เวลาผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้ครบสองสัปดาห์แล้วที่สบู่ของเอลีสกำลังอยู่ในขั้นตอนการบ่ม เธอมาตรวจเช็คความเรียบร้อยของสบู่ที่จัดเรียงไว้บนชั้นไม้ในห้องเก็บของ กลิ่นหอมละมุนของลาเวนเดอร์และกุหลาบลอยฟุ้งไปทั่วห้องอ่อนๆ ทำให้บรรยากาศในห้องอบอุ่นและผ่อนคลาย
อเมลีที่มักจะตามเอลีสมาด้วยทุกครั้ง ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้แม่ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เธอสูดกลิ่นหอมที่อบอวลอยู่ในอากาศพร้อมรอยยิ้มกว้าง “หอมมากเลยค่ะ คุณแม่!” อเมลีกล่าวขึ้นด้วยความดีใจ “ถ้าสบู่เสร็จแล้ว หนูขอใช้เป็คนแรกได้ไหมคะ?”
เอลีสมองลูกสาวด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะยิ้มบางๆ หัวใจของเธออิ่มเอมกับความไร้เดียงสาและความกระตือรือร้นของอเมลี เธอย่อตัวลงและลูบศีรษะลูกสาวอย่างแ่เบา “แน่นอนจ้ะ หนูจะได้เป็คนแรกที่ได้ลองใช้สบู่ของแม่เลย”
อเมลียิ้มกว้างขึ้นด้วยความดีใจ ดวงตากลมโตเปล่งประกาย แววตาเต็มไปด้วยความสุขที่ได้รับการตอบรับจากแม่ เอลีสรู้สึกถึงความผูกพันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างเธอกับลูกสาว เสียงหัวเราะใสๆ ของอเมลีที่ดังก้องในห้องเก็บของเล็กๆ นี้ทำให้บรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก
บ่ายวันนั้น หลังจากเอลีสเช็คความเรียบร้อยของสบู่เสร็จ เธอและอเมลีได้นั่งดื่มชาด้วยกันในสวนหน้าบ้าน แสงแดดยามบ่ายอ่อนๆ สาดลงมาอย่างอบอุ่น ท่ามกลางเสียงนกร้องและสายลมที่พัดแ่ๆ กลิ่นดอกไม้จากสวนหอมอบอวล เอลีสนั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย ในขณะที่อเมลีกำลังจดจ่ออยู่กับการถักมงกุฎดอกไม้เล็กๆ ด้วยมือเล็กๆ ของเธอ
อเมลีตั้งใจเลือกดอกไม้หลากสี ทั้งสีชมพู สีขาว และสีม่วงเข้มมาตกแต่งเข้าด้วยกัน มือเล็กๆ ของเธอทำงานอย่างกระตือรือร้น แม้จะมีท่าทีที่ค่อนข้างจริงจัง ดวงตากลมโตของเธอเปล่งประกายไปด้วยความสุขและความภูมิใจเล็กๆ ที่ได้สร้างสิ่งนี้ด้วยมือของตัวเอง เอลีสมองลูกสาวด้วยความเอ็นดู และยิ้มบางๆ อย่างอ่อนโยน
ไม่นานนัก มงกุฎดอกไม้ก็เสร็จเรียบร้อย อเมลียกมันขึ้นมองอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง เธอเดินเข้ามาใกล้แม่ที่กำลังมองดูเธอด้วยความประทับใจ จากนั้นอเมลีก็ยกมงกุฎดอกไม้ที่เธอเพิ่งทำเสร็จขึ้นไปวางบนศีรษะของเอลีสอย่างทะนุถนอม
“สำหรับคุณแม่ค่ะ” อเมลีกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใส
เอลีสประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อััได้ถึงมงกุฎดอกไม้ที่สวมอยู่บนศีรษะ เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นแตะมงกุฎดอกไม้เล็กๆ นั้น รู้สึกถึงความอ่อนโยนและความรักที่บรรจงถักทออยู่ในดอกไม้ทุกดอกจากมือของลูกสาว
“ขอบคุณนะคะ อเมลี” เอลีสกล่าวพร้อมยิ้มอ่อนโยน “แม่รู้สึกเหมือนเป็เ้าหญิงเลย”
อเมลีหัวเราะคิกคักด้วยความดีใจ เธอมองเอลีสด้วยสายตาชื่นชมและเปี่ยมไปด้วยความสุข เอลีสเอื้อมมือไปลูบศีรษะของลูกสาวเบาๆ
ขณะที่เอลีสกำลังหัวเราะและเล่นกับอเมลีท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย กาเบรียลก็เดินเข้ามาในสวนพร้อมรอยยิ้มบางๆ เมื่อเห็นลูกสาวตัวน้อยของเขากำลังสนุกสนาน เขาย่อตัวลงและเล่นกับอเมลีอย่างเอ็นดู
แต่เอลีสสังเกตเห็นสิ่งที่แฝงอยู่ในแววตาของกาเบรียล แม้เขาจะยิ้มให้ลูกสาวอย่างอ่อนโยน แต่รอบดวงตาของเขากลับมีรอยคล้ำเล็กน้อย และเส้นริ้วเล็กๆ บนใบหน้าก็ดูชัดเจนขึ้น เขามีท่าทางอ่อนล้าและเหมือนกำลังแบกภาระบางอย่างอยู่ เอลีสอดไม่ได้ที่จะรู้สึกห่วงใย ในใจเธอเริ่มตั้งคำถามถึงสาเหตุที่เขาดูเคร่งเครียดและเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้
เธอจึงค่อยๆ สูดหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตรงๆ “กาเบรียล… เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?” น้ำเสียงของเธออ่อนโยน แต่แฝงด้วยความจริงจังและห่วงใย
กาเบรียลเงยหน้าขึ้นและหันมามองเอลีส ดวงตาสีเทาของเขามีแววลึกซึ้ง แต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่สามารถปิดบังได้ เขาเงียบไปชั่วครู่ ราวกับกำลังทบทวนคำพูดและตัดสินใจว่าจะตอบอย่างไร
“เอลีส… ผมแค่มีงานเยอะขึ้นนิดหน่อย” เขาพูดเบาๆ พยายามปัดความกังวลนั้นออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่เอลีสรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาเป็เพียงครึ่งหนึ่งของความจริง
เธอยื่นมือไปแตะที่แขนของเขาเบาๆ มองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างจริงจัง “ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยได้ คุณบอกฉันได้นะคะ ฉันอยากช่วยแบ่งเบาคุณ”
กาเบรียลนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ราวกับความเข้มแข็งที่เขาแสดงออกมานั้นเริ่มสั่นคลอนเมื่อพบกับความห่วงใยที่เอลีสมอบให้ ในที่สุดเขาก็พยักหน้าเบาๆ พร้อมถอนหายใจแ่ๆ ราวกับกำลังคิดทบทวน
“ขอบคุณนะ เอลีส” เขาพูดเสียงเบา รอยยิ้มบางๆ ที่ดูอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความล้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “ผมรู้สึกซาบซึ้งที่คุณใส่ใจ”
อเมลีที่กำลังเล่นอยู่ข้างๆ เอลีสสังเกตเห็นแววตาเศร้าและเหนื่อยล้าของคุณพ่อ ดวงตากลมโตของเธอแสดงความห่วงใยอย่างไร้เดียงสา เธอมองไปที่มงกุฎดอกไม้เล็กๆ ในมือของแม่ และก็เหมือนมีความคิดน่ารักๆ ผุดขึ้นในใจ เด็กน้อยยิ้มออกมาพลางหยิบมงกุฎดอกไม้นั้นขึ้นมาช้าๆ แล้วเดินเข้าไปหากาเบรียล
“คุณพ่อคะ…” อเมลีเอ่ยเสียงเบา ขณะที่ยื่นมงกุฎดอกไม้ขึ้นไปเหนือศีรษะของเขา “นี่ค่ะ หนูให้คุณพ่อ”
กาเบรียลมองมงกุฎดอกไม้เล็กๆ ในมือของลูกสาว ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เขาย่อตัวลงเพื่อให้ลูกสาวสามารถสวมมงกุฎนั้นบนศีรษะของเขาได้อย่างพอดี เมื่อมงกุฎดอกไม้เล็กๆ สีสันสดใสอยู่บนศีรษะของกาเบรียล ร่างสูงสง่าที่เคยเคร่งขรึมก็ดูตลกอย่างบอกไม่ถูก อเมลีหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน ในขณะที่กาเบรียลเองก็ยิ้มบางๆ อย่างเขินอาย
เอลีสยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความสุข เมื่อเธอเห็นกาเบรียลที่ใส่มงกุฎดอกไม้เล็กๆ น่ารักอยู่บนศีรษะ ใบหน้าคมขรึมดูแปลกตาออกไปมากจนเธอหลุดขำออกมาโดยไม่รู้ตัว เสียงหัวเราะของเธอใสดังขึ้นอย่างเป็ธรรมชาติ ขณะที่เธอพยายามกลั้นเสียงหัวเราะนั้นไว้ ดวงตาสีฟ้าเป็ประกายและมีน้ำตาซึมเล็กๆ จากการหัวเราะอย่างสนุกสนาน
กาเบรียลหันมองเอลีสที่กำลังหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อยราวกับรู้สึกผ่อนคลายและยิ้มตามอย่างอ่อนโยน
อเมลีเองก็หัวเราะไปด้วย กาเบรียลมองดูเอลีสที่กำลังหัวเราะอย่างร่าเริง รอยยิ้มที่อบอุ่นและแสงตาที่สดใสทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาเริ่มเปลี่ยนไป เขารู้สึกถึงความผ่อนคลายที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจ ความเหนื่อยล้าและความกังวลที่สะสมไว้ค่อยๆ จางลงไปตามเสียงหัวเราะใสๆ ของเธอ เขาเอื้อมมือไปจัดมงกุฎดอกไม้เล็กๆ บนหัวให้เข้าที่ แม้จะรู้สึกแปลกและไม่คุ้นเคย แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความสดชื่นอย่างประหลาด
“คุณพ่อเหมือนเ้าชายเลยค่ะ!” อเมลีพูดพลางหัวเราะคิกคัก มือเล็กๆ ของเธอปรบด้วยความดีใจ
เอลีสพยายามกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองอีกครั้ง แต่ก็ยังคงยิ้มกว้าง เธอมองกาเบรียลด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น เขาดูผ่อนคลายกว่าที่เคย และรอยยิ้มของเขาดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าครั้งไหนๆ เอลีสไม่เคยเห็นเขายิ้มด้วยความอ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงอีกด้านหนึ่งของเขาที่เธอไม่เคยได้ัั
“ดูเหมือนมงกุฎนี้จะเหมาะกับคุณดีนะคะ กาเบรียล” เอลีสพูดหยอกอย่างแ่เบา รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ
กาเบรียลหัวเราะเบาๆ พลางส่ายหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีเทาของเขาทอดมองเธอด้วยแววตาอบอุ่นและลึกซึ้ง ก่อนที่เขาจะย่อตัวลงไปหาอเมลีและกระซิบเบาๆ “พ่อคงต้องขอบคุณเ้าหญิงน้อยของพ่อนะ ที่ช่วยพ่อไว้ในวันนี้”
“ใช่ค่ะ! หนูช่วยคุณพ่อได้!” อเมลียิ้มหวานพลางจับมือของพ่อไว้แน่น ใบหน้าเล็กๆ ของเธอฉายแววใสซื่อและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จริงใจ "หนูชอบที่ตอนนี้คุณพ่อไม่ต้องออกไปข้างนอกค่ะ หนูดีใจที่คุณพ่ออยู่บ้าน แล้วคุณแม่เองก็ไม่เศร้าแล้วด้วย" เด็กน้อยพูดอย่างจริงจัง เธอเงยหน้ามองกาเบรียลด้วยความตั้งใจ "คุณพ่อไม่ต้องไปไหนอีกแล้วนะคะ หนูจะรีบโตและจะช่วยงานคุณพ่อเอง"
คำพูดของอเมลีทำให้ทั้งเอลีสและกาเบรียลสะท้อนใจ ทั้งคู่มองดวงตาที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและความรักจากลูกสาวตัวน้อย
กาเบรียลยิ้มอ่อนโยนพลางลูบศีรษะอเมลีด้วยความรัก ใบหน้าคมของเขาฉายแววจริงจังเมื่อพูดกับลูกสาวว่า “พ่อจะไม่ไปไหนไกลแล้ว พ่อจะอยู่กับหนูและคุณแม่ที่นี่” น้ำเสียงของเขาแฝงความอบอุ่น แต่ในดวงตากลับแสดงความมุ่งมั่นและจริงใจอย่างลึกซึ้ง ราวกับสัญญาที่เขาตั้งใจจะรักษาอย่างแน่วแน่
เอลีสยืนมองพวกเขาด้วยความประหลาดใจ คำพูดของกาเบรียลที่ว่าเขาจะไม่ไปไหนไกลอีก ทำให้เธออดแปลกใจไม่ได้ เขามักจะออกเดินทางบ่อยครั้งจนเป็เื่ปกติ และนี่เป็ครั้งแรกที่เขาแสดงออกอย่างจริงจังว่าจะอยู่บ้านมันเหมือนจะดังคำที่เขากล่าวออกมาจริงๆ