“เช่นนั้นพวกท่านรอสักครู่ข้าจะไปเอาตั๋วเงินมาให้”เถ้าแก่ยิ้มกว้างออกมาทันทีที่สามารถซื้อสมุนไพรล้ำค่าหายากทั้งสามต้นได้ด้วยราคาเพียงหนึ่งหมื่นกว่าตำลึงเท่านั้นหากเขานำมันเข้าไปประมูลขายในเมืองหลวงล่ะก็กำไรที่เขาจะได้รับต้องไม่ต่ำกว่าสามเท่าแน่นอน
ปู้กังกับปู้ซานพากันพยักหน้ารับคำอย่างเหม่อลอยพวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าปู้จิงจะหาสมุนไพรราคาแพงขนาดนี้มาขายได้จริงๆ
“ท่านพ่อเงินพวกนี้ท่านเก็บไว้ให้ข้าหน่อยนะเ้าคะข้ากลัวเก็บไว้แล้วมันจะขาดกระจุยไปหมดน่ะเ้าค่ะ”ปู้จิงไม่ลืมว่าตนเองบางครั้งก็หยิบจับสิ่งของแรงเกินไปจนมันเสียหายหมดนางกลัวว่าเงินที่ได้มาจะเสียเปล่าเพราะพลังช้างสารของตนเอง
“ได้สิลูกได้” ปู้ซานพยักหน้ารับคำอย่างเต็มใจเขาเองก็กลัวว่าลูกสาวจะทำให้เงินมากมายไร้ค่าเป็ผุยผงเช่นกันขนาดกระดาษที่พี่สะใภ้นำมาสอนอักษรให้ลูกสาวเขายังขาดกระจุยมานักต่อนักแล้วปู้ซานจึงไม่กล้าเสี่ยงเื่ตั๋วเงินจำนวนมาก
ปู้กังที่ได้ยินก็ไม่มีข้อคัดค้านอะไรเช่นกันเขาใช่ว่าจะไม่เคยเห็นพลังทำลายล้างของหลานสาวตัวน้อยอย่างปู้จิงการป้องกันความเสียหายเอาไว้ก่อนจึงจำเป็มากในตอนนี้
“นี่ตั๋วแลกเงินหนึ่งหมื่นสองพันตำลึงขอรับส่วนในถุงนี่เป็เงินยี่สิบตำลึง”เถ้าแก่รีบออกมานำเงินส่งให้ปู้จิงแต่ปู้ซานกลับเดินมารับเงินเอาไว้แทนตามที่ปู้จิง้า
“ขอบคุณเถ้าแก่มากขอรับพวกเราขอตัวกลับก่อน”ปู้ซานกลัวว่าจะมีคนรู้ว่าพวกเขามีเงินติดตัวจำนวนมากจึงเลือกที่จะรีบออกจากร้านก่อน
“ใช่ใช่ พวกเรารีบกลับกันดีกว่า”ปู้กังพยักหน้าเห็นด้วยกับน้องชายทันที
“คราวหน้าหากมีสมุนไพรดีๆ อีกก็อย่าลืมนำมาขายให้ข้านะขอรับพวกท่านเดินทางดี ๆ”เถ้าแก่โบกมือลาอย่างร่าเริงวันนี้นับว่าเขาได้กำไรมาไม่น้อยเลยทีเดียว
ปู้จิงที่ไม่รู้ว่าเงินที่นางได้มานั้นมีมูลค่าสูงแค่ไหนก็ทำเพียงสอบถามปู้ซานว่านางจะได้กินขนมที่ชอบหรือไม่เท่านั้น
“เจ้าอยากกินมากแค่ไหนพ่อก็จะซื้อให้นะลูกรัก”ปู้ซานพยักหน้าจนคอแทบหลุดว่าเขาจะต้องเลี้ยงดูบรรพบุรุษน้อยคนนี้ให้สมกับเงินทองที่นางหามาวันนี้แน่นอน
“รีบไปกันเถอะประเดี๋ยวจะถึงบ้านช้าเกินไป”ปู้กังยังกลัวว่าจะมีคนรู้เื่เงินของน้องชาย
“ขอรับพี่ใหญ่แวะซื้อขนมร้านประจำก่อนก็แล้วกันนะขอรับปู้จิงจะได้เก็บไว้กินสักหลายวันหน่อยเราจะได้ไม่ต้องเข้ามาซื้อบ่อยๆ” ปู้ซานไม่ลืมว่าลูกสาวชอบขนมกุ้ยฮวาของร้านดังในเมืองมากแค่ไหนเมื่อก่อนเขาเคยซื้อให้นางกินบ่อยๆ จนถูกเมียบ่นมาแล้วแต่วันนี้ลูกสาวเขาขายสมุนไพรได้เงินมาจำนวนมากปู้ซานจึงเชื่อว่าเมียรักต้องไม่ต่อว่าเขาแน่
“ได้สิรีบไป รีบไป” ปู้กังคราวนี้เป็คนบังคับเกวียนเองเขาไม่กล้าแม้แต่จะเบ่งกล้ามโชว์เหมือนที่ชอบทำมาตลอดเพราะเอาแต่มองซ้ายขวาด้วยกลัวว่าจะมีขโมยเข้าใกล้น้องชาย
เมื่อไปถึงร้านขายขนมปู้ซานก็รีบวิ่งเข้าไปซื้อขนมกุ้ยฮวามาให้ลูกสาวสุดที่รักมากถึงสิบกล่องในคราวเดียวเขาแทบจะเหมาขนมของร้านมาทั้งหมด
“รีบกลับเถอะพี่ใหญ่ปู้จิงหิวก็กินได้เลยนะลูก”ปู้ซานไม่ลืมหันไปบอกลูกสาวที่กำลังเปิดกล่องขนมกุ้ยฮวาของนางอยู่อย่างตั้งใจเพราะปู้จิงกลัวว่านางจะทำขนมกระจุยไปเสียก่อน
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”ปู้จิงพยักหน้าหงึกหงักรับคำพอใช้สองนิ้วหยิบขนมเบา ๆขึ้นมาได้ รอยยิ้มของปู้จิงก็กว้างออกทันทีนางรีบงับขนมเคี้ยวตุ้ย ๆอย่างสมใจกว่าสัปดาห์แล้วที่พ่อนางไม่ได้ซื้อขนมมาให้นางกินวันนี้ปู้จิงจึงคิดจะกินให้เต็มคราบก่อนถึงบ้าน
เมื่อทั้งสามคนกลับถึงหมู่บ้านปู้จิงที่ซัดขนมไปมากถึงห้ากล่องก็ทำได้แค่นอนลูบท้องน้อยๆ ซึ่งป่องออกมาเพราะกินมากเกินไปเสียแล้วพอเกวียนกลับถึงบ้านตระกูลปู้ปู้จิงก็ขอตัวเข้าห้องไปนอนพักผ่อนอย่างเกียจคร้านหลังกินอิ่มทันทีนางไม่สนใจว่าท่านพ่อจะนำเงินของนางไปเก็บไว้ที่ใดปู้จิงรู้ดีว่าเงินพวกนั้นเขาต้องเก็บเอาไว้ให้นางเป็อย่างดีแน่
สองปีต่อมา
วันนี้เป็งานปักปิ่นของปู้จิงนางอยู่ในวัยที่พร้อมจะออกเรือนแล้วบรรดาคนในครอบครัวจึงจัดงานปักปิ่นให้นางเพื่อบอกชาวบ้านว่าหลานสาวบ้านนี้เติบโตแล้ว
“ยินดีกับพวกท่านด้วยนะเ้าคะหวังว่าจะมีผู้ชายดี ๆมาขอปู้จิงนะท่านป้า”หญิงชาวบ้านคนหนึ่งที่มาร่วมงานกล่าวอวยพรกับจางซื่อซึ่งมายืนรับแขกอยู่หน้าห้องโถงทำพิธี
“ขอบใจเ้ามากฮูหยินเล่ย”จางซื่อพยักหน้ายิ้มรับคำอวยพรถึงแม้ในใจนางจะอยากเก็บหลานสาวสุดน่ารักเอาไว้ในตระกูลให้นานๆ มากแค่ไหนก็ตามแต่ธรรมเนียมการมีคู่หมายเมื่ออายุถึงวัยออกเรือนก็ยังต้องทำอยู่จางซื่อจึงได้แต่ทำใจรอเอาไว้เท่านั้น
“พวกท่านเข้าไปด้านในก่อนเ้าค่ะประเดี๋ยวพิธีจะเริ่มแล้ว”เหวินซื่อเดินมาตามแม่สามี
จางซื่อพยักหน้ารับคำแล้วเดินตามหลังลูกสะใภ้เข้าไปด้านในห้องนางยังต้องสางผมให้หลานสาวตามประเพณีอีกปิ่นปักผมครั้งนี้จางซื่อก็ยังเข้าเมืองไปหาซื้อมาให้ปู้จิงด้วยตัวเองนางทุ่มเงินไปมากถึงหนึ่งร้อยตำลึงสำหรับปิ่นทองลายดอกไม้ของหลานสาวถึงแม้ว่าหลายปีมานี้เงินเก็บของปู้จิงจะมากกว่าเงินเก็บของคนทั้งบ้านก็ตามทีแต่จางซื่อก็ไม่เคยคิดจะเอาเงินหลานสาวมาใช้แม้แต่ครั้งเดียวงานครั้งนี้ก็ใช้เงินส่วนกลางจัดเช่นกัน
ปู้จิงวันนี้สวมชุดพิธีการเป็ครั้งแรกจึงรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้างนางพยายามกดพลังและความตื่นเต้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถเพราะกลัวว่าหากนางพลั้งเผลออาจทำให้งานที่บรรดาป้าสะใภ้และแม่ของนางจัดเตรียมเอาไว้อย่างดีเสียหายได้
พิธีการเริ่มต้นขึ้นเมื่อปู้จิงมายืนอยู่ตรงตำแหน่งหน้าห้องโถงของบ้านใหญ่ปู้บรรดาแเื่มากมายในหมู่บ้านส่วนใหญ่ต่างนั่งรอกันที่โต๊ะอาหารในลานด้านนอกมีเพียงแขกไม่กี่คนที่สนิทสนมกับตระกูลปู้เท่านั้นที่อยู่ด้านในห้องโถงพิธี
“เอาล่ะจากนี้ไปปู้จิงของเราก็เป็สาวแล้วนะหลังจากนี้คงจะมีแม่สื่อเข้ามาบ้านพวกเ้าไม่น้อยเลยเชียวล่ะเตรียมรับมือกันด้วยเล่า”ชายชราคนหนึ่งกล่าวกับจางซื่อพร้อมรอยยิ้มเขาเห็นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูของปู้จิงแล้วก็คิดว่าชายหนุ่มในหมู่บ้านคงมีคนสนใจนางไม่น้อย
“ท่านลุงก็กล่าวเกินไปเ้าค่ะปู้จิงของเราเพิ่งเป็สาวคงต้องรอชายหนุ่มดี ๆสักพักกว่าจะได้หมั้นหมายนะเ้าคะ”จางซื่อตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ปกติบ้านอื่นที่มีหลานสาวปักปิ่นก็มักจะมีแม่สื่อมากมายแย่งกันมาขอหมั้นแต่หลานสาวนางกลับไม่มีแม่สื่อแม้แต่คนเดียวมาเข้าร่วมงานแล้วแบบนี้จะให้จางซื่อเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน
“อืม…อย่าให้นางเลือกมากนักเล่าประเดี๋ยวอายุจะเลยวัยออกเรือนไปเสียก่อน”เฒ่าชรายังคงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเขามั่นใจว่าปู้จิงต้องมีคนมาทาบทามไม่น้อยแน่
“ให้ข้าพาพวกท่านไปนั่งกินข้าวก่อนเถิดเ้าค่ะอีกเดี๋ยวปู้จิงก็จะไปคารวะพวกท่านถึงโต๊ะแล้วล่ะนะ”จางซื่อรีบเปลี่ยนเื่พูดทันที
“ได้สินำทางเถอะ”ตาเฒ่าหลายคนในหมู่บ้านพากันเดินตามหลังจางซื่อไปติดๆวันนี้ปู้ถิงที่มักจะขี้หลงขี้ลืมไม่ได้ออกจากห้องเพราะทุกคนในบ้านกลัวว่าเขาจะหนีหายไปอีกจางซื่อจึงได้แต่ล็อกประตูด้านนอกป้องกันเอาไว้ก่อนที่นางจะออกมาจัดการเื่งานให้หลานสาวอยู่นานสองนานอีกสักพักนางก็ต้องเอาอาหารเข้าไปส่งให้สามีในห้องนอนอีก
“นี่บ้านเ้าไม่คิดจะหมั้นหมายแม่หนูปู้จิงเอาไว้ก่อนหรือไรข้าได้ยินว่าลูกชายเ้าชอบนางอยู่ไม่ใช่หรือ”ชาวบ้านที่นั่งร่วมโต๊ะในงานคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มล้อเลียน
“เพ้ย!เ้าอย่ามาพูดบ้าๆ นะ ลูกชายข้ากลัวนางอย่างกับอะไรเขามีหรือจะกล้าแต่งแม่เสือตัวนี้เข้าบ้านให้ตนเองเดือดร้อนกันเล่า”หญิงชาวบ้านอีกคนรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที
“อะไรของเ้ากันข้าได้ยินว่านางมีเงินเก็บมากกว่าใครในหมู่บ้านเสียอีกนะหากเ้าแต่งนางเข้าบ้านไปก็ไม่ใช่ว่าจะได้อยู่อย่างสุขสบายหรือไงกัน”ชาวบ้านคนเดิมยังคงคะยั้นคะยอต่อ
“ชิหากเ้าอยากสบายนักเหตุใดไม่ให้ลูกชายเ้ามาขอแต่งนางเองเล่าเ้ามาโยนเื่พวกนี้ให้บ้านข้าทำไมกัน”หญิงชาวบ้านเริ่มมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ขึ้นมาแล้ว
“เฮอะถ้าลูกชายข้าไม่มีคู่หมายมาก่อนข้าก็คงให้แม่สื่อมาสู่ของนางตั้งนานแล้ว”ชาวบ้านคนนั้นยังคงทำเป็พูดดีต่อไปทั้งที่ในใจนางเองก็ไม่อยากได้ปู้จิงหญิงสาวพลังช้างคนนี้แต่แรก