกล่าวได้ถูกต้อง แม้เฉินซีจะมีชื่อเสียงไม่โด่งดัง แต่การใช้ทหารนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเทียบได้"
"ภายในราชสำนัก มีเพียงฝ่าาที่ทรงนำทัพด้วยพระองค์เองเท่านั้น จึงจะสามารถเอาชนะเฉินซีได้ มิเช่นนั้นหากใช้แม่ทัพนายกองคนอื่นนำทัพไป จะยิ่งเป็การส่งเสริมบารมีให้เฉินซีเท่านั้น"
หานซิ่นเป็คนพูดจาตรงไปตรงมาเสมอ แทบจะบอกหลิวปังตรง ๆ ว่า นอกจากท่านแล้ว คนอื่นที่ส่งไปก็คือการเอาชีวิตไปทิ้ง
โจวปั๋ว ก้วนอิง และคนอื่น ๆ แม้มีความสามารถทางการทหารสูง แต่ก็ไม่สามารถกดดันดินแดนจ้าวได้ ส่วนฝานไคว่ เซี่ยโหวอิง และแม่ทัพคนอื่น ๆ เหมาะที่จะเป็รองแม่ทัพมากกว่าการนำทัพใหญ่
ในสายตาของหานซิ่น ไม่ว่าจะเป็คนในหรือนอกราชสำนัก นอกจากตัวเขาและหลิวปังแล้ว เกรงว่าจะมีเพียงเผิงเยว่และอิงปู้เท่านั้นที่สามารถเอาชนะเฉินซีได้
นี่ยังเป็กรณีที่รากฐานของเฉินซีในแคว้นจ้าวยังไม่มั่นคง และยังไม่ได้ทำข้อตกลงลับกับซยงหนูเท่านั้น
"เอาตามที่เซียวเหอบอก ใช้ถั่วงอกไปหยั่งเชิงเฉินซี! นึกไม่ถึงว่าเ้าลูกทรพีคนนี้ จะช่วยข้าได้ทางอ้อม"
"ท่านโหวแห่งเมืองไหวอิน นี่คือลูกศิษย์ที่เ้าสั่งสอนมาดีจริง ๆ นะ!" คำพูดของหลิวปังมีนัยแฝง เห็นได้ชัดว่ามีความไม่พอใจต่อหานซิ่นอยู่บ้าง
ทั้งศิษย์และอาจารย์ ต่างก็เป็พวกหัวแข็งทั้งคู่!
คำพูดของหานซิ่นเมื่อครู่ หากเป็คนอื่นพูด เกรงว่ายังไม่ทันเดินออกจากวังคงถูกเหล่าแม่ทัพนายกองทั่วราชสำนักรุมทุบจนตาย มีเพียงท่านโหวแห่งเมืองไหวอินที่วิจารณ์เหล่าแม่ทัพเท่านั้นที่พวกเขาไม่กล้ามีความเห็นโต้แย้ง
หลังจากตาแก่เ้าเล่ห์ทั้งสามปรึกษากันเสร็จ หานซิ่นและเซียวเหอจึงลุกขึ้นขอตัวลา
"เป็อย่างไรบ้าง? เพื่อเ้าและลูกศิษย์ของเ้า ข้านี่ต้องลำบากตรากตรำ แม้แต่ประจบฝ่าาข้ายังไม่ทำเลย!"
เมื่อทั้งสองเดินพ้นประตูวัง เซียวเหอก็ฉีกยิ้ม "หานซิ่น เ้ายังไม่เลี้ยงเหล้าข้าอีกหรือ?"
หานซิ่นส่ายหัวอย่างอ่อนใจ "คนที่กังวลเื่การเลือกข้างรัชทายาทน่าจะเป็เ้านะ ไม่ใช่ข้า เ้าเคยคิดบ้างไหมว่า รัชทายาทเต็มใจจะสืบทอดบัลลังก์หรือไม่?"
เซียวเหอโบกมือ "ฝ่าาแต่งตั้งเ้าเป็ไท่ฟู่ ท่าทีนี้ยังไม่ชัดเจนพออีกหรือ?"
"ข้าว่านะ ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ดีจะตาย มิเช่นนั้นทำไมถึงจัดให้ขุนนางโดดเดี่ยวอย่างเ้าไปดูแลรัชทายาทเล่า? วันหน้าถ้าเ้าได้ดีแล้ว อย่าลืมว่าวันนี้ข้าช่วยไว้นะ!" พูดจบ เซียวเหอก็แยกตัวไปจัดการงานราชการต่อ เพราะเขาคือคนที่ยุ่งที่สุดในราชสำนักต้าฮั่น
หานซิ่นยิ้มอย่างอ่อนใจ ดูเหมือนว่าเส้นทางนี้จะยิ่งเดินยิ่งออกนอกลู่นอกทาง
เมื่อกลับถึงจวนโหว เหล่าองครักษ์กลับมีท่าทีตื่นตัวราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ทำให้หานซิ่นรู้สึกแปลกใจ "เกิดอะไรขึ้น?"
"ท่านโหว คนของเฉินซีมาขอพบ และกำลังรออยู่ที่จวนขอรับ!"
หานซิ่นหรี่ตาลง สิ่งที่ควรจะมาในที่สุดก็มาจนได้!
ณ ตำหนักเจียวฝาง
ฮองเฮาหลวี่ทรงดื่มซุปถั่วงอก พร้อมกับเริ่มสั่งสอนหลิวอิ๋งด้วยท่าทางของมารดาผู้เมตตา "อาอิ๋ง ต่อไปนี้อย่าได้เล่าเื่ไซอิ๋วให้ใครฟังอีก วันนี้หากมิได้อัครมหาเสนาบดีช่วยเหลือ เกรงว่าตำแหน่งรัชทายาทของเ้าคงไม่รอด!"
"ชิ! จำเป็ต้องให้เขามายุ่งเื่ชาวบ้านด้วยหรือขอรับ?" พอหลิวอิ๋งพูดจบ ก็เห็นฮองเฮาหลวี่หยิบพื้นรองเท้าขึ้นมา หลิวอิ๋งจึงรีบยอมจำนนทันที
"เสด็จแม่โปรดวางใจ ต่อไปข้าจะไม่เล่าเื่ไซอิ๋วอีกเด็ดขาด อัครมหาเสนาบดีเป็คนดี ข้าขอขอบคุณบรรพบุรุษของเขาถึงแปดชั่วโคตรเลยขอรับ!"