เหตุที่เยว่เฟิงเกอพูดออกไปเช่นนั้นทั้งหมดก็เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้เจ้าของร่างเดิม
ก่อนหน้านี้ม่อหลิงหานปฏิบัติกับเจ้าของร่างเดิมอย่างไรถือเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างก็ประจักษ์ชัดด้วยตาตนกันมาแล้วทั้งสิ้น
นางไม่มีทางเชื่อว่าตัวนางที่เพิ่งย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ได้แค่ไม่กี่วันระยะเวลาสั้นๆ เท่านี้จะทำให้ม่อหลิงหานเกิดตกหลุมรักนางขึ้นมาได้
อีกอย่างระหว่างนางและม่อหลิงหานมีตรงไหนบ้างที่เหมือนคนที่ตกหลุมรักกับคนที่ถูกรัก
หากม่อหลิงหานไม่บีบคอนางก็บีบข้อมือนาง ซึ่งในตอนนี้รอยช้ำบนข้อมือนางยังไม่หายดีเลย
ชิงจื่ออึ้งไปชั่วครู่ก็รู้สึกว่าสิ่งที่เยว่เฟิงเกอพูดมานับว่ามีเหตุผลยิ่งดูท่าท่านอ๋องคงจะเป็นเช่นที่พระชายาว่า คนเพียงแสดงละครให้ผู้อื่นชมเท่านั้น
ตอนนี้เยว่เฟิงเกอไม่มีเวลามาสนใจว่าในใจของม่อหลิงหานคิดอะไรอยู่เพราะนางยังมีเรื่องที่สำคัญกว่าให้ต้องทำ
ในร่างของฮองเฮามีพิษไฟหนาวอยู่นางต้องรีบหลอมยาเพื่อถอนพิษให้ฮองเฮา
แต่การจะหลอมยาได้จำต้องมีอุปกรณ์ในการหลอมยา
เยว่เฟิงเกอให้ชิงจื่อไปสืบหาที่โรงหมอในจวนอ๋องว่าที่นั่นมีเตาหลอมยาหรือไม่
เมื่อเห็นว่าชิงจื่อกลับมามือเปล่าเยว่เฟิงเกอก็รู้แล้วว่าโรงหมอในจวนอ๋องแห่งนี้เองก็ไม่มีเตาหลอมยา
ดูท่าคงมีแต่ต้องหาซื้อจากเถาเป่าแล้ว
เยว่เฟิงเกอเดินเข้าไปในห้องพักหยิบโทรศัพท์ออกมากดเปิดแอปเถาเป่า หลังจากเลื่อนดูอยู่นาน ในที่สุดก็หาเตาหลอมแบบที่ต้องการเจอ
เตาหลอมนั้นเป็นเตาที่ทำขึ้นจากสำริดประโยชน์ของมันคือสามารถปรับความแรงของไฟได้ ทั้งยังสามารถหลอมสำเร็จได้ในระยะเวลาสั้นๆ
เพียงแต่เมื่อเลื่อนดูมูลค่าการซื้อของเตาหลอมนี้กลับพบว่าจำเป็นต้องมีห้าสิบมูลค่าการซื้อถึงจะสามารถซื้อได้
นางตัดสินใจเก็บเตาหลอมยานี้ไว้ในตะกร้าก่อนรอจนนางมีครบห้าสิบมูลค่าการซื้อแล้ว ถึงค่อยกลับมาซื้อ
เมื่อเห็นว่าตอนนี้ตนมีอยู่แค่สิบมูลค่าการซื้อเท่านั้นเยว่เฟิงเกอก็ให้รู้สึกวิงเวียนศีรษะ
นางต้องทำเช่นไรถึงจะได้เพิ่มอีกสี่สิบมูลค่าการซื้อ?
เยว่เฟิงเกอนึกถึงสามภารกิจที่เคยทำไปก่อนหน้านี้หากไปขโมยกางเกงในของม่อหลิงหานมาอีก นางย่อมจะได้รับห้าสิบมูลค่าการซื้อมาในทันทีทว่า เรื่องเช่นนี้ทำครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว นางไม่อยากทำอีกเป็นครั้งที่สองจะอย่างไรตัวนางนี้ก็เป็นสตรี จำต้องรักษาหน้าตนเองบ้าง
ส่วนอีกสองภารกิจที่เหลือ ให้นางไปแอบจับหน้าอกม่อหลิงหานหรือไปจุ๊บเขา? แค่ขบคิด นางก็ได้แต่รีบปัดความคิดนี้ทิ้งไปเป็นพัลวัน
ก่อนหน้านี้ที่นางทำภารกิจเหล่านั้นให้สำเร็จได้ล้วนเป็นเพราะม่อหลิงหานไม่ทันสังเกต
แต่ตอนนี้นางทำให้ม่อหลิงหานไม่พอใจเข้าแล้วหากนางยังไปทำอะไรเช่นนั้นอีก คาดว่าคงไม่อาจสำเร็จได้โดยง่าย
ขบคิดได้ครู่หนึ่งเยว่เฟิงเกอก็เปิดวีแชทแล้วทักหา ‘อย่าถามว่าข้าคือใคร’
“อย่าถามว่าข้าคือใครอยู่ไหม? ” เยว่เฟิงเกอส่งข้อความถามไปประโยคหนึ่งผ่านทางวีแชท
รอแค่ไม่กี่วินาทีทางฝั่งนั้นก็ตอบมา “อยู่จ้า พระชายาคนงาม”
เยว่เฟิงเกอคิดว่าในเมื่ออย่าถามว่าข้าคือใครเป็นผู้ขายในเถาเป่าเช่นนั้นทางเขาก็คงต้องมีภารกิจมากมาย ไม่สู้ถามเขาไปตรงๆ เสียให้สิ้นเรื่อง
“ข้าอยากซื้อเตาหลอมยาแต่ต้องมีห้าสิบมูลค่าการซื้อถึงจะซื้อได้ เจ้าพอจะมีภารกิจอะไรที่จะทำให้ข้าได้ห้าสิบมูลค่าการซื้อมาในคราวเดียวหรือไม่? ”
อย่าถามว่าข้าคือใครตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว“พระชายาถามถูกคนแล้ว ที่ข้านี้ไม่ว่าภารกิจอะไรก็มีหมด ขึ้นอยู่กับว่าท่านอยากได้ที่ยากหน่อยหรือง่ายหน่อย”
“ภารกิจที่ยากหน่อยจะได้กี่มูลค่าการซื้อ?แล้วภารกิจที่ง่ายหน่อยจะได้กี่มูลค่าการซื้อ? ” เยว่เฟิงเกอตัดสินใจว่าจะดูมูลค่าการซื้อก่อนว่ามากน้อยเท่าใดแล้วค่อยคิดต่อว่าจะเป็นภารกิจประเภทใด
อีกฝ่ายส่งภาพตารางภาพหนึ่งมาอย่างรวดเร็วในนั้นมีรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจและมูลค่าการซื้อที่จะได้รับจากภารกิจนั้นๆ
เยว่เฟิงเกอมองภารกิจทั้งหลายอย่างน้อยก็ต้องมีเป็นพันๆ ข้อแน่
ภารกิจเหล่านี้เริ่มจากง่ายที่สุดไล่ลงไปก็ยิ่งไต่ระดับความยากขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับมูลค่าการซื้อที่ได้รับที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
เยว่เฟิงเกอไล่ดูไปจนถึงรายการภารกิจสุดท้ายของตารางถึงได้เห็นว่ามูลค่าการซื้อสำหรับภารกิจสูงสุดนั้นคือสิบล้านมูลค่าการซื้อ
เยว่เฟิงเกอสงสัยยิ่งนักว่าภารกิจเช่นไรถึงได้รับมูลค่าการซื้อที่มากมายเพียงนี้?
กระทั่งนางได้อ่านรายละเอียดของภารกิจนั้นสีหน้าพลันเขียวคล้ำแทบจะในทันที
ภารกิจสูงสุดที่ว่านี้คือให้นางและม่อหลิงหานมีลูกด้วยกัน
ช่างเถอะถ้าจะให้นางยอมหักใจไปมีลูกกับม่อหลิงหานเพื่อมูลค่าการซื้อเหล่านี้ นางไม่ขอรับมูลค่าการซื้อเหล่านี้ไว้เลยจะดีกว่า
อีกอย่างนางจะนำมูลค่าการซื้อมากมายเพียงนั้นไปทำอันใดด้วยเหตุนี้ จึงตัดสินใจมองข้ามภารกิจสูงสุดนี้ไป
สุดท้ายเยว่เฟิงเกอก็หาภารกิจที่จะได้รับสี่สิบมูลค่าการซื้อเจอภารกิจนั้นคือ ให้นางไปเอาอกเอาใจม่อหลิงหาน เพื่อให้ม่อหลิงหานเอ่ยปากชมนางว่าเป็นพระชายาที่ขยันขันแข็งและมีความสามารถ
เยว่เฟิงเกอ“...”
นี่มันภารกิจอะไรกันนี่เหตุใดภารกิจเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับม่อหลิงหาน
หลังจากเยว่เฟิงเกอส่งคำถามนี้ไปถามอย่าถามว่าข้าคือใครอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “เพราะท่านคือพระชายาอย่างไรเล่าภารกิจทั้งหมดที่ข้ามี หากต้องไปข้องเกี่ยวกับชายอื่นทั้งหมด ท่านจะยอมหรือ”
เมื่อนางอ่านคำตอบที่แสนจะเต็มปากเต็มคำของอีกฝ่ายเยว่เฟิงเกอก็ไร้เรี่ยวแรงจะโต้ตอบ
เขาพูดถูกอย่างยิ่งบรรดาภารกิจทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นขโมยกางเกงในก็ดี ขโมยจุ๊บท่านอ๋องก็ดี ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการกระทำจี๋จ๋าระหว่างท่านอ๋องและพระชายา
หากเปลี่ยนเป็นชายอื่นตีให้ตายเยว่เฟิงเกอก็ไม่มีทางไปทำ
เพียงแต่ยามนี้เยว่เฟิงเกอไม่อยากไปเอาอกเอาใจม่อหลิงหานเป็นอย่างยิ่งนางถามต่อ “ภารกิจที่จะได้สี่สิบมูลค่าการซื้อนี้ นอกจากเอาอกเอาใจม่อหลิงหานแล้วไม่มีภารกิจอื่นอีกแล้วหรือ? ”
อย่าถามว่าข้าคือใครรีบตอบกลับทันที“ก็มีอยู่ เพียงแต่เกรงว่าพระชายาจะไม่ชอบ”
เมื่อเยว่เฟิงเกอเห็นว่ามีหวังก็รีบถามกลับ “ภารกิจอะไร? ”
อย่าถามว่าข้าคือใครตอบ“ภารกิจนั้นคือ ท่านอ๋องและพระชายาจะต้องนอนด้วยกันหนึ่งคืน”
เยว่เฟิงเกอ“...”
ช่างเถอะนางไปทำภารกิจเอาอกเอาใจม่อหลิงหานดีกว่า
เมื่ออย่าถามว่าข้าคือใครเห็นว่าเยว่เฟิงเกอเงียบไปแล้ว ก็พอจะเดาได้ว่านางไม่มีทางไปทำภารกิจนี้แน่
จะอย่างไรไม่ว่าจะทำภารกิจหรือไม่ก็ต้องให้เยว่เฟิงเกอเป็นคนตัดสินใจ เขามีหน้าที่แค่ขายสินค้าของตนเพียงเท่านั้น
ส่วนเตาหลอมยานั่นที่จริงก็เป็นสินค้าในมือเขา
ตั้งแต่ที่เยว่เฟิงเกอกดเลือกเตาหลอมยาลงตะกร้าอย่าถามว่าข้าคือใครก็รู้แล้ว
เยว่เฟิงเกอบอกอย่าถามว่าข้าคือใครว่านางยอมทำภารกิจเอาอกเอาใจม่อหลิงหาน ชั่วขณะนั้นเขาก็รีบตอบกลับนางด้วยความยินดี“ได้เลยพระชายา เริ่มภารกิจให้ท่านเดี๋ยวนี้”
เพียงไม่นานโทรศัพท์ก็สั่นเยว่เฟิงเกอเปิดเถาเป่าขึ้นอีกครั้ง ก็เห็นว่าบริเวณเหนือรายการเตาหลอมยาที่นางหยิบใส่ตะกร้าไว้อันนั้นปรากฏข้อความที่ว่าเริ่มภารกิจเอาอกเอาใจท่านอ๋อง
เยว่เฟิงเกออยากร้องไห้โดยไม่มีน้ำตาเมื่อครู่นางพูดวาจาเช่นนั้นใส่ม่อหลิงหานไป ทำให้เขาโกรธได้สำเร็จ แต่ตอนนี้เพียงเพื่อจะได้หลอมยาถอนพิษให้ฮองเฮานางไม่อาจไม่รับภารกิจเอาอกเอาใจเขาได้
เหตุใดนางถึงได้เป็นคนที่น่าสงสารเช่นนี้
เยว่เฟิงเกอรับทำภารกิจนี้ก่อนจะนอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียงกว้าง
นางต้องใคร่ครวญให้ดีว่าต่อไปควรทำเช่นไรถึงจะเอาอกเอาใจม่อหลิงหานได้สำเร็จ ทั้งยังจะต้องให้เขาพูดประโยคที่ว่าพระชายาเป็นพระชายาที่ขยันขันแข็งและมีความสามารถ ให้ได้ด้วย
แค่คิดก็ปวดหัวแล้วเยว่เฟิงเกอดึงทึ้งผมตนเอง ท่าทางทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง
ตอนนี้เองประตูเรือนพักของนางก็ถูกเปิดออก
เยว่เฟิงเกอคิดไม่ถึงว่าม่อหลิงหานจะมาหานางด้วยตนเองจึงรีบลุกขึ้นนั่ง ยิ้มแย้มให้เขา “ฮัลโหล ท่านอ๋อง”